Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
O เปลวไฟแห่งฝัน..? O










Rainbow Eyes by Blackmore's Night



O พร้อมเปลวไฟแลบลาม, เหล่าความเห็น-
เคยแว่วออกโลดเต้นก็เร้นหาย
กลางสายลมแผ่วพรำผ่านรำบาย
เปลวไฟก็ปัดป่ายกลางสายลม

O มีเบื้องหลัง..กำหนดเป็นบทบาท
รับภพชาติสิ้นหวัง, คอยสั่งสม-
ความโกรธแค้น..บอดบ้า, ถ้อยคารม-
ก็ถั่งถมคลุกเคล้า..รุมเร้าใจ

O ท่ามกลางความขัดแย้ง, การแบ่งแยก
ก็สอดแทรกลุกลามเกินห้ามไหว
เมื่อเจตจินต์วิญญาณเปลี่ยนผ่านไป
ก็ผลักไส..ผิดชอบ..ล่มกรอบเกณฑ์

O โอ ปากชั่ว..เปิดออกสำรอกความ
ผ่านรูปนามรายรอบเฝ้าตอบเต้น-
โดยแววตาอ่อนโยน, ความโอนเอน-
ก็เผยเลศซ่อนเร้นออกเห็นแวว

O พร้อมแววเลศเงื่อนงำ, ถ้อยคำนั้น-
เผยรูปฝันฟุ้งเฟื้อยอยู่เจื้อยแจ้ว-
คอยรัดล้อมแทรกซุกไปทุกแนว-
ของทุกแก้วตาฝัน..จนมั่นคง

O มีหัวใจต้องรู้..รอจู่โจม
ให้ความโถมทับเติมช่วยเสริมส่ง
จึงบัดนั้นเงื่อนงำแห่งจำนง-
ก็ผ่านลงสุมสั่ง..คน-ทั้งเป็น

O สิ้นไร้การปักปลูกความถูกผิด-
เหลือเพียงภาพแนบติดความคิดเห็น
พากย์โวหารกล่อมเขา..แว่วเช้าเย็น
ก็ตอบเต้นตื่นใจอยู่ไม่วาย

O สรรพเสียงเซ็งแซ่ไปทั้งใหม่เก่า
อยู่รุมเร้าอารมณ์..ยากข่มหาย
โอ ความเขาชี้นำเข้ากล้ำกราย-
แทรกอกเขลาเปื้อนป่าย - ถอนถ่าย..ฤๅ ?

O เคลิบเคลิ้มด้วยวาทกรรม..แห่งจำอวด-
ความเจ็บปวดทุกรอยก็พลอยสื่อ-
ออกอาการหนุนเนื่อง..จนเลื่องลือ-
การยึดถือตีความออกตามใจ

O โอ เรี่ยวแรงดิบด้านสันดานเถื่อน-
แต่เมื่อเปื้อนป่ายลง..ย่อมส่งให้-
การสัมผัสกรรทบ, ชาติภพใด-
ก็ล่องไหลฝ่าการณ์ดิบด้านนั้น

O เปลวไฟยังแลบเลีย, ความเสียหาย-
ก็รำบายผ่านไฟ..เปลว..ไหว..สั่น
เบื้องหลังคือจิตใจของใครกัน-
จึงบีบคั้นบีบเค้นออกเป็นเปลว

O แววในตาแจ้งอยู่..ฤๅ-รู้ยอม-
เข้าประทุษงามพร้อมให้หลอมเหลว
อยู่กลางไฟลุกลาม..เพื่อความเลว-
ได้คุเปลวโชนแสงเข้าแยงตา

O แววในตาแจ้งอยู่..ฤๅ-รู้ยอม-
ให้หม่นหมองรายล้อมเข้าย้อมหน้า
เท่าทันว่าความคิด..ที่ติดคา-
ก็ด้วยภาวะจิตนั้น..ติดกรง

O ด้วยจิตใจอ่อนแอ, ความแน่แน่ว-
ก็เบาแผ่วราวนุ่นกลางฝุ่นผง
เพียงลมปากปรุงคำหยอดย้ำลง-
ทุกจำนงก็โลดเต้นไม่เว้นยาม

O กี่ถ้อยปรุงแต่งบท..ทั้งพจน์-ภาพ
จึงอาจเสพแล้วทราบ..ความ-หยาบหยาม
ต้องกี่ร้อยเรียงบทแสนงดงาม-
จึงอาจปลดโซ่ล่าม..เขาล่ามไว้ ?

