Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
O นามธรรม - หลอน...! O









เพลง .. พระอาทิตย์ชิงดวง
วงกอไผ่



O อารามอร่ามเรื้อง - - - องค์พระ
กรรมพิธีวาทะ - - - ท่วมท้น
สนทนาวิสาสะ - - - เสนาะอยู่ พ่อเอย
ตาบอดคลำช้างด้น - - - ดุ่มหน้าสาธยาย ฯ
.
O เสียงบาลีเจื้อยแจ้ว .. ยังแว่วอยู่-
กล่อมใจผู้หลงโลก .. ทอนโศก-สลาย
ไพเราะความนัยคำท่านรำบาย-
เพื่อปัดป่ายทุกข์ร้อนให้ผ่อนแรง
O โอภาสแห่งดวงวันในชั้นฟ้า
ฤๅ-ช่วงกว่าธรรมพากย์ .. ท่านฝากแฝง
เมื่อแววตารื้นน้ำ .. คล้ายสำแดง-
ความซาบซึ้งเติมแต่ง .. ลงแฝงรอย ?
O ทองอร่ามองค์พระ .. ราวจะเตือน-
ความเลอะเลือนแห่งธรรม .. ผ่านคำ-ถ้อย
ดูเถิด .. แววตากระพริบนั้น-ปริบปรอย-
คล้ายเลื่อนลอยว่างเปล่า .. คล้ายเข้าใจ ?
O กลางโบสถ์หม่นมืดครึ้ม .. เสียงงึมงำ-
ก็ถูกคำคอยฉุด .. เกินหยุดไหว
เอ่ยเสียงตามเสียงอยู่ .. เหมือนรู้นัย-
ธรรมนั้น .. เอาโลมไล้หัวใจตน
O ครั้งเมื่อท่านละทิ้ง .. ทุกสิ่งนั่น
พรากฐานันดรศักดิ์จนหักป่น
ย่อมเพื่อความอัตคัด .. ในบัดดล
ใช่เพื่อขวนขวายสร้างแต่อย่างใด !
O มองดูเถิดรอยทาง .. ท่านย่างเหยียบ
แล้วลองเปรียบเทียบย่าง .. ทุกย่างให้-
เห็นถึงความล้าเลื่อน .. บิดเบือนไป-
จากแนวทางวางไว้ .. ของนัยพุทธ
O โอ นั่นยอดช่อฟ้า .. เฟื้อยฝ่าสวรรค์
จากมิจฉาเผ่าพันธุ์ช่วยกันฉุด
กระเบื้องแดงเขียวห่ม .. ด้วยสมมุติ
ต้านแสงวันดวงพิสุทธิ์ .. เพื่อหยุดร้อน
O ร้อนโอภาสดวงวัน .. แห่งวันนี้
จากรังสีทอดสู่ไม่รู้ผ่อน
ลมรื่นเย็นวาดวี .. ผ้าจีวร-
ฤๅ-อาจย้อนผ่านรื่นล้อมผืนใจ ?
O โอ รอยยิ้มแย้มอยู่ .. ท่านผู้ขอ-
เหมือนอยู่รอวัตถุธรรม .. ชี้นำให้-
ยกขึ้นประดับประดา .. เพื่อว่าใคร-
มองเห็นแล้วแจ่มใสแก่นัยน์ตา
O ครั้งเมื่อท่านละทิ้งทุกสิ่งนั่น
พรากฐานันดรศักดิ์อันหนักค่า
ก็เพื่อล่มภพชาติ .. จึงยาตรา-
เข้าห้ำหั่นอัตตา .. ให้ล้าตัว
O หากตรงหน้าเห็นหมู่ .. ท่านผู้ขอ-
เหมือนอยู่รอป่ายแต้ม .. รอยแย้มหัว
ให้ตัวตนทั้งนั้น .. คอยสั่นรัว-
เข้าเกลือกกลั้วโลกธรรม .. อยู่ค่ำเช้า
O ใช่แน่หรือ .. พรหมจรรย์ทางบั่นทอน-
ความอาดูรเร่าร้อน .. ทุกข์ก่อนเก่า
เห็นแม่ปูเดินส่าย .. คล้ายคล้ายเมา-
หะการณ์แห่งรูปเงา .. ทุกก้าวเดิน
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. หยุด
แบกนัยพุทธสาธก .. อยู่งกเงิ่น
วิญญาณพราหมณ์เคลือบคำ .. ก็จำเริญ-
ขึ้นหยอกเอินปรารถนาในอารมณ์
O จึงเห็นความเลอะเลือน .. นั้นเกลื่อนนัยย์-
ตาซื่อใสสำหรับ .. เพื่อขับข่ม-
สัมมาการณ์สุจริตให้ติดตม
กลางห้วงหล่มถ้อยคำ .. ธารน้ำลาย
O เหนี่ยวสวรรค์ .. ดึงนรก .. ขึ้นปกป้อง-
ตรรกะของเดียรถีย์ .. เป็นที่หมาย
จึงล่มล้าง .. โลกพิสัยที่ในกาย-
แล้วเวียนว่ายวงวัฏฏ์ .. ในบัดดล
O มืดจริงหนอ .. ในวันที่พันแสง-
แม้นผ่านแรงร้อนช่วงโลมห้วงหน
ยังไม่อาจผ่านต้อง .. ตาของคน-
ที่มืดมัวหมองหม่น .. คลุมบนแวว
O โอ คล้ายเสียงในหัว .. ค่อยรัวดัง
เหมือนระฆังกังวานเสียงหวานแว่ว
พร้อมโอภาสพันแสง .. แต้มแต่งแนว
ล้อมทิวแถวผู้ขอ .. อย่างรอรี !
O แว่ว-คล้ายเสียงสั่นรัว .. ใจตัวเอง
ชวนพิศเพ่งเปล่งปลั่งแสงรังสี
ผู้ห่มจีวรเหลือง .. ท่านเยื้องลี-
ลาศฝ่าความเป็นมี .. สู่ที่ใด ?




