Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
18 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
O น้ำหลากสาย... O









เพลง...บังใบ 2 ชั้น


-1-
O โอ นั่นแรงเชี่ยวกรากน้ำหลากสาย
เหมือนรำบายรอยโศก..ใส่โลกเหงา
เห็นระลอกเนื่องหนุน..สีขุ่นเทา
โอบล้อมความเปลี่ยวเปล่าใต้เงาจันทร์

O วับวามแสงจันทร์ทอดลงพลอดน้ำ
พร้อมลมร่ำบ่ายโบก, แรงโศกศัลย์-
ก็หลากไหลครวญคร่ำ..ถ้อยรำพัน
รองรับทัณฑ์ทุกข์ตรมกลางหล่มน้ำ

-2-
O แต่เมื่อหยดหยาดเห็นจนเป็นสาย
จน-เปื้อนป่ายหยดควง..ก่อนร่วงต่ำ
จากยอดใบกลีบหล่น..ผ่านต้น..ลำ
หยดความฉ่ำชื้นฝาก..สู่รากไม้

O ปริบปรอยความฉ่ำชื้นใต้พื้นถิ่น
ค่อยหลั่งรินเป็นหยด..ค่อยหยดให้-
เป็นตาน้ำใต้ดิน..กลางถิ่นไพร
ซอกซอนไหลผุดพรายเป็นสายธาร

O แล้วเคลื่อนตัวแล่นฟองคะนองคลื่น
ความชุ่มชื่นละอองไอก็ไพศาล
ไม้เสียดยอดแผ่ร่ม..ลงห่มกาล
ดอกไม้บานเสียงวิหคบินผกลม

O เสียงขวานแทรกคมฉับ..ลำดับนั้น
ปลิดปลงฝันมืดดับลงทับถม
ผ่านสำนึกมืดมัว..เหล่าบัวตม
จึงค่อยล้มล้างแปลงทุกแหล่งไม้

O เสียงสายน้ำเย้ยตอบอยู่รอบตัว
เหมือนเย้ยยั่วฟองฝันแห่งวันใหม่
ลิบโล่งผืนแผ่นน้ำ..เห็นร่ำไร
ล้อแสงจันทร์อำไพ..อยู่ในคืน

O เคลื่อนสายมารายล้อม..คอยกล่อมเห่
หลังจากเทระลอกแล่น..พลิ้วแผ่นผืน
ถมแผ่นดินเลือนลบ..เข้ากลบกลืน-
แรงโอดอื้นพร้อมเพรียง..เป็นเสียงเดียว !

O ขวาน..เลื่อย..แทรกคมฉับ..ลำดับนั้น
ในฉับพลัน..น้ำหลากก็กรากเชี่ยว
ต้นไม้ล้มต้นอยู่เสียงกรูเกรียว
ความแห้งเหี่ยวร้อนแล้งก็แฝงเงา

O ในความมืดหม่นดำ..กลางน้ำหลาก
ฤๅ-แฝงฝากความสู่..ให้หมู่เขา-
ได้สำเหนียกสำนึก..รำลึกเอา-
ถึงรากเหง้าเงื่อนเหตุแห่งเภทภัย ?

O ขวาน..เลื่อย..แทรกคมฉับ, ลำดับนั้น-
โค่นชีวันทุกดวง..หล่นร่วงให้-
คมขวานเฉือนเชือดทั่ว..ถึงหัวใจ
เลือดเนื้อไหลหลั่งจมกลางหล่มน้ำ

O เมื่อวางเฉยต่อการล่มลาญป่า
จนน้ำบ่าหลากไหล..แล้ว-ใครระส่ำ ?
ถูกคลื่นน้ำบ่านอง..ล้อม-จองจำ
หรือ-อาจกำหนดรู้ในหมู่ชน ?

-3-
O โอ ถูกฆ่าล้มตาย..หลากหลายผู้
เคยต่อสู้เปล่าดาย..อีกหลายหน
ล้วนแกร่งกล้ายอมตายเพื่อขายตน
ยกโฉดฉลขึ้นแห่..ร่วมแซ่ซ้อง

O จนวันนี้ลอยคอ..มารอช่วย-
ให้มือฉวยฉุดรอด..ช่วยสอดส่อง
ฝนขาดเม็ด..ชอกช้ำ-เร่งทำนอง
พร้อมคลื่นน้ำเร่งฟอง..แซ่ซ้องรับ

O โอ น้ำไหลหลากล้อมราวอ้อมกอด
โหมแรงเศร้าถ่ายทอด..การมอดดับ-
ของสำนึก, ปรารมภ์..ที่ล้มทับ-
บนลำดับล้มโค่น..ของต้นไม้

O สายน้ำสีขุ่นโคลน..หลังฝนสิ้น
ยังไหลรินกักกัน..ทุกฝันใฝ่
ข่มเสียงฮึกเหิมรัว..บางหัวใจ
ทั้งตาบอดตาใส..บางนัยน์ตา

-4-
O ที่สี่แยกกลางเมือง..เสียงเขื่องโข-
แข่งเสียงโซ่ตรวนรอ..ล่าม-ข้อ..ขา
อาจรู้ฤๅ..ชอกช้ำที่ค้ำ-คา
ผู้-น้ำบ่าหลากล้อม..ว่าตรอมใจ

O มือไหนเล่า..คอยช่วย..คอยฉวยฉุด
ตราบผ่านหลุดล่วงพ้นทุกข์ทนได้
มือไหนเล่า..ขัดขวางอยู่กลางภัย
ด้วยลมปากปราศรัย...จนได้รู้ !

O เห็นคลื่นน้ำแล่นล่อง..เป็นฟองไหม
ว่าเยี่ยงไรจึงหลากเชี่ยวกรากอยู่ ?
จากตาน้ำใต้ดิน..เป็นสินธู
หลากมาสู่..ว่าคือ-น้ำมือใคร ?


แถม...นรกวาทีต่อสักสองบท

O ที่สี่แยกกลางเมือง..ที่เบื้องหน้า
เคยปลูกป่า..ร่วมสร้างกันบ้างไหม ?
เห็นเพียงสานสัมพันธ์..ร่วมจัญไร-
โหมเปลวไฟ..แยกสี..ไม่มีลืม !

O สี่แยกความขุ่นเคือง..ที่เบื้องหน้า
เห็นบอดบ้ากำซาบรสปลาบปลื้ม
เวิ้งน้ำกว้างไกลลิบ..เขาหยิบยืม-
แกล้มฝัน..ดื่มด่ำอยู่...เพื่อผู้เดียว !






Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 19:45:22 น. 27 comments
Counter : 1069 Pageviews.

 
น้ำหลากสายกระฉอกเข้าหยอกผืน
แผ่นดินถูกกลบกลืน เสียงไห้หวน
จะเพ่งโทษผู้ใด เถิดใคร่ครวญ
วิปริตแปรปรวน น้ำมือใคร !


โดย: มาแจม IP: 124.120.170.99 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:35:34 น.  

