Don't Worry, Be Happy

<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
15 เมษายน 2550
 

Title: ค่ำคืน...ป้ายรถเมล์...ผู้หญิง...คนบ้า






ค่ำคืนหนึ่งในยามราตรี ที่แสงสียังไม่ยอมหลับ
ผมเป็นอีกคนหนึ่งในหลายพันคน...
ที่ยังคงดำเนินชีวิตต่ออย่างมึนๆ
บนป้ายรถเมล์ในช่วงหนึ่งของถนนรัชดาแห่งนี้

ผมกำลังจะกลับบ้าน
หลังผ่านช่วงเวลาต่อรองกับกลุ่มเพื่อนสนิทตั้งนานสองนาน
เหตุผลที่ผมบอกพวกมันคือ...

“กูกลัวรถเมล์หมด”
“มึงก็นั่งแท็กซี่เอาสิวะ”
“ไม่เอา เปลือง”
“โธ่ไอ้ห่า...นานๆทีกูจะลากมึงมาเที่ยวกับพวกกูได้ทั้งที”
“เออ ขอโทษว่ะ...”
“............................”


ผมเสียค่าต่อรองให้พวกมัน ด้วยการกระดกเพียว 2 ช็อตติดๆ
ถือเป็นค่าต่อรองที่...ไม่เลวจนเกินไปนัก
ในเมื่อผมอยากกลับบ้านเต็มแก่ จะให้กระดกอีกกี่ 10 ช็อต ผมก็ต้องทำ

ผมเดินห่างออกจากสถานบันเทิงแห่งนั้น มุ่งตรงไปที่ป้ายรถเมล์
ผมไม่รอรถตรงป้ายแรกที่ผมเจอ
ด้วยเหตุผลที่ว่า คนเยอะเกินไป...
ผมเดินไปเรื่อยๆ จนเจอป้ายรถเมล์อีกป้ายหนึ่ง
ป้ายนี้มีคนรออยู่แล้ว 2 คน
หนึ่งนั้นเป็นผู้หญิง ผมยาว อยู่ในชุดนักศึกษา ท่าทางทะมัดทะแมง
อีกหนึ่งเป็นชายเคราดก ผมยาวกระเซิง เนื้อตัวสกปรกมอมแมม
หรือจะเรียกให้เข้าใจได้ง่ายๆนั่นก็คือ คนบ้า

นรก!
สวรรค์!


น่าแปลกที่ในเวลาค่ำคืนนี้ผมได้เจอทั้งนรก กับสวรรค์พร้อมๆกัน
คงจะดีกว่านี้ หากผมได้รอรถเมล์กับเธอคนนั้น ที่ใส่ชุดนักศึกษา
ที่ป้ายรถเมล์เงียบๆนี้เพียงแค่สองคน มันคงจะเป็นสวรรค์น้อยๆของผมเลยทีเดียว

กลับกัน...ถ้าหากว่าเธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
ผมคงต้องรอกับคนบ้าท่าทางน่ากลัวเพียงแค่สองคนเช่นกัน
นั่นคือนรกชัดๆ

พวกเราสามคน...เอ่อสองคนดีกว่า
ต่างชะเง้อคอเพื่อรอดูรถเมล์สายที่กำลังจะมา
ผมภาวนาให้เป็นสายของเธอคนนั้นก่อน
เพราะหากว่าเป็นรถเมล์สายที่ผมรอ...ผมคงจะไม่อาจขึ้นไป
โดยปล่อยให้เธอคนนั้น รอรถเมล์อยู่กับคนบ้าเพียงลำพังหรอก
หรือถ้าเป็นสายที่เราทั้งคู่รอพร้อมๆกัน นั่นก็คงจะเยี่ยมมากๆเลย

รถเมล์วิ่งมาถึงในระดับสายตาที่พอจะมองเห็นตัวเลขแล้ว
สาย 185...นั่นเป็นรถเมล์สายที่ผมรออยู่นี่นา...
ผมนึกในใจ...”เอายังไงดีวะ”
ก่อนที่จะหันไปมองน้องนักศึกษา ซึ่งเธอก็แสดงออกถึงท่าทีที่ผิดหวัง
คงไม่ใช่สายที่เธอรอ...

