Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
5 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
From Paris with Love - “คู่ระห่ำ ฝรั่งแสบ แอกชั่นมันส์วินาศสันตะโรทะลวงปารีสไปกับทีมผู้สร้าง Taken"




สิ่งที่ทำให้ From Paris with Love น่าจับตามองมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ หนึ่งมันเป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับสายเลือดฝรั่งเศสที่มาแรงที่สุดในเวลา นี้ “ปิแอร์ โมเรล” จากผลงานหนังแอกชั่นสุดมันส์ “Taken” ที่ตัวหนังทั้งสร้างชื่อให้กับเจ้าตัว และทำเงินถล่ม BOX OFFICE อเมริกาไปกว่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากห่างหายไป 1 ปี ตอนนี้ ปิแอร์ กลับมาพร้อมกับผลงานเรื่องใหม่ และสองคือการดึงเอาดารารุ่นเก๋าของวงการฮอลลิวู๊ด “จอห์น ทราโวลต้า” มาร่วมวงด้วย และการร่วมงานกันของทั้ง 2 คนนี้ก็ให้ผลลัพธ์ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ด้วยการเดินเรื่องที่รวดเร็ว ดุดัน มีจัดหักมุมที่ชวนติดตาม และ ลูกเล่นมุกตลกเล็กๆน้อยๆ ที่วางไว้อย่างถูกจังหวะ ฉากแอกชั่นดวลปืนสุดดุเดือด รวมไปถึง การแสดงของนักแสดงนำทั้ง 2 ในเรื่อง โดยเฉพาะรายของ “จอห์น ทราโวลต้า” ที่งัดเอาลูกบ้าและพลังทั้งหมดที่มีแสดงออกมาอย่างไม่มีกั๊กที่สำคัญนี่อาจ จะเป็นภาพยนตร์แอกชั่นที่บู๊ระห่ำที่สุดของ จอห์น ในชีวิตการแสดง!!!!




เรื่องราวของ ทูตหนุ่มชาวอเมริกันนาม เจมส์ รีซ มีชีวิตที่สุขสบายอย่างที่คนอเมริกันวาดภาพไว้ เขามีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีแฟนสาวแสนสวน ทั้งยังได้อยู่ในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าโรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของโลกอย่าง ปารีสอีกด้วย แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ รีซ ต้องการจริงๆสะทีเดียว เพราะใจจริงเขาอยากที่จะมีชีวิตที่ตื่นเต้นกว่านี้ นั่นทำให้เขามีงานเสริมเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอฝึกหัด คอยแอบทำงานเล็กๆน้อยๆเก็บรายละเอียดให้กับหน่วยงานเรื่อยมา จนกระทั่งคืนหนึ่งที่เขาได้คำสั่งให้ร่วมงานกับคู่หูที่เขาเพิ่งจะพบหน้านาม ชาร์ลี แว็กซ์ ด้วยข้อเสนอสุดเย้ายวนว่าภารกิจลับครั้งนี้สำเร็จเมื่อไหร่ เขาจะได้เป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอ เต็มตัวทันที และนั่นเป็นที่มาของการตามล่า ไขปริศนา ที่โยงใยแก็งค์ยาเสพติดขนาดใหญ่ของฝรั่งเศส จนไปถึงองค์กรการก่อการร้ายข้ามชาติ ! ระหว่างที่ทั้งคู่ต้องบุกทะลวงปารีสชนิดถึงลูกถึงคนแล้ว พวกเขากลับพบว่าบางทีสิ่งที่อันตรายที่สุดอาจเป็นคนใกล้ตัวเราเองก็ได้ . . .