 
สวัสดีคะคุณสดายุ

เดี๋ยวนี้คุณไม่แต่งกลอนนารีเลยนะคะ
แต่ไม่ว่าคุณจะแต่งไปในแนวไหน
ความไพเราะก็ยังคงเหมือนเดิมทุกบทคะ
แจ่มยังคงคิดถึงคุณเหมือนเดิมคะ

.......ได้โปรดอย่าลบคอมเม้นท์ได้ไหมคะขอร้องคะ.......


โดย: แจ่ม IP: 61.19.86.130 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:14:21 น.  

 
งานงามเช่นเคยค่ะ
วิ่งตามจินตนาการผู้เขียนไม่ทัน
กำลังคิดว่าสายน้ำจะแปลความเป็นอะไรได้อีกมั้ย
ขวาน..เลื่อย..ผืนป่า..มีความหมายแฝงหรือเปล่า
แต่อ่านบทหลังแล้วก็..ตามนั้น..

สุขกับการสร้างงานงามนะคะ


(ไปค้นห้องแต่งบ้านมา ทุกวิมานใสสวยมากเลยค่ะ)



โดย: Peakroong วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:22:52 น.  

 
สวัสดีคะคุณสดายุ...เพื่อนรัก

ปรางชื่นชมกับกวีศิลป์ของคุณ
โดยเฉพาะในแนวของการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ก็เป็นธรรมดาใช่ไหมคะเพื่อนรัก....
มนุษย์มักเป็นผู้สร้างและบางครั้งก็เป็นผู้ทำลายในขณะเดียวกันด้วย งานงามดั่งธรรมชาติเสกสรรค์นะคะ

ฝากความรักและคิดถึงมายังน้องใบเฟิร์นด้วยคะ

มีความสุขกับงานที่ได้ทำนะคะ..เพื่อนรัก


โดย: มะปราง IP: 182.232.146.36 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:42:06 น.  

 
มาแจม....
สวัสดีครับ...ยินดีที่เอากลอนมาวาง



แจ่ม....
เขียนข้อความธรรมดาดีกว่าครับ...
แม้ว่าความคิดไม่มีใครห้ามได้...
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสื่อออกมาทั้งหมด



คุณปีกรุ้ง....
ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ...
ผมเขียนเรื่องการที่เรา"ไม่สนใจ"การทำลายป่าไม้กันเท่าที่ควร...และปล่อยให้การตัดไม้ทำลายป่ามีอยู่ตลอด มันก็เลยเกิดภาวะที่เดือดร้อนกันแสนสาหัสอย่างที่เห็น

สังเกตุไหมครับหากเป็นเรื่องของ...อำนาจ...หรือ...รูปแบบการปกครอง...ผู้มีอำนาจจะอ่อนไหวกันเป็นพิเศษ...แต่พอเรื่องอื่นๆ..เป็นต้นว่า...

ยาเสพติด...
การค้ามนุษย์...
การตัดไม้ทำลายป่า...

ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง...จะไม่เอาจริงเอาจังเท่ากับแนวคิด"ล้มล้างสถาบันกษัตริย์" !

ทั้งๆที่ประเด็นที่เขียนมานั้น...ทำลายมนุษยชาติได้มากมายกว่านัก !

มีนายทุนบุกรุกป่า...ที่โน่นที่นี่...เรารับฟังด้วยความเฉยเมยไม่ตื่นเต้นเลยใช่ไหม ?...นายทุนพวกนั้นหากตำรวจทหารเอาจริง...จับมาขึ้นศาล...พิพากษาประหารชีวิต...ปัญหาจะแก้ได้ จริงไหม ?

มีการทำแท้งแบบผิดกฎหมายมายาวนานจนมีจำนวนศพเป็นพันศพ...เราก็ฟังแล้วไม่ค่อยเดือร้อนอะไรมาก...ใช่ไหม ?

มีการจับยาบ้า ยาไอซ์ ที่โน่นที่นี่...เราก็รับรู้ด้วยความชาชินไม่ตื่นเต้นอะไร...(ที่จับได้บ่อยจนเป็นข่าวอยู่เป็นระยะเพราะอเมริกันเขากดดันให้ทำ...ให้ทุนให้ข่าวด้วย...เพราะเขาคือปลายทางเขาจึงเดือดร้อน...)

เรามีแต่คนอยากเข้าไปบริหารบ้านเมือง...แต่ต่อให้อยู่นานแค่ไหน อยู่กัน 6-7 ปี...มันก็ไม่เห็นทำอะไรได้...แต่อยากเป็นกันเหลือเกิน รัฐบาลนี่...

ความกล้าไม่มี...
ทำงานห่วงแต่ภาพพจน์...
คิดแต่เรื่องผลประโยชน์...

ทีนี้"น้ำ" มันไม่มีชีวิต...มันไม่ต้องปรุงแต่งการกระทำ...พอมันรวมตัวกันได้มาก...มันก็ไหลลงที่ต่ำกว่า...ตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ...การจะจัดการกับมันได้ก็ต้องมีความรู้เรื่องกฎเกณฑ์ของมันตามธรรมชาติ...

พอหน้าร้อน ก็ขาดน้ำ จนดินแตก
พอหน้าฝน ก็น้ำท่วม จนไม่มีที่จะอยู่
เกิดขึ้นซ้ำซากมากี่รัฐบาลแล้ว...ไม่เห็นจะมีการคิดใหม่ทำใหม่อะไรเลย....เรื่องพื้นฐานที่เกิดซ้ำซากแท้ๆ...

เพราะว่าที่จริงแล้ว...การดูแลบ้านเมืองโดยมองผลได้ระยะยาว...มันไม่ตอบโจทย์การเข้าสู่อำนาจเพื่อการสมประโยชน์ระยะสั้นได้เลย....

เราไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีที่รู้รอบเรื่องการจัดการน้ำ..ดิน..และสามารถวางยุทธศาสตร์ระยะยาวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้เลย...

มาร์ค ก็ไม่ใช่
แม้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ! เพราะ shin corp ไม่เคยมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับเรื่องพวกนี้...ฝันไปเหอะ !

อ่านผมบ่นหน่อยนะครับ



โดย: สดายุ IP: 183.89.181.37 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:50:38 น.  

 
คุณครูมะปรางเพื่อนผู้แสนดี

ครับ...คุณครูคงได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติอยู่ทุกวันอย่างที่คนเมืองหลวงอาจมีโอกาสได้แค่ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง...

หากประชาสังคมโดยรอบผืนป่า...มีความทุ่มเท รัก หวงแหนผืนป่า เหมือนกับพวกที่ยอมมากินนอนแถวแยกราชประสงค์เป็นแรมเดือนเพราะรัก ศรัทธา ที่มีต่อ"บางสิ่ง"แล้วไซร้ คงไม่ต้องกลัวปืนนายทุนมากไปกว่าปืนทหารในสถานการณ์ฉุกเฉินนะครับ...และภาวะการณ์แห่ง"อภิสิทธิ์ชน"ที่มัก break the law อาจมาถึงจุดสิ้นสุดได้...

เรากลัวคนไม่กี่คน...แล้วคนจำนวนมากต้องมาเดือดร้อน...มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยนะครับ...