O ตอบตื่นจิตวิญญาณด้วยมารยา
เพียงเพื่อพารอบฝันแนบฝันใฝ่
ฝันที่ค้างรูปเงาจากเยาว์วัย
ยังคงไหวระลอกอยู่..คอยจู่โจม

O โอ ภาพฝันศรัทธาอันบ้าบอด
เอาโอบกอดสุมสั่งจนถั่งโถม-
ออกเป็นไฟร้อนแปลบเข้าแลบโลม
รองรับโสมนัสกลั้ว..อีกหัวใจ

O โอ ภาพฝันศรัทธาเมื่อล้าเลื่อน
ก็ล้วนความดิบเถื่อนเกินเกลื่อนไหว
เห็นศรัทธาหลอมเหลวกลางเปลวไฟ
บัตรพลีชาติจัญไร..ผู้-ใส่ความ !




Create Date : 20 พฤษภาคม 2553
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 19:50:00 น. 9 comments
Counter : 1229 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

เกิดมาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองก็หลายครั้งแล้ว
ไม่มีครั้งใด ที่คนไทยเผาบ้านเมืองตัวเองได้ป่นปี้ขนาดนี้

เห็นภาพเด็กเล็ก ๆ ที่ถูกผู้ปกครองนำไปเป็นเครื่องมือ
ไม่อยากนึกเลยว่า อนาคตของชาติจะเป็นเช่นไร

เคยได้ยินเขาพูดกันว่า เมื่อมารมีอำนาจ อำนาจนั้นจะทรงพลังอันน่าสยดสยอง
บางคนเปรียบไว้ว่า กาลกิณีบ้านกาลกิณีเมือง กำลังแผ่ขยายอิทธิพล

ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป จะอะไรกันนักหนา..นะคะ






โดย: พรหมญาณี วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:06:44 น.  

 

คุณสดายุ.สวัสดีค่ะ
ตอนนี้ห้องราชดำเนินถูกปิดค่ะข่าวว่างั้น
เเต่เลิฟไม่เคยเข้าไปเองจึงไม่รู้ว่าปิดตั้งเเต่เมื่อไหร่
เเละเปิดเเล้วหรือยัง..


สวัสดีค่ะป้า(ขออนุญาตนะคะคุณสดายุ)
เเล้วเมื่อไหร่เรื่องร้ายๆที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้จะดับไปเสียทีล่ะคะ
เกิดขึ้น เเละตั้งอยู่เนิ่นนานเกินไปแล้ว


โดย: อาลีอา วันที่: 20 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:05:58 น.  

 

บางทีก็คิดว่าเขาใช่คนไทยหรือเปล่าหนอ

ใจเขาทำด้วยอะไร

ทำไมถึงได้โหดร้ายนัก

ภาพสะท้อนคนไทยเรื่อง

ระดับจริยะธรรม

ระดับมนุษยธรรม

ระดับจิตสำนึกสาธารณะ

............

นักการเมืองเลว ๆ

เงินสกปรก

............

มารกำลังหัวร่อร่า

............

แต่ฉันนั่นน้ำตาไหล













โดย: tuktuk thailand วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:05:47 น.  

 


สวัสดีค่ะ คุณกาย

เมื่อวานบัวไม่ได้เข้ามาคุยกับคุณ อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ทั้งวันเลยค่ะ คาดว่ากระทรวงคงบล็อกเอาไว้ แต่วันนี้ก็มาได้ตามปกติแล้ว

เหลือเกินจะบรรยายออกมาได้เป็นคำพูดนะคะ กับการกระทำที่เลวร้ายเหลือเกิน ที่ลงมือเผาทั่วประเทศเช่นนี้ มีนักวิชาการหรืออาจารย์หลายท่านที่ออกมาให้ความเห็น ซึ่งบางคนบอกว่า เป็นแค่คนที่โกรธแค้น แต่อย่าไปเรียกว่า พวกก่อการร้าย ไม่เช่นนั้นอาจสร้างความแตกแยกไปอีก แต่ในความคิดบัวนะคุณ ให้อย่างไรก็เป็นผู้ก่อการร้ายค่ะ การเผาในเวลาไล่เรี่ยกัน และเกิดหลายต่อหลายจุดแทบจะพร้อมกัน เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า เตรียมการมาเป็นอย่างดี และนั่นเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้ายนะคะ

