Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
O เรา .. ทั้งสอง O









O ดังกลบเมือง .. วาทกรรมแห่งอำนาจ
สร้างบทบาทสอดรับความสับสน
หลักกฎหมายบีบเค้นความเป็นคน
ตีความจนทุกบท .. คือกฎกู !
O จากสามัญสำนึกทั้งลึก-ตื้น
แลก, หยิบยื่น, สมทบกันกลบหู
เหตุผลใช้แอบอ้าง .. จากข้างคู
คือตัวกูตั้งชาติ .. โอ่วาทกรรม
O มีความหมาย .. กำหนดเป็นบทบาท
มีอำนาจปูเทียบ .. ให้เหยียบย่ำ
มีศรัทธาโง่เขลา .. เร่งเร้า-นำ
ยก, ชู, ค้ำ งมงาย .. เร่ .. ขายกิน
O จากกอดเกี่ยวศรัทธะ .. คนละขั้ว
และดีชั่วยึดมั่น .. ต่างกันสิ้น
ภาพมองเห็น .. เสียงแผ่ว ที่แว่วยิน
กอปรทุกกลิ่น, จินตนา .. เป็นท่าที
O คือ-เราสองก้าวย่างถึงทางแยก
นั่นย่อมแปลกทั้งปวง .. ทุกช่วงที่-
ความรับรู้เรื่องราว .. คิด .. กล่าว .. มี
เผยผ่านลีลาบท .. ปรากฎ"ตน"
O เป็นตัวตน .. วนเวียนคอยเปลี่ยนภาค
ที่คอยพากย์เพราะคำ .. ซ้ำซ้ำหน
มีหลักการหกเลอะ .. เปื้อนเปรอะปน
กี่ครั้งหน .. ก็มีเหยื่อ .. คอยเชื่อใจ
O เรารับรู้ .. อยู่ในที่ .. ทางชีวิต
มองถูกผิดทั้งสิ้น .. ตัดสินให้
นายมีเรื่องต้องทำ .. ก็ทำไป
"อำนาจใหญ่"ในมือ .. ก็คือ-นาย
O เราคงต้องรอคอย .. กาลคล้อยเคลื่อน
ความดิบเถื่อนทุกหลืบ .. เริ่มสืบสาย
ตาเราจักคอยเพ่ง .. เหลือบเล็ง-ชาย
ก็มาดหมายคลายระวัง .. สักครั้งยาม
O ตาเราเห็นเหมือนปวง .. ข้อห่วงโซ่-
หลุด-ล่ามฝูงอดโซ .. ก่อนโผข้าม-
รั้วกั้น .. ก่อนแว่วร้อง .. กึกก้องยาม
คล้ายเสียงหยามเย้ยหยัน .. คนกันเอง
O เป็นคนเพียงนิยาม ความเป็นคน
หากทุกข์ทนเคี่ยวกรำ .. อยู่คร่ำเคร่ง
ขีดจำกัดชอบชัง .. ก็ยังเกรง-
จะวังเวงว่างเปล่า .. ยากเข้าใจ
O เป็นคนเพียงนิยาม .. ของความ .. เป็น
หากแฝงเร้นทุกข์ร้อนคอยบ่อนไส้
ความคิดอ่านเช่นทาส กลางชาติไท
ฤๅอาจไขถ้อยแจง .. ให้แจ้งความ
O ในสังคมกล่าวร้าย .. การป้ายผิด-
ย่อมแนบติดลมปากจนยากข้าม
เพรียกโง่งมเผยหน้า เคลื่อนฝ่ายาม-
แห่ยกทรามทุรชน เป็นคนดี
O เมื่อเราสองมองภาวะ คนละด้าน
ต่างมีใจอาจหาญต่อการที่-
ความคิด, เชื่อ, ศรัทธา กอปรท่าที-
ใช้บัตรพลีดีชั่วแห่งตัวตน
O เราคงต้องยืนหยัดคนละด้าน
ชีพจะลาญเลือดจะหลั่งกี่ครั้งหน
ย่อมยังคงเจตจินต์ให้ดิ้นรน
กลางหมอกหม่นมัวหมอง .. ที่ครองแดน
O บัดนี้ .. ดวงวันทอลออรูป
กลางลมลูบแดดจ้า .. นาย-หน้าแหงน
เสพลิ้มกับบทบาท .. เคยขาดแคลน
ดูเถิด-แอ่นอกใจ .. แจ่มใสนัก
O เรายอมยืนหมองหม่น .. ให้ฝนชะ
เพียงเพื่อสะใจรอ-แดดทอถัก-
ฝากรังสีแดงร้อน .. ไม่ผ่อน .. พัก
เพื่อร่วมผลักโลกอุ่น .. ให้หมุนรอ
O มองเถิด .. ริ้วลำแสงลงแต่งหล้า
พร้อมพรรณนาความบอก .. คอยหลอกล่อ
งามไหนจะหยัดเคียง .. จนเพียงพอ
จนอาจต่อต้านทราม .. ให้คร้ามเกรง ?
O มองเถิด .. ริ้วลำแสงลงแต่งหล้า
มองสี่ขายื้อยุด .. ผู้ฉุดเร่ง
เหมือนว่าอย่าช่วยคิด .. ขอคิดเอง
หยุดกุมเหงความคิดในจิตตู
O มองเถิด .. ริ้วลำแสงโลมแหล่งหล้า
เมื่อสองขาถึงบทต้องอดสู
มีนายขึ้นขี่คอ .. เพื่อรอชู-
นิ้วชี้อยู่บนหัว .. กลางหัวค้อม !