“จอห์น ทราโวลต้า” ในบท ชาร์ลี แว็กซ์ เจ้าหน้าที่ซีไอเอที่สไตล์นอกคอกปากสบถอยู่ตลอดเวลา พร้อมมาดกวนๆกับหัวเหม่งๆ ยิงก่อนถามทีหลัง มีฝีมือระดับพระกาฬ ใช้ความรุนแรงเป็นว่าเล่นในการแก้ปัญหา แม้ จอห์น จะเป็นนักแสดงที่ชอบพลิกบทบาทการแสดงหลายหลายอยู่ตลอดเวลาแต่ผู้ชมก็คงไม่ เคยเห็นเขารับบทซีไอเอพันธุ์ดิบและดุขนาดนี้มาก่อนแน่ๆ ทั้งมันยังทำให้เรานึกย้อนไปถึงภาพยนตร์เก่าๆของเขาอย่าง Pulp Fiction (1994) อีกด้วยในด้านมาดกวนๆ ซึ่งเรื่องของการเข้าถึงบทบาทนั้น จอห์น สอบผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะทั้งสำเนียงการพูด กริยาท่าทาง มาดทุกอย่างของพี่แกดูเถื่อนและน่าเกรงขามสะจริงๆ ในส่วนของฉากแอกชั่นคงมีหลายคนแอบคิดในใจว่าด้วยวัยขนาดนี้ จอห์น จะทำได้ดีแค่ไหน ? (ปัจจุบัน จอห์น อายุปาเข้าไป 56 ปีให้แล้ว ) ซึ่งเรื่องของแอกชั่นในเรื่องบอกได้เลยว่า จอห์น แสดงออกมาได้อย่าง “ยอดเยี่ยม” ชนิดเกินคาดครับ หลังจากที่ดูจบแล้วผู้ชมจะไม่แปลกใจเลย ที่พี่แกเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่านี่คือภาพยนตร์ที่บู๊ดุเดือดที่สุดใน ชีวิตการแสดงของเขา เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ !!



(ลองไล่ บทแอกชั่นในหนังเรื่องก่อนๆของลุง “จอห์น ทราโวลต้า” เริ่มจากหนังแอกชั่นสามัญประจำบ้านอย่าง Face/Off (1997)หนังสุดบู๊ที่สลับหน้า ล่าล้างนรก อย่างที่ชื่อไทยว่าไว้จริงๆ , Battlefield Earth: A Saga of the Year 3000 (2000) หนังที่เจ้าตัวเองก็คงไม่อยากจดจำมากนัก, Swordfish (2001), Basic (2003), The Punisher (2004)หรือจะล่าสุดอย่าง The Taking of Pelham 1 2 3 (2009) จะเห็นว่าแทบจะมีเพียงหนังสลับหน้าของผู้กำกับฮ่องกงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่ จอห์น ลุกขึ้นมาจับปืนยิงกันสะบั้นหั่นแหลกแบบเนื้อๆ ที่เหลือเน้นแอกชั่นขายมาดสะมากกว่า ส่วนในหนังเรื่องล่าสุด From Paris with Love ด้วยบทที่ส่งสุดๆ ทำให้ จอห์น ได้แสดงความสามารถด้านการแสดงอันหลากหลายออกมาในหนังเรื่องเดียว )



ด้านนักแสดงหนุ่ม “โจนาธาน รีส เมเยอร์ส” ในบท เจมส์ รีซ เจ้าหน้าที่ซีไอเอฝึกหัดที่ต้องมาจับคู่กับซีไอเอรุ่นใหญ่สุดเก๋านั้น โจนาธาน สามารถทำได้ดีไม่แพ้กัน กับบทหนุ่มซื่อๆที่ใช้สมองมากกว่าใช้กำลัง แต่เมื่อถึงยามคับขันจะให้บู๊ก็บู๊ได้ จะให้โหดก็โหดได้ จนเราต้องเอาใจช่วยลุ้นจนถึงนาทีสุดท้ายจริงๆว่าตัวละครนี้ในตอนจบจะลงเอย เช่นไร (รายนี้ถือเป็นนักแสดงขวัญใจสาวๆเลยทีเดียวจากบทบาทในซี่รี่ย์ติดเรทชวน เสียวอย่าง "The Tudors" หรือจากผลงานดังๆอย่าง Mission: Impossible III (2006) และ Match Point (2005)ที่ส่งให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง )

