Movie Review by negima
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Beastly – "ถ้าตกหลุมรักใครสักคน คำว่าอัปลักษณ์จะไม่มีในหัวใจคุณ"



(บทความนี่เป็นความคิดเห็นต่อฉบับภาพยนตร์เท่านั้นไม่มีการเปรียบเทียบกับฉบับนิยาย)

'เคยคิดไหมว่าความรักจะมีอนุภาพแค่ไหน ?’



Beastly คือนิยายที่ดัดแปลงมาจาก Beauty And The Beast เรื่องราวคลาสสิกของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรอันลือลั่น โดยเปลี่ยนฉากหลังมาเป็นโลกยุคปัจจุบันแทน พร้อมใส่ความร่วมสมัยและโรแมนติกสไตล์หนังวัยรุ่นผสมเข้าไปด้วย ซึ่งผลที่ออกมาก็คืองานโรแมนติกที่ลงตัวในระดับหนึ่งทีเดียว


Kyle คือ ชายหนุ่มหน้าตาดีที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง เขามีหน้าตาที่หล่อเหลา ฉลาด และมีฐานะดี มีพ่อเป็นผู้ประกาศข่าวชื่อดัง แต่นิสัยของเขานั้นกลับตรงกันข้ามกับภายนอก ด้วยการที่เขาแสดงออกอย่างเปิดเผยว่า สิ่งดีๆและความประสบความสำเร็จบนโลกนี้มีไว้ให้สำหรับคนที่หน้าตาดีเท่านั้น เขาเลือกตัดสินทุกคนจากภาพลักษณ์ภายนอก และที่สำคัญเขาสนใจแต่เพียงตัวเอง และไม่สนใจคนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย เขาเป็นพวกพูดจาขวานผ่าซาก ทำลายน้ำใจและความรู้สึกรวมไปถึงดูถูกคนที่เกิดมาหน้าตาไม่ดีไปสะทุกคนที่เขาเจอะเจอ ถ้าจะมีสักคนที่เขาจะแคร์ คนๆนั้นก็คือ พ่อของเขาเท่านั้น ซึ่งหนังค่อยๆแสดงให้ผู้ชมได้เห็นว่า Kyle น่าจะได้แนวความคิดเรื่องการดูถูกคนและตัดสินอะไรจากภายนอกมาจากผู้เป็นพ่อนี่เอง แต่ถึงยังไงแล้วคนเดียวที่เขาอยากพูดและแคร์ที่สุดก็คือพ่อของเขาอยู่ดี แต่ทุกครั้งที่เขาอ้าปากพูด พ่อกลับไม่เคยใส่ใจเลยสักครั้ง และนั่นดูเหมือนจะทำให้ความแข็งกร้าวภายในตัวเขายิ่งทวีขึ้นเรื่อยๆทีละน้อยในใจ



ส่วน Lindy คือหญิงสาวธรรมดาที่เป็นเด็กตั้งใจเรียนและทำตัวเรียบง่าย เธอสดใสร่าเริงอยู่เสมอ เธอทำงานเก็บเงินมาตลอด 3 ปีเพื่อจะได้ไปเที่ยวยังที่ที่เธอฝันมานาน ส่วนด้านครอบครัวนั้นเธออาศัยอยู่กับพ่อที่ขี้ยาและมักสร้างปัญหาให้เธอเสมอ




Kyle กับ Lindy ได้คุยกันครั้งแรกสั้นๆระหว่างการเลือกประธานชมรมสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน แต่แล้วเรื่องทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อ Kyle เลือกที่จะแก้เผ็ด Kendra สาวแปลกที่ชอบทำตัวลึกลับ ที่ใครๆให้ฉายาว่า ‘นังแม่มด’ โดยการยกเรื่องความอัปลักษณ์ภายนอกของเธอมาล้อเล่นกลางงานเลี้ยงใหญ่ ซึ่งจากเหตุนี้เองเธอได้สาป Kyle ให้เป็นชายอัปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยรอยแผลและรอยสักทั่วทั้งร่าง พร้อมให้เวลา 1 ปี ในการที่จะหาใครสักคนที่รักเขาจากภายในจิตใจ ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอกบอกรักเขาให้ได้ ก่อนที่ดอกไม้ดอกสุดท้ายที่แขนเขาจะร่วงโรยอีกครั้ง !



