Group Blog
 
 
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
7 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
O ปลายทางที่เลอะเลือน .. O







๒๕๑๙
คืนมืดฟ้าหม่นจันทร์หล่นร่วง
ดาวช่วงเกลื่อนฟ้าลับลาหาย
ลมแผ่วพลิ้วตอบอยู่รอบราย
เมื่อสายตา, พลบ-บรรสบกัน
สงัดงันเงียบกลางเยียบเย็น
แฝงเร้นซ่อนไว้-ความไหวหวั่น
หัวใจอื้ออึงเสียงดึงดัน
มุ่งมั่นสู่หมายที่ปลายทาง
ครั่นครืนฟ้าฝนน้ำหล่นเม็ด
ราวเพชรโรยฝ่าขอบฟ้าสาง
เมื่ออกใจล้วนเสียงครวญคราง
ทุกย่างจึงขมเกินข่มลง
กลางก้าวย่างเหยียบที่เงียบงัน
แรงฝันฮึกเหิมก็เสริมส่ง
โชนออกเชื่อมเส้นจนเป็นวง
จำนงแน่นหนักร่วมผลักดัน
ยกก้าวย่างเล็ดลอดเม็ดฝน
หยดควงร่วงหล่น..อยู่บนฝัน
ไหวเหวี่ยงลมเร้าผ่านเถาวัลย์
แล้วกลิ้งหยดสั่น..ไหลหลั่นลง
เรี่ยวแรงหดหายที่ปลายทาง
ป่ากว้างยางยูง..ยอดสูงส่ง
หัวใจผ่อนวางที่กลางดง
ปลดปลงคับแค้น..ฝากแผ่นดิน
ความคิดสุมสั่งในครั้งนั้น
มุ่งมั่นหนักแน่นดุจแผ่นหิน
หมายพลิกแผ่นฟ้า..ครอบธานินทร์
ทั้งสิ้นมีบทกำหนดตอน
.
.
๒๕๒๓
ดวงไฟเมืองกรุงงามรุ่งเรื้อง
ติดเบื้องบนเสามาเก่าก่อน
จากวันลำบากต้องจากจร
ยังสะท้อนให้เห็นอยู่เช่นเดิม
ถนนหนทางเคยย่างเหยียบ
คงเงียบงามแปลกเช่นแรกเริ่ม
ตึกใหญ่เรื้องแสง..มีแต่งเติม
ช่วยเพิ่มความวิจิตรให้ติดตา
อะไรเล่าที่เปลี่ยนแปลง
สี..แสง..ผู้คน..เสียงบ่นบ้า ?
ยังเหมือนครั้งตอนเมื่อก่อนลา
สู่ฟ้าฝั่งใหม่กลางไพรวัลย์
ที่ที่ฟ้าบนไร้หม่นเมฆ
ไร้ทิพเอกเขนกคอยเสกฝัน
มีทางขีดขึงให้ดึงดัน
ล่มโลกเทวัญให้อันตรธาน
เส้นทางมีบทกำหนดไว้
ก้าวให้ตรงจุดเร่งรุดผ่าน
ซ้ายขวาขึ้นลงกลางดงดาน
สืบสานความคิดด้วยคิดเดียว
บ้าง .. เมฆหม่นทึมลอยครึ้มต่ำ
ลมร่ำฟ้าฟาดสียงกราดเกรี้ยว
ฝุ่นฝนวนเต้นจนเป็นเกลียว
เปล่าเปลี่ยวรายรอบให้กอบกิน
บ้าง .. แดดแผดเผาจนเมาแดด
อยู่แวดล้อมแซมล้วนแหลมหิน
เหงื่อย้อยร่วงหยดลงรดดิน
อวลกลิ่นดินต่ำให้จำรส
บ้าง .. ปืนกระสุนลอยหนุนเนื่อง
ปลดเปลื้องบทเรียน .. ต้องเปลี่ยนบท
เลือดเนื้อแลกกันให้รันทด
ซื่อคดร่วงรินถมดินแดน
ยามผ่านความคิดก็ผิดแผก
ความแปลกตอกปักจนหนักแน่น
ทางเที่ยวเลี้ยวบทเข้าทดแทน
วกกลับแห่แหน .. จนแน่นเมือง !
.
.
๒๕๔๔ ..
รอยหยักในสมองล้วนร่องลึก
สำนึกแห่งขบถยอมปลดเปลื้อง
แตกขั้วเปลี่ยนข้องกันนองเนือง
ฟุ้งเฟื้องยศถาปัญญาชน
เห็นฝูงนกพิราบกำซาบศักดิ์
ร่อนพักเปลี่ยนที่ปรับสีขน
อีกาบินคละเคล้าปะปน
อึกทึกสาละวนอยู่บนแดน
ทั้งแกล้วทั้งทุนเข้าหนุนเนื่อง
ครบเครื่องร่วมสร้างร่วมวางแผน
สุดทางภพชาติผู้ขาดแคลน
เนื่องแน่นภาพพจน์ทุกบทตอน
เผยชาติพร้องชื่อกันลือลั่น
ภาพวันถูกประทุษเริ่มหลุดร่อน
ชุดขาวเผยหน้ากลางนาคร
สืบสอนความคำ .. ร่วมบำบวง
แขวนคอฟาดศพมันจบแล้ว
ผ่องแผ้วงดงาม-สนามหลวง
19, 35 ฤๅว่า-ลวง ?
มันทวงถามย้ำอยู่ทำไม ?
ไม้พลองเคยชูขึ้นสู้ปืน
หยัดยืนอ้างสิทธิ์ ยังผิดได้
วันนั้นบทกรรมจึงอำไพ
ตรึงภาพอยู่ในหัวใจชน
วันนี้แตกข้องเป็นสองด้าน
ดักดาน, ก้าวหน้า-โกลาหล
รองตีนรองตูดพร่ำพูดปรน-
เปรอสอพลอ-คน .. กันอลเวง
ดักดาน, ก้าวหน้า แย่งปราศรัย
เลศนัยเคลือบคำกันคร่ำเคร่ง
บอกบทกดกรามจนคร้ามเกรง
เสียงเปล่งคำสวยร่วมอวย .. พร้อม !
.
.
๒๕๕๗ ..
ดวงวันค่อยเรื้องที่เบื้องหน้า
นกกาขานรับเสียงขับกล่อม
ยามหน้าก้มต่ำด้วยจำยอม
หัวค้อม-คำความเฝ้าตามรับ
ลมโชยผ่านริ้ว..ไม้พลิ้วแผ่ว
ผ่านแล้วผ่านซ้ำเป็นลำดับ
รื่นลมโรยร่ำคอยสำทับ
การขยับขับข่มสังคมไทย
ดวงวันยอแสง..แต้มแต่งโลก
โบยโบกไม้พรรณ..พาสั่นไหว
ย่ำเหยียบปวดร้าว..ทุกก้าวไป
ดวงใจอับจน..สิ้นหนทาง
ดวงวันเรื่อเรื้องที่เบื้องหน้า
เหมือนว่ามืดอยู่ไม่รู้สร่าง
ที่มองเห็นอยู่ไม่รู้วาง
คือตุ้มถ่วงขวาง..ที่ทางเดิน
เห่เอย..เห่ห่ม..แทนลมรื่น-
ลมปากตามตื่น..บอกตื้นเขิน
ความคิดบรรเจิด..ฟังเพลิดเพลิน
จำเริญท่วงท่า..ปัญญาชน
เห่เอย..เห่กล่อม..พรั่งพร้อมบท
ภาพพจน์แลกกัน..นับพันหน
ทุกครั้งเร้ารัว..ก็ตัวตน-
วกวนเวียนอยู่..ไม่รู้วาง
หลุมลึกมืดมิด..ความคิดอ่าน
เดินผ่านแห้งกรัง .. คอยตั้งขวาง
แสงใดเรื่อรองทอดส่องทาง
มืดสว่างมองดูย่อมรู้เอง
ดวงวันคล้อยลงที่ตรงหน้า
เหมือนฟ้าช่วยฉุดให้รุดเร่ง
หลีกหนีมืดหม่น..กันอลเวง
กุมเหงจิตใจที่ไม่กลัว
.
ดักดาน, ก้าวหน้า อวดปราศรัย
แถไปอย่างเคย-กลางเย้ย-ยั่ว
อำนาจ-แย่งยื้อกันมือรัว
เงินมา-ค้อมหัว .. ทุกตัวตน !




