Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
12 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Resident Evil: Afterlife - "ระห่ำฝ่าฝูงซอมบี้แบบทะลุจอไปกับ RE ภาคที่มันส์ที่สุด !"



Resident Evil: Afterlife มีจุดที่น่าสนใจสุดๆอยู่ที่ว่ามันคือ "หนัง 3D ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกเวลานี้" โดยได้ทีมงานจากสุดยอดหนังดัง Avatar มาดูแลเทคโนโลยีการสร้างสรรค์ด้านภาพ และหนังก็นำเสนอฉากใหญ่หลายฉากในรูปแบบ 3D ทะลุเต็มอารมณ์เป็นประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้ชมได้จริงๆ โดยเฉพาะฉากการต่อสู้กับ "ไอ้ขวานยักษ์" ( The Executioner) ที่น่าตื่นตา ตื่นใจ ชนิดที่่ว่าขวานแทบจะทะลุจอมาจิ้มตาแตกเลยจริงๆ!! นอกจากฉากนี้จะนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพและมันยังเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดของหนังตระกูล RE จนแทบจะลืมฉากเปิดตัว Nemesis ใน Resident Evil: Apocalypse ไปเลย !! , ฉากเปิดเรื่องที่ Alice บุกไปทลาย “อัมเบรลลา คอร์ปอเรชัน” ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่โชว์เทคนิกด้าน 3D ทั้งเศษแก้ว , เศษกระสุนปืน และ ดาวกระจาย ที่ปลิวระลิ่วทะลุจอไปมา , ฉากการกระโดดลงจากตึกมาปะ ฉะ ดะ กับเหล่าซอมบี้นับร้อยของ Alice และ ฉากการเผชิญหน้ากับจอมอึด Albert Wesker ในช่วงท้ายเรื่ิองที่ดีไซน์ออกมาได้แปลกตาไม่แพ้กัน




นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้จากหนังภาค Afterlife นี้คือ หนังดึงอารมณ์จากเกมส์มาได้เกือบจะสมบูรณ์แบบ เหมือนที่ Resident Evil (2002) และ Resident Evil: Apocalypse (2004) เคยทำได้ แต่เพิ่มเข้ามาคือเรื่องของเทคนิกการนำเสนอและตัวละครสัตว์ประหลาดใหม่ๆที่น่าตื่นตามากขึ้น รวมไปถึง "พลาก้า ซอมบี้" ซอมบี้กลายพันธ์ที่โผล่มาครั้งแรกในภาคนี้ด้วย

ด้านนักแสดง สาว Milla Jovovich ยังคงรับบทเป็น "Alice" ที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้ภาคก่อนๆครับ อาจจะบอกได้เลยว่าภาพลักษณ์สาวล่าซอมบี้นี่จะติดตัวเธอไปอีกนานสำหรับคอหนังเลยทีเดียว ส่วนสาว Ali Larter ในบท "Claire Redfield" นั้นภาคนี้ดูเหมือนจะแทบไม่ค่อยมีบทเด่นมากเท่าไหร่ นอกจากฉากบู๊ระหว่างตัวละครของเธอกับ The Executioner ที่เป็นจุดขายของหนังภาคนี้ (ทั้งสาว Jovovich และ Larter ดูสวยแบบ 3D ทะลุจอมากๆในเรื่องนี้ ) และที่ขาดไม่ได้เลยกับนักแสดงหนุ่ม Wentworth Miller ที่คอหนังและคอเกมส์ทั่วโลกเฝ้ารอในบท "Chris Redfield" ตัวละครที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งของเกมส์ต้นฉบับนี้ และ Miller เองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พี่แกดูเป็น Chris Redfield ที่ลึกลับสุขุมและดูสามารถฝากชีวิตใด้แกได้จริงๆ (แม้จะไม่สามารถสลัดภาพลักษณ์ Michael Scofield จากซี่รี่ย์ "Prison Break" ออกไปได้หมด แต่มาดและบุคลิกของพี่แกก็ยังดูเหมาะกับตัวละครนี้มาก แม้ประโยค "ผมรู้เส้นทางออกจากที่่นี่ !" ที่ตัวละคร Chris พูดระหว่างถูกขังใน Afterlife จะชวนให้คิดไปถึงซี่ี่ย์แหกคุกนั่นก็ตาม) ส่วน Shawn Roberts ในบท "Albert Wesker" นั้นเรียกว่าแทบจะหลุดออกมาจากในเกมส์เลยก็ว่าได้ทั้งมาด ทั้งหน้าตาพี่แกเหมือนจริงๆ



โดยรวมแล้ว Resident Evil: Afterlife ด้านเนื้อหาอาจจะดูสู้สองภาคแรกไม่ได้ แต่ก็อยู่ในระดับที่ดีกว่าตัวหนังภาคสามอยู่พอสมควร แต่ถ้ามองในแง่ของความบันเทิงแล้ว Afterlife ถือว่ามีอยู่มากกว่าทุกภาคที่ผ่านมา และที่สำคัญระบบ 3D ของหนังถือว่าอยู่ในระดับสุดยอดและน่าจะเป็นประสบการณ์การชมหนังของคอหนังแอกชั่นล่าซอมบี้ทั่วโลกที่สมการรอคอยทีเดียว


ปล. อย่าพลาดชมฉาก End credit กับการปรากฎตัวของตัวละครที่คุณคาดไม่ถึง เพื่อปูทางสู่หนังภาคต่อไปใน Resident Evil 5 !!!




Create Date : 12 กันยายน 2553
Last Update : 12 กันยายน 2553 20:24:39 น. 0 comments
Counter : 1246 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**