Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Angels & Demons - "ไขปริศนาแห่งศรัทธาครั้งใหม่ ที่ “ขึงขัง” มากกว่าครั้งก่อน"



หลังปล่อยหนัง The Da Vinci Code ที่สร้างจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนชื่อก้องโลกนาม “แดน บราวน์” ออกมาสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลกในปี 2006 จึงไม่แปลกใจที่ทางสตูดิโอผู้สร้างจะเข็นหนังภาคต่อออกมา ซึ่งก็คือ Angels & Demons ที่นำมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน แต่ที่แปลกกว่าก็คือ ความจริงที่ว่าตามเนื้อเรื่องในนิยายแล้ว Angels & Demons เป็นภาคต้นของ The Da Vinci Code ต่างหาก ?! แต่นั่นก็ไม่ทำให้ผู้กำกับอย่าง “รอน โฮเวิร์ด” ต้องกังวลเท่าไหร่นัก เพราะพี่แกได้ดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนเพื่อให้ Angels & Demons เป็นเรื่องราวต่อมาของการไขปริศนาสะท้านโลกของศาสตราจารย์โรเบิร์ต แลงดอนในภาคนี้ต่อจาก The Da Vinci Code ซึ่งหนังก็ให้อารมณ์ต่อเนื่องไม่สะดุดแต่อย่างใดครับ แถมใน Angels & Demons ยังทำออกมาได้ “ดี” กว่าใน The Da Vinci Code อีกด้วยในบางส่วน ซึ่งโดยรวมแล้วหนังน่าจะเป็นที่ “ถูกใจ” สำหรับคอหนัง และ แฟนๆนิยายของเรื่องนี้ทั่วโลกได้ไม่ยาก



โดยเนื้อหาใน Angels & Demons เริ่มที่หลังจาก ศาสตราจารย์โรเบิร์ต แลงดอน ผู้ซึ่งถอดรหัสที่สร้างประเด็นความขัดแย้งในประวัติศาสตร์ เมื่อ แลงดอน ได้ค้นพบหลักฐานการคืนชีพของสมาคมลับในนามของ “เดอะ อิลลูมินาติ” องค์กรลับที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับข่าวการมรณภาพขององค์สันตะปาปาและพิธีคอนเคลฟที่กำลังจะมีขึ้น เวลานี้ เขาต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายที่คุกคามศัตรูที่องค์กรนี้เกลียดชังที่สุด ก็คือคริสตจักรคาธอลิค หลังจากที่ได้รู้ว่าระเบิดเวลาที่พวกอิลลูมินาติวางไว้กำลังนับถอยหลัง แลงดอน ก็ได้เดินทางไปยังกรุงโรม ซึ่งเขาได้ร่วมมือกับ วิตโตเรีย เวตรา นักวิทยาศาสตร์สาวสวยชาวอิตาเลียน พร้อมการช่วยเหลือของ “คาเมอร์เลโญ” เพื่อที่จะตามหา เส้นทางแห่งการรู้แจ้ง ที่มีอายุยาวนานถึง 400 ปี ซึ่งเป็นความหวังแห่งการอยู่รอดเพียงหนึ่งเดียวของวาติกัน และการตามล่าว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ นอกจากนี้ยังต้องไขปริศนาให้ทันช่วยคณะพระคาร์ดินัลทั้ง 4 รูปที่ถูกลักพาตัวไปด้วยก่อนที่นาฬิกาจะตีเวลาเที่ยงคืน !