From Paris with Love มีกลิ่นอายของ Taken ผลงานเรื่องก่อนของ “ปิแอร์ โมเรล” อยู่พอสมควร เริ่มตั้งแต่ตัวละคร ชาร์ลี แว็กซ์ ซีไอเอเลือดเดือดในหนังเรื่องนี้ มีลักษณะคล้ายกับตัวละคร ไบรอัน ตัวเอกจากหนังสู้ไม่รู้จักตายเรื่องก่อนอยู่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ ทั้งคู่ล้วนเป็นสายลับระดับพระกาฬ ,ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เพียบพร้อมไปด้วยไหวพริบและการแก้ปัญหาชนิดถึงลูกถึงคน ต่อมาก็เป็นในเรื่องของ “ลักษณะการดำเนินเรื่อง” ที่ดำเนินตามรอยจากเรื่องที่อิงจากเรื่องก่อนมาจนพอเดาทางได้ แต่ถึงจะอย่างนั้น หนังก็แก้ตัวด้วยการเลือกที่จะใส่ลูกเล่นลงใน “ตัวบท” และวางจังหวะฉากแอกชั่นต่างๆ มาชนิด Non stop ทำให้หนังเรื่องใหม่นี้ให้อารมณ์มันส์จริงๆ มากกว่าที่จะเน้นมันส์ในอารมณ์อย่างใน Taken รวมไปถึงฉากจบของเรื่องที่เลือกจะปิดเรื่องอย่างเรียบๆง่ายๆ เช่นเคยหลังไล่บี้ยิงกันมาตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

พูดถึงในส่วนของฉากแอกชั่นที่จัดว่าเป็น “จุดเด่น” ที่สุดของหนังเรื่องนี้อย่างหนึ่ง คงต้องบอกว่า ผู้กำกับ “ปิแอร์ โมเรล” สร้างสรรค์ฉากแอกชั่นได้ยิ่งใหญ่ และดูมีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างค่อนข้างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฉากไล่ยิงกันในร้านอาหารจีน (ฉากนี้ตัวละครชาร์ลี แว็กซ์ พูดติดตลกว่านี่คือการเปิดตัว สไตล์ข้ามาคนเดียวถล่มทั่งบาง ตามแบบฉบับพระเอกหนังหนังจีน ชอว์ บราเดอร์ส ) , ฉากการทลายแก็งค์มาเฟียจีน ,ฉากไล่ยิงในตึกกับแก็งค์มาเฟียอาหรับ และ การไล่ล่าสุดมันส์บนถนนช่วงท้ายของเรื่องที่ลุ้นกันชนิดลืมหายใจกันเลย


(ใน ฉากยิงปืนตอนทลายแก็งค์มาเฟียจีน ท่าการยิงปืนคู่ของ ชาร์ลี แว็กซ์ ทำให้อดถึงไปถึง ฉากที่ตัวละครของ เจมส์ แม็คอาวอย ถือปืนวิ่งเข้าไปบู๊ชนิดสุดเท่ในรังผู้ร้ายตอนท้ายเรื่อง “Wanted” เลยครับ)




ส่วนตัวละคร เจมส์ รีซ ในเรื่องนี้ก็จัดเป็นตัวละครที่อยู่คนละด้านกับคู่หูของเขาชนิดที่เรียกได้ ว่าแทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เขาเป็นคนที่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร และก็พยายามอย่างที่สุดเพื่อให้ได้เป็นในสิ่งนั้น พร้อมๆไปกับการเป็นผู้ชายที่แสนดีของแฟนสาวไปด้วย เขาเป็นคนที่รอบคอบและใช้สมองไตร่ตรองทุกๆปัญหาอย่างมีระบบ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเมื่อเขารู้ว่าสิ่งที่เขาคิดไว้ มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด รีซ ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีบ้างที่เกิดความสับสนในสิ่งที่เขากำลังทำ แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ชมจะเห็นว่า ตัวละคร รีซ ค่อยๆโตขึ้นในทุกๆวินาทีที่หนังเดินหน้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่ เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่จะเปลี่ยนมุมมองของตัวเองต่อโลกใบนี้ไปตลอดชีวิต


มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ตัวละคร เจมส์ รีซ พูดกับแฟนสาวของเขาในช่วงท้ายของเรื่อง ว่า


“ไม่ มีอะไรบนโลกใบนี้สำคัญอีกแล้ว ณ ตอนนี้ ผมไม่สนใจอะไรต่อไปแล้ว เพราะที่นี่มีเพียงแค่ผมรักคุณเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะรักผมจริงๆหรือเปล่า แต่ทั้งหมดที่มีให้กันตอนนี้คือรักเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น”


