Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
O ดาวต่างดวง .. ? O









O เราสองย่อมมีดาวคนละดวง
ทุกทุกช่วงก้าวย่าง .. จึงต่างยิ่ง
มุมมองเรื่อง .. ดี .. ทราม .. เท็จ .. ความจริง
อีกหลายสิ่งที่มอง ไม่พ้องกัน

O เมื่อเราเห็น สีฉาบ-ทาภาพพจน์ -
เป็นเรื่อง-มดเท็จ .. ทราม .. ลวง .. พล่าม .. ฝัน
สู-กลับมองเป็นจริงทุกสิ่งอัน
ด้วยฤทธิ์เชื่อเชื่องดันทุรังพร้อม !
O จึงเห็นความเชื่องเชื่อ .. ที่เหลือง้าง
เหลือกตาค้างจับเจ่า .. ฟังเขากล่อม
ยากยิ่งนักจักแยก .. ความแปลกปลอม-
ที่สอดแทรกอยู่พร้อมให้ยอมใจ
O เมื่อแว่วเสียงฮึมโห่, เสียงโอ้อวด-
ก็แทรกหูหัวขมวดเรื่อง .. กวดไล่-
เหตุผลถูกศรัทธาพัดพาไป
ก็รู้ว่าเยี่ยงไร .. ที่ต่างกัน
O ย่อมเป็นดาวคนละดวง
ที่จักช่วงแสงรุ้งคอยปรุงฝัน
คนละทางทอดสู่ .. ที่รู้ทัน-
ถึงจุดมั่นจุดหมายที่ปลายจร
O เห็นเชื่องเชื่อเสื้อสี .. อวดลีลา-
ความบอดบ้าในจิต .. ไม่ปิดซ่อน
ก็เบื่อหน่ายถ้อยคำ สู-พร่ำวอน
เยี่ยงบัวกลางสาคร .. ส่ายอ้อนปลา !
O หลังวันเลื่อนเดือนล่วงดาวช่วงอยู่
การรับรู้รับฟังก็ดังว่า-
ความใคร่ครวญควรเห็น .. กลับเร้นลา
เพียงศรัทธาบ้าบอดยืนทอดเงา
O โอ หนอ .. รัฐสีมาเพ-ลานี้
มากเหลือที-ภพชาติ .. ปวง .. ขลาด-เขลา
พร้อมถ้อยคำแทรกสู่ ช่อง .. หูเบา
ความมึนงงมัวเมา .. ท่วมเบ้าตา
O แว่ว-เขาว่า .. เขาด่า .. เขาฮาโห่
ก็ฮึกเหิมใหญ่โต .. ร่วมโห่ .. ว่า
หูเสพเสียง .. ถ้อยคำเขาค้ำคา-
ชี้ .. บัญชา แทรกสิ้นจิตวิญญาณ
O ยิ่งมาจึงยิ่งต้องคอยร้องร่ำ-
ว่า-เจ็บช้ำปวดร้าวเกินกล่าวขาน
ว่า-ยศศักดิ์หนักค่ามันสาธารณ์-
ร่วม-ครองบ้านครองเมือง .. น่าเคืองนัก
O โอ .. คำพูดท่องจำ .. พล่ามซ้ำอยู่
แทรกหัวหูอยู่พร้อม .. เฝ้าล้อมกัก
หมู่ปลาในร่างแห .. เขาแค่-วัก-
ขึ้นให้ดิ้นขลุกขลัก .. สำลักน้ำ !
O เห็นเชือก และเห็นมือเขาถือจูง
เห็นทั้งฝูงซมโศกแห่งโลกต่ำ
ค่อยดุ่มเดินสืบก้าว .. ตามก้าวนำ-
พร้อมเสียงท่องงึมงำ .. ในลำคอ
O เรื่องชั่วร้ายเลวทรามจากยามเพรง-
ลองคร่ำเคร่งคิดใหม่ .. ว่าใครก่อ ?
ความยากแค้นต่ำต้อย .. เหมือนคอยรอ-
ให้สืบต่อเนื่องอยู่ – จากผู้ใด ?
O ถ้อยคำเยี่ยงโซ่ตรวนเขาม้วนล่าม
จับจูงให้เดิมตาม .. ฤๅห้ามได้
และทุกเรื่อง-ลือ .. เล่า .. แสนเร้าใจ-
กรอกหัวหูสั่นไหว .. ถึงในทรวง !
O เห็นเส้นทางทอดสู่ .. ทางหูดับ
แสงบนฟ้าเคยระยับก็ดับช่วง
ความเงียบงันบรรเลง .. บทเพลงลวง-
ร่วมบำบวงศรัทธา .. แทนมาลัย

