Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Chloe -"เมื่อโลกใบนี้ไม่ได้มีเราแค่สองคน...ร้อนแรงบาดอารมณ์ไปกับผู้หญิงร้ายเพราะรักชื่อ โคลอี้ !"



บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์


“ผู้หญิงสมัยนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจ !!”

โคลอี้ เป็นสาวสวยที่ดูภายนอกก็ไม่ต่างไปจากเด็กสาววัยเดียวกันเธอดูไร้เดียงสา น่าถนุถนอม แต่ความจริงแล้ว ตัวเธอหาได้เป็นอย่างภาพลักษณ์ภายนอกไม่ เพราะเธอทั้งฉลาด และยังเข้าใจทุกวิธีในการที่จะทำให้บรรดาชายหนุ่มที่เข้ามาหาเธอตกอยู่ภาย ใต้ภวังค์ของเธออย่างง่ายๆ เธอรู้วิธีที่จะเย้ายั่วพวกเขาเหล่านั้นให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น “ความรัก” ในมุมมองของ โคลอี้ คือการแลกเปลี่ยน โดยใช้เรือนร่างเข้าแลก และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา


ส่วน แคทธาลีน เป็นสาวใหญ่ที่มีอาชีพเป็นหมดสูติฯ เธอมีชีวิตที่ดูภายนอกเหมือนจะสมบูรณ์ จนกระทั่งเธอเริ่มคิดว่า สามีของเธอ เดวิด อาจจะกำลังนอกใจเธอ ระหว่างที่ แคทธาลีน กำลังช็อคกับปัญหาชีวิตที่อยู่ตรงหน้าก็เหมือนโชคชะตาที่ทำให้เธอได้เจอกับ โคลอี้ ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ และจบลงที่เธอจ้าง โคลอี้ ให้ไปยั่วยวนสามีของเธอเพื่อหาคำตอบ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของวังวนแห่งตัณหา และ ความเร่าร้อนของความรักที่เกินห้ามใจ !




ผู้กำกับ “Atom Egoyan” พิถีพิถันในการถ่ายทอดเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ได้อย่างละเมียดอารมณ์ และ ชวนติดตาม แม้เนื้อหาดูจะไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อนมาก กับเรื่องราวของ 2 ผัวเมียที่มีปัญหา พร้อม การเข้ามาของสาวน้อยนางหนึ่งที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง พร้อมตัวละครเพียงไม่กี่ตัวที่ใช้ในการเดินเรื่อง ผู้กำกับ Egoyan ใช้ ความฉลาดในการเล่าเรื่อง โดยการใส่ “ลูกเล่น” ลงไปในตัวของบทเพื่อให้ผู้ชมได้เดาเนื้อเรื่องได้อย่างหลากหลายและพลิกไปมา อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากมันจะทำให้หนังดูมีชั้นเชิงมากขึ้นแล้ว มันยังส่งผลในเรื่องความสมบูรณ์ในส่วนของ “อารมณ์ตัวละคร” นั้นๆอีกด้วย Egoyan นอกจากจะแสดงฝีมือในการถักทอนำเสนอเรื่องราวแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึง การเล่นกับอารมณ์ของผู้ชมตั้งเริ่มเรื่องจนถึงฉากจบที่เชื่อเลยว่ามันกระชาก อารมณ์และกรีดหัวใจผู้ชมอย่างลึกๆ เรื่องหนึ่งในทำเนียบหนังแนวนี้เลยทีเดียว





Chloe จัดอยู่ในหนังประเภท “ผู้หญิงร้าย” ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองหมายปอง ซึ่งจัดเป็นพล็อกเรื่องที่พบเห็นอยู่ค่อนข้างบ่อยครับ ซึ่งส่วนที่จะวัดกันจริงๆของหนังแนวนี้ก็คือ “การสร้างตัวละคร” ให้มีความลึกทั้งในด้านของตัวตน และ อารมณ์ เพราะหนังจะสามารถทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมได้หรือไม่ก็อยู่ที่จุดๆนี้ละครับ ซึ่ง Chloe เองก็ดูเหมือนจะมีตรงนี้เป็น “จุดแข็ง” อย่างหนึ่งของหนังสะด้วย