คงต้องเริ่มที่วัยเด็กที่สามารถปลูกฝังความคิดลงไป...เมื่อเขาเองได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม....ตรงนี้ความเป็นครูอาจช่วยได้มากครับ....

คุณครูคงเหนื่อยมากนะครับช่วงนี้...

ผมกับน้องใบเฟรินขอเอาใจช่วย...ให้งานที่ทำลุล่วงไปด้วยดี...มีความสุขกับเด็ก...ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ...ก็มีคุณค่าเต็มพร้อมในตนแล้วครับ

มีความสุขในทุกๆวันครับ






โดย: สดายุ IP: 183.89.181.37 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:06:28 น.  

 
แวะมาอ่านบทกวีที่เเสนไพเราะค่ะ

หาอ่านยากจริงๆค่ะ..^*^


โดย: เลิฟ IP: 125.24.8.250 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:27:18 น.  

 
พี่อาลีอาได้กรุณาส่งลิ้งค์ทางมาบล๊อกคุณสดายุให้ฉัตรค่ะ

"น้องฉัตรลองอ่านกลอนคุณสดายุสิคะ เธอเขียนกลอนเพราะมาก
บางทีเราอ่านของคนอื่นที่เพราะๆ
ทำให้มีเเรงบันดาลใจอยากจะเขียนของเราบ้าง"

เมื่อได้มาอ่านแล้วก็เห็นจริงตามที่พี่อาลีอาบอกมาค่ะ

O ในความมืดหม่นดำ..กลางน้ำหลาก
ฤๅ-แฝงฝากความสู่..ให้หมู่เขา-
ได้สำเหนียกสำนึก..รำลึกเอา-
ถึงรากเหง้าเงื่อนเหตุแห่งเภทภัย ?

O ขวาน..เลื่อย..แทรกคมฉับ, ลำดับนั้น-
โค่นชีวันทุกดวง..หล่นร่วงให้-
คมขวานเฉือนเชือดทั่ว..ถึงหัวใจ
เลือดเนื้อไหลหลั่งจมกลางหล่มน้ำ

โดยเฉพาะสองบทนี้...อ่านแล้วรู้สึกลึกลงไปถึงหัวใจของคนที่ประสบอุทกภัยเลยนะคะ

รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะทำให้ประชาชนได้ปลอดภัยอย่างจริงจัง ระบบที่ล่าช้า และไร้ประสิทธิภาพทำให้ความมั่นใจเป็นศูนย์
การทำงานทุกสิ่งอย่าง ถ้าขาดความจริงใจและจริงจังแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ไม่เคยมีการทำงานนั้น

ว่าจะเข้ามาชมกลอน แต่กลับเข้ามาบ่นไปซะนี่ แหะๆ
ขออภัยด้วยค่ะ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:05:13 น.  

 
คุณสดายุ..


จริงไหม ?
ใช่ไหม ?
มีคำตอบอยู่แล้วในตัวเองนะคะ

เราเห็นปัญหาและการแก้ปัญหาเหล่านั้นเท่าๆกับอายุของเรา
เหมือนกับโครงการอื่นๆที่ผุดขึ้นมากมายเพื่อจุดประกาย รณรงค์กันมาทุกเรื่องที่กล่าวถึง แต่ก็ไปกันได้ไม่ถึงไหน โครงการที่ควรเป็นโครงการระยะยาวกลับถูกทิ้งปล่อยค้างเติ่ง

ให้สายน้ำเป็นวิถีชนค่ะ
ผืนป่าก็น่าจะเป็นระบบศิลธรรม-วัฒนธรรม วินัยของคนในชาติ
เถื่อนทอทั้งหลายอย่างขวานเลื่อยก็คือตัวโลภในลาภยศและวัตถุธรรมอย่างนี้มั้ยคะ มันล้มละลายหมดแล้ว!!


ไปลอยกระทงกันนะคะ สืบสานประเพณี...
(แม้แต่วัสดุทำกระทงก็ยังเถียงกันไม่รู้จบเลย..เน่ามาก..)



โดย: Peakroong วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:13:09 น.  

 
คุณสดายุ...เพื่อนที่แสนดี

คุณพูดถูกแล้วคะ..ครูมีหน้าที่ปลูกฝังและอบรมสั่งสอนให้เยาวชน
ตัวน้อยๆของชาติให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม...

เพราะพวกเขาจะเป็นพื้นฐานของสังคมในวันข้างหน้า..จำเป็นที่จะต้องสั่งสอน..อบรม..ปั้นแต่ง..ฝึกฝน..กล่อมเกลาทุกวิธี

ที่จะต้องให้เขามีภูมิป้องกันจากสิ่งเลวร้าย ไม่ให้เข้ามากล้ำกราย..อย่างเต็มความสามารถของครูที่จะพึงกระทำได้..

สำหรับปรางเองชีวิตที่เหลืออยู่นี้ก็ทุ่มเทเพื่อสรรค์สร้างอนาคตของชาติให้อยู่ในกรอบของความเป็นคนเก่งและดีอย่างที่สุด

ภูมิใจที่เห็นเขาค่อยๆเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม

ธรรมชาติข้างกายของพวกเขามี..ยอดดอย..ปุยหมอก..ต้นไม้..ลำน้ำ..แม้กระทั่งยอดหญ้า..เขามองเห็นเป็นเพื่อนที่มีคุณค่าไม่อาจแยกจากชีวิตเขาได้

เขาจึงหวงแหนแม้เพียงใบไม้ที่ร่วงหล่นเพียงหนึ่งใบ...
พวกเขาจึงมีความสุขกับการแอบอิงซึ่งกันและกันเช่นนี้คะ

โอกาสที่จะทำลายธรรมชาติจึงไม่เคยอยู่ในความรู้สึกของพวกเขาเลย..แม้แต่จะคิด

ช่างเป็นความโชคดีของปรางที่ได้มีโอกาสอันอบอุ่นอยู่กับอ้อมกอดของธรรมชาติอย่างเป็นสุขที่สุดคะ..เพื่อนรัก

ขอให้น้องใบเฟิร์น..มีความสุขกับชีวิตในต่างแดนคะ

มีความสุขรื่นรมย์ใจในวันพระจันทร์เต็มดวงนะคะ



โดย: มะปราง IP: 182.232.231.218 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:37:58 น.  

 
เลิฟ....
อ้าว...ทำไมมาชมกันซะเองแบบนี้...
มาบล็อคนี้กะเดี๋ยวก็ไปคุยกะพวกลิงขนแดงไม่ได้หรอก...
เป็นตัวของตัวเองมากแบบนี้อีกหน่อยเขาไม่ชวนไปประท้วงด้วยไม่รู้นา.... 555.....เขาชอบพวก”เชื่อ-เชื่อง”กันไม่รู้เหรอ
หมดฝนแล้วกิจการธุรกิจธุรกรรมการงาน...เป็นอย่างไรบ้าง....ขอให้ร่ำรวยๆ....




