Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Trail of the Panda- “(ขอโทษครับ) เพื่อนผมเป็นหมีแพนด้า ... หนังหมีแพนด้าซึ้งๆ สไตล์ วอลท์ ดิสนี่ย์"





แวปแรกที่เห็นใบปิดของหนังเรื่องนี้ภายใต้การภูมิใจเสนอของสตูดิโออย่าง วอลท์ ดิสนีย์ ก็เพียงพอแล้วครับ ที่จะทำให้ Trail of the Panda เป็นหนังที่น่าสนใจพอสมควร บวกกับกระแสลูกหมีแพนด้าที่กำลังแรงในบ้านเรา ยิ่งทำให้คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะสะจริงๆที่ได้หนังเรื่องนี้เข้ามาฉายในโรงภาพยนตร์ (แม้จะจำกัดโรงก็ตาม)




Trail of the Panda เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ เด็กกำพร้าหนุ่มชาวจีน “เสี่ยว หลู” ที่หลังจากพ่อกับแม่ตายเพราะอุบัติเหตุไฟใหม้ เขาก็กลายเป็นเด็กที่เก็บตัว และเลือกที่จะไม่พูดกับใครอีกเลยเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว โดยคนที่เก็บเสี่ยว หลู มาดูแลก็คือเพื่อนบ้านของเขานาม “เล่า เฉิน” พรานป่าที่รับจ้างล่าสัตว์บนหุบเขา ทั้งคู่อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน นายพรานให้ที่พักแก่เด็กหนุ่ม ส่วนเด็กหนุ่มก็ดูแลเรื่องอาหารการกินให้แก่นายพราน แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ทั้งคู่จะเปิดใจให้กัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคนคงเป็นแค่คนแปลกหน้าในบ้านหลังเดียวกันเท่านั้น


จนกระทั้งวันหนึ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อการมาของ “ชายแปลกหน้า” คนหนึ่ง ที่มาจ้างนายพราญให้ช่วยล่าลูกหมีแพนด้าตัวหนึ่ง เพราะ ทราบข่าวมาว่าบนหุบเขา มีแม่หมีแพนด้า เพิ่งให้กำเนิดลูกแพนด้าแฝดเมื่อไม่นานมานี้ แต่ขณะที่กำลังล่าลูกแพนด้าอยู่นั้น กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝัน และเหมือนดั่งโชคชะตาที่เสี่ยว หลู ไปพบเจ้าลูกแพนด้าตัวนี้เข้า เด็กหนุ่มตั้งชื่อให้มันว่า “พ่าง พ่าง” โดยที่ เสี่ยว หลู เลือกที่จะเก็บเรื่องที่เขาเจอลูกแพนด้าไว้เป็นความลับ เพราะกลัวพรานและคนแปลกหน้าจะจับมันไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ มันจะเปลี่ยนมุมมองของเด็กหนุ่มที่มีต่อโลกใบนี้และสิ่งมีชีวิตสุดอัศจรรย์นาม “แพนด้า” ไปตลอดกาล





ฟังดูจากเนื้อเรื่องแล้วก็จะเห็นว่าหนังเรื่องนี้มีตัวละครหลักในเรื่องแค่ 3 คนเท่านั้น แต่ด้วยการที่ตัวละครหลักน้อย และเฉลี่ยบทกันไป นั่นทำให้ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครที่เป็นพระเอกของเรื่องจริงๆ อย่าง “หมีแพนด้า”อย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว ในเรื่องนี้ใช้หมีแพนด้าเข้าฉากถึง 7 ตัว ประกอบด้วย แม่หมีแพนด้านาม เมา เมา ในบท แม่หมี และ บทของ พ่าง พ่าง ตกเป็นหน้าที่ของแพนด้าน้อยๆ 6 ตัวที่สลับหมุนเวียนกันเข้าฉาก (รับรองว่าดูไม่ออกเลยว่าใช้ถึง 6 ตัว เพราะมันน่ารัก และเหมือนกันหมดทุกตัวจริงๆ) ส่วนตัวละคร “เสี่ยว หลู” ที่แสดงโดย ไดอิจิ ฮาราชิมะ ก็ถือว่าธรรมชาติดีครับ โดยเฉพาะการเข้าฉากร่วมกับเหล่าลูกหมีแพนด้า ทั้งคู่ดุสนุก และมีความสุขจนไม่คิดว่าภาพที่เห็นอยู่คือการแสดงเลยจริงๆ ส่วนตัวละครที่เหลือก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน

ก่อนได้ชมแอบคิดว่าหนังเรื่องนี้ อาจจะมีดีแค่การขายความน่ารักของเจ้าหมีแพนด้าอย่างเดียว แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว หนังมีแง่คิดสไตล์ ดิสนีย์ แฝงอยู่เยอะพอสมควรครับ โดยเฉพาะในเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “เสี่ยว หลู” กับหมีน้อย “พ่าง พ่าง” ซึ่งเด็กหนุ่มหลังจากเสียผู้เป็นพ่อกับแม่ไป เขาก็เก็บความรู้สึกเหงาไว้ลึกๆในใจและเลือกที่จะไม่แสดงมันออกมา แต่หลังจากพบกับลูกหมีแพนด้าตัวนี้ ที่พลัดหลงจากผู้เป็นแม่มันมา และกำลังถูกตามล่าอีกด้วย นั่นทำให้ เสี่ยว หลู รู้สึกเห็นใจ และ คิดว่าแพนด้าตัวนี้ก็คงกำลังกลัวและเหงาไม่ต่างไปจากเขาแน่ๆ เขาเก็บมันมาซ่อนไว้ที่บ้านร้าง พยายามดูแล หาอาหาร ตลอดจนเล่นและสอนสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับหมีแพนด้าให้กับมัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยๆก่อเกิดเป็นคำว่า “เพื่อน” ทั้งเสี่ยว หลู และ พ่าง พ่าง ต่างเป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต ของกันและกัน และนั่นรวมไปถึงการทำให้เสี่ยว หลูเปิดใจยอมที่จะเริ่มพูดอีกครั้ง หลังไม่พูดมานานกว่าหนึ่งปี รวมไปถึงในช่วงฉากไฮไลท์ของเรื่องที่ เสี่ยว หลู ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ผู้ชมจะเห็นตัวละครเด็กหนุ่มคนนี้คิดอะไรซื่อๆ ตามประสาเด็กอยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่กับการตัดสินใจครั้งนี้แล้วมันแตกต่างจากที่เคยสิ้นเชิงครับ โดยเขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ พ่าง พ่าง เพื่อนคนแรกในชีวิตของเขา




ส่วนอีกเรื่องก็คือ ตัวละคร นายพราน “เล่า เฉิน” กับ “คนแปลกหน้า” ที่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะจับลูกหมีแพนด้าให้ได้ ซึ่งช่วงแรกๆ ทั้งสอง ดูจะเป็นตัวละครประเภทที่น่าจะร้ายลึกนะครับ แต่เอาเข้าจริงๆหลังหนังได้เฉลยถึงเหตุผลของทั่งคู่แล้วก็ยอมรับเลยว่า ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลที่ดีในการกระทำทั้งหมดในเรื่องจริงๆ

และหลังจากการตัดสินใจของ “เสี่ยว หลู” แล้วความสัมพันธ์ของเข้ากับ “เล่า เฉิน” ก็เปลี่ยนไป เพราะทั้งคู่ต่างเห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ซึ่งสิ่งที่อธิบายตรงนี้ได้ดีที่สุดคือประโยคของ เสี่ยว หลู ที่พูดในช่วงท้ายของหนังว่า



“วันนั้นเป็นวันที่เพื่อนคนแรกของผมจากผมไป แต่ผมก็กลับพบพ่อคนใหม่ในเวลาเดียวกัน ...”


หลังดูจบหนังเรื่องนี้ยังทำให้ผมนึกไปถึงหนังหมีแพนด้าที่ชอบมากตอนเด็กๆเรื่อง The Amazing Panda Adventure (1995) เสียด้วย ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กและลูกหมี ที่มาพร้อมกับมิตรภาพ (ในหนังทั้ง 2 เรื่อง มีส่วนที่ชวนให้นึกถึงกันอีกอย่างคือ “สะพานแขวน” ครับ มีฉากโชว์สะพานแขวนสวยๆ งามๆ ให้ดูทั้งสองเรื่อง) รวมไปถึง ตัวละครหมีกังฟู “อา โป” ในอนิเมชั่น Kung Fu Panda (2008) อีกด้วย (อย่าแอบคิดว่าใน Trail of the Panda จะมีแพนด้ารำกังฟูนะครับ แค่นึกถึงเฉยๆ เหอ)



โดยรวมแล้ว Trail of the Panda จัดเป็นหนังครอบครัวน่ารักๆ ตามสไตล์ วอลท์ ดิสนีย์ แท้ๆครับ แต่จะมีที่เพิ่มเข้ามาก็คือ การให้ความรู้ และชี้ให้เห็นความสำคัญของหมีแพนด้าในประเทศจีน ตลอดจนการตั้งสถาบันเพื่ออนุรักษ์แพนด้า ที่ดูสนุกใช้ได้เลยครับ และแน่นอนหากคุณรักหมีแพนด้าคุณจะชอบหนังเรื่องนี้ครับ หรือใครที่เคยคิดว่าทำไมบ้านเราถึงหลงเสน่ย์เจ้าหมีขาวดำนัก เชื่อเหอะครับ พอดูหนังเรื่องนี้จบ คุณจะเข้าใจและอาจจะหลงรักมันอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