ผมตัดสินใจไม่ถูก...
มือขวาของผมกำลังยกมือขึ้นโบกรถเมล์ให้จอด
มือซ้ายกำลังปัดป้อง ไม่ให้มือขวายกมือขึ้นโบกได้

แต่...ผมไม่ต้องทะเลาะกับมือของตัวเองให้นานกว่านี้
ในเมื่อรถเมล์สาย 185 ที่ผมรอ มันมาจอดอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
ขาเจ้ากรรมของผมกำลังจะก้าวขึ้น...
แต่มือทั้งสองต่างยื้อยุดไม่ให้ขาของผมก้าวเดิน
ผมหลับตา...ตัดสินใจ นั่งรอเป็นเพื่อนเธอต่อไป

ราตรียังคงยืนยาว นาฬิกายังคงก้าวเดินต่ออย่างมาดมั่น
ขณะนี้เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆแล้ว
รถเมล์ของเธอคนนั้นก็ยังไม่มาเสียที
แต่ของผมนี่น่ะสิ ผ่านไป 2 คันแล้ว
ในขณะที่คิดอยู่เพลินๆ โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น

“ถึงบ้านยังวะ” ปลายสายคือเพื่อนของผมนั่นเอง
“ยังอยู่ป้ายรถเมล์อยู่เลย”

“อ้าว...ไอ้ห่า แล้วบอกว่าจะรีบกลับบ้าน ทำเชี่ยไรอยู่ล่ะ”
“รอรถเมล์สิวะ...” ผมตอบกลับไป

“เออๆๆ กูก็กำลังจะกลับ อยู่ตรงไหน เดี๋ยวกูไปรับ”
“ไม่เป็นไร มึงขับรถกลับบ้านดีๆเถอะ”

“เฮ้ย...มึงรอรถเมล์อยู่คนเดียวหรือเปล่า หรือมึงกำลังจิกใครอยู่”
“มึงจะบ้าเหรอ กูไม่ใช่ไก่นะเว้ย จะมาจิกอะไรแดก ดึกๆดื่นๆ”

“เอ๊ะ อีนี่...ต่อปากต่อคำเว้ยยยย เสียดายชิบเป๋ง ถ้ารู้งี้กูไม่น่ารีบปล่อยมึงกลับเลย”
“ทำไม??”

“เอ๋า...ก็สาวๆสวยๆ เพียบเลยสิวะ ถ้ามึงอยู่เดี๋ยวกูจะเข้าให้มึง จะได้ลืมเรื่องน้องป่านได้เสียที”
“เออ ช่างเถอะ...กูขอพักเรื่องผู้หญิงไว้ก่อนว่ะ...บอกตรงๆ ขี้เกียจ...กูเหนื่อยแล้ว”

“ทำเป็นเหนื่อยๆ...เอ้า ตามใจเว้ย กูกลับแล้วนะ หวังว่าคงไม่ต้องรอรถเมล์จนถึงเช้านะเว้ย”
“เออ...ขับรถดีๆล่ะมึง เจอกัน”


ผมกดปุ่มวางโทรศัพท์...
อย่างไม่รู้ตัว...คนบ้าได้เข้ามานั่งใกล้ผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ผมลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ ก่อนเดินหนีไปที่ริมถนน ที่เธอคนนั้นยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ผมท่องในใจ หนึ่ง...สอง...สาม...แล้วตัดสินใจพูดกับเธอ

“ย้ากกกกกกกกกกกกกก อ๊าคคคคคคคคคคคค”
“??!!?”