(ส่วนตัวไม่เคยอ่านนิยายทั้ง 2 เล่มของ “แดน บราวน์” จึงขอพูดถึงเฉพาะในแง่ส่วนภาพยนตร์เท่านั้นครับ)






ส่วนของนักแสดง “ทอม แฮงค์ส” สิ่งหนึ่งที่ถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก The Da Vinci Code ก็คือในเรื่องของ “ทรงผม” ?! ใช่แล้วครับ ถ้าหลายคนจำทรงผมของ ศาสตราจารย์โรเบิร์ต แลงดอน ในภาคแรกได้ก็คงจะนึกภาพออก นอกจากเรื่องของทรงผมแล้ว เรื่องการแสดงคงไม่ต้องพูดอะไรมากกับนักแสดงที่ชื่อ “ทอม แฮงค์ส” เพราะแฮงค์สยังสวมบทเป็นศาสตราจารย์แลงดอนได้เยี่ยมเช่นเคย ดูน่าเชื่อถือ และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังดูกระชับกระเฉงในฉากวิ่งล่าต่างๆดีครับ (ไม่บ่อยนักที่จะเห็นพี่แฮงค์สวิ่งไปมาทั้งเรื่องด้วยรูปร่างที่ค่อนข้างดูดี) ส่วน “อาเยเล็ต ซูเรอร์” ในบท วิตโตเรีย เวตรา สาวนักวิทยาศาสตร์ก็ดูน่าเชื่อถือครับ ดูเป็นคนมีความรู้และเอาจริงเอาจังในหน้าที่ทีเดียว ด้านอาจารย์โอบีวัน เอ้ย... “ยวน แม๊คเกรเกอร์” ในบท “คาเมอร์เลโญ” ก็ดูเหมาะกับเขาครับ บทให้ซื่อก็ซื่อ แต่พอร้ายก็ร้ายได้ โดยเฉพาะการแสดงอารมณ์ผ่านแววตาที่ดูใช้ได้ทีเดียว นอกนั้นก็ถือว่าเหมาะกับบททุกคนครับ

นอกจากเนื้อเรื่องแล้ว ในเรื่องของสถานที่ถ่ายทำและการถ่ายภาพ รวมไปถึงการใช้มุมกล้องก็ล้วนทำออกมาได้อยู่ในระดับที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญๆอย่าง เปียซซา เดล โปโปโล, ปราสาทเซนต์แองเจโล และ ภายนอกโบสถ์บาโรก ซานตา ซูซานนา เป็นต้น และในฉากระเบิดใหญ่ในช่วงท้ายเรื่องก็ดูยิ่งใหญ่ด้วยมุมกล้องและเทคนิคด้านภาพที่พอใจครับ

หลายคนแอบบ่นว่าการเดินเรื่องใน The Da Vinci Code ยังคงขาดความน่าติดตาม และ ดูจะธรรมดาไปเสียหน่อย แต่ดูเหมือนผู้กำกับ “รอน โฮเวิร์ด” จะปรับปรุงในส่วนนั้นให้ดีขึ้นใน Angels & Demons เพราะนอกจากการเดินเรื่องที่มีความ “ขึงขัง” และ “น่าติดตาม” แล้ว เรื่องของการคุมโทนฉาก สีแสงในเรื่องก็ยังอยู่ในระดับที่น่าชื่มชมเช่นกัน



อีกอย่างที่จะไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้ก็คือเรื่องของ “ดนตรีประกอบ” ของ “ฮันส์ ซิมเมอร์” ที่ฟังดู “ทรงพลัง” และ “ยิ่งใหญ่” ในตัว เป็นงานดนตรีที่ยอดเยี่ยมและน่าจดจำไม่แพ้ในส่วนของตัวหนังเลยครับ นับตั้งแต่การปูอารมณ์ก่อนที่หนังจะเริ่ม จนถึงนาทีสุดท้าย ซิมเมอร์สะกดผู้ชมอยู่หมัดจริงๆ



(ถ้าไม่นับส่วนของเนื้อเรื่องแล้ว ส่วนตัวคิดว่า “คนตรีประกอบ” นับเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ช่วยแบกเรื่องไว้ นอกจากนักแสดงนำอย่าง “ทอม แฮงค์ส” ครับ )