( “ผู้หญิงร้าย” กับ “ผู้หญิงโรคจิต” ไม่เหมือนกันนะครับ คำว่า “ร้าย” ตรงนี้อาจจะหมายถึง ผู้หญิงที่มีอารมณ์รุนแรง แฝงด้วยความอาฆาตที่จะเอาคืน ที่อาจจะเกิดจากความไม่สมหวังของตน หรือ ริษยา ก็ว่ากันไป แต่จะร้ายแบบโวยวาย หรือ ร้ายแบบนิ่งๆก็ตาม ที่แน่ๆคือมันจะมีที่มาที่ไปของการกระทำที่ค่อนข้างชัดเจนครับ ผิดกับ “ผู้หญิงโรคจิต” ที่ส่วนมากจะไม่มีที่มาที่ไปของการกระทำ ครับประมาณ จู่ๆก็โผล่มา เน้นอารมณ์รุนแรงอย่างเดียว ยกตัวอย่างตัวละครของ “Ali Larter” ในหนัง Obsessed หนังฮิตเรื่องหนึ่งของปี 2009 ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นผู้หญิงโรคจิตอย่างเต็มรูปแบบครับ )





ด้านนักแสดงในเรื่องก็ล้วนโชว์ฝีมือกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะรายของนักแสดงสาววัยรุ่นที่กำลังมาแรง “Amanda Seyfried” ที่ขอบอกตรงนี้เลยว่า บท โคลอี้ ในเรื่องนี้เป็นบทที่แรงที่สุดในชีวิตของเธอ ณ ตอนนี้ ไปแล้ว ! หลังสาวน้อยนางนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากบทสมทบในหนังวัยรุ่น Mean Girls ( หนังปี 2004 ที่มีนางเอกสาว Lindsay Lohan รับบทนำที่ตอนนี้หายจากหน้าจอไปพักใหญ่ จนดาราสาวรุ่นน้องแซงหน้าไปหมดแล้ว ) ก่อนจะมาแจ้งเกิดเต็มๆตัวจากหนังฮิตถล่มทลายอย่าง Mamma Mia! (2008) ที่เธอทั้งร้อง ทั้งเต้น และแสดงได้อย่างน่ารักน่าชังอย่างสุดๆ ซึ่งจากนั้นส่งผลให้เธอกลายมาเป็นดาวรุ่งคิวทองอีกคนของวงการอย่างไม่ต้อง สงสัยครับ จนเธอได้มาประกบดาวรุ่งขวัญใจหนุ่มๆทั่วโลกกับสาว “Megan Fox” ใน Jennifer's Body แม้ตัวหนังจะไม่มีอะไรน่าจดจำ (รวมทั้งล้มเหลวสิ้นเชิงในแง่รายได้เมื่อออกฉาย) แต่เธอก็ยังพิสูจน์ให้เห็นการแสดงที่เน้นในแง่ของเด็กเงียบๆ ชอบเก็บตัวครับ จนมาถึงผลงานโรแมนติกเต็มๆตัว กับหนังที่สร้างจากนิยายขายดีของ Nicholas Sparks ใน Dear John ที่เธอได้แสดงความสามารถอีกก้าวหนึ่งของเธอให้ผู้ชมได้เห็น