Create Date : 14 มิถุนายน 2553
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 19:47:44 น. 6 comments
Counter : 1154 Pageviews.

 
มารอเจ้าค่ะ


โดย: medkhanun วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:16:40:12 น.  

 
อีทิสังฉันท์ ๒๐

๏ เพียงพระย้ำสุธรรมะสาธยาย
มหามุหันธะอันกระหาย
ก็เห่อโหม

๏ หวังวิสุทธิธรรมจะฉ่ำชโลม
ประเล่ห์ดุรียะขับประโคม
ประโลมใจ !?

๏ เมินวรัตถะสรรพสดับกระไร
บ่ทราบบ่สนเพราะพ้นวิสัย
บ่ซึ้งทรวง

นึกก็เพียงพิมานอุฬาร ณ สรวง
แสวงสวรรค์ถลันทะลวง
ทิฆัมพร

เพียงพระย้ำสุธรรมะซ้ำสยอน
เพราะชนบ่ยินพระชินวร
เสมอมา ๚๛

วรัตถะ (วรรคที่ ๑ บทที่ ๓) = วร + อัตถะ = สาระอันประเสริฐ


โดย: ศารทูล IP: 118.172.149.98 วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:0:05:09 น.  

 
เม็ดขนุน...
อ่านรู้เรื่องไหม...เขียนออกแนวนามธรรมมากๆ...
คนที่ไม่เคยสนใจในหลักธรรมอาจจะเข้าใจยากอยู่สักหน่อย
บทนี้ออกแนว ตรรกะวิภาษ...ตามสไตล์...





ศารทูล....
ฮะฮา....มาแล้วสิของชอบ
ที่อีทิสังบทนี้บรรยายความมา...ดูเหมือนจะเข้าใจ
หลักธรรมมากกว่าผู้ใหญ่จำนวนมากมายในสังคม...

ทางเหนือก็น่าจะมีวัดถ้ำอุโมงค์นะที่จะถูกตรงแนวทาง
ดั้งเดิมที่ไม่ใช่พวกสัทธรรมปฏิรูป..และผิดเพี้ยนด้วย
มิจฉาจริตแบบวัดศรีบุญเรือง...นั้น..





O งดงาม ณ ยามชุติวิพุธ
บริสุทธิดำรง
บรรสาระศานติพิศวง
ถิระทรงและสืบสาย

O งามเด่นผิว์เพ็ญศศิพิลาส
รุจะสาดและกำจาย
โลมฟ้าและพานิละสลาย
นยะหมายจะเปรียบเหมือน

O บรรโลมโพยมบทะจรัส
บริพัตรเพราะดาวเดือน
อกเอ๋ยเพราะเชยนยะสะเทื้อน
ฤจะเคลื่อนจะคลายสูญ

O ช่วงนั้นถวัลยะพิสิฏ
เพาะจริตะจำรูญ
หล่อหลอมถนอมพฤติวิทูร
ละอดูระหักหาย

O ท่ามกลางพยางคะบริภาษ
วิปลาสะกำจาย
เลือนรางระหว่างรัถยะหมาย
ขณะบ่ายบ่รายเรียง

O เขาว่า..เพราะว่าผิวะสดับ
เสนาะศัพทะสำเนียง
ปานว่าจะพาทิพยะเสียง
ประลุเคียงประคองขวัญ