*******


ข้อมุลเพิ่มเติมของหนังครับ


ในตอนที่การถ่ายทำกำลังจะสิ้นสุดลง ทีมงานต้องเผชิญกับเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวเสฉวนในวันที่ 12 พฤษภาคม ที่วัดความรุนแรงได้ถึงระดับ 8.0 ริคเตอร์ ทีมงานยี่สิบแปดคน ที่กำลังถ่ายภาพทิวทัศน์ในวู่หลงเก็บไว้ ต้องติดอยู่ในภูเขานานสี่วัน ผู้กำกับยู ซองเล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ว่า พวกเขาอยู่บนเขาบาลางกันในตอนที่เกิดแผ่นดินไหวขึ้น จู่ๆ พวกเขาก็รู้สึกว่าทุกอย่างสั่นสะเทือนอย่างแรง และทันใดนั้น ไหล่เขาที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขาก็แตกเป็นเสี่ยงและถล่มลงมาตรงที่ที่พวกเขาเพิ่งยืนถ่ายทำไปเมื่อครู่นี้เอง และมันก็กลบรถที่อยู่ใกล้ๆ จนมิด ทีมงานพยายามที่จะเดินเท้ากลับศูนย์วิจัยวู่หลง แต่เมื่อพวกเขาพบว่านอกจากถนนจะใช้สัญจรไม่ได้แล้ว กระแสน้ำในแม่น้ำยังเปลี่ยนไปอีกด้วย พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินย้อนศรไปยังทิศทางตรงกันข้ามจนกระทั่งพวกเขาสามารถกลับไปเฉิงตูได้สำเร็จ

สำหรับศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์แห่งจีน ซึ่งเป็นสมาชิกของยูเนสโก้ แผ่นดินไหวส่งผลที่ร้ายแรงและน่าสะเทือนใจเป็นพิเศษ ไม่เพียงแต่อาคารสิ่งก่อสร้างจะเสียหายมากมาย แต่แพนด้ายักษ์ที่ชื่อเมา เมา ผู้รับบทเป็นแม่ของแพนด้าตัวเอกในเรื่อง ยังสูญเสียชีวิตภายใต้ซากปรักหักพังนั้นด้วย ดังนั้น "Trail of The Panda แพนด้าเพื่อนรัก" จึงเป็นเหมือนผลงานชิ้นสุดท้ายของเมา เมา และลูกๆ ในชีวิตจริงของมัน ซึ่งร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ก็กลายเป็นแพนด้ากำพร้าจริงๆ


ผลจากแผ่นดินไหวเสฉวนทำให้ "Trail of The Panda แพนด้าเพื่อนรัก" กลายเป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวที่ได้บันทึกภาพของวนอุทยานแห่งชาติวู่หลงที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง อย่างสมบูรณ์ที่สุด ท่ามกลางการสูญเสียชีวิต และความเสียหายมากมายนับไม่ถ้วนต่อสิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่าที่เกิดจากภัยพิบัติครั้งนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเหมือนการเตือนให้รำลึกถึงความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันระหว่างมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับและทีมงานทุกคนของภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะอุทิศภาพยนตร์เรื่องนี้ให้กับผู้คนที่งดงามและกล้าหาญของเสฉวน ทีมงานและแพนด้าในศูนย์วิจัยวู่หลง และประชาชนทุกคนที่มีส่วนช่วยเหลือในการบูรณะมณฑลเสฉวนให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง


ขอบคุณ เคดิตข้อมุลจาก //disney.go.com/disneypictures/ มากครับ






Create Date : 10 สิงหาคม 2552
Last Update : 13 เมษายน 2553 11:29:10 น. 3 comments
Counter : 1878 Pageviews.

 
น่าดูนะ

น่าสงสารแพนด้า


โดย: The Learner วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:21:39:42 น.  

 
when you are alone
sometime, when your heart break
who is the curer for you...
you always, in some moment of your
life.. stay alone and feeling lonely even
peoples are around you; friend, family even lover
but deep in your heart you still felt like something in your life
is gone, you scream for help, for love and for many thing that you want
but...saden that their is no one there for you, why don't you go to "GOD"
ask he for help believe me you will find the ways out and be ready for miracal
to happen into your life as it does happen to me


โดย: da IP: 124.120.22.16 วันที่: 10 สิงหาคม 2552 เวลา:21:53:09 น.  

 
ซึ้งดีครับ


ปังปังน่ารัก


โดย: pitthanet IP: 161.200.255.162 วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:20:00:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**