Create Date : 07 กันยายน 2559
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:35:50 น. 3 comments
Counter : 708 Pageviews.

 
ดายุคะ

ดร.ปิยะบุตร สนทนากับ ดร.สมศักดิ์เจียม เรื่อง ทางออกของความแตกแยกในสังคม คือ
เราต้องสร้าง consensus(ฉันทามติ)ในสังคม
เพื่อลดความแตกต่างมากหลายที่มีอยู่ให้ ตกลงกันได้อย่างไร

ท่านยกประเทศ ทูนิเซีย ออกมาเป็นต้นแบบ ว่าทำอย่างไร

เท่าที่มินตราทราบนี่ เยอรมัน "อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำ"
(ผู้เดินทางไปเจรจาเสียชีวิตไปแล้ว ก่อนที่ทีมงานนี้ได้รับ รางวัลโนเบลเพื่อสันติ)
เพราะเป็นประเทศเดียวที่พูดจาแล้ว ชนชาติอาหรับ รับได้

ดายุ คิดว่าน่าสนใจไหม
ไปลองหาคลิปสนทนานี้ได้ที่เฟสบุ๊ค ดร.สมศักดิ์ เจียมนะ

มินตรา สงสัยว่า สดายุจะต้องเรียนภาษาเยอรมันแล้วล่ะ
คงมีใครบริหารจัดการให้ได้ ในเรื่องศึกษาภาษา และ ศึกษาวิธี ในการทำงาน