จนกระ ทั้งมาถึงผลงานอย่าง Chloe ที่เธอแทบจะลบภาพทุกบทบาทที่เธอเคยแสดงมาจนสิ้น ! Seyfried สวมบทเป็นสาวสวยที่ขาดความรัก ที่ลึกๆในใจแล้วโหยหาเพียงรักแท้แค่สักครั้งในชีวิต กับโลกที่แสนโสมมใบนี้จากใครสักคน เธอสามารถสะกดผู้ชมให้เชื่อได้เลยว่าเธอคือ โคลอี้ จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่ใสซื่อแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตไปพร้อมๆกัน สีหน้าท่าทาง การพูดจาที่ดูจริงจนน่าตกใจ และที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องของ “ฉากเลิฟซีน” สุดร้อนแรงในเรื่อง ที่เธอขอไม่ใช้ตัวแสดงแทนชนิดเล่นจริง เปลือยจริง ทุกฉาก ! ซึ่งด้วยวัยขนาดนี้ทั้งยังต้องเข้าเลิฟซีนแรงๆ 2 อารมณ์ชายและหญิงกับรุ่นใหญ่อย่าง “Liam Neeson” และ “Julianne Moore” แล้ว Seyfried ถือว่าทำออกมาได้ “มากกว่าคำว่าดี” ครับ อาจจะเรียกว่าถึงขั้น “ยอดเยี่ยม” เลยก็คงไม่เกินไปกับการแสดงของเธอในเรื่องนี้ เพราะตอนนี้เธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านอกจากความสวยใส แล้ว เธอยังสามารถแสดงดราม่าหนักๆ และเป็นสาวที่ร้ายได้ขนาดนี้ ส่วนตัวคิดว่าบท โคลอี้ ในเรื่องนี้จะเป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของสาว Amanda Seyfried ได้ไม่ยากครับ



แล้วก็มาถึงรายของนักแสดงสาวใหญ่ “Julianne Moore” ในบท แคทธาลีน สาวที่ชักจูง โคลอี้ เข้ามาในชีวิตครอบครัวของเธอเอง โดยไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงครอบครัวเธอไปในทางที่ไม่มีใครคาดคิด Moore แสดงอาการของภรรยาที่อยู่ในอาการหวาดระแวงและตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาได้สม ราคานักแสดงรุ่นใหญ่ครับ ตลอดเวลาเกือบทั้งเรื่องผู้ชมจะเห็นว่าตัวละครตัวนี้แทบจะไม่อยู่ในสภาวะ อารมณ์ที่ปกติเท่าไรนัก และแน่นอนครับในฉากเลิฟซีนระหว่างตัวละครของเธอกับสาว โคลอี้ ในเรื่อง เป็นอะไรที่น่าจดจำมากฉากหนึ่งของเรื่องครับ ด้านหนุ่มใหญ่ ด้าน “Liam Neeson” ที่บท เดวิด ตัวละครของเขาส่วนใหญ่จะอยู่ในบุคลิกที่ดูมีลับลมคมใน ชวนสงสัย อยู่ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งพี่ Liam ก็ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีครับ ( ไม่รู้เพราะอินกับหนัง Taken ของพี่แกมากไปรึเปล่า ถึงเห็นหน้าพี่แกเครียดๆทีไรในเรื่องนี้ ภาพแกถือปืนไล่ตามหาลูกสาวถึงลอยเข้ามาให้หัวอยู่ตลอด ) เรียกว่านักแสดงทั้ง 3 คนในเรื่องงัดฝีมือมาโชว์อย่างเต็มที่เลยครับ ชนิดไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว



