Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
"IKIGAMI สาส์น-สั่ง-ตาย" - จากการ์ตูนฮิต สู่หนังเนื้อหาเข้ม



IKIGAMI สาส์นสั่งตาย



‘ถ้าหากว่าคุณจะต้องตายวันพรุ่งนี้ วันนี้คุณจะทำอะไร’


คือสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามตั้งคำถามและหาคำตอบให้กับผู้ที่ได้ชม โดย IKIGAMI สร้างมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นที่โด่งดังจากฝีมือการรังสรรค์ของนักเขียนการ์ตูนอัจฉริยะ “โทโมอากิ อาเสะ” ที่ขายได้กว่าล้านเล่มด้วยเวลาอันรวดเร็วพร้อมสร้างฐานแฟนคลับที่หนักแน่นขึ้นมากมายทั่วโลกทั้งยังสร้างกระแสและก่อเกิดคำวิพากย์วิจารย์กับเนื้อเรื่องที่เล่นกับอารมณ์และสะท้อนสังคมอย่างอย่างเจ็บแสบและมีชั้นเชิง


เรื่องราวใน IKIGAMI เริ่มต้นขึ้นเมื่อรัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายฉบับที่เรียกว่า “กฎหมายเพื่อการธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ” โดยเด็กทุกคนต้องได้รับวัคซีนชนิดนี้ ซึ่งหนึ่งในพันจะมีหนึ่งคนที่จะต้องเสียชีวิตจากการแตกของแค๊ปซูลที่ถูกฉีดเข้าไปเมื่ออายุระหว่าง 18-25 ปี หลังจากนั้น 24 ชั่งโมงก่อนที่แค๊ปซูลแห่งความตายจะแตกเข้าสู่ร่างกาย เจ้าหน้าที่ของทางรัฐจะส่งจดหมาย “อิคิงามิ” มาสู่บุคคลนั้นเพื่อประกาศให้รับรู้ถึงความตายที่จะมาถึงในไม่ช้า “ฟุจิโมโตะ” คือหนุ่มมือใหม่ไฟแรงที่ได้ทำงานราชกาลส่งสาส์น ‘อิคิงามิ’ เหล่านี้ ซึ่งระหว่างที่ทำงานนี้นั้นเขาก็เริ่มมองเห็นความไม่สมเหตุผลในความตายซึ่งถูกยัดเยียดให้กับเหล่าหนุ่มสาวเหล่านี้ และเริ่มคลางแคลงใจในงานของเขาทีละน้อย ๆ




ถ้าคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนก็อาจจะคิดไปว่าหนังเรื่องนี้คงเป็นหนังญี่ปุ่นทำนองเดียวกับหนัง Death Note หรือ 20th Century Boy ที่มาพร้อมกับเทคนิคพิเศษใหม่ๆบวกกับเนื้อหาชวนลุ้นระทึกต่างๆนานา แต่ IKIGAMI นั้นกลับตรงกันข้าม โดยเป็นหนังที่อยู่บนความเป็นจริงอย่างมากที่สุด ไม่มีฉากแอคชั่นโชว์เทคนิกพิเศษ มีเพียง “เนื้อหา” ที่ทรงพลังและผ่านการเรียงร้อยเรื่องราวมาเป็นอย่างดี และการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในทุกด้าน นั่นทำให้ผู้ชมสามารถที่จะเข้าใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังเรื่องนี้อย่างที่สุดได้ไม่ยาก


โดยในหนังตัวเอก “ฟุจิโมโตะ” จะทำหน้าที่ส่ง “อิคิงามิ” 3 ใบ และทั้ง 3 ใบนั้นก็จะมีเรื่องราวของผู้ที่เหลือชีวิตเพียง 24 ชั่วโมงและผู้คนรอบข้างต่างกันออกไป ตั้งแต่ใบแรกเป็นเรื่องราวของ ชายหนุ่มสองคนตัดสินใจจะทำวงดนตรี คนหนึ่งได้รับเลือกโดยบริษัทหนึ่งในแวดวงดนตรีและกำลังจะได้ออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่ อีกคนหนึ่งยอมแพ้ในเรื่องดนตรี ซึ่งถ้ามองภาพรวมแล้วเนื้อหาของตอนนี้ถือว่าสามารถทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดถ้าเทียบกับอีกสองเรื่องราวที่เหลือ เพราะนอกไปจากความรักของผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกชายกำลังจะตายโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว ยังมีความรักระหว่างเพื่อนที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความสุขและความหมายของการมีชีวิตผ่านบทเพลง “ป้ายบอกทาง” ที่สะท้อนเรื่องราวในหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี



ส่วนใบที่สองเป็นเรื่องราวของลูกชายนักการเมืองชื่อดัง ที่มีปัญหาชีวิตพ่อแม่ไม่สนใจ และหลังจากรู้เวลาตายของตนก็จึงหาทางออกสุดท้ายให้กับชีวิต ซึ่งสุดท้ายทำให้เราได้เห็นธาตุแท้ในวินาทีสุดท้ายของมนษย์ ส่วนในเรื่องที่สามนั้นเป็นเรื่องซาโตชิและซากุระเป็นพี่ชายน้องสาวซึ่งตาบอดและมีกันอยู่แค่ 2 คน ก่อนที่ “อิคิงามิ” จะถูกส่งมายังซาโตชิ ความรักและการเสียสละเป็นสิ่งที่เนื้อหาตอนนี้ได้กล่าวถึงรวมไปถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่




