Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Eagle Eye [แผนสังหารพลิกนรก] - "คุณไม่ต้องตามหา เพราะเราอยู่ในทุกๆที่"




Eagle Eye / แผนสังหารพลิกนรก


"คุณไม่ต้องตามหา เพราะเราอยู่ทุกที่"


ที่ศูนย์บัญชาการกองทัพแห่งชาติ ณ เพนตาก้อน เจฟฟ์ คัลลิสเตอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม อยู่ระหว่างการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าเขาจะสั่งบอมบ์เป้าหมายคนสำคัญ นั่นก็คือผู้ก่อการร้ายชาวอัฟกันที่ทางการต้องการตัวหรือไม่ ประธานาธิบดีสั่งให้มีการโจมตีในงานศพงานหนึ่งโดยยังไม่มีการยืนยันถึงตัวตนของเป้าหมาย การระเบิดครั้งนี้ได้ทำให้เกิดความอาฆาตในหมู่ผู้ก่อการร้ายทั่วโลกที่มีความเคียดแค้นสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงมีการคุกคามจากภายในประเทศเองด้วย


ในชิคาโก้ หนุ่มเฉื่อยแฉะวัย 23 ปีที่ชื่อ เจอร์รี่ ชอว์ (ไชอา ลาบัฟ) พนักงานของร้านค้าท้องถิ่น ก๊อปปี้ คาบาน่า ถูกโทรเรียกตัวกลับบ้านกะทันหัน อันเนื่องมาจาก อีธาน พี่ชายฝาแฝดของเขา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศ และเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์





ขณะเดียวกันนั้นเรเชล ฮอลโลแมน (มิเชลล์ โมนาแกน) คุณแม่ยังสาวที่ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง กำลังส่งตัวแซม ลูกชายวัย 8 ขวบของเธอให้เดินทางไปวอชิงตัน ดีซี เพื่อเป่าทรัมเป็ตกับวงดนตรีของโรงเรียนที่เคนเนดี้ เซ็นเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่แม่ลูกต้องห่างจากกัน และในค่ำคืนหนึ่งขณะเพลิดเพลินอยู่กับสาวๆ เพื่อนของเธอ เรเชลกดรับสายจากโทรศัพท์มือถือของเธอ หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งโทรมาบอกเรเชลให้ทำตามคำสั่งของเธอ ไม่งั้นแซม ที่มีภาพปรากฏให้เห็นจากจอทีวีบนถนนฝั่งตรงข้าม จะต้องตาย



เมื่อเดินทางกลับไปยังชิคาโก้ เจอร์รี่พบว่าบัญชีธนาคารที่ปกติไม่เคยเหลือเงินติดแบงก์ กลับมีเงินมากถึง $750,000 เหรียญ และอพาร์ตเม้นต์ที่ปกติแทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องเลยนั้น กลับเต็มไปด้วยอาวุธและเครื่องไม้เครื่องมือที่ประกอบขึ้นเองของผู้ก่อการร้าย เจอร์รี่ได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนเดียวกัน ที่เตือนให้เขาหนี ไม่งั้นเขาจะถูกจับ ก่อนที่เขาจะหนีได้ทัน เจอร์รี่ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้เสียก่อน




ในห้องสอบปากคำของเอฟบีไอ เจ้าหน้าที่โธมัส มอร์แกน (บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน) เป็นผู้ตั้งคำถามถามชายหนุ่มผู้นี้ ผู้ยืนยันว่าเขาโดนใส่ความ เมื่อเจอร์รี่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้อง เขาได้รับการติดต่อจากหญิงลึกลับคนเดิมอีกครั้ง เธอช่วยเขาหนีด้วยการเหวี่ยงเครนก่อสร้างที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กระแทกใส่หน้าต่าง และสั่งให้เขาโดดหนี

หญิงลึกลับนำทางเขาไปจนถึงรถปอร์เช่คันหนึ่ง ที่ซึ่งเรเชล ผู้หญิงที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน นั่งรอเขาอยู่ ในทีแรก ทั้งคู่ต่างมีความสงสัยในตัวกันและกัน แต่ไม่ช้าไม่นาน พวกเขาต่างรู้ว่าพวกเขาตกอยู่ในน้ำมือของเสียงของคนแปลกหน้าคนนี้ ผู้คอยติดตามพวกเขาไปทุกฝีก้าว และคอยควบคุมชะตากรรมของพวกเขา