เวลาที่ชีวิตคนเราเซเหมือนจะล้มเมื่อเจอกับมรสุมปัญหาที่โถมเข้าใส่ แน่นอนครับสิ่งสำคัญที่เราต้องการในเวลานั้นก็คือ “ใครสักคน” ที่คอยรับฟังเป็นที่พักพิง และคอยช่วยเหลือเราให้ผ่านพ้นมันไปได้ ตัวละคร แคทธาลีน ในเรื่องหลังวิตกกังวลทำอะไรไม่ถูกกับเรื่องที่คิดว่าสามีกำลังนอกใจเธอไปหา เด็กสาวมหาลัยวัยขบเผาะ เพราะชีวิตคู่ระยะหลังๆที่ผ่านมาของทั่งคู่ดูเหมือนจะค่อยๆห่างเหินกันไป ส่วนลูกชายคนเดียวของเธอก็ทำตัวเป็นวัยรุ่นที่ไม่ฟังหรือสนใจใครนอกจากตัวเอง จนเมื่อเธอได้มาเจอกับ โคลอี้ ที่เข้ามาคอยรับฟังเรื่องราวของเธอ และยอมรับงานไปยั่วสามีของเธอเพื่อช่วยหาความจริงในเรื่องที่คาใจ ทุกๆครั้งที่ โคลอี้ โทรฯมาบอกเธอว่าทำงานตามที่สั่งเสร็จแล้ว ทั้งสองก็จะนัดพบกันเพื่อคุยกันถึงเรื่องผลของงานครั้งนั้นๆ มีหลายครั้งที่ โคลอี้ เล่าว่า เดวิด มีท่าทีเล่นด้วยกับเธอทุกครั้งที่เจอกัน ถึงขั้นเลยเถิดจนไปมีอะไรกันในมุมมืดของสวนสาธารณะ และหลังๆถึงขั้นนัดไปมีอะไรกันในโรงแรม ทุกครั้งที่ แคทธาลีน ได้ฟัง โคลอี้ เล่าเรื่องพวกนี้ แน่นอนครับ ในฐานะภรรยาผู้แสนดีการได้ฟังว่าสามีของเธอมีแนวโน้มว่าชอบมีอะไรกับเด็กสาว ผ่านปากผู้หญิงตรงหน้าที่เคยมีอะไรกับเขามาแล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมีใครรับได้ แต่กลับ แคทธาลีน แล้ว นอกจากจะทนฟังจนจบแล้ว เธอยังกลับรู้สึกโกรธและรู้สึกดีไปในเวลาเดียวกันด้วยอย่างน่าประหลาดใจ


ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าด้วยสภาวะจิตใจที่หวั่นไหวมา นานเพราะความห่างเหินในเรื่องรักและเรื่องบนเตียงกับสามีมาเป็นเวลานาน การมาของโคลอี้ ในมุมของ แคทธาลีน คือการมาของ “ใครสักคน” ที่มาคอยสนใจและรับฟังปัญหาเธอ และการได้ฟัง โคลอี้ เล่าเรื่องการมีเซ็กส์กับ เดวิด ให้ฟังมันเหมือนไปกระตุ้นในส่วนของ “จินตนาการ” และ “อารมณ์เสน่หา” ลึกๆในตัวของเธอให้กลับมารู้สึกอีกครั้ง (มีอยู่ฉากหนึ่งตอนต้นเรื่องที่ แคทธาลีน ให้คำแนะนำกับคนไข้วัยรุ่นคนหนึ่งของเธอเรื่องการไม่เคยถึงจุดสุดยอด เธอบอกคนไข้ว่า มันไม่ใช่เรื่องยากเลย ทั้งที่ความจริงแล้วเธอก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นมานานมากแล้วเช่นกันด้วยการที่ห่างเหินกับสามี) ความรู้สึกที่คลุมเครือด้านอารมณ์ของตัวละคร แคทธาลีน เป็นจุดที่หนังนำเสนอได้อย่างดีเยี่ยมครับ



ด้านสาวน้อย โคลอี้ อาจเพราะปมในชีวิตที่เธอมักจะเจอแต่ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอเพราะรูปลักษณ์สวย งามภายนอก ซึ่งพอพวกเขาเหล่านั้นได้เฉยชมเธอจนพอใจแล้ว ก็ต่างทิ้งขว้างเธออย่างไม่ใยดี เธอจึงเริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยแทนที่จะใครคนอื่นมาควบคุม มาเป็นฝ่ายที่หาช่องโหว่คอยควบคุมเหล่าชายหนุ่มที่หลงเสน่ห์เธอเองสะเลย ถึงกระนั้นก็ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่สิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” จะเกิดขึ้นกับเธอ จนกระทั้งเธอได้มาพบกับ แคทธาลีน ที่ขอมองว่ามันคล้ายๆกับ “รักแรกพบ” ของเธอครับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นถ้าเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะเปลี่ยนมัน บวกกับฉากที่ตัวละคร แคทธาลีน รู้สึกสงสัยในสิ่งที่ โคลอี้ เล่าให้ฟังว่ามันอาจจะไม่เป็นเรื่องจริง เธอแล้วรีบวิ่งไปหา โคลอี้ ที่ห้อง ฉากนี้นอกจากจะพลิกความคาดหมายในระดับหนึ่งแล้ว มันยังแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วในใจลึกๆของ แคทธาลีน ก็ได้เปิดรับเธอแล้วเหมือนกัน แคทธาลีน ปลดปล่อยอารมณ์ที่ซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจออกมาอย่างไม่มีเหลือกับเธอ นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำในหัวของ โคลอี้ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจจะเรียกได้ว่าคือความรักและมันคงจะดีที่สุดถ้ามันหยั่งยืนอยู่ตลอดไป