คุณคงเห็นคลิปที่ ศอฉ. นำมาออกแล้วว่า ณัฐวุฒิเป็นคนบอกให้เผา อันนี้จะมาพูดออกตัวว่า ตัดต่อคลิปไม่ได้นะคะ เพราะชัดเจนเหลือเกินกับหลักฐานค่ะ บัวยังเจอบางคนที่ยังเชื่อใน นปช. ยังออกมาเอาสีข้างเข้าถูว่า สื่อมวลชนที่ออกมา มีแต่รัฐฝ่ายเดียวที่พูด และรัฐออกมาโกหก บัวก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรนะคะ กับคนที่ปิดหูปิดตา ไม่ยอมรับฟังอะไรเลย ทั้งๆ ที่ หลักฐานออกจะแน่นหนาอย่างนั้น

คุณกายเขียนกลอนออกมาได้ทันยุค ทันเหตการณ์นะคะ บัวชอบบทท้ายสุดนี้

O โอ ภาพฝันศรัทธาเมื่อล้าเลื่อน
ก็ล้วนความดิบเถื่อนเกินเกลื่อนไหว
เห็นศรัทธาหลอมเหลวกลางเปลวไฟ
บัตรพลีชาติจัญไร..แดนไกลโพ้น !

บัตรพลี แปลว่า เครื่องเซ่นผีหรือเทวดา แต่ถ้าจะให้บัวแปลในกลอนนี้ บัวจะหมายถึง เซ่นผี เท่านั้นค่ะ ผีโลภโมโทสัน ที่คล้ายสัมภเวสีล่องลอยไปไกลโพ้นไงคะ



โดย: สโรชินี IP: 203.172.141.227 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:56:24 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

แวะมาปลุก..อิ ๆ

พอดีจะไม่อยู่ ๑ สัปดาห์ ก็เลยอัพบล๊อกซะดึก อ้อ..เวลาวันใหม่แล้วสินะ..อิ อิ

.............

คนไทยส่วนใหญ่ นับถือพระพุทธศาสนาเพียงแค่ปากและเอกสารที่กรอกเท่านั้น
หลักกาลามสูตร...พื้น ๆ
คนไทยที่ประกาศว่าเป็นพุทธ มีสักกี่คนที่เข้าใจ

ระดับการศึกษาก็มีส่วนเกี่ยวอยู่บ้าง แต่ไม่เสมอไป
ดูอย่างฮาร์ดคอร์ บางคน เรียนจบถึงปริญญาโท
แต่สมองและการกระทำ เกเรยิ่งกว่าเด็กอนุบาล เถื่อนยิ่งกว่าโจร

พี่ถึงพูดย้ำในบทความที่พี่เขียนเสมอ ๆ ว่า
ต้องเอาวิชาหน้าที่-ศีลธรรม กลับมาบรรจุไว้ในหลักสูตรใหม่
การที่จะให้คนมีคุณธรรมจริยธรรม มันต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เล็ก ๆ

เบื่อนักวิชาเกินในบ้านเราเหมือนกัน..นะคะ
พอมีปัญหาในสังคมขึ้นมา ก็มักจะเรียงหน้าออกมาให้ความเห็น
อันนั้นไม่ดี อันนี้ก็ไม่ดี ลองไปถามสิว่า แล้วอันไหนดี
คงได้คำตอบ..สักกี่เปอร์เซนต์ดี..คะ

ไปดีกว่า ขืนอยู่นานประเดี๋ยวจะบ่นมากกว่านี้
มีแฟนคลับเป็น สอวอ ก็ต้องทำใจหน่อย..นะคะ..(ฮา)

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์...ค่ะ..



โดย: พรหมญาณี วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:20:25 น.  

 
สวัสดีก่อนไปทำงานค่ะพี่

มานั่งรื้อบล็อกอ่านตั้งแต่เช้าค่ะ

บทนี้
เป็น โวหารภาพพจน์ ก็ดีนะคะ
ไม่ต้องดุเดือดมาก แต่บาดลึก
...

เมื่อวานไปทำบุญวันเกิดมาค่ะ
..ยิิ้ม..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:29:58 น.  

