Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
"Yes Man" - ชีวิตเปลี่ยนได้เพียงปากตอบรับ และ ใจเปิดกว้าง



Yes Man / คนมันรุ่ง...เพราะมุ่งเซย์ “เยส”

“คาร์ล อัลเลน” ชายหนุ่มที่ชีวิตย่ำอยู่กับที่ กับการพูดแต่คำว่า “ไม่” จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้เจอกับเพื่อนเก่าที่ชวนเขาเข้าร่วมกับโครงการช่วยเหลือด้วยตนเองโดยมีกติกาง่าย ๆ เพียงข้อเดียว คือการพูดว่า “ได้” เพื่อตอบรับกับทุก ๆ เรื่อง และไม่ว่ากับอะไรก็ตาม การปลดปล่อยพลังของคำว่า “ได้” เริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตของคาร์ลไปในทางที่น่ามหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง ทำให้เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งงานและเปิดประตูหัวใจให้กับรักครั้งใหม่ แต่ความกระตือรือร้นของเขาในการที่จะรวบเอาทุก ๆ โอกาสไว้อาจจะกลายมาเป็นเรื่องดี ๆ ที่มากเกินไปก็ได้



หลังจากผลงานเรื่องก่อนๆไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ อาทิ The Number 23 (2007) , Fun with Dick and Jane (2005) หรือที่ดูดีขึ้นมาหน่อยคือการไปพากษ์เสียงตัวเอกใน Horton Hears a Who! (2008) หนังอนิเมชั่นแฝงข้อคิดของปีที่แล้ว และตอนนี้ Jim Carrey กลับมาพร้อมกับหนังใหม่ “Yes man” ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นการหวนกับไปสู่บทบาทตลกโปกฮาในหนังที่น่าจดจำอย่าง ใน Liar Liar (1997) , Bruce Almighty (2003) เสียด้วย

และหากใครคิดว่าหมดยุคของหนังตลกหนุ่มอารมณ์ดีนายนี้แล้วก็อาจต้องคิดใหม่ เพราะ “Yes man” ถือเป็นหนังโรแมนติก-คอมเมดี้ ที่จัดว่าเข้าขั้น “ดี” เรื่องหนึ่งในระยะหลังๆของหนังแนวนี้เลยทีเดียว








ชีวิตของ คาร์ล เป็นลักษณะของของพวกที่ชอบปิดกั้นตนเองอย่างสุดโต่ง เขาไม่ตอบรับกับทุกๆเรื่องรอบตัว อาทิ ไม่รับสายจากเบอร์แปลกๆที่ไม่โชว์ชื่อ , ไม่รับใบปลิวข้างถนน , ปฏิเสธบ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปงานสังสรรค์ของหมู่เพื่อนฝูง ,ปฏิเสธการอนุมัตจากบรรดาลูกค้าที่มากู้เงินโต๊ะเขา ตลอดจนเป็นคนที่ “ไม่” แม้แต่จะเผชิญหน้ากับอดีตภรรยาของเขาเอง ชีวิตของเขามีความสุขจากการได้เช่าดีวีดีหนังจากร้านเช่ามาดูทุกค่ำคืน (ที่เห็นๆในเรื่องก็เรื่อง 300 กับ Saw) ทั้งยังต้องเผชิญกับความจำเจ ซ้ำซากที่ประดังเข้ามาในแต่ละวัน