แต่ดูเหมือนสิ่งที่ โคลอี้ คิดคงจะยากที่จะเป็นไปได้ เมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏออกมา และ แคทธาลีน เลือกที่จะให้ โคลอี้ เดินออกไปจากชีวิตและครอบครัวของเธอสะ ทั้งๆที่ทุกๆวินาทีที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันจะมีความสุขและเป็นเรื่องจริงที่ เกิดขึ้น แต่สำหรับ แคทธาลีน นั้นกลับตรงกันข้ามกับเธอ ฉากที่ แคทธาลีน ไล่ โคลอี้ ออกมาจากห้องทำงานพร้อมเงินจำนวนหนึ่งและสั่งห้ามมายุ่งกับชีวิตเธออีก เป็นฉากที่ส่วนตัวแล้วผมชอบมากฉากหนึ่งของเรื่องเลยครับ เพราะนอกจาก “Amanda Seyfried” จะแสดงอารมณ์สีหน้าสับสน โกรธแค้น ได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว มันยังเป็นการบอกว่าตัวละคร โคลอี้ กำลังจะกลายมาเป็น “สาวร้าย” ที่ต้องทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงสักทีด้วย ยอมรับเลยครับว่าเพิ่งจะเข้าใจคำว่า “ร้ายเพราะรัก” ก็จากเรื่องนี้นี่แหละ ทุกๆสิ่งที่ โคลอี้ ทำลงไปมันก็ไม่ใช่ว่าจะไร้เหตุผลครับ แม้วิธีการบางอย่างจะแรงไปบ้างก็ตาม



Chloe ยังถือว่ามีประเด็นในเก็บมาขบคิดอีกมาก เช่น เรื่องของ “เพศ” และ “อายุ” โดยที่หนังนำเสนออกมาในรูปของปัญหาที่ทำให้ แคทธาลีน กับ เดวิด เริ่มห่างเหินกัน เพราะ สำหรับผู้หญิงอย่าง แคทธาลีน การที่อายุมากขึ้น หน้าตาก็เริ่มมีริ้วรอย รูปร่างก็เริ่มที่จะร่วงเลยไปตามวัย เธอรับตัวเองไม่ได้ทุกครั้งที่มองกระจก และเธอก็กังวลในเรื่องนี้จนไม่อยากให้สามีถูกเนื้อต้องตัวมากไป เพราะกลัวเขาจะรับไม่ได้กับสภาพปัจจุบันของเธอ แต่กลับกันในสายตาของเธอแล้ว ไม่ว่าอายุจะเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ สามีของเธอกลับยิ่งดูดี น่าหลงใหลมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เราก็คงจะพอได้ยินและรู้สึกมาบ้างว่า บางคนยิ่งอายุมากยิ่งดูดี ซึ่งสำหรับ เดวิดแล้ว เขาเป็นเช่นนั้นในสายตาของภรรยาเขา นั่นทำให้เธอกลัวและวิตกเป็นอันมากที่รู้ว่าสามีของเธออาจจะกำลังแอบมีกิ๊ก กับสาววัยรุ่นที่เต่งตึงและชวนมองทุกส่วนผิดกับตัวเธอเอง



“เราสองคนเจอกันแล้วสร้างโลกเล็กๆที่มีแต่เราขึ้นมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง ความรู้สึกก็เช่นกัน”