จู่คนๆบ้าก็แผดเสียง คำรามก้องดังไปทั่ว
ผมและเธอคนนั้นหันไปมองอย่างตกใจพร้อมๆกัน

โอ๊ยย...เอาไงดีวะ...จะกลับก่อนก็เป็นห่วง เฮ้อ...
แล้วถ้าเกิดคนบ้ามันเข้ามาทำอะไรตอนนี้ล่ะ...ผมจะทำยังไง
ชีวิตเกิดมาก็ยังไม่เคยต่อยตีกับใคร...
หวังผลได้เลยว่า ถ้าคนบ้าเข้ามาทำอะไรตอนนี้...
ผลชนะเป็น 0% ชัวร์...

โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น เมื่อเรา...(ผมกับน้องนักศึกษาคนนั้น)
เห็นรถเมล์กำลังวิ่งตีคู่กันมาทั้งสองคัน
เธอคนนั้น ยกมือขึ้นโบกรถเมล์สายที่กำลังจะมาถึง
ส่วนผม ก็เดินไปย้อนไปอีกนิดนึง
เพื่อแสดงตัวให้รถเมล์คันที่ตามมาข้างหลังรู้ว่า
ผมต้องการจะขึ้นนะ...จอดรับกูด้วย

รถเมล์ทั้งสองคันจอดเทียบเข้าที่ป้ายพร้อมๆกัน
อย่างไม่ได้เข้าข้างตัวเอง...ผมหันไปเห็นเธอคนนั้นยิ้มให้ผมด้วยล่ะ
และอ่านปากของเธอได้ไวๆว่า “ขอบคุณค่ะ....”
ผมไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรต่อไปอีก...
แต่เอาเป็นว่า ผมได้เห็นเธอ รวมทั้งผมด้วย
ขึ้นรถเมล์กลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ผมก็รู้สึกโล่งอก...และสบายใจแล้วครับ

ผมรู้สึกเสียดายที่ตัดสินใจชวนเธอคุยช้าไป
แต่ช่วงเวลาที่ผมได้ยืนรอรถเมล์เป็นเพื่อเธอ เพื่อปกป้องไม่ให้คนบ้ามาทำร้าย
เพียงแค่นี้...ก็เป็นความประทับใจอีกอย่างหนึ่งแล้วล่ะครับ

อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่า...เธอคงรู้สึกดี และขอบคุณผมจากใจจริงๆเช่นกัน
อาจจะไม่ต้องรู้จักกัน...แต่เก็บความประทับใจนี้ไว้ได้นานๆ
แค่นี้หัวใจก็เป็นสุขแล้ว...

ส่วนน้องป่าน...ต้นตอที่ทำให้ผมต้องออกมานั่งเมา แบบมึนๆในคืนนี้
ผมก็ได้แต่ถามตัวเอง...และตอบกลับไปว่า

“น้องป่าน...ใครกันวะ?”




Create Date : 15 เมษายน 2550
Last Update : 18 เมษายน 2550 21:32:29 น. 8 comments
Counter : 982 Pageviews.  
 
 
 
 
... แล้วใครคือน้องป่านละเนี่ย ... ยังกะจะมีภาคต่อของน้องคนนี้เลย !!!
ว่าแต่ว่า เคยเดินสวนกะคนบ้า แล้วโดนเค้าตีมั้ยอ่ะ ... อะฮั้นเคยเจออ่ะ โตะจายหมดเลย แต่ดีที่เค้าไม่ได้ตีแรง ... ฮื่อ ...กลัว
 
 

โดย: kenmania วันที่: 20 เมษายน 2550 เวลา:17:54:16 น.  