จนกระทั้งวันหนึ่ง ที่เพื่อนเก่าของ คาร์ล ยื่นมือเข้ามาชักชวนเขาเข้าสู่โปรแกรมการอบรม “ใช่ ก็คือไม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง” แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป โดยเขาได้ “สัญญา” กับตนเองว่าจะตอบรับกับทุกเรื่อง และเลิกพูดคำว่า “ไม่” ตลอดระยะเวลาช่วงหนึ่ง แล้วเขาก็เริ่มจากการที่เขาเริ่มเปลี่ยนการตอบว่า “ไม่” จนค่อยๆมาเป็น “ใช่” ในที่สุด และจากการตอบรับอย่างไม่ค่อยแน่ใจในครั้งแรก ก็นำเขาได้พบกับ “อัลลิสัน” สาวสวยที่เป็นครูสอนการถ่ายรูปรูปขณะวิ่งจ็อกกิ้งยามเช้า และเป็นนักร้องในผับเล็กๆยามกลางคืน หญิงสาวที่ใช้ชีวิตต่างกับเขาอย่างสิ้นเชิง เธอเปิดรับสิ่งต่างๆรอบตัวและสนุกไปกับมัน นั่นเป็นจุดที่ทำให้ คาร์ล เริ่มสนใจในตัว อัลลิสัน มากเข้าไปอีก

หนังค่อยๆนำเสนอให้เราได้เห็นว่าหลังจากที่ คาร์ล เริ่มตอบ “Yes” กับทุกเรื่องตรงหน้าแล้ว ชีวิตของเขาก็ดีขึ้นทันตาเห็น ทั้งหน้าที่การงาน ,ความรักครั้งใหม่ ,เรียนขับเครื่องบิน เรียนดนตรี ฯลฯ ซึ่งทำให้ชีวิตของเขาดู “มีสีสัน และ สดชื่น” มากกว่าก่อน รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอัลลิสันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น






ฉากต่างๆในเรื่องสามารถนำเสนอออกมาได้ค่อนข้างดี การถ่ายภาพต่างๆและดนตรีประกอบก็เพราะใช้ได้ทีเดียว อาทิเช่น ฉากที่ คาร์ล และ อัลลิสัน นั่งคุยกันที่เก้าอี้ในสวนหลังวิ่งจ็อกกิ้งเสร็จ ส่วนฉากฮาๆนั้นก็ทำออกมาได้ไม่เลว ต้องยกเครดิตให้กับ "Jim Carrey" ที่นำเสนอตัวละครตัวนี้ได้ออกมาบ้านิดๆ น่ารักหน่อยๆ มีเสน่ห์ และน่าเห็นใจไปพร้อมๆกัน โดยเฉพาะตลกทางการทำหน้าทำตา ถือเป็นการกลับมากับบทแนวนี้ที่ดีครับ ส่วน “Zooey Deschanel” นางเอกของเราก็เล่นได้สวยใส น่ารักครับ ดูเป็นธรรมชาติและเข้าขากับหนุ่ม Carrey อย่างสุดๆ จากที่เริ่มสะดุดตาเธอจากบทนางเอกในหนังหนีภัยลึกลับอย่าง The Happening (ที่ตั้งใจไปดูความหักมุม แต่ได้ความน่ารักของนางเอกมาแทน ^^) ได้ข่าวมาว่า นอกจากเป็นนักแสดงแล้วน้อง Zooey ยังเป็นนักร้องด้วย ฉะนั้นในฉากร้องเพลงเสียงเธอจึงดีจริงๆ เชื่อเลยครับว่าหลังดูหนังเรื่องนี้จบคงมีใครหลายคนหลงเสน่ย์สาวหน้าน่ารักคนนี้อย่างแน่นอน ดาราที่เด่นอีกคนก็คือ “Rhys Darby” ในบท นอร์แมน หัวหน้าและเพื่อนของคาร์ล ที่โผล่มาแต่ละทีก็มีฮาครับ

ส่วนตัวแล้วชอบเกือบทุกฉากในหนังเรื่องนี้ครับ อาทิ ฉาก คาร์ล ร้องเพลงช่วยคนที่กำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย , ฉากกินกระทิงแดง ,ฉากโรแมนติกบนเวทีแสดงดนตรียามค่ำคืน , ฉาก คาร์ล และ อัลลิสัน ไปเที่ยวด้วยกัน คือทุกอย่างล้วนดูเป็นไปในทางเดียวกัน และให้อารมณ์ “ฟิวกู๊ด” อย่างสุดๆครับ
ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าตัวหนังจะไม่มีเนื้อหาสาระเลย เพราะ ในช่วงท้ายหนังพยายามทำให้เห็นว่าหลังทุกคนรู้ความจริงว่าทุกอย่างที่ คาร์ล ตอบ “Yes” นั้นเกิดจากสัญญาในการอบรมหลักสูตรพัฒนาตนเอง นั่นทำให้ทุกคนรอบกายเริ่มแคลงใจว่า จริงๆแล้วทุกๆเรื่องที่ คาร์ล ตอบรับนั้นเกิดจาก “ความต้องการในใจ” ของตนเอง หรือเป็นเพียงแค่ “การทำตามกฎสัญญา” นั่น ซึ่งก็นำมาสู่การพิสูจน์ตัวเองของเขาในที่สุด