ข้อ ความนี้ข้างต้นนี้เป็นประโยคที่ตัวละคร โคลอี้ พูดกับ แคทธาลีน ในช่วงท้ายของเรื่อง ตัวละครหลักในเรื่องแทบทุกตัวจะมี “โลกส่วนตัว” ของตนเองค่อนข้างชัดเจนครับ เริ่มจาก เดวิด ที่มีโลกของเขาเองกับเหล่านักศึกษาที่เขาสอน ผ่านการแชตต่างๆนานา ส่วน ลูกชาย ของเขากับแคทธาลีน ก็มีโลกของตัวเองที่ไม่อยากให้คนเป็นพ่อหรือแม่มาคอยครบคุมมากนัก นั่นทำให้เขาไม่ค่อยสุงสิงกับพ่อแม่เลย (ตลอดทั้งเรื่องของหนังจะมีแค่เพียงฉากเดียวเท่านั้นที่ทั้ง 3 คนในครอบครัวนี้เข้าฉากร่วมพร้อมมีบทสนทนาโต้ตอบกัน) สำหรับ แคทธาลีน นั้น โลกส่วนตัวของเธอดูเหมือนจะไม่มีครับ เธอติดอยู่กับโลกของความเป็นจริง มองทุกอย่างตามความเป็นจริง นั่นทำให้เธอไม่สามารถรับอะไรบางอย่างได้ และไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดี และด้าน โคลอี้ เองก็เช่นกัน โลกของเธออยู่กับความจริงที่ปนอยู่กับความฝันครับ ทุกอย่างที่เข้ามาให้โลกของเธอล้วนต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างเสมอมา และเมื่อเธอได้เจอกับ แคทธาลีน เธอหวังเพียงว่าเราทั้งคู่จะช่วยเติมเต็มกันและกันให้สมบูรณ์ โดยครั้งนี้ไม่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนนอกจากการสร้างโลกของเราขึ้นมาใหม่ก็ เพียงพอแล้ว



Chloe เลือกที่จะปิดตัวเองอย่างเรียบง่ายในตอบจบครับ แต่ในความง่ายนั้นเมื่อมองจากการที่ผู้สร้างได้ปูอารมณ์ตัวละครมาตั้งแต่ต้น เป็นอย่างดี ทำให้บทสรุปของเรื่องที่ดูเรียบๆนี้เต็มไปด้วยอารมณ์หลายๆอย่างพร้อมกัน ทั้งเศร้า สุข ทุกข์ และสมหวังรวมๆกันอย่างบอกไม่ถูกครับ และเมื่อฉากสุดท้ายของเรื่องมาถึง ภาพของ แคทธาลีน กับครอบครัวของเธอที่อยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้านั้น ไม่มีใครรู้ได้ว่าในความรู้สึกลึกๆในใจแล้วพวกเขาเปลี่ยนไปแค่ไหนหรือยังคง เดิม เพราะภาพภายนอกไม่สามารถบอกได้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน ภาพเครดิตตอนจบที่เป็นสวนสาธารณะ สถานที่แรกที่ โคลอี้ เล่าเรื่องของเธอกับ เดวิด ให้ แคทธาลีน ฟังซึ่งถือเป็นจุดเริ่มของเรื่องราวทั้งหมดกับมุมกล้องที่ล่องลอยไปมาให้ ความรู้สึกถึงความเหงา นิ่งสงบ และให้ความรู้สึกปลอดภัยไปพร้อมๆกัน เสมือนโลกที่ โคลอี้ และ แคทธาลีน สร้างขึ้นมา แม้มันจะจริง แต่มันก็ไร้ซึ่งความหยั่งยืน เพราะยังไงสักวันทั้งคู่ก็ต้องเดินออกมาจากสวนแล้วกลับสู่โลกแห่งความจริง อยู่ดี หนังจบลงพร้อมทิ้งระเบิดลงในอารมณ์ของผู้ชมให้ได้คิดต่อยอดกันอย่างคมคายทีเดียว




Create Date : 20 เมษายน 2553
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 1:46:41 น. 14 comments
Counter : 12020 Pageviews.