หนังเรื่องนี้นำเสนอเรื่องราวของพลังของความรักที่ยิ่งใหญ่เสมอ ในเรื่องเราจะเห็นว่าตัวละครของ Kyle ที่หลงใหลในรูปโฉมตัวเองกว่าสิ่งอื่นใด แต่เมื่อถูกคำสาปให้มีหน้าตาที่อัปลักษณ์แล้ว เขาแทบจะคิดว่าชีวิตนี้ไม่เหลืออะไร ยิ่งเมื่อพบว่าผู้เป็นพ่อของเขาจากไม่สนใจในตัวเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีแต่จะรังเกียจลูกตัวเองคนนี้เข้าไปอีก มองได้จากฉากการที่เขาพาลูกชายคนนี้ไปพบหมอต่างๆนานา ถึงเรื่องการรักษา ก่อนจะจบที่ผู้เป็นพ่ออ้างเหตุผลว่า ถ้ารักษาหน้าตาที่น่าเกียจนี้ไม่หายชีวิตลูกชายเขาต้องจบเพียงเท่านี้แน่ ฉากนี้อาจจะดูเป็นฉากธรรมดาๆ แต่มองดูดีๆแล้วจะเห็นได้ว่า ขนาดผู้เป็นพ่อแท้ๆ สุดท้ายก็ยังเลือกมองตัวลูกชายคนนี้ที่ภายนอกอยู่ดี และไม่เคยจะมองเข้าไปถึงตัวตนข้างในและทำความเข้าใจกับลูกคนนี้เลยสักนิด ยิ่งกับฉากถัดมาที่พ่อมาส่ง Kyle ที่บ้านหลังใหม่ที่แม้ปากจะบอกว่าเพื่อลูกของเขาจะได้อยู่อย่างเงียบสงบและไม่ต้องลำบากใจในการเจอผู้คนมากมาย แต่แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างกับการพลักไสไล่ส่งลูกตัวเองให้มาอยู่คนเดียวอยู่ดี ในฉากนี้ Kyle พยายามถามถึงเหตุผลต่างๆที่ต้องย้ายมาที่นี่และถามว่าพ่อจะมาอยู่ด้วยกันอย่างเดิมไหม แต่ภาพที่ปรากฎบนจอ คือ แม้พ่อเขาจะตอบโอเคในทุกคำถามแต่น้ำเสียงที่ตะกุกตะกักและสายตาที่ไม่กล้ามองหน้าลูกชายคนนี้เลย ก็สะท้อนความคิดของตัวละครพ่อได้ชัดเจนทีเดียวและแน่นอนว่านับจากวันนั้นเขาก็หาข้ออ้างไม่มาพบเจอลูกชายคนนี้อีกเลยสักครั้ง ทิ้งแต่แม่บ้านและจ้างครูสอนพิเศษซึ่งตาบอดมาคอยอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น

แต่แล้วเมื่อ Kyle ที่ตัดขาดจากสังคมและกลุ่มเพื่อนๆมานานหลายเดือน จนเขาเริ่มทนไม่ไหวและตัดสินใจออกจากบ้านไปในคืนหนึ่งเพื่อตามหา Kendra อีกครั้งเพื่อขอให้เธอล้างคำสาปให้เพราะเขาทนไม่ไหวกับสภาพเช่นนี้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งในงานเลี้ยงนี้เขาได้พบกับความจริงที่ว่าเหล่าเพื่อนเก่าของเขาล้วนไม่มีใครจริงใจกับเขาเลยสักคน และคบเพราะต้องการอยากเด่น อยากดังไปด้วยทั้งนั้น และที่นั่นเองที่ทำให้เขาได้เจอกับ Lindy อีกครั้ง และครั้งนี้บางอย่างในใจเขาที่ไม่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนได้เกิดขึ้น และ มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป




สิ่งหนึ่งที่ Beastly แตกต่างกับ Beauty And The Beast (ฉบับปี 1991) อย่างเห็นได้ชัดที่สุดอย่างหนึ่งคือเรื่องการตีความตัวละครเอกอย่าง Kyle ที่ต่างจากตัวละคร Beast ไปมากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของความอารมณ์ร้าย ซึ่งใครที่เคยชมฉบับดีสนี่ย์คงจำภาพเจ้าชายอสูรที่ดุดัน อารมณ์ร้ายสุดๆ และ เอาแต่ใจไม่ฟังใครชนิดหัวชนฝา เรียกว่าเป็นบุคลิกที่นึกภาพคนจะมาเข้าถึงจิตใจได้ยากอย่างแท้จริง ส่วนกับตัวละคร Kyle ดูเหมือนเรื่องของความเอาแต่ใจ และไม่ฟังใครยังคงอยู่ แต่เรื่องของความอารมณ์ร้ายนั่นแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย และดูเป็นตัวละครที่ดูครึ่งๆกลางๆในความรู้สึกตัวเองไปนิด


ด้านความสัมพันธ์ของตัวละคร Kyle กับ Lindy หนังยังคงแก่นของเรื่องการมองคนที่จิตใจภายในมากกว่าภาพลักษณ์ภายนอกได้ดีในระดับที่น่าพอใจครับ แม้หลายคนจะบอกว่าในโลกนี้คงไม่มีหรอก ใครที่จะมามองคนที่ใจมากกว่าหน้าตา เพราะถ้าหน้าตาไม่ดี เราก็ไม่อยากมองต่อไปที่หัวใจแล้ว ซึ่งถ้าคุณคิดเช่นนั้น คุณก็คงไม่ต่างอะไรไปกับ Kyle ที่ตัดสินคนจากภายนอกเป็นหลัก เขาปฎิเสธคนที่เข้ามาหาตั้งแต่เห็นหน้าทำนองหน้าตาไม่ดี ก็ไม่มีทางที่เขาจะลดตัวไปคุยเด็ดขาด เขาไม่เคยเอาใจคนอื่นมาใส่ใจตัวเอง นั่นทำให้เขาแม้ภายนอกจะดูดีเพียงใด แต่ภายในกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นการเปิดใจให้กว้างขึ้นอีกนิดแล้วมองคนอื่นให้ลึกลงไปกว่าเรื่องของหน้าตา ไปยังเรื่องของนิสัย ใจคอ อาจจะทำให้คุณพบกับคนที่ทำให้คุณต้องประหลาดใจจนต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ก็ได้ ประเด็นสำคัญก็คือ คุณเปิดใจมองคนอื่นให้ลึกมากพอรึยังเท่านั้นเอง



สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของเรื่องนี้คือเหล่านักแสดงนำ โดยเฉพาะ Alex Pettyfer ดาราหนุ่มสุดฮอตที่มาแรงสุดๆของปีนี้เลยก็ว่าได้ กับบท Kyle หนุ่มหน้าตาดีแต่หลงในรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งเขาก็ดูเป็นหนุ่มที่หลงตัวเองและชอบเหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นได้ดีพอควร แต่ในฉากเหงาๆ หรือฉากโรแมนติกทั้งหลายตอนที่รูปร่างอัปลักษณ์แล้ว Alex ถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะเรื่องของสายตาที่ดูเหงาไปตามตัวละครจริงๆ และรายของสาว Vanessa Hudgens ในบท Lindy สาวธรรมดาที่สะกดใจเทพบุรุษอสูรรายนี้และผู้ชมสะอยู่หมัด ด้วยการแสดงที่ใสซื่อ เป็นธรรมชาติ เธอดูสวยใสอย่างสุดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่ Kyle พา Lindy ขึ้นไปชมสวนกุหลาบบนด่านฟ้าบ้านที่เขาทำใว้ให้เธอ บอกได้คำเดียวเลยว่าVanessa Hudgens สวยกลบความงามของกุหลาบนานาพันธุ์ในฉากนี้ไปเลย ! ซึ่งนักแสดงนำทั้งคู่ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดอีกอย่างที่ช่วยแบกหนังทั้งเรื่องให้ดำเนินไปได้อย่างไม่ชวนให้เบื่อตลอดการชม