รัฐบาลเยอรมัน สนใจในเรื่องสร้างชาติ มากกว่าทำสงคราม
จึงไม่ร่วมรบ แต่จะ ทำหน้าที่ ช่วยเหลือในการสร้างชาติ

ผู้ลี้ภัยจากซีเรียที่อยู่ในเยอรมันขณะนี้ รัฐบาลเยอรมันคัดเลือกกลุ่มแรกออกมาแล้ว 150 คน เพื่อฝึกวิธีสร้างชาติ จัดตั้งระบบการบริหารประเทศใหม่ ให้เป็นรัฐทันสมัยทางประชาธิปไตย และ เศรษฐกิจ โดยกระทรวงกลาโหมเยอรมัน





โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 8 กันยายน 2559 เวลา:13:41:20 น.  

 


มินตรา ..

โดยส่วนตัวผมยอมรับ สศจ และนิติราษฎร์เต็มที่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดร.วรเจตน์

สศจ วิพากย์ใครเรารู้อยู่ แต่ไม่เคย"หยาบคาย" .. ซึ่งส่วนนี้"ชาติพันธุ์สยาม"ยังต้องเรียนรู้การแสดงความเห็นสาธารณะแบบอารยะชนแบบ สศจ อีกหลายกระบวนท่า

ธรรมอันใดเกิดแต่เหตุ .. พระตถาคตทรงแสดง ..
ธรรมนั้น
เหตุแห่งธรรมนั้น
ความดับธรรมนั้น
ทางหรือวิถีทางให้ถึงความดับธรรมนั้น

ความแตกแยกของสังคมไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมาสำหรับ"วิญญูชนที่ปราศจากอคติ"ย่อมมองดูออกได้ไม่ยาก ..

หรือจาก"สายตาภายนอก"ที่มองเข้ามาอย่างไม่มีอคติชอบชัง ไม่เคยถูกครอบงำ เพราะอยู่ในสังคมอื่นมา มันไม่ได้ซับซ้อนเลยนะครับ

2544 ทักษิณชนะเลือกตั้ง แต่ยังไม่เกินครึ่งสภายังไม่มีกีฬาสี อยู่ครบ 4 ปีครั้งแรกและครั้งเดียวตั้งแต่ตั้งประเทศมา

2548 ทักษิณชนะเลือกตั้งถล่มทะลาย คราวนี้เกินครึ่งสภา เป็นครั้งแรก ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งตั้งแต่ตั้งประเทศมา

ยังไม่ต้องมองรายละเอียดปลีกย่อยที่อาจพาหลงทาง ..
แค่ 2 เรื่องที่ยกมาที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่ตั้งประเทศมา .. จะทำให้ ..
1. ความรู้สึกใดเกิดขึ้น .. ?
2. และเกิดขึ้นกับใคร .. ?

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ประการเป็นประเด็นทาง"รัฐศาสตร์" ซึ่งเป็นเรื่อง"อ่อนไหวและเปราะบางต่อความรู้สึก" .. สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็น"ความนิยมศรัทธาอันล้นหลาม"ของคนไทย"เกินครึ่งประเทศ"ที่มีต่อบุคคลหนึ่ง

และนั่นคือที่มาของ 'jealously of mankind' .. 'Jealousy der Menschheit'

หลังจากนั้น กระบวนท่า 18 อรหันต์ทองคำของเส้าหลิน ก็ค่อยๆ proceed ออกมาผ่านตัวละคอนหลากหน้า .. เพิ่งย้ายนิวาสถานไปนอนเรือนจำนั่นก็คนหนึ่ง ..

เรื่องปลีกย่อยต่างๆ เป็นเพียง"มโนกรรมประดิษฐ์" ซึ่งผมไม่ให้ราคา .. หากถามว่า ทำไม ?

เพราะผมรับรู้เรื่องราวผ่าน"สื่อ" และจำนวนหนึ่งของสื่อพวกนั้นเป็นสื่อที่ "เป็นคู่กรณีโดยตรงกับผู้อยู่ในอำนาจรัฐ"ยุคนั้น ..

จึง-การเสพสื่อในเมืองไทยจำต้องใช้วิจารณญาณอย่างหนักกลั่นกรองเรื่องราวเชิงตรรกะเอาเอง

Ich mag Deutsch !


โดย: สดายุ... วันที่: 8 กันยายน 2559 เวลา:19:36:02 น.  

 

อีกอย่าง
ความเป็น"เยอรมัน"มีน้ำหนักในเวทีระหว่างประเทศในฐานะ ..

1.พี่ใหญ่ของ EU
2.ค่อนข้างมีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในกลุ่มตะวันตก ไม่มีภาพเดินตามหลังสหรัฐต้อยๆเหมือนอังกฤษ
3.ไม่เคยรุกรานใครหลัง WW2 แม้ในกลุ่มมุสลิม จึงมีคนต่อต้านน้อย




โดย: สดายุ... วันที่: 8 กันยายน 2559 เวลา:19:48:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.