 
อ่านแล้วน่าดูมากๆเลยค่ะ เห็นหน้า liam แล้วก็คิดถึงเรื่อง taken จริงๆด้วย


โดย: Scorchio วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:22:05:26 น.  

 
บางทีก็ชวนช็อคเหมือนกันนะคะที่เห็นเด็กสาวที่ร้องเล่นเต้นระบำใน mamma mia เป็นหญิงสาวที่เอ่อ...ร้ายจัง

พาลทำให้นึกไปถึงตอนที่เพิ่งดู princess diary ไปเพียง 1 วันแล้วได้ไปดูน้องแอน แฮททะเวย์ แบบ...กะลังจึกกะดึ๋ยใน brokeback mountain... อึ้งไปสามวันสามคืน


โดย: หมีภูเขา วันที่: 21 เมษายน 2553 เวลา:20:15:15 น.  

 
เป็นหนังที่ดูจบแล้ว รู้สึกชอบมากกว่าที่คิดครับ


โดย: negima_xx วันที่: 22 เมษายน 2553 เวลา:13:04:00 น.  

 
ยิ่งอ่านสปอยยิ่งอยากดูเข้าไปอีก
ขอบคุณนะคะที่รีวิวหนังอารมณ์แรงๆให้ได้อ่านกัน
เสียดายที่หนังไม่เข้าโรงเชียงรายชัวส์ T^T
ขอให้แผ่นออกเร็วๆทีเถอะ...


โดย: S-mild วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:21:14:04 น.  

 
อ๊า .. อิอิ

น่าดูเนอะ ^^


โดย: nuch IP: 58.8.15.156 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:0:12:40 น.  

 
เคยดูหนังเก่าๆเรื่องนึง สิบปีอัพละค่ะ เรื่องไอวี่ ผู้หญิงร้ายเหมือนเรื่องนี้เลย
สนุกนะคะแนวนี้ นานๆจะเห็นที









โดย: puy_naka63 วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:42:18 น.  

 
เพิ่งมีโอกาสได้ชมหนังเรื่องนี้เมื่อวานและวันนี้จนจบ
เนื้อเรื่องหนังสนุกคะ แปลกดี ส่วนใหญ่จะเห็นผู้หญิงไล่ตามผู้ชาย
เรื่องนี้ทำได้แปลกและนักแสดงทุกคนเก่ง

ยิ่งได้มาอ่านบทความของคุณด้วยแล้ว
เข้าใจเนื้อเรื่องจากหนังมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก

ขอบคุณมากคะ

โดยส่วนตัวแล้วติดตามการแสดงของ amanda มาตลอด หนังเรื่องนี้เธอรับบทแปลกออกไป
สุดยอด


โดย: aenew IP: 110.164.42.127 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:42:56 น.  

 
เพิ่งได้ดูเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ เช่ามาดู แล้วก็ต้องกลับไปซื้อมาครอบครอง ชอบมากๆ ชอบอแมนด้าจนต้องไปตามหาหนังของเธอมาดูทุกเรื่อง ตอนนี้เป็นดาราในดวงใจไปแล้ว อายุยังน้อยแต่เก่งเหลือเกินเด็กคนนี้ เรื่องนี้ไม่ได้ชองรางวัลอะไรเลยเหรอคะ เราว่าสุดยอดค่ะ เล่นกับอารมณ์ได้สุดๆ


โดย: ชอบค่ะ IP: 58.137.12.13 วันที่: 15 สิงหาคม 2554 เวลา:9:56:27 น.  

 
เริ่องนี้ไม่ได้รางวัลอะไรครับ (แถมไม่ค่อยทำเงินนัก) แต่เป็นหนังที่ดูจบแล้วมันรู้สึกอะไรในใจเราจริงๆ


โดย: negima_xx วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:23:40:28 น.  

 
lol ชอบมากค่ะ หนังเรื่องนี้


โดย: kiku IP: 115.87.184.240 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:30:28 น.  

 
แล้วตกลงลูกชายเข้าใจแม่รึป่าวอ่ะ คาใจ


โดย: กุล IP: 180.183.27.59 วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:23:32:17 น.  