Create Date : 08 ธันวาคม 2556
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 19:22:17 น. 4 comments
Counter : 1688 Pageviews.

 
ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเจอกับอิทธิฤทธิ์ของโลกาภิวัฒน์

เมื่อเดินมาถึงจุดนี้แล้ว เขาบอก 1 ปี ถึง ปีครึ่ง
จะวางระบบใหม่ ลองซะหน่อยก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
ช้ำกว่านี้เราก็เจอมาแล้ว (ศรี ฯ ทนได้...)

ปล.
ถ้าไม่เป็นตามที่เขาคิด จะได้ไม่มีข้ออ้าง

สำหรับผม บนโลกใบนี้ ความเ่ท่าเทียม
เป็นเพียง "อุดมการณ์บนเส้นขนาน"

"หากมีโอกาส" คน ก็มักจะเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าเสมอ (ใครไปทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน แล้วไม่เคยจ่ายใต้โต๊ะบ้างครับ? ครั้งแรกผมไม่ยอมจ่าย 55 เสียเวลาไปทั้งวัน ครั้งที่สองผมก็เลยทำตามธรรมเนียม 55 แค่ 1 ชั่วโมง เสร็จสรรพ เฮ่อ! คอรัปชั่น นะ คอรัปชั่น รู้ว่าไมดีนะ แต่ผมก็ทำ และก็คิดว่ามีอีกหลายคนที่ทำ ทั้งที่ปากก็บอกว่า เกลียดคอรัปชั่น เหตุผลก็เพราะอยากสบายกว่าคนอื่นและมีกำลังพอที่จะทำได้)


โดย: ศรีเปรื่อง IP: 1.2.144.43 วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:9:55:44 น.  

 
อ้อ ลืมบอก ปัจจุบันผมไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว
เพราะผมซื้อผ่านแบ๊งค์ คือ แบ๊งค์เขาคอรัปชั่นให้ผมเสร็จสรรพแล้ว อิอิ


โดย: ศรีเปรื่อง IP: 1.2.144.43 วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:10:05:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณศรีเปรื่อง
ผมเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์ทางการเมือง
ยังไม่เคยคิดจะแอ่นอกออกหน้าไปตายเพื่อใครหน้าไหนทั้งสิ้น ..

มองเพียงแต่ว่าโชคไม่ดีนักที่เกิดมาในแผ่นดินนี้
ที่คนส่วนใหญ่ยังใช้อารมณ์แทนเหตุผลในการสนทนา

"เกรงใจ"คำนี้เป็นความตอแหลในระดับชาติ ที่ไม่ว่าจริงหรือเท็จสามารถใช้คำนี้ปิดปากที่อาจทักท้วงได้

อีกทั้งตัวตั้งตัวตีสถาปนาตนเองนาทีนี้ไม่มีราคาพอให้ยอมรับได้

ที่จริงผมแทบไม่มีคนที่ศรัทธาได้เลยในทางโลก
ในทางธรรมเองก็มีเพียงรูปเดียวคือ ท่านพุทธทาสภิกขุ เท่านั้นเอง

จึงเงียบเหงาเป็นอย่างยิ่ง 55


โดย: สดายุ... วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:15:49:07 น.  

 
โอ้..คุณสดายุ ซีเรียสกว่าที่ผมคาดนะเนี่ย

ถ้าเราอยู่ประเทศอื่น ก็คงไม่ได้เห็นอะไรอย่างนี้สิครับ :D
Amazing Thailand


โดย: ศรีเปรื่อง IP: 1.2.144.43 วันที่: 10 ธันวาคม 2556 เวลา:18:12:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.