ในหนังมีการเอ่ยถึง “เซิร์น” (Cern) ศูนย์การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและได้รับการนับถือสูงสุดแห่งหนึ่งในโลก ( กองถ่ายทำได้รับอนุญาตให้เข้าไปใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำ หนังเรื่องนี้นับเป็นหนังเรื่องแรกๆที่ได้เข้ามาถ่ายในสถาบันนี้) ซึ่ง เซิร์น เพิ่งเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลกและทำให้คนหันมาสนใจวงการวิทยาศาสตร์มากขึ้นเมื่อปีที่แล้วในการทดลอง LHC เพื่อหา "ฮิกก์ส" (Higgs) หรือ "อนุภาคพระเจ้า" (God Particle) ที่ว่ากันว่าสามารถทำให้เราไขปริศนาความลับแห่งจักรวาลได้ทั้งหมด !!! และการที่เราได้เข้าใจเรื่องพวกนี้มาก่อนแล้ว ทำให้เมื่อมาชม Angels & Demons จึงอาจจะเกิดอารมณ์ร่วมยิ่งขึ้นไปอีกทีเดียวครับ



ถ้าจะว่ากันจริงๆในเรื่องของ “ศาสนา” และ “วิทยาศาสตร์” แล้ว มีอยู่ประโยคนึงในหนังที่ว่า


“คนที่เชื่อใน ศาสนา และ วิทยาศาสตร์ ล้วนไม่มีฝ่ายใดที่ผิด เพราะมันก็แค่เรามองเรื่องเดียวกันต่างมุมเท่านั้น”


ซึ่งจะว่าไปมันก็ใช่ครับ มนุษย์มีศาสนาไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นที่พึงในยามยาก และมีวิทยาศาสตร์ไว้ในการพัฒนาชีวิตให้อยู่ในความสมบูรณ์และสะดวกสบายมากขึ้น แม้พื้นฐานของทั้งสองเรื่องจะขัดกันอยู่ก็ตาม แต่ถ้ามองดีๆแล้วจุดมุ่งหมายข้างหน้าของทั้ง 2 สิ่งนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย เพราะล้วนให้มนุษย์ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมีความหวัง สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะเลือกที่จะ “เชื่อ” ในอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการเชื่อในเรื่องหนึ่งและเปิดใจรับฟังในอีกเรื่องต่างหากที่จะทำให้เราได้เห็นโลกอีกใบ และมองเห็นโลกของเราได้ชัดเจนขึ้น



Angels & Demons ถือเป็นหนังที่ “ทรงพลัง” ทั้งในแง่ของ “เนื้อหา” “การนำเสนอ” “นักแสดงนำ” และ “ดนตรีประกอบ” ที่ลงตัว และเชื่อว่าถ้าใครไม่เคยดู The Da Vinci Code หรืออ่านนิยายมาก่อนก็ยังสามารถดูหนังเรื่องใหม่นี้ได้รู้เรื่องแน่นอนครับ และต่อให้ไม่มองว่าเป็นหนังที่สร้างจากนิยายแล้ว Angels & Demons ก็ยังเป็นหนังแอคชั่น-ลึกลับ-สืบสวน ที่ “ดี” และควรค่าแก่การเสียเวลาชมเรื่องหนึ่งอยู่ดี








Create Date : 14 พฤษภาคม 2552
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 15:34:46 น. 4 comments
Counter : 4473 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ

จะไปดู นะครับ


โดย: โกวิทย์ IP: 124.120.13.6 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:25:10 น.  

 
55+ ไปดูมาละครับ

อยากจะบอกว่า ไหงมันผิดเพี้ยนจากหนังสือไปเยอะเหมือนกันเนอะ

เหมือนเราไปนั่งจับผิดหนังเค้าเลยอ่ะ 55+ ข้อแตงต่างระหว่างหนังสือ กับ หนังแล้วนะ 18 ข้อ !!