 
แปลกนะที่เรากลับชอบ Julianne Moore (แคเทอรีน) มากเลย ชอบที่เป็นคนสวย เราไม่รู้ว่าเราไปอยู่ในมา ทำไมเราไม่คุ้นเลย ดูหลายรอบ ดูแต่ Julianne Moore ชอบมากจนคลั่งไคล้เลย เธอเป็นผู้หญิงที่สวยจิงๆ

สรุป โคลอี้ เห็น แคเทอรีน มองเป็นรักแรกพบเลยหรอ


โดย: น้องใหม่ IP: 202.176.91.44 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:28:47 น.  

 
คาใจ ใครรู้ช่วยตอบหน่อย
1.โคลอี้อยากรู้จักแคเทอรีน เลยฟอร์มร้องไห้ในห้องน้ำให้ได้ยินใช่หรือไม่
2.ฟอร์มทำว่าแคเทอรีนทำที่ปักผมหล่นเพราะอยากรู้จักใช่ไหม
3.แคเทอรีนมองนอกหน้าต่างเห็น โคลอี้อยู่กับแขก แล้วคิดอะไรอยู่
4.ตอนที่แคเทอรีนเข้าไปในคลับที่โคลอี้ทำงาน ตั้งใจไปเจอและตั้งใจไปจ้างทำงาน ใช่ไหม
5.ตอนที่แคเทอรีนเข้านั่งที่บาร์สั่งเหล้า โคลอี้เห็นแล้วเดินตามมา พูดว่า เลี้ยงเหล้าฉันได้ไหม ทั้งที่แคเทอรีน ยังไม่ได้หันไปมองเลยว่า ใครมาพูดด้วย แสดงว่า แคเทอรีนรู้ว่าเป็น โคลอี้แน่นอนใช่ไหม
6.ตอนที่โคลอี้เล่าเรื่อง เดวิชให้ แคเทอรีนฟังทำไมถึงมีอารมณ์ร่วม
7.แคเทอรีนรักโคลอี้ไหม
8.สังเกตุดูว่าโคลอี้เหมือนจะชอบแคเทอรีนเอามากๆเพราะ ตอนที่ไปหาที่ทำงานแคเทอรีน รู้สึกเหมือนมีความสุข มีชีวิตชีวา แถมตามลูกชายไป พูดว่าแววตาเหมือนแม่ ปากด้วย แสดงว่าโคลอี้คลั่งแคเทอรีนมากเลยไหม
9.ตอนที่โคลอี้ ไปหาไมเคิลที่เล่นฮ๊อกกี้อยู่คือตั้งใจไปยั่วจิงหรือรักแคเทอรีนมาก เพราะพูดว่า เห็นแม่เธอถ่ายรูปอยู่ข้างหลัง ภาพเบลอๆ
10.ไมเคิลเหมือนไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่าแคเทอรีน ใส่จดหมายนำโชคไว้ที่กระเป๋าเสื้อ
11.โคลอี้ ตั้งใจจูบแคเทอรีน ตรงลิฟท์ สื่อถึงอะไร
12.ทำไมตอนที่โคลอี้ นัดไปที่โรงแรม แล้วแคเทอรีนมา บอกห้ามนั่งปลายเตียง ให้ไปนั่งที่โต๊ะ เพราะอะไร
13.ถ้าไมเคิลไม่มาแอบดูแล้ว โคลอี้คงไม่ตายใช่ไหม
...
ใครทราบช่วยตอบหน่อยนะคะ .... แบบ มันคาใจมากเลยค่ะ


โดย: น้องใหม่ IP: 202.176.91.44 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:58:40 น.  

 
คุณ น้องใหม่ ตั้งคำถามได้ดีมากๆเลยค่ะ ชอบๆทำให้ได้คิดหลายอย่าง
รอฟังคำตอบเช่นเดียวกันค่ะ
หนังเรื่องนี้ควรจะได้รางวัลนะ


โดย: P IP: 1.46.96.249 วันที่: 1 มิถุนายน 2557 เวลา:15:42:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**