ตอนเห็นโปสเตอร์ของเรื่องนี้ให้ความรู้สึกและกลิ่นอายของ Enemy of the State (แผนล่าทรชนข้ามโลก) หนังปี 1998 ของพระเอก Will Smith ยิ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการตามล่าด้วยสารพัดวิธีและอุปกรณ์ไฮเทคแนวเดียวกันอีก แต่ที่น่าสนใจก็คือใน Eagle Eye ได้ สตีเวน สปิลเบิร์ก มารับหน้าที่อำนวนการสร้างจากเค้าโครงเรื่องที่มาจากแนวคิดของเขาเอง พร้อม ผู้กำกับ ดี.เจ. คารูโซ และดาราหนุ่ม ไชอา ลาบัฟ มาร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเรื่องหนังระทึกขวัญ Disturbia (2007) ซึ่งหลังจากดูทั้ง 2 เรื่องของตา ดี.เจ. คารูโซ แล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นแฟนของผู้กำกับคนนี้ไปเสียแล้ว อาจเพราะชอบเรื่อง Disturbia เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย พอมา Eagle Eye หนังที่ฟอร์มใหญ่ขึ้น ทุนมากขึ้น และความสนุกก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

(จริงๆแล้วเรื่องนี้ สตีเวน สปิลเบิร์ก คิดที่จะลงมากำกับเอง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไปกำกับ Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull แทน ทำให้เรื่องนี้ตกเป็นหน้าที่กำกับของ ดี.เจ. คารูโซ )





การเดินเรื่องของ Eagle Eye ช่วงแรกๆจะค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับแทรกฉากไล่ล่าจนลืมหายใจมาเป็นระยะๆ โดยจะค่อยๆเฉลยปมของหนังไปเรื่อยก่อนไปสู่บทสรุปของหนัง พร้อมเผยให้เห็นถึงความน่ากลัวของเทคโนโลยีที่สามารถทำให้พลเรือนธรรมดา 2 คน กลายเป็นอาชญากรระดับชาติได้เพียงชั่วพริบตา สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจนอกจากฉากไล่ล่าต่างๆนานาก็คือการได้เห็นถึงการตามล่าและการหลบหนีด้วยเทคโนโลยีที่อาจจะเรียกว่า "สามารถทำได้ทุกอย่าง" ก็คงจะไม่ผิด

ด้านฉากแอกชั่นต้องยอมรับว่าผู้กำกับ ดี.เจ. คารูโซ ทำออกมาได้ดีดูสมจริงมาก ไม่ว่าจะเป็น ฉากการไล่ล่าบนท้องถนน (สไตร์คล้ายๆ ไมเคิล เบร์ ไงไม่รู้ แต่สมจริงมาก) ฉากการตามหาบุคคลของด้วยเทคโนโลยี ฉากการหนีในสนามบินนานาชาติ รวมไปถึงฉากเครื่องบินรบไล่ยิงรถพระเอกในอุโมงค์ในช่วงท้ายเรื่อง ยิ่งเมื่อบวกกับการตัดภาพที่ฉับไว มุมกล้องพอดี ยิ่งลงตัวเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะฉากไฮไลท์ในตอนจบนั้นแม้จะเป็นไปตามสูตรสำเร็จ แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ลุ้นพอสมควร (เกือบลืมหายใจกันเลยทีเดียวในหลายๆฉาก เพราะต้องลุ้นว่าตาพระเอกกับนางเอกนี่ จะหนีการตามล่าของ FBI ได้ด้วยวิธีไหน)



การแสดงของ ไชอา ลาบัฟ เรื่องนี้ดูเป็นธรรมชาติกว่าในอินดี้4 แต่ก็คงอยู่ในระดับเดียวกันกับ Transformers และ Disturbia ส่วน มิเชลล์ โมนาแกน แม้จะอายุห่างกับพระเอกมากหน่อย แต่ก็ยังถือว่าเข้าขากันได้ดี แถมยังดูสวยเข้าขั้นทีเดียวในเรื่องนี้ ที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ก็คือ บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน ซึ่งแม้บทดูเหมือนจะไม่มากเท่าไร แต่ก็ยังเล่นได้ดีตามมาตรฐานเช่นเคย