ณ ปลายฉัตร....
สวัสดีครับ...ขอต้อนรับที่แวะมาพูดคุยทักทายครับ....
ที่จริงผมเห็นด้วยกับคำพูดของ อาลีอา นะ....แต่ก่อนผมเองก็เที่ยวอ่านงานของระดับยอดฝีมือบ่อยๆ...โดยเฉพาะ”หมี่เป็ด” คุณมนตรี ศรียงค์ ที่ได้ซีไรต์เมื่อปีที่แล้ว...ผมว่าเขาเขียนงานได้ดีกว่าที่ได้ซีไรต์แทบทุกคน (เอาเฉพาะบทกวีนะ)
อาจเป็นเรื่องของการ”ถูกกับจริต”ของเราเองด้วย...งานของกวีซีไรต์ที่ผมชอบมี...

คมทวน คันธนู
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
จิรนันท์ พิตรปรีชา
มนตรี ศรียงค์

ที่ไม่ชอบเลยก็ของ....

ไพวรินทร์ ขาวงาม

ดังนั้น...บทกลอนที่คนหนึ่งชอบ...อีกคนไม่แน่ว่าจะต้องชอบตามไปด้วย
หากชอบเขียนบทร้อยกรอง...ผมมีความเห็นว่า...หนังสือ “วรรณวิเคราะห์ – ตำนานฉันทลักษณ์ กับ หลักการใหม่” ใช้เป็นหนังสือสำหรับศึกษาอ้างอิงได้ดี...เพราะ คมทวน เป็นคนรู้จริงในเรื่องร้อยกรอง...ครบเครื่อง ไม่ว่า กลอน โคลง ฉันท์...ซึ่งสำหรับผมแล้ว...จะเรียก “กวี” ได้ ก็ต้องเป็นมวยครบเครื่อง...หากเขียนเป็นแต่กลอน กาพย์ง่ายๆ...ก็เป็นได้เพียงนักกลอนเท่านั้น

๐ วรรณกรรม ๐

สัทธราฉันท์ ๒๑…..

๐ งามนัก…อักษรสะท้อนคิด
ขจิตะนยะประดิษฐ์
แต่งแสดงสิท-
ธิเสรี

๐ งามนัก…ถักร้อยละถ้อยที
ศักยะวุฒิวิถี
ทำนุคำธี-
ระสร้างสรรค์

๐ งามกลอน…อ้อนศัพทะรับกัน
ศิลปะรสะประพันธ์
เปรมเขษมฉัน-
ทะท่วมใจ

๐ งามโคลง…โยงเหตุเสาะเลศนัย
สุขุมะพิเคราะหะไข-
ถ้อยและรอยไท
เสาะใส่หู

๐ งามกาพย์…ซาบซึ้งประหนึ่งภู-
ษิตะปะวตะพะพรู
พลิ้วละลิ่วรู้
ฤดูลม

๐ งามฉันท์…นั้นดุจวิพุธพรหม
ขจิตะคติภิรมย์
เหนี่ยวและเกลียวกลม
บรมกานท์

๐ โดยคำ…โดยคิดพิจิตรจาร
วิทยะคุรุอุฬาร
ทำนุสำราญ
ลุกาลแล


ยินดีที่แวะมาครับ







คุณปีกรุ้ง...
ครับ...ในระดับปัจเจกชน..ช่างพูดช่างเจรจาแต่ล้วนดีๆกันทั้งนั้น
พอระดับมหาชน...มันขาดเจ้าภาพไปในทุกเรื่อง...

กระทงชาติไทย...คงต้องลอยตามยถากรรมตามกระแสน้ำ...ขณะที่กระทงชาติอื่น
เขามีการจัดการที่ดี...ไม่รอแรงน้ำอย่างเดียว...เพราะคนในกระทงช่วยกันจ้ำช่วยกันพาย
ก็ไปไกลลิบแล้ว

อ้อ...ของเรานอกจากไม่ช่วยพายแล้ว...ยังเอาเท้าราน้ำด้วย !
ผมเพิ่งเห็นตำตาเมื่อ 3-4 วันนี้เอง ที่แยกราชประสงค์..!


โดย: สดายุ... วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:52:47 น.  

 
คุณครูมะปรางเพื่อนที่แสนดี....

ครับ...ผมมีความยินดีที่คุณครูได้ทำในสิ่งที่รัก...อันคนจำนวนมากไม่มีโอกาส...การได้ทำในสิ่งที่รักอย่างเป็นสาระของชีวิตนั้นนอกจากจะมีคุณค่าให้คนยกย่องแล้วยังมีความสุขไปในทุกๆบริบทของตนเอง...จึงว่าคุณครูเป็นคนโชคดี

ปัญหาสังคมมันมีหลากหลายมิติ...เราแก้มิตินี้...มันก็ไปโผล่ในมิติอื่น...อย่างไม่ยอมหยุด...

พอรับรู้ปัญหา "การยุติการตั้งครรภ์" ของเด็กสาวในวัยเรียนจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก...ก็มองเห็นมิติที่เคยพูดจามานานว่า...สังคมไทยชอบซุกขยะไว้ใต้พรม...

แม้ไม่สามารถปฏิเสธการมีอยู่ของปัญหาได้...แต่ก็ไม่สามารถยอมรับให้มันมีอยู่โดยถูกต้องตามกฎหมายได้ !

เด็กในวัยเรียนระดับชั้นมัธยม...เขาควรได้เรียนรู้...เข้าใจ...และสามารถจัดการเกี่ยวกับ"กายวิภาค"ของเขาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้แล้ว...ใช่ไหมครับ

ปัญหาที่โด่งดังคับโลกตอนนี้...เกิดจากความ"ไร้เดียงสา"แล้วปล่อยให้"สัญชาติญาณ"นำทางเท่านั้นเอง...ไม่มีอย่างอื่น...

การให้เขา"รับรู้..เรียนรู้"...ผมเชื่อว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องพวกนั้นได้เป็นอย่างดี...

มีเรื่องบ่นให้เพื่อนฟังอีกแล้ว....

มีความสุขกับบุคคลรอบตัวครับ



โดย: สดายุ... วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:08:52 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณสดายุ

ขอบคุณสำหรับการต้อนรับค่ะ ทำให้กล้าที่จะเข้ามาเยี่ยมอีกครั้ง
สำหรับนักกวีเก่งๆ ที่คุณสดายุกล่าวถึงนั้น ฉัตรเคยผ่านสายตาบ้างก็มีสามท่านนี้ค่ะ

คุณคมทวน คันธนู
คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
คุณจิรนันท์ พิตรปรีชา

คุณคมทวน คันธนู อาจเพราะรู้จาก "นายขนมต้ม" ส่วนบทกวีเคยอ่านแต่นานมากแล้ว จึงซึมซับผลงานของท่านไว้ได้อย่างลางเลือน แต่ที่จำได้สนิทใจก็คือชื่อนามปากกาของท่านค่ะฉัตรชอบนามปากกานี้มากเลย "คมทวน คันธนู"

คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ท่านอาวุโสและเก่งมากๆ ไม่ว่างานไหนของท่านก็สุดยอดจริงๆ ค่ะ

ส่วนคุณจิรนันท์ พิตรปรีชา ฉัตรชอบทุกอย่างเลย ทั้งงานเขียนเรื่องสั้น บทกลอน บทกวี และงานบรรยายไทยภาพยนต์ เป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่ง ทังกล้า ทั้งน่านับถือด้วยประการทั้งปวง
(เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ)

คืนนี้ขอให้นอนหลับฝันดี กับวันดีๆ "ลอยกระทง" ค่ะ



โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:24:17 น.  