ด้ายนักแสดงคนอื่นๆก็ถือว่าทำหน้าที่ได้เยี่ยมครับ ทั้ง Mary-Kate Olsen หนึ่งในสองพี่น้องแฝดตระกูล Olsen ที่ห่างหายจากหนังฟอร์ใหญ่ไปนาน โดยเรื่องนี้มารับบท Kendra สาวลึกลับที่สาบตัวเอกของเรื่องให้เป็นชายอัปลักษณ์และเฝ้ารอคอยรักแท้อย่างปวดหัวใจ Mary ดูเป็นสาวร้ายที่ดูลึกลับในตัวทั้งยังแฝงความสวยแบบชวนขนลุกนิดๆที่ให้อารมณ์แปลกตาทีเดียว กับรายของ Neil Patrick Harris ในบท Will ครูตาบอดที่คอยสอนหนังสือ Kyle ที่เรียกว่าเป็นตัวขโมยซีนประจำเรื่องเลยก็คงไม่ผิด

นอกจากนี้แล้วเรื่องของฉากต่างๆในเรื่องก็ถือว่าถ่ายออกมาสวยงามครับ เพลงประกอบก็ไพเราะทุกเพลง และที่อยากชมอีกอย่างคือเรื่องของการออกแบบเมกอัพตัวละคร Kyle ช่วงที่โดนสาป ที่ออกแบบได้ไม่น่ากลัวจนเกินไป แถมยังดูเป็นเอกลักษณ์ดีอีกต่างหาก


โดยรวมแล้ว Beastly ถือเป็นหนังโรแมนติกชวนฝันที่แฝงความแฟนตาซีร่วมสมัยที่ดูสนุกเรื่องหนึ่งครับ แม้เนื้อหาจะพอเดาทางได้และสูตรสำเร็จไปบ้าง แต่ด้วยพลังนักแสดงนำวัยรุ่นทั้งสองและอารมณ์หนังก็ถือว่าช่วยพยุงหนังให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว ที่สำคัญหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณได้เข้าใจว่า ไม่ว่าคนอื่นๆรอบตัวจะมองเรายังไง นั่นก็ไม่สำคัญเลยกับที่เราเลือกจะมองตัวเอง

“Love is never ugly”





Create Date : 28 มีนาคม 2554
Last Update : 19 กรกฎาคม 2554 1:11:03 น. 0 comments
Counter : 2118 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

negima_xx
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




!#@# สวัสดีครับ กับทุกๆคนที่เข้ามาสู่ Blog นี้ของผม ขอให้สนุกกับการอ่านรีวิวภาพยนตร์ต่างๆนะครับ อาจจะมีถูกใจมั้ง ไม่ถูกใจมั้ง เพื่อนๆคนไหนคิดเห็นเหมือนกัน หรือแตกต่างกันตรงไหนก็บอกกล่าวกันได้ครับ ^^ #@#!

ฝาก Facebook We Love Movie Club ไว้ด้วยนะครับ



**ปล.ใครจะนำบทความของผมไปลงที่ไหนรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบกันหน่อยก็ดีนะครับ และอย่าลืมลงเคดิตให้พร้อมด้วย อย่างน้อยๆก็เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมหน่อยก็ยังดี ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกับการเยี่ยมชมบล็อกครับ**