ที่ ส่วนตัวคิดว่าในขณะที่หนังเดินเรื่องบู๊แอกชั่นวินาศสันตะโรมาตลอดทั้ง เรื่อง แต่ในส่วนของดราม่าหนังก็สามารถดึงอารมณ์ตรงนี้ออกมาผสมได้อย่างลงตัวจนไม่ รู้สึกสะดุดแต่อย่างไร (ชื่อหนัง From Paris with Love ถูกสรุปอยู่ในฉากนี้ได้เลย)



โดยรวมแล้ว From Paris with Love เป็นภาพยนตร์แอกชั่นดีกรีสูงที่แน่นทั้ง “การเดินเรื่อง” “นักแสดง” และ “ฉากแอกชั่นชั้นดี” ที่พร้อมจะทำให้คุณเห็นปารีสชนิดที่อดรีนาลีนพรุพล่านไปทั้งตัว !!




Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2553 17:05:35 น. 4 comments
Counter : 2704 Pageviews.

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!


โดย: da IP: 203.144.144.165 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:00:08 น.  

 
ไปดูมาแล้ว ชอบมากกกกกครับ

ผมว่าเขาเอาจอห์น ทรวโวลตร้า มาเล่นบทโหด ดิบ แต่เนื้อแท้เป็นคนดี มีความรู้ และมีมุมอ่อนโยน ได้อย่างแม่นยำมาก ซึ่งบทสองด้านแบบนี้ จอห์น ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไหร่เลย เพราะส่วนใหญ่ถ้ามามาดโหดก็จะร้ายไปเลยมากกว่า ผมว่าเขาจับเสน่ห์ของจอห์นได้ถูกและเอามาใช้ในหนังได้อย่างลงตัว

ส่วนฉากแอกชั่นของหนัง ผมแอบชอบ เทคเคน มากกว่านะ แต่การดำเนินเรื่องของ ปารีสฯ สนุกกว่า ตลกกว่า และแอบซึ้งในฉากสุดท้ายได้ด้วย

สำหรับฉากจบแบบนี้ ผมชอบนะ เพราะมันเหมือนหนังแอคชั่นในยุค 90 ของฮอลลีวูดที่มักจะมีฉากจบแบบปลายเปิดให้ตัวละครได้เรียนรู้และมีโอกาสที่จะมีความสุขกับชีวิตต่อไป

หากที่สำคัญสุด หนังไม่พยายามทำตัวซับซ้อนซ่อนเงื่อน จนเกินไป ถึงเวลาจะต้องคลี่คลายอะไรออกมาก็แสดงให้เห็น ไม่มากั๊กๆ คอยแต่จะหักมุมเหมือนหนังปัจจุบัน และหนังไม่ทำให้เราไม่ไว้ใจตัวละครของจอห์นจนเอาใจช่วยไม่สนุก (คือพอถึงกลางเรื่องเราก็รู้แล้วว่าจอห์นเป็นคนดี)

โดยรวมแล้วชอบมากครับ หาหนังแอกชั่นแบบนี้จากฮอลลีวูดไม่ค่อยได้แล้ว ต้องพึ่งฝั่งยุโรปแทน อิอิ


โดย: โจนี่ IP: 202.142.193.15 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:43:11 น.  

 
ดูเรื่องนี้มันส์ก็จริง แต่ชอบTakenมากกว่า
เพราะเรื่องนี้มีแรงจูงใจในการกระทำ
ดูมีเหตุผลน้อยกว่าTakenค่ะ เลยทำให้มีอารมณ์ร่วมน้อยกว่า
แต่ยอมรับว่าพี่John แสดงได้เถื่อนมาก
พอพี่แกออกมาหนังมันส์ขึ้นทันใด


โดย: มะนาวเพคะ IP: 125.25.181.98 วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:13:01:59 น.  

 
อยากให้สร้างภาค 2 ความมันเทียบฟาสได้นะผมว่า


โดย: DJO IP: 171.96.224.237 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2560 เวลา:13:41:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**