1. วิคตอเรียกะพ่อเขาที่ทำทดลองเกี่ยวกับปาติสารทำกัน2คนไม่มีใครรู้แต่นี่ รู้กันทั่ว คล้ายๆกับทำกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ

2. วิคตอเรียกับพ่อของเธอเป็นพ่อลูกบุญธรรมกันแต่นี่ไม่มีบอกว่าทั้งสองมีความสำพันธ์อะไรกัน

3. หัวหน้าเซิรน์เป็นคนโทรมาเรียกแลงดอนให้ไปหาที่เซิร์นแต่นี่เป็นคนของวาติกันมาหาแลงดอนเอง

4. ตอนที่แลงดอนรู้เรื่องนี้เขากำลังนอนอยู่ที่บ้านแต่นี่ว่ายน้าม ตอนตี5

5. วิคตอเรียตอนรู้ข่าว ว่าพ่อของเธอถูกสังหารเธอไม่ได้อยู่ที่เซิร์น แต่นี่ เธอห่างจากพ่อของเธอไม่เกิน10นาทีไม่ได้ไปไกลจากเซิร์นเลย

6. พ่อของวิคตอเรียไม่ได้โดนตราประทับของอิลลูมินาติ

7. ชายชราที่บอกสถานที่แท่งบูชาวิทยาศาสตร์ไม่มีแต่กลายเป็นไกด์ผู้หญิงแทน

8. คนที่ร่วมกันเปิดโปงพระคาดินัลสมควรจะเป็น หัวหน้าเซิร์นกับหัวหน้าหน่วยคุ้มครองอะไรเนี่ยแหละแต่นี่เป็น หัวหน้าหน่วยคุ้มครองกับพระอีกรูปหนึ่ง

9. ฮัสซาซินไม่ได้โดนแลงดอนกับวิคตอเรียสังหารแต่โดนพระคาดินัลเป็นคนฆ่า

10. เจนัสไม่มีตัวตนไม่มีการพูดถึง

11. ฮัสซาซิน สมควรเป็นคนผิวคล้ำและคล้ายๆนักเล่นกล้ามแต่นี่กลายเป็นคนที่ผมขาวไม่เหมือนนักเล่นกล้าม

12. ฉากที่สู้กันในน้ามของแลงดอนกะฮัสซาซิน ไม่มี

13. ตอนที่ไปช่วยพระองค์ที่3ที่โดนไฟลวกแลงดอนไม่ได้โดนขังอยู่ในโลงศพแต่ตกลงไปในบ่อของโครงกระดูก

14. วิคตอเรียไม่ได้โดนฮัสซาซินจับตัวไป

15. ตราที่เป็นเพชรอิลูมินาติไม่มีกลายเป็นรูปสัญลักษณ์ของพระสันตะปาปาที่พระคาดินัลใช้ทาบลงบนตัวของตัวเอง

16. แลงดอนไม่ได้ขึ้นไปกับเฮลิค๊อปเตอร์ของพระคาดินัล

17. พระคาดินัลโดดร่วมลงมาโดยไม่มีใครเห็น แต่นี่เป็นว่า มีคนทุกคนเห็นพระคาดินัลโดดร่มลงมา

18. พระคาดินัลไม่ได้สติแตกตอนที่ทำตัวเหมือนรู้ว่ารู้ที่ซ่อนของปฎิสารแต่เป้นเพราะตราที่5ที่ในหนังมันสร้างมาเอง

^^






โดย: ICE IP: 118.175.183.21 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:11:48 น.  

 
เราไปดูมารอบเช้าค่ะ
...อืม ว่าไงดี ไม่ค่อยชอบ ไม่ๆ ไม่ชอบเลยมากกว่า
รู้สึกบอกไม่ถูกกับหนังเรื่องนี้แฮะ


โดย: EVE IP: 58.9.173.44 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:10:06 น.  

 
ชอบตรงทรงผมเนี่ยแหละ

ภาคที่แล้วแบบว่า


โดย: Felice Friday วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:26:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**