หนังสรุปให้ผู้ชมและตัวของคาร์ล เข้าใจพร้อมๆกันว่า การตอบรับกับทุกๆเรื่องนั้น ถือเป็นเปิดทุกๆโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่เราก้ต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากการเปิดโอกาสนั่นด้วย ต้องรู้จักคิด พิจารณา “เลือก” ที่จะตอบรับ ไม่ใช่ “สักแต่ว่าตอบรับ” อย่างเดียว ไม่งั้นชีวิตแทนที่จะดีขึ้น อาจกลายเป็นอีกแบบก็ได้



ผมชอบประโยคหนึ่งที่ตัวละครของ Jim Carrey สารภาพในนางเอกฟังในตอนท้ายว่าว่า

“จริงๆแล้วเมื่อก่อนผมเป็นคนที่ไม่เปิดรับโอกาสใดๆเลยในชีวิต ผมปฏิเสธทุกเรื่องที่อยู่ตรงหน้า และผมกลัวที่จะให้คนอื่นรู้จักผม เพราะถ้าพวกเขารู้ว่าจริงๆแล้วตัวผมไม่มีอะไรวิเศษเลย สักวันพวกเขาจะทิ้งผมไป แต่เมื่อผมเริ่มที่ตอบรับ มันทำให้ผมมาเจอคุณ และตัวผมก็เปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เป็น”

(ไม่แน่ใจว่าจำมาถูกไหม แต่น่าจะประมาณนี้ คือ ฟังแล้ว นึกถึงตัวเองมากครับ เพราะเจ้า คาร์ล มีส่วนคล้ายๆ จขบ. อยู่หลายอย่าง เหอๆ )

ส่วนอีกประโยคก็มาจากนางเอก

“ตอนเราเด็กๆ เราเคยคิดว่าโลกใบนี้เป็นสนามเด็กเล่น แต่เมื่อโตมาแล้วเรากลับที่ลืมเลือนมันไป”

เป็นประโยคง่ายๆที่สะท้อน ตัวตนของ อัลลิสัน ได้เป็นอย่างดี ที่มีพฤษติกรรมชอบทำอะไรแปลกๆ และสนุกกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ทั้งยังไปสะกิดใจลึกๆของ คาร์ล อีกด้วย ว่าจริงๆแล้วเขาก็อย่างที่จะเป้นอย่างนั้น แต่เพียงแค่เขาไม่กล้าที่จะเปิดตัวเองเท่านั้นเอง

Yes man ถือเป็นหนังที่บอกกับเราว่า บางครั้งแค่เพียงเรา “เปิดปาก” ลองเซย์เยส กับบางเรื่องที่ไม่คุ้นเคย พร้อมทั้งลอง “เปิดใจ” มองทุกอย่างรอบตัว เพียงแค่นั่นโลกใบนี้ก็กลายมาเป็นสนามเด็กเล่นอย่างที่เราเคยฝันไว้ในวันวานแล้ว รวมไปถึงอาจทำให้ใครหลายคนได้สัมผัสถึงสิ่งที่เรียกว่า “การใช้ชีวิต” ได้ไม่น้อย และเป็นหนังที่ดูแล้ว “สนุกอย่างมีสาระ” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว




Create Date : 11 มกราคม 2552
Last Update : 12 มกราคม 2552 0:07:20 น. 0 comments
Counter : 1191 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**