O ยินว่า..เพราะว่าคติวิจิตร
ผิวะคิดก็คมครัน
จึงว่าเพราะกว่าอรรถะสวรรค์
กละคันถะควรขวาย

O ยากแต่จะแปรศิระชะเง้อ
ผิวะเพ้อเพราะบรรยาย
เปรียบเข็ญจะเร้นอัตะสยาย
ธิระผายและเพียรเผย

O เกินกาลจะผ่านอริยะวาท
อธิชาติชมเชย
ล่วงถิ่นมุนินทระจะเผย
สัจะเกยมโนกรรม

O จึงภาษประหลาดระบุระบือ
มุหะถือผิว์คือธรรม
จึงพาละผ่านบทะกลัม-
พระซ้ำกระหน่ำเสริม

O อักโขมโนทัศนะอ้าง
นยะต่างสิแต่งเติม
ผ่านวาทะปราชญะเฉลิม
จิตะเหิมบ่เคยหาย

O ดั่งโลมและโหมวตะสะบัด
ชะธวัชะปลิวปลาย
อวดอยู่ก็ภูษิตะสยาย
สิละม้ายจะง่ายเห็น

O เฉดรงคะบ่งรัฐะประจักษ์
บริรักษะร่มเย็น
บอกผู้ศัตรูสุขุมะเพ็ญ
ผิวะเร้นจะรุกราน

O ลมฤทธิ์อวิชช์ผิวะกระชั้น
ฤจะทันจะทัดทาน
เห็นแต่จะแปรมุหะผสาน
อวตาระรูปหลง

O มิจฉาประดาขณะกระหวัด
ปริวัตระเวียนวง
ฤๅรู้จะสู่มรรคะประสงค์
ถิระทรงประภัสสร

O อวดอยู่ก็ภูษิตะประหลาด
วิปลาสะอาภรณ์
โลมฤทธิ์อวิชช์บทะสะท้อน
ฤจะผ่อนสะพัดผืน

O หลงศรัทธ์ระบัดทิฐิพิลาป
รสะซาบก็ยากคืน
เว้นผู้เพราะรู้วิชช์จะขืน
ประลุตื่นณในตน

O เศร้านั้นเพราะนันทิวิปลาส
คติทาสะจำนน
สิ้นหวัง ฤ ดั่งอุตริฉล
ทุพพละปล้นธรรม

O งดงามก็ยามทิฐิวิพุธ
บริสุทธิเนื่องนำ
นัยแท้จะแผ่ศักยะล้ำ
สัทะค้ำบ่คลายคลอน

O อัญชลิตพระพุทธน้อม.....นำใจ
ต่างประทีปชวาลไข............ขจ่างเรื้อง
ปลิดป่นมืดหม่นใน.............สำนึก สิ้นนา
ครวญใคร่หมายปลิดเปลื้อง...เท็จถ้อยเดียรถีย์ ฯ






โดย: สดายุ... วันที่: 15 มิถุนายน 2553 เวลา:11:48:16 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

เมื่อวานส่ง mp3 เพลงเพราะ ๆ มาให้ฟัง รอรับด้วย..นะคะ

ชุดนี้ พี่ write มาให้

มีความสุขกับการแต่งบทกวี..ค่ะ

ป.ล. ว่าแต่ว่า พุทธมรรคา ยัง built อารมณ์ไม่ได้เหรอ..คะ
(ยิ้ม กว้างขวาง)

โดย : พรหมญาณี วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา: 14:11:50 น.


โดย: สดายุ... วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:17:31:30 น.  

 
สวัสดีครับพี่พรหมญาณี

ต้องขอขอบคุณพี่มากครับที่กรุณาเมตตาเอื้อเฟื้อ
ครั้งที่แล้ว..เพลงของก๊อต จักรพันธุ์ ไพเราะมากครับ

ส่วนพุทธมรรคา...นั้น...กำลัง built อารมณ์อยู่ครับ
พอดีว่ามี"สาวน้อยข้างกาย"ที่ชอบแนวทางพุทธทาส
คอยเป็นกำลังใจให้อยู่ครับ...
คงต่อเนื่องไปได้ในไม่ช้าครับ...อิๆๆ


ดูแลสุขภาพครับพี่


โดย: สดายุ... วันที่: 16 มิถุนายน 2553 เวลา:17:43:04 น.  

 
แวะมาเยี่ยมบลอกค่ะ


โดย: ออมอำพัน วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:9:46:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.