 
คุณสดายุ..เพื่อนรัก

ปรางรู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่ได้ยินข่าวการทำแท้ง! วัยรุ่นในปัจจุบันไม่น้อยเลยที่ชอบสนุกต่อการเรียนรู้ทางเพศ

แต่ขาดความเข้าใจและไม่รู้จักการป้องกันให้เกิดความปลอดภัยกับตัวเอง มันเหมือนกับความไร้เดียงสาที่หาทางออกไม่ได้

ก็เลยต้องพึ่งพาในสิ่งที่คิดว่าจะแก้ปัญหาให้กับตัวเองได้โดยรู้เท่าไม่ถึงการ จนปัจจุบันต้องถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติก็ว่าได้

คุณลองคิดดูสิคะเพื่อนรัก ปัญหาแบบนี้ประเทศไทยใครเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบจริงๆ..เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่มีเรื่องอาชญากรทารกโด่งดังไปทั่วโลก จะโทษใครดีคะ?

ทุกวันนี้เวลาปรางสอนเด็กไม่ว่าจะเป็นประถมหรืออุดมศึกษา
ก็จะพยายามสอดแทรกในเรื่องของเพศศึกษาอย่างน้อยๆ

ในเรื่องของการป้องกันให้ตัวเองปลอดภัยไว้ก่อน..เราห้ามไม่ให้เขามีเพศสัมพันธ์ไม่ได้..แต่เราสอนให้เขารู้จักป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยได้

เป็นสิ่งจำเป็นมาก..สังคมไทยเรายังยอมรับไม่ค่อยได้ในเรื่องการสอนให้เด็กรู้เรื่อง sex โดยมองว่าเป็นสิ่งที่น่าละอาย

แต่อาจลืมคิดไปว่าเราปกปิดทับความต้องการทางกายภาพไม่ได้ก็ควรจะสอนในสิ่งที่ถูกต้องให้เขาเลย

เมื่อเขารู้และเข้าใจปัญหามันจะได้ไม่เกิดหรือเกิดน้อยลงแต่ผู้บริหารกลับมองว่าปรางสอนเหมือนต้องการยั่วยุให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

แล้วคุณคิดว่าปรางทำถูกหรือผิดคะบางครั้งก็เลยยังงงๆอยู่เหมือนกัน..แต่ปรางก็ไม่เคยเชื่อใครนอกจากตัวเองคะ?

วันนี้รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะพล่ามมากไปหน่อยนะ..พอดีคืนนี้ว่างขนเด็กบนดอยลงมาลอยกระทงที่ลำห้วยเต็มรถกระบะ

แต่ตอนนี้เด็กๆปรางหน้าตามอมแมมไปด้วยขี้โคลนเพราะรถติดหล่มพวกเขาสิบกว่าชีวิตต้องลงมาช่วยกันดันรถ..กว่าจะขึ้นจากหล่มได้ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่!

เพราะล้อมันฟรีปัดโคลนกระเด็นใส่หน้าตาเนื้อตัวกระมอมกระแมมกันไปทุกคน

เป็นความงามจากธรรมชาติที่เลนส์ในใจบันทึกภาพเก็บไว้ด้วยความประทับใจเรียบร้อยแล้วคะ..เพื่อนรัก

มีความสุขกับที่นอนอันอบอุ่น..ในค่ำคืนที่งดงามนะคะ



โดย: มะปราง IP: 182.232.80.11 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:40:32 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสดายุ..
เลิฟไม่กลัวใครว่าหรอกค่ะ เพราะพูดเรื่องจริง
ไม่มีใครมาเป็นเจ้าชีวิตเรา
ที่จะมาห้ามให้เราทำหรือไม่ทำอะไรได้ตามใจเขา

เลิฟคุยได้กับทุกคนทุกสี ถ้าจะคุยเรื่องการเมือง
ก็จะเลือกคุยเฉพาะกับบางคน ที่เขาเปิดกว้าง
ไม่มีจิตใจคับเเคบในเรื่องการเมืองค่ะ

กับคนที่พอเห็นคนละสีก็มองว่าเขาเป็นศัตรู เลิฟก็จะละไว้
ไม่คุยเรื่องการเมืองค่ะ

กิจการก็เรื่อยๆปกติค่ะ ขอบคุณที่ถามถึงนะคะ
อิอิ...


โดย: อาลีอา วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:29:59 น.  

 
คุณ ณ ฉัตร

ครับ...จีรนันท์ พิตรปรีชา มีความโดดเด่นทางด้านงานร้อยกรองตั้งแต่ยังเรียนมัธยมอยู่ที่ตรังแล้ว...อุดมคติทางด้านการเมืองก็เริ่มตั้งไข่ตั้งแต่วัยนั้น...ซึ่งเป็นเรื่องสมเหตุสมผลตามวัฏจักรของกระบวนการสังเคราะห์เรื่องราวรอบตัว...ที่ไม่ควรมาเกิดเอาตอนอายุ 30-40 เหมือนคนบางส่วนในยุคนี้

ผมยังจำได้ติดตากับบทนี้...ที่อ่านมาตั้งแต่ที่เขียนออกมาใหม่ๆ

.....สตรีมีสองมือ
มั่นยึดถือในแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงาน
มิใช่ร่านหลงแพรพรรณ

บทนี้เขียนไว้เมื่อ 2516 ตอนที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาเริ่มตื่นตัวและมีปฏิกิริยาต่อระบอบการปกครองสังคมยุคนั้น...สมัยนั้นเด็กประถม 4 ในชนบทบางคนเขาสนใจฟังการประชุมสภาผู้แทนกันแล้วครับ....

สองสามีภรรยาคู่นี้(เสกสรรค์..จิรนันท์) ยังคงเป็นคนตุลาที่ยังน่าเชื่อถือไม่เปลี่ยนแปลงสำหรับผม






คุณครูเพื่อนผู้น่ารักสำหรับเด็กตัวน้อย

อ่านที่เล่ามาก็เห็นภาพได้ดีทีเดียว...ถนนลูกรังที่เมื่อฝนตกจะกลายเป็นหล่มโคลนและล้อรถที่หมุนเร็วเกินไปจะเกิดการ slip และหมุนฟรีไม่สามารถเคลื่อนตัวรถได้....ในพื้นที่แบบนั้นรถขับเคลื่อน 4 ล้อจึงอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสม

เรื่องเพศศึกษาในวัยเรียนนั้นผมเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่ผู้ใหญ่ต้องให้การศึกษาแก่เด็กครับ...จะเห็นได้ว่าสังคมฝรั่งที่เรามักมองกันว่า เสรีเหลือเกินในเรื่องเหล่านี้...กลับไม่เคยมีข่าวการทำแท้งขนาดมโหฬารแบบสังคมไทยมาก่อนเลย

ทางด้านระบบศีลธรรมของสังคมไทย มันล้มเหลวและไม่อาจตั้งมั่นในจิตใจเด็กๆได้แล้วครับ...เพราะองค์กรศาสนาของเราเข้าไม่ถึงจิตใจผู้คน...เพราะเรามีแต่พระที่มี "pattern" ที่ดูคร่ำครึ ล้าหลัง สำหรับเด็กวัยรุ่น...สื่อกันไม่ถึง...จูนกันไม่ติด...เด็กจึงไม่สนใจจะฟังจะติดตาม...