O เราจึงยอมโดดเดี่ยวในเที่ยวทาง
ยากก้าวย่างหนุนช่วย .. ร่วมด้วยไหว
ด้วยผู้ย่างก้าวนำนั้น .. ต่ำไป-
ด้วยสามารถ .. โดยนัย .. แห่งใจนั้น !




Create Date : 10 สิงหาคม 2555
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 19:33:34 น. 7 comments
Counter : 2332 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ

กลอนในนารีปราโมชก็อ่อนหวานงดงามละเมียดละไมอ่านครั้งใดก็แสนไพเราะ

กลอนในโวหารภาพพจน์ ก็เชือดเฉือนแบบสุดๆ คมเข้มทุกวลี

แวะมาอ่านบทกวีชั้นครูค่ะ

วันหยุดยาวพักผ่อนอย่างมีความสุขนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 10 สิงหาคม 2555 เวลา:22:09:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี

ชมผมเกินไปครับ .. ผมยังชั้นพื้นฐานอยู่ครับ .. เพียงแต่ชอบเขียน .. เพราะเป็นการทำลายเวลาที่ดียิ่ง

เขียนกลอนแล้วแต่อารมณ์ครับ ..
หากช่วงไหนเจอคนสวยอยู่รอบๆตัวอยู่ตลอดเวลา .. กลอนนารีปราโมชจะเขียนได้เร็วเป็นพิเศษ .. 55

ส่วนกลอนโวหารภาพพจน์ กับ นรกวาที ต้องเผลอไปดูช่อง TV ของพวก เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อฟ้า เสื้อลายจุด(dalmatian)เข้า .. กลอนจะออกมาเร็วตามประเด็นทีอยากทำร้ายจิตใจบรรดาสาวกกีฬาสีพวกนั้น .. ขอรับ

ยินดีทุกครั้งที่คุณวลีแวะมาทักทาย ..
ผมว่าผู้หญิงใส่แว่นดูมีเป็นผู้มีความรู้ดีนะครับ .. อิๆๆ



โดย: สดายุ... วันที่: 11 สิงหาคม 2555 เวลา:20:48:30 น.  

 
เหรอค่ะ งั้นวลีใส่แว่นซ้อนอีกสองสามอันจะได้ดูมีความรู้มากๆ อิๆ

O จึงเห็นความเชื่องเชื่อ .. ที่เหลือง้าง
เหลือกตาค้างจับเจ่า .. ฟังเขากล่อม
ยากยิ่งนักจักแยก .. ความแปลกปลอม-
ที่สอดแทรกอยู่พร้อมให้ยอมใจ

บทนี้ช่างหาคำค่ะ "จะง้างความเชื่องเชื่อ"

บัวกลางสาครส่ายอ้อนปลา เห็นภาพค่ะ

มีความแตกต่างมากมายในประเทศนี้

ปล. เรื่องชมไม่เกินไปค่ะ อันนี้ขอยืนยัน "วาทะนี้หามีเทียม"



โดย: วลีลักษณา วันที่: 11 สิงหาคม 2555 เวลา:22:18:34 น.  