สิ่งที่ IKIGAMI แฝงไว้นอกจากข้อคิดเกี่ยวกับการค้นหาความหมายของคำว่าชีวิตของคนที่เหลือเวลาเพียงแค่ 1 วัน โดยรัฐบาลอ้างว่า “เป็นการตายเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับประเทศชาติ” แม้จะทำให้ยอดอาชญากรรมลดลง และทำให้ประชากรในประเทศมีคุณภาพและรู้คุณค่าของชีวิตมากขึ้น แต่บนพื้นฐานของคำว่า “ยุติธรรม” แล้ว “อิคิงามิ” จะยังคงเป็นกฎหมายที่น่าส่งเสริมอยู่หรือ รวมไปถึงเรื่องของ “กบฎทางความคิด” ที่รัฐบาลพยายามเป็นเผด็จการโดยห้ามไม่ให้ประชาชนแม้แต่จะ "คิด" ต่อต้าน ซึ่งตัวหนังก็สามารถนำเสนอส่วนนี้ออกมาได้เป็นอย่างน่าขบคิด


เรื่องนี้มีการใช้ฉากต่างๆสื่อความหมายแทนการใช้คำพูดที่น่าสนใจอยู่หลายจุด อย่างเช่น ฉากขาว-ดำจากกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆเพื่อสื่อให้เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องนั้นถูกจับตามองจากรัฐบาลอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างจากแมวที่เฝ้าจับตาดูหนู และฉากรางรถไฟที่สะท้อนจุดยืดของตัวเอกเองก็เช่นกัน



IKIGAMI เป็นภาพยนตร์ที่จะทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าของชีวิต (แนวคิดคล้ายๆ Saw เพียงแต่ไม่โหดเท่าและมีความลึกซึ้งกว่า) ได้อย่างดีเยี่ยมเรื่องหนึ่ง และถือเป็นการตอกย้ำว่า IKIGAMI เป็นหนึ่งในภาพยนต์และหนังสือการ์ตูนในไม่กี่เรื่องที่จะทำให้คุณ “หลั่งน้ำตา” จากการหาความหมายของชีวิตได้ขนาดนี้

**ที่มา นสพ.ผู้จัดการรายสัปดาห์




Create Date : 20 ธันวาคม 2551
Last Update : 12 เมษายน 2553 13:02:37 น. 9 comments
Counter : 880 Pageviews.

 
น่าดูคับ


โดย: บิว IP: 125.26.158.13 วันที่: 20 ธันวาคม 2551 เวลา:12:25:08 น.  

 
ไปดูมาแล้ว สนุกหงะ

ต่างจากใจการ์ตูนนิดหน่อย

แต่ก้อดีอ่ะ ซึ้งๆ


โดย: ดิว IP: 202.176.158.223 วันที่: 21 ธันวาคม 2551 เวลา:1:22:39 น.  

 
ผมก็ดูมาแล้วครับ สนุกดี

เพลง michishibure เพราะมากๆ

แต่น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้ไม่ฮิตมากในญี่ปุ่น กว่าจะไม่มีภาคต่อออกมา


โดย: naritai IP: 58.181.132.20 วันที่: 22 ธันวาคม 2551 เวลา:16:04:17 น.  

 
อ่าาา ชอบมากๆ เหมือนกันเลยค่ะ
เขียนเอาไว้ยาวเลย ลองไปอ่านดูได้ค่ะ ^^



โดย: ยิ่งยง นั่งยองยอง วันที่: 24 ธันวาคม 2551 เวลา:23:51:00 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ครับ
ดีใจที่ออกมาเป็นหนังดี

และก็ขอขอบคุณที่อุดหนุนการ์ตูนด้วยครับ
คิดว่าเดือนมกราคา 2552 น่าจะออกเล่ม 4 ได้ครับ
(ส่วนคำแปลมีถึงเล่ม 5 แล้วครับ)

--
Oakyman's Blog


โดย: Oakyman วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:15:31:57 น.  

 
ตายหรืออยู่จริง ๆ แล้วเรามีสิทธิ์เลือกหรือตัดสินใจแทนคนอื่นด้วยหรือ ? นี่คือหนึ่งในคำถามที่หนังต้องการจะสื่อ


โดย: gronsawan IP: 112.142.3.57 วันที่: 4 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:44:03 น.  

 
จะอยู่หรือเป็นก็เท่ากันหมด


โดย: ฟีม IP: 192.168.212.114, 117.47.159.105 วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:13:21:11 น.  

 
หนังออกมาตั้งนานแล้ว
แต่กำลังสั่งเรื่องนี้มาดูค่ะ

เพราะอยากเห็นโชตะ
ในบทบาทอื่นๆดูบ้าง

รอดูๆ


โดย: nobuta wo produce IP: 202.29.153.10 วันที่: 11 ธันวาคม 2554 เวลา:4:23:57 น.  

 
ดูที่ไหนหรอคะจะได้หาดูบ้าง


โดย: หมวย IP: 110.171.67.176 วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:2:01:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**