 
 
 
อ้าว ซะงั้น ไม่รู้ใครคือน้องป่าน อิอิอิ

ของเรานะ เคยเจอคนบ้าเข้ามาที่บ้านเลย
มาเกาะหน้าต่าง โคตรตกใจเลยอะ
วิ่งไปปิดประตูแทบไม่ทัน

บ้านก็ไม่มีคนอยู่ด้วยสิ มันก็มาเกาะหน้าต่างงั้นเลยอะ
จะไล่ก็ไม่กล้า กลัว
เลยปิดประเสร็จ กลั้นใจ วิ่งไปปิดผ้าม่าน
ไม่ให้มันมองเข้ามาอะ

พอดีกะที่มีชาวบ้านผ่านมาไง เค้ามาไล่ให้
โอ้ยโล่งออก หลังจากนั้นไม่กล้าเปิดรั้วทิ้งไว้เลยอะ
กลัวคนบ้าเข้ามาอีก เกิดมาแล้วไม่ยอมออกไปแย่เลย

 
 

โดย: กวิสรา IP: 61.19.65.35 วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:15:46:44 น.  

 
 
 
เหอะๆๆ
อ่านแล้วสับสน
สยองก็สยอง ซาบซึ้งก็ซาบซึ้ง
นี่คงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ "ความสุขอยู่ที่ใจ"
ทำดี....แม้ไม่ได้ยินคำขอบคุณผ่านหู
ก็รับรู้ได้ด้วยใจ
ขอบคุณ....ที่ทำให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีคนดี
ขอบคุณค่ะ

 
 

โดย: ยาระบาย (wanna be me ) วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:16:22:36 น.  

 
 
 
คุณkenmania - น้องป่านนี่คือใคร...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันฮะ แค่รู้สึกชอบชื่อนี้เฉยๆ มันน่ารักดีอ่ะฮะ

คุณกวิสรา - ยังที่ไม่เปิดประตูบ้านทิ้งไว้นะฮะ...ถ้าเกิดพี่แกเข้ามาในบ้านได้ นี่สงสัยโกลาหลแหงมๆๆ

คุณยาระบาย - แหะๆ คนเขียนก็สับสนเหมือนกันฮะ แต่แบบว่าเล่นชมกันแบบนี้ทำเอาเขินเหมือนกันนะฮะ ก็ไม่ได้เป็นคนดีเท่าไหร่หรอกฮะ...แต่แค่คิดต่อไปว่า ถ้าผมเกิดขึ้นรถกลับไปก่อน แล้วรุ่งขึ้นอ่านข่าวเจอคนบ้าทำร้าย น.ศ. สาว นี่ผมคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดแน่ๆเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แค่ความสบายใจส่วนตัวเท่านั้นเองฮะ ^ ^

 
 

โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.127.123 วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:21:58:56 น.  

 
 
 
อ้อ ลืมบอกไปฮะ...อันนี้เป็นเหตุการณ์จริงผสมกับที่แต่งเอานะครับ เพราะเรื่องจริงก็ไม่ได้ดึกขนาดในเรื่อง และผมก็ไม่ได้เมา แม้จะผวากับเสียงคำรามของคนบ้าหลายๆครั้งก็ตาม...
 
 

โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.127.123 วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:22:05:42 น.  

 
 
 
หักมุมตลอดนะคะ จำได้ตอนสมัยเรียนมัธยมชอบอ่านกาตูนขายหัวเราะแล้วจะอ่านเรื่องสั้นที่มีประมาณ 2 ตอน
ลักษณะการเขียนแบบนี้เลยคะ ชอบๆ อิอิ เก่งนะคะ
 
 

โดย: yoyo IP: 124.157.218.207 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:21:43:36 น.  

 
 
 
เราชื่อป่านแม่ตั้ให้ชอบชื่อนี้มากๆๆๆๆ
 
 

โดย: ป่าน IP: 203.113.37.8 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:38:51 น.  

 
 
 
ถ้าคืนนั้น...รถเมล์ที่มารับสาวนักศึกษา..เป็นรถเก่งคันงามหนุ่มมาดเท่ห์มารับ..คุณจะทำไง..น่า....รอ..คอย..เก้อแน่เลย..จะเก็บความรู้สึกดีๆ..เท่านี้ก็สุขใจแล้วได้ไหมหน่อ....
 
 

โดย: ณัฏฐพงศ์ ประเสริฐศักดิ์ IP: 203.149.16.36 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:20:06 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com