 
ครับคุณวลี

ความเชื่อง่าย .. ของคนไทยโดยรวมเป็นพิษต่อการรับรู้ของผมเป็นพิเศษ .. จึงต้องเอามาเขียนบ่อยๆ

ความเคยชิน ความคุ้นเคย ความมักง่าย ความไร้เหตุผล เป็นเรื่องที่เอามาเขียนได้ไม่รู้จบครับ ..

เมื่อมันเกิดในชนหมู่มากที่เราเรียกว่า สังคม จึงกลายเป็นพฤติกรรมหมู่ อุปาทานหมู่ .. ที่ทำตามๆกันไป และแก้ยาก

คนใส่แว่นที่มองโลกผ่านเลนส์แห่งความใคร่ครวญจะมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ยากครับ .. อิๆๆ




โดย: สดายุ... วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:8:43:45 น.  

 
วกมาเรื่องแว่นจนได้อิๆ

O โอ หนอ .. รัฐสีมาเพ-ลานี้
มากเหลือที-ภพชาติ .. ปวง .. ขลาด-เขลา
พร้อมถ้อยคำแทรกสู่ ช่อง .. หูเบา
ความมึนงงมัวเมา .. ท่วมเบ้าตา

ถ้าตาบอดหูหนวกเสียแล้วแว่นก็ช่วยไม่ได้ค่ะ

ขอบคุณสำหรับเรื่องศัพท์นะคะเขียนผิดประจำค่ะ อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังหลุด มีทุกบทค่ะที่ผิด

มีความสุขเช่นกันนะคะ



โดย: วลีลักษณา วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:9:25:22 น.  

 


อาจเป็นเพราะผมติดภาพคนใส่แว่นว่าเป็นผู้คงแก่เรียน มายาวนาน .. เพราะอ่านหนังสือมากจึงใช้สายตามากจึงทำให้ต้องใส่แว่น .. อิๆๆ

เอาบทเก่ามาลงให้คุณวลีดู .. ตอนเขียนกลอนใหม่ๆ




O ฉันหยุดยืน เคว้งคว้าง ในทางน้อย
สืบร่องรอย เลือนลาง - รอยข้างหน้า
ค่อยดุ่มดั้น เดินผ่าน กาลเวลา
มุ่งฟันฝ่า กับหน้าที่ ของชีวิต

O สองตาฉัน คอยเล็ง - คอยเพ่งหา
กับคุณค่า งามใส อันไพจิตร
จึงกอดเกี่ยว เอี้ยวแล ทุกแง่คิด
ผ่านช่องทาง ถูก-ผิด ให้จิตจำ

O ฉันเห็นใบ ไม้น้อย ลิดลอยลับ
คือท่วงที ลำดับ ของสรรพส่ำ
ร่วงพลิกคว่ำ พลิกหงาย กับปลายกรรม
ก่อลำนำ เวียนวน อยู่บนทาง

O บ้างร่วงผล็อย ลอยแผ่ กระแสสินธุ์
มอบชีวิน ซบซาก ของขวากขวาง
หลากหลายโขด หินแหลม ตั้งแซมกลาง
จะผ่านพราง ฤๅให้รอด ตลอดธาร

O สกุณา จำเรียง ส่งเสียงแว่ว
ระหว่างแก้ว รวีแสง สีแดงฉาน
ฉันยิน-ยล หยัดร่าง อยู่กลางกาล
อีกไม่นาน คงเห็นปลาย ที่หมายรอ



โดย: สดายุ... วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:22:17:53 น.  

 
งดงามมากค่ะ ทั้งคำความหมาย พลังความมุ่งมั่นครบในสำนวน คุณสดายุเริ่มเขียน ไพเราะกว่ากลอนที่วลีเขียนมาแล้วเกือบสามปี อ่านแล้วนึกถึงคำว่า "ระบำใบไม้"

ขอบคุณนะคะ




โดย: วลีลักษณา วันที่: 13 สิงหาคม 2555 เวลา:9:33:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.