พ่อแม่ผู้ปกครองเองก็มีความอ่อนแอทางองค์ความรู้ ไม่สามารถจะสอน แนะนำ สิ่งใดๆได้...เพราะขาดการเรียนรู้เช่นเดียวกับลูกๆ... จึงเหมือนดำเนินชีวิตไปตามครรลองของสัญชาติญาณของการเป็นสิ่งมีชีวิตไปวันๆ....

ลูกศิษย์ตัวน้อยคงสนุกกันใหญ่ใช่ไหมครับ กับคืนลอยกระทง...

ขอให้คุณครูมีความสุขกับงานครับ






โดย: สดายุ... วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:34:00 น.  

 
เลิฟ....

ดีแล้วที่มีจริตแบบนั้น...

ตอนนี้คนจำนวนมากเลือกที่จะฟังจะอ่านเฉพาะที่ตนเองเชื่อ...ตนเองชอบ...จึงเหมือนถูกปิดกั้นทางความคิด...อีกทั้งมีลักษณะพวกพ้องสูง...ไม่พิจารณาเรื่องราวตามที่เป็นจริง...มีอคติสูงทำให้มองทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับที่ตัวเองเชื่อกลายเป็นเรื่องที่ถูกสร้างเสริมแต่งทำไปทั้งสิ้น

อาการหวาดระแวงทางความคิดความเห็น...กำลังระบาดไปทั้งสังคมไทย...เพราะคิดเองไม่ได้จึงต้องวางจิตใจลงบนความเชื่อถือต่อผู้อื่น หรือลังเลสงสัยไปในทุกเรื่อง..สับสนในความถูกผิด

แม้แต่ความผิด...หากกระทำขึ้นโดยพวกพ้องตนหรือคนที่ตนรักตนชอบ...ก็สามารถคิดเข้าข้างได้ว่า"ไม่เห็นเสียหายอะไร"...เหมือนการเผาเมืองที่ยังไม่เคยได้ยินเสื้อสักสีออกมาเรียกร้องให้หาคนผิดมาลงโทษ...

ได้ยินแต่เรื่อง 90 ศพนั่นซ้ำซากไม่จบไม่สิ้น.....จริงไหม ?

มาบล็อคนี้ก็ต้องคุยเรื่องแบบนี้แหละ...555


โดย: สดายุ... วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:48:50 น.  

 
สวัสดีคะคุณสดายุ...

พวกเราห่างหายไปนานเพราะงอนที่คุณชอบลบคอมเม้นท์ของพวก
เรา...คุณลบอีกคน..ของพวกเราก็เหมือนถูกลบไปด้วย

เพราะมันมีอยู่เครื่องเดียวคะ..เข้ามาวันนี้ไม่รู้จะถูกลบอีกหรือ

เปล่า..วันนี้ไม่เข้าไม่ได้เพราะรู้สึกประทับใจคุณครูมะปรางมาก

อ่านมาหลายเที่ยวแล้วคะ พวกเราคณะสาวซิ่งขอสนับสนุนครูดีมีอุดมการณ์ด้วยใจจริง พวกเรานับถือในน้ำใจที่คุณครูได้เป็นผู้ให้

กับเด็กอย่างแท้จริง พวกเราอยากจะช่วยคุณครูและเด็กๆ คุณครูและเด็กๆต้องการอะไร ขอให้บอกมา พวกเราจะจัดการสรรหา

พร้อมจะนำไปให้ถึงที่เลยคะ สำนักงานเราถึงจะจนแต่รวยน้ำใจคะ
ขออนุญาตพื้นที่ตรงนี้ของคุณสดายุเป็นเวทีสื่อกลางที่เราจะติดต่อกันได้ในช่วงแรกก่อนนะคะ อย่าลบเม้นท์นะคะ

ขอบคุณคะ


โดย: คณะสาวซิ่ง IP: 61.19.86.130 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:14:41 น.  

 
คณะสาวซิ่ง....

คุณจะเขียนอะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่อง"ส่วนตัวของผม"...ก็จะไม่ถูกลบ....

เพราะผมมันคนประเภท..."ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ"...ครับ

รู้สึกยินดีที่คณะสาวซิ่งมีความคิดเอื้อเฟื้อผู้ที่ด้อยโอกาสกว่าในสังคม...ครับครูดีเราก็ควรยกย่องช่วยเหลือเท่าที่จะสามารถทำได้ตามกำลังที่มี

พูดคุยตามสบายครับ


โดย: สดายุ IP: 183.89.53.64 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:56:25 น.  

 

สวัสดีคะท่านจขบ.คะ

"ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ"

ช่างเป็นความชัดเจนโดยที่ไม่ต้องไปขยายความเลยนะคะ
เพราะเคยเห็นบางคนที่ไปแตะเข้าก็เป็นอันตธานหายไป
จากบล็อกนี้แบบชนิดไม่เหลือซากเลย

คุณรู้ไหมมันสร้างความเจ็บปวดนะ..เพราะพวกเราโดนมาหลายครั้ง
แต่ไม่รู้เป็นไงพอหายโกรธก็อยากจะเข้ามาอีก...

ต้องยอมรับว่าคุณเป็นคนเก่งที่มีเสน่ห์หวานนุ่ม มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก..จนไม่แคร์ใครเลย..นอกจากคนที่คุณใส่ใจ

แต่ถ้าคุณจะลดความก้าวร้าวและมองคนอย่างเป็นกลางๆเข้าใจในความแตกต่างระหว่างบุคคลว่าไม่เหมือนกัน..คุณก็จะเป็นยอดคนเลยทีเดียวคะ...พวกเราเชื่อเช่นนั้น

พวกเราอยากจะขออนุญาตเป็นเพื่อนบ้าง..ไม่รู้จะได้หรือเปล่าคะ?


โดย: คณะสาวซิ่ง IP: 61.19.86.130 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:43:10 น.  

 
สวัสดีคะ...เพื่อนรัก

วันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีสำหรับปรางคะ..เมื่อเช้าชาวบ้านที่ปรางจะย้ายไปเป็นผู้บริหารประมาณ 20 คน มาแจ้งความจำนงจะขอตัวปรางไปเป็นผอ.ก่อนกำหนด..

ปรางอธิบายให้ฟังว่าระบบข้าราชการ..ถึงแม้ว่าคนเก่าจะเกษียณไปแล้ว..แต่ทางราชการจะต้องมีการดำเนินการตามลำดับขั้นตอนเป็นระบบของเขา..

