Don't Worry, Be Happy

 
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
12 กันยายน 2549
 

Title: เมืองคนบาป

1.
ณ ตอนนี้ ณ เวลานี้ ณ ที่แห่งนี้ ในที่สุด...
เท้าดำๆ สกปรกๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ขาดๆ ของผม ก็ได้เหยียบพื้นดินที่นี่ซะที

ที่ที่ใครๆต่างหมายปองที่จะมีโอกาสใช้ชีวิตที่นี่
ที่ที่เด็กบ้านนอกหลายคนฝันถึง
ที่ที่ต้องเป็นแหล่งทำกินของใครหลายคน
ที่ที่หลากชีวิตต่างแย่งชิงดีชิงเด่นกัน
ที่ที่ต้องพบเจอะกับอากาศเป็นพิษด้วยมลภาวะต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ที่ที่....ฯลฯ ที่ซึ่งหลากคนหลากชีวิตต่างความคิด ให้คำจำกัดความ คำนิยาม
ว่าใครจะเปรียบเปรยที่แห่งนี้ว่าอะไร อย่างไร เท่าไร เอ๊ะ...ยังไง
ใช่ครับ...ผมกำลังสับสนและมึนงงกับตัวเองว่า จะเอาอย่างไร จะทำยังไงต่อไปดี
ในเมื่อผมได้มาซึ่งที่หมายแล้ว...ที่แห่งนี้...นครแห่งความเจริญ หรือ นครแห่งความยุ่งเหยิง!!

2.
“ด้วง...!!” ผมตื่นจากอาการมึนงงกับตัวเอง พร้อมกับหันไปมองซึ่งแหล่งที่มาของเสียงที่เรียกชื่อผม
เสียงนั้นไม่ได้หวาน เสียงนั้นไม่ได้นุ่มนวล หรือไพเราะเสนาะหูแต่อย่างไร กลับกัน....
มันเป็นเสียงที่แหลม...เล็ก...เมื่อถูกเปล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง ยิ่งแสบแก้วหูดีนักแล
แต่ทำไมนะ...ผมถึงชอบเสียงนี้จัง และเป็นเสียงที่คุ้นหูที่ผมอยากได้ยินเป็นเสียงแรกที่มาถึงที่นี่แล้วล่ะ

“ขจี” คือแหล่งกำเนิดของเสียงอันแหลมเล็กนั้น
ผมขยับขาก้าวตามเธอที่เดินตัวปลิวไปแล้วก่อนหน้านั้น ดั่งกับเด็กที่เดินตามผู้ใหญ่ในเมือง

3.
ตอนนี้ขจีสลัดคราบเด็กสาวบ้านนอกออกอย่างหมดเปลือก เธอเป็นผู้หญิงในเมืองอย่างเต็มตัว
แต่งตัวทันสมัย ใช้ของมียี่ห้อ รวมทั้งเธอยังมีรถขับ และที่อยู่หรูที่คนเมืองเรียกว่า...เรียกว่าอะไรนะ อืม...
อ้อ ใช่ๆ เค้าเรียกกันว่า “คอมดอมมิเนียม !!” เอ้ย....คอนโดมิเนียมสิ
ไม่น่าเชื่อเลย เพียงแค่ปีเดียวขจีจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ผมก็ได้แต่หวังไว้ลึกๆ เช่นกันว่า
ในระยะเวลา 1 - 2 ปี นี้ผมจะต้องเปลี่ยนไปอย่างขจีให้ได้บ้าง ครอบครัวผมจะได้ไถ่ที่นาได้เสียที...

4.
ผมรู้สึกหูอื้อมากๆ ในที่ที่ทำงานใหม่ของผมซึ่งขจีมาฝากผมทำงานที่นี่ และ เธอ...ขจีก็ทำงานที่นี่เช่นเดียวกัน
ขจีบอกว่า สถานที่ที่นี่นี้คนกรุงเทพ มักจะเข้ามาเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อน เมื่อเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
ผมก็ไม่ค่อยใจหรอกครับ ว่าเป็นที่พักผ่อนได้อย่างไร ก็ในเมื่อเปิดเพลงเสียดังออกขนาดนี้ ไม่มีที่นั่งสบายๆ
ผมกลับมองว่ามันจะเหนื่อยกันทั้งคืนน่ะสิไม่ว่า เพราะทุกอณูพื้นที่ที่นี่ไม่มีพื้นที่ตรงไหนที่ไม่มีคน
มีแต่ความแออัด ยัดเยียด เบียดเสียดกัน อีกทั้งสถานที่ก็คับแคบไม่มีอากาศหายใจ
แถมยังมีควันฟุ้งจากบุหรี่ลอยปะปนเพื่อแย่งอากาศบริสุทธิ์อีก หรือความอึดอัดแบบนี้คนกรุงเทพเค้าชอบกันน้า
ขจีเลยหัวเราะกิ๊ก...พร้อมบอกกับผมอีกว่า เดี๋ยวอยู่ไปนานๆแล้วจะชินเอง เพราะว่ามันเป็นวิถีชีวิตของคนที่นี่

5.
ผมยังออกจากงุ่นง่านอยู่มากกับการทำงานในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ วันนี้ผมทำแก้วแตกไปเกือบ 2 โหลแล้วมั้ง
ผมอยากจะรู้จังเลยว่า ขจีปรับตัวในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน ในขณะนั้น เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้น
ผมเหลือบมองขึ้นไปบนเวที พร้อมกับเห็นเธอคนนั้น “ขจี ” พร้อมกับเด็กสาวหน้าตาดีอีก 10 กว่าคน