สิ่งที่หนังพยายามสื่อออกมานอกจากความน่ากลัวของเทคโนโลยีแล้ว ยังแฝงไปด้วยแง่คิดในด้านการเมืองของชาติมหาอำนาจที่คิดจะใช้เทคโนโลยีในการป้องกันการก่อร้าย และก็เป็นเทคโนโลยีนั้นเองที่หันมาเป็นภัยกับประเทศตนเอง ซึ่งตรงนี้จะเห็นว่าที่ Eagle Eye หันมาเล่นงานประเทศตนเองโดยอ้างเหตุผลจากฉากเปิดเรื่องนั้น อาจเพราะระบบของเทคโนโลยีแม้จะสามารถทำอะไรได้มากมาย รวมไปถึงขั้นควบคุม-บีบบังคับ การกระทำของมนุษย์ได้ แม้จะทำให้มนุษย์กลัวได้ แต่ถึงอย่างไรแล้ว เทคโนโลยีก็ยังไม่สามารถที่จะก้าวไปถึงการมี "วิจารณณาญ และ สัญชาตณาญ" เฉกเช่นมนุษย์ได้ นั้นทำให้มนุษย์และสมองเทคโนโลยีแตกต่างกันนอกจากการมีชีวิต แต่ถ้ามีวันใดที่มนุษย์ขาด "วิจารณณาญ และ สัญชาตณาญ" แล้ว ก็คงจะไม่ต่างกับระบบเทคโนโลยีที่สักวัน อาจจะหันมาทำร้ายมนุษย์ด้วยกันเองก็เป็นได้....





Create Date : 29 กันยายน 2551
Last Update : 12 เมษายน 2553 12:30:38 น. 10 comments
Counter : 1059 Pageviews.

 
เรื่องนี้มันส์มากๆ

ชีวิตจริงเป็นแบบนี้คงน่ากลัวนะคับ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:1:03:06 น.  

 
น่าดูจัง อยากดู O,o~


โดย: crazymirth วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:1:44:37 น.  

 
ชอบมากค่ะเรื่องนี้
ไปดูมา2 รอบแหน่ะ
เพราะติดใจพ่อหนุ่มไชอาเข้าเต็มเปา


โดย: Almondblist วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:8:05:29 น.  

 
อยากดูเหมือนกันค่ะ ยังไม่ได้ดูเลย


โดย: แพร (bookofpear ) วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:23:22:37 น.  

 
สนุกดีนะครับ เรื่องนี้
แต่สร้างช้าไปสักสี่ห้าปี

ถ้าฉายก่อนเรื่อง I,Robot คงได้ความแปลกใหม่น่าทึงกว่านี้


โดย: jonykeano วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:23:51:11 น.  

 
เรื่องนี้มีความยาวกี่นาทีค่ะ


โดย: มีมี้ IP: 202.28.78.170 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:17:11:27 น.  

 
หนังยาว 118 min ก็เกือบๆ 2 ชั่วโมงครับผม


ดูไป ลุ้นไป สนุกดีครับ ^^



โดย: negima_xx วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:23:15:59 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายน้า...
เรื่องนี้ เพิ่งดูรอบที่ 3 ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง
เพื่อนถามว่า...แกบ้าป่าว ทำไมต้องดูเรื่องเดียวกันซ้ำซากหลายรอบ
เราก็บอกว่า...ก็คนมันชอบอ่า...ดูเป็น DVD ก็ไม่มันส์เท่าดูในโรงหนังหรอก
ดูสามรอบก็ยังมันส์ได้อ่ะ


โดย: Almondblist วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:8:13:01 น.  

 
สวัสดีค่ะ เรืองนี้ก็น่าชมค่ะ


โดย: Opey วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:9:46:33 น.  

 
ddgj


โดย: kis IP: 61.7.144.210 วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:13:55:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**