ที่ปรางยินดีเพราะว่าชาวบ้านที่นั่นจะเห็นคุณค่าและเฝ้ารอคอยการไปช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาให้ลูกหลานของเขาคะ..

มียายคนหนึ่งอายุ 87 ปีเดินมาจับมือปรางด้วยความรักใคร่เอ็นดูแล้วบอกว่า "ก่อนอุ้ยตายขอให้เห็นครูดีๆแบบนี้มาช่วยหมู่บ้านอุ้ยด้วยเถอะ แม่คุณเป็นทั้งหมอ ทั้งครู"(ปรางเคยไปช่วยทำคลอดให้กับแม่เด็กน.รที่ห้องคะ)

เขาบอกว่าช่วงรอปรางเขาเตรียมซ้อมต้อนรับ..ด้วยการจัดการแสดงของกลุ่มชาวเขาเผ่าต่างๆเช่น ปาดอง มูเซอ อีก้อ อาข่า

ปรางอยากให้น้องใบเฟิร์นได้มาเห็นในช่วงที่ชาวเขา เขาต้อนรับปราง..น้องจะได้มาเห็นวัฒนธรรมของท้องถิ่นชาวเขาที่คนเมืองจะไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นกันเท่าไรนัก....

เด็กชาวเขาเผ่าต่างๆมาร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน
คิดว่าน้องใบเฟิร์นคงชอบคะ ถ้ามาในช่วงนี้ได้ก็จะดีคะ

ฝากบอกน้องใบเฟิร์นให้ด้วยนะคะ

มีความสุขกับ..ใจที่มั่นคงและดำรงชีวิตด้วยความไม่หวั่นไหวนะคะ..เพื่อนรัก


คณะสาวซิ่ง..

"อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัย สู่แดนดิน"

ไม่มีคำพูดใดๆที่ซึ้งใจเท่ากับกลอนข้างบนนี้คะ!

ขอความสุขในการคิด..ที่จะเป็นผู้ให้..มีความร่มรื่นชื่นใจ..ในกุศลจิตทุกคืนวันนะคะ

ขอบคุณแทนเด็กๆด้วยคะ









โดย: มะปราง IP: 182.232.219.43 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:29:59 น.  

 
สวัสดีคะพี่มะปราง...

น้องขอขอบคุณในไมตรีจิต..ที่พี่มีใจระลึกถึงน้องเสมอนะคะ
น้องได้ติดตามอ่านเรื่องราวของพี่
ด้วยความสนใจมาโดยตลอด....

จนทำให้น้องสัมผัสได้ถึงความจริงใจ
ที่พี่อุทิศตนเองให้กับ...เด็กน้อยด้อยโอกาสและสังคมในถิ่นทุรกันดาร
ด้วยความรักความอดทน..จนน่ายกย่องและสรรเสริญเป็นยิ่งนักคะ

น้องและพี่กายคุยกันไว้แล้ว....ว่าจะไปเยี่ยมเยียนพี่และเด็กๆที่นั่น
กำลังหาเวลาที่เหมาะสมอยู่..คิดว่าคงไม่นานเกินรอคะ

ขอพรจากพระรัตนตรัย..โปรดช่วยคุ้มครองให้พี่คลาดแคล้วจากภยันอันตรายใดๆ พบแต่ความสุขเกษมศานต์ตลอดกาลนะคะ


โดย: ใบเฟริน IP: 125.26.53.252 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:38:33 น.  

 

สวัสดีท่านจขบ.คะ

Oจนวันนี้ลอยคอ..มารอช่วย-
ให้มือฉวยฉุดรอด..ช่วยสอดส่อง
ฝนขาดเม็ด..ชอกช้ำ-เร่งทำนอง
พร้อมคลื่นน้ำเร่งฟอง..แซ่ซ้องรับO

พวกเราก็เป็นผู้ที่ได้ร่วมชะตากรรม..ลอยคอมารอรับถุงยังชีพ
กับเขาเหมือนกัน.แต่ไม่รู้หน่วยงานไหนสอดไส้ของหมดอายุ
มาช่วย(ซ้ำ)เราให้น้ำตาตกไปกว่าเดิม
เฮ้อ!!! นี่แหละน่า..ประเทศไทย..อยากจะใส่เสื้อสีแดงก็ไม่กล้า
กลัวจขบ.จะรังเกียจ
จะใส่สีเหลืองก็กลัวจะต้องไปช่วยเขาปิดสนามบินรอบสอง
เอาเป็นว่าใส่..สีกา..พระคุณท่านจะได้เมตตาดีที่สุดใช่ไหมคะ?ท่านจขบ.555+


คุณครูมะปรางคะ..

วาจา..มารยาท..สมกับเป็นคุณครูที่น่าศรัทธา
พวกเราเคารพในความดีของคุณครูคะ
หากต้องการน้ำใจไมตรีจากพวกเราขอให้บอกกล่าว
ได้เลยนะคะ..จะยกหัวใจช่วยสุดชีวิตเลยคะ แหะ แหะ..

น้องใบเฟิร์นคะ

หากพี่อยากจะคุยกับน้องบ้างจะรังเกียจพวกพี่ไหมคะ?
ด้วยความอยากจะรู้จักอย่างจริงใจคะ
อย่าถือสาพวกพี่นะคะเพราะพวกพี่ชอบสนุกสนานคะ ฮ่าฮ่าฮ่า






โดย: คณะสาวซิ่ง IP: 61.19.86.130 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:57:11 น.  

 
คณะสาวซิ่ง....

เป็นเพื่อนน่ะได้...ไม่มีปัญหา...

คนที่เขาหายไปจากบล็อคนี้เพราะเขาไม่ได้ชอบอ่านกลอนนารีปราโมชไงครับ...

เข้าใจว่าคงอยากอ่านกลอนที่มีสาระมากมาย...อุดมการณ์ท่วมหูท่วมหัว...ประมาณพออ่านเสร็จ ถึงกับอยากออกไปช่วยกันเผาตึกนายทุนให้ราบภายในพริบตา....เลยทนอ่านต่อไม่ไหว 555

แล้วบ้างก็ชอบมาพูดจา"ดัดจริต"สำแดงคุณธรรมที่ไม่มีในตนให้อ่าน...แบบนี้เป็นเรื่องน่ารำคาญมากสำหรับผม...โดยเฉพาะที่ยังเรียนไม่ทันจบมหาลัย...อุแม่เจ้า !

อาจเป็นเพราะผมมักมองคนได้เท่าทันถึงความเป็นคนที่มักชอบใช้โวหารภาพพจน์เป็น default ของการแสดงออก...จึงค่อนข้างรับไม่ได้...ไม่ใช่ไม่ยอมรับความแตกต่าง...พวกคุณต้องอ่านให้ออกว่ามันต่างกันอยู่ระหว่างสิ่งที่ผมเป็น....และสิ่งที่คุณมองเห็นว่าผมเป็น...