 
สวัสดีครับพี่พรหมญาณี

ครับ...ความเข้าใจศาสนาที่แนวทางบิดเบือนและเป็นมิจฉาทิฐิ
มันทำให้กรอบความคิดอื่นพลอยบิดเบือนตามไปด้วย...

ตราบที่แนวคิดแบบที่สำแดงอยู่ใน"ไตรภูมิพระร่วง" ไม่ถูกกำจัด
ออกจากสังคมไทย ก็จะยังมี...
"โลก"แบบนั้น...
"นรก"แบบนั้น...
"สวรรค์"แบบนั้น...
แบบที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน...แบบที่"ต่อรองได้"..
อย่างน่าหัวร่อ พวกนั้น

และหลักธรรมที่แท้จริงย่อมไม่อาจหยั่งสู่จิตใจได้ตลอดกาล...

ปกติแล้วหลักธรรมนั้น...ครอบคลุมภาวะจิตใจได้กว้างขวางมากกว่าหลักกฎหมาย...สังคมที่คนเข้าใจและตระหนักเรื่องพวกนี้ได้ดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายที่เข้มงวดมาจัดการป้องปรามผู้คนแต่อย่างใด...

ส่วนการศึกษาทางโลก...มองว่าแทบไม่มีส่วนเป็นเหตุเป็นผลต่อจิตใจที่จะเป็นสัมมาทิฐิ หรือ มิจฉาทิฐิเลยครับ...เหมือนจะคนละเรื่องกัน...ดอกเตอร์ที่กราบไหว้"ความศักดิ์สิทธิ์ที่คิดเอาเอง" มีอยู่ถมไปครับ....

มันมีคนโง่จำนวนมากที่ยังต้องการ นรก สวรรค์ แบบที่บรรยายไว้ในไตรภูมิ...เพราะนั่นมันเป็นเรื่องที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกเป็นเรื่องมิจฉาทิฐิของพราหมณ์....การเทศน์สั่งสอนคนพวกนี้จึงอาจต้องใช้ศัพท์แสงเดียวกันอยู่บ้างเพื่อความเข้าใจ เพื่อความสนใจ ของพวกเขาเหล่านั้น

หากบอกว่า"บุญ"คือ"ความสบายใจ"...มันจะไม่น่าสนใจ เพราะมันอยู่ในตนเอง...เข้าใจง่าย...แต่ไม่ลึกลับ ไม่มีความคลุมเครือ จึงไม่น่าสนใจ

ต้องบอกว่า"บุญ"คือ"สวรรค์"...แล้วจะน่าสนใจ น่าศรัทธา น่าลุ่มหลง เพราะมันอยู่นอกตัว...เลยสร้างความคลุมเครือได้ดี...ความคลุมเครือนี้มีผลต่อจิตใจคนโง่เขลาได้มากในทาง...ลึกลับ ศักดิ์สิทธิ์...ปาฏิหารย์อะไรพวกนั้น

พอดีกับว่าคนในโลกนี้ชอบ"สวรรค์"...มากกว่า"ความสบายใจ"ซะด้วย....จึงความคลุมเครือนั้นขายได้ขายดี...จนมีเงินทองมากมาย...ขนาดสร้างเจดีย์หมื่นล้านได้แถวคลองหลวง...


555 ลงจอดแวะจนได้


เดินทางปลอดภัยครับพี่





โดย: สดายุ... วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:41:28 น.  

 
อัล...

ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญ
lสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ
ทำมาหากินร่ำรวยยิ่งๆขึ้นไป
อายุมั่นขวัญยืนนะเจ้า..ตลอดไป...

เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีกปี...ครบ สองรอบรึยังนี่...อิๆๆ

บทนี้เก็บอารมณ์ค่ะ...
บทไหนไม่อยากเก็บอารมณืก็จะไปวางใน นรกวาที...55


โดย: สดายุ... วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:36:00 น.  

 
มารับพร ขอบคุณค่ะพี่ สาธุ...
อวยพรครั้งเดียวใช้ได้..ตลอดไป..เลยนะคะ ประหยัดเวลาดี

ยังค่ะ ยังไม่ถึง 1 รอบของครึ่งชีวิตคาร์บอน 14 เลยค่ะ 555+


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 22 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:22:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.