ส่วนบทที่ยกมานั้น

....จนวันนี้ลอยคอ..มารอช่วย-
ให้มือฉวยฉุดรอด..ช่วยสอดส่อง
ฝนขาดเม็ด..ชอกช้ำ-เร่งทำนอง
พร้อมคลื่นน้ำเร่งฟอง..แซ่ซ้องรับ....

ผมคิดว่าครั้งหนึ่งในจำนวนที่ลอยคอมารอช่วยนั้น...เคยมาร่วมกินนอนที่แยกราชประสงค์...บางlส่วนอาจเคยมาร่วมเผาช่อง 3 ..เวลานายอภิสิทธิ์ไปไหนก็ไปตามโห่ขับไล่...และรอฟังการโฟนอินของนักโทษชายอย่างหลงใหลได้ปลื้ม...

แต่ช่วงน้ำท่วมมันทำให้เห็นความจริงไงครับ...ว่าใครช่วย...ใครเฉย...เพราะการช่วยคนที่ถูกน้ำท่วมมันไม่ช่วยให้ได้อำนาจรัฐ !
ช่วยไปก็สูญเงินเปล่า....

จึงเป็นที่มาของบทนี้...

ทีนี้หากไม่แน่ใจว่าอย่างไรคือ โวหารภาพพจน์...ก็จะอธิบายเพิ่มเติมว่า...ตอนนักโทษชายโฟนอินเข้ามา..คำพูดเหล่านั้นส่วนใหญ่ คือโวหารภาพพจน์...คือพูดแล้วคนพูดดูดีมากๆเรยยย

ส่วนตอนน้ำท่วม...แล้วไม่มีโฟนอินหรือการร่วมใจกันออกไปช่วยเหลือคนน้ำท่วม (แบบ superman สรยุทธและช่อง 3) ของกลุ่มก้อนข้าทาสบริวารนักโทษนั้น เราเรียกว่าเป็นภาพที่แท้จริงของเจตนคติ

ผมรังเกียจสีอะไร...คงชัดเจนใช่ไหมครับ...


โดย: สดายุ... วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:20:44 น.  

 
คุณครูผู้เสียสละ....

อ้อ...เคยทำคลอดด้วยหรือครับนี่...
รู้สึกว่าจะทำงานเกินเงินเดือนไปมากนะครับ...อ่านๆแล้วนึกถึงงานของหน่วยงานแพทย์อาสา..รวมกับสำนักงานพัฒนาชนบทอะไรแบบนั้น...มากกว่าจะเป็นครูนะครับ...

เคยดูสารคดีที่ทำเกี่ยวกับชนเผ่าผู้อพยพหนีการสู้รบมาจากพม่า...มีผู้หญิงคนหนึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นปะกากะยอ หรือ พม่า แต่ทำงานเป็นหมอช่วยเหลือรักษาผู้อพยพอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งๆที่ค่าตอบแทนก็ไม่มี...จนได้รับรางวัล...เป็นบุคคลเสียสละในหลากหลายบทบาทที่น่ายกย่อง...คุณครูเคยไปอบรมการทำคลอดมาหรือครับ...

ทำงานอยู่แถวนั้นนานๆ..อีกหน่อยก็ลงสมัคร สส ได้แล้วครับ...ผมคิดว่าคุณครูคงเป็นที่รู้จักของผู้คนแถบนั้นที่เป็นชนเผ่านะครับ...

ผมมีความรู้สึกว่าครูจะอยู่ห่างไกลความศิวิไลซ์มาก...เสมือนมีการเนรเทศตัวเองไปให้ไกลจากวิถีชีวิตแบบเดิมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้..ยังไงยังงั้น

อย่าบอกว่าครูได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง"ครูบ้านนอก"นะครับ...ที่เด็กรุ่นหลังคงไม่รู้จัก..ไม่เคยได้ดู

พื้นที่แถวนั้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างไรบ้างครับ...มันห่างไกลชุมชนสักแค่ไหนครับ...

มีความสุขในวันที่ฝนขาดหายไปแล้วครับ...รถจะได้ไม่ติดหล่มโคลนอีก....


โดย: สดายุ... วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:45:47 น.  

 

พี่ๆคณะสาวซิ่งคะ...

น้องยินดีที่จะรู้จักกับพี่ๆคะ..

ขอมิตรไมตรีระหว่างเราจงดำเนินไป...

ด้วยความเป็นกัลยาณมิตรและมีจิตเป็นสุภาพชนนะคะ...ยิ้ม :)


โดย: ใบเฟริน IP: 125.26.57.100 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:49:21 น.  

 
สวัสดีคะเพื่อนรัก..

ปรางเป็นหมอด้วยความจำเป็นไม่ได้ร่ำเรียนอะไรมาหรอกคะ...เพียงแต่เด็กที่ห้องเขาให้ไปช่วยพ่อเขาทำคลอดแม่เขา...

พ่อเขาทำคลอดลูกมาแล้ว 4 คน..คนที่ปรางไปช่วยเป็นคนที่ 5 คะ
แล้วเด็กไม่ยอมเอาหัวลงก็เลยต้องช่วยกันแบบทุลักทุเล..กว่าจะคลอดออกมาได้แม่ก็เสียเลือดไปเยอะคะ

ปรางเหมือนเนรเทศตัวเองมาอยู่ดอยก็เพราะอกหัก..ปรางเคยมีความฝันว่าหลังจากไปเรียนต่อป.เอกที่ฟิลิปปินส์ 2 ปีกลับมาก็จะแต่งงานกับแฟนที่รักกันมาก..หลังจากคบหากันมาตั้งแต่ม.ปลาย

พอปรางกลับมาเขากลับมีลูกมีเมียแล้ว..ปรางเสียใจจนเจ็บป่วยเขาเองก็เสียใจเขาบอกว่ามันพลาดและแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะเขาพลาดมีลูก

เมื่อเขามีลูก..เขาก็รักลูกเขา..ปรางก็ได้แต่เก็บความช้ำอย่างแสนสาหัสหาที่พักพิงให้ไกลแสนไกลให้ธรรมชาติรักษาจนปัจจุบันปรางดีแล้วคะ...

และมีความสุขกับเด็กตัวน้อยๆของปราง..ไม่ได้มีแรงบันดาลใจมาจากหนังครูบ้านนอกหรอกคะ

ที่ปรางอยู่ไม่มีอันตรายอะไรหรอกคะ...โรงเรียนอยู่ห่างจากเมืองประมาณ 70 กว่าโลทางค่อนข้างซับซ้อนหน้าฝนดินคอยจะถล่ม

เอาไว้เพื่อนมาเที่ยวก็คงจะได้เห็นสภาพจริงๆของที่นี่คะ
ยังรอเพื่อนและน้องใบเฟิร์นเสมอ

ช่วงนี้ปรางจะออกไปเยี่ยมเด็กบ่อยๆ..เพราะใกล้จะไปอยู่โรงเรียนใหม่ต้นปีหน้าแล้วคะ

มีความสุขกาย..สุขใจในทุกๆวันนะคะ..เพื่อนรัก





โดย: มะปราง IP: 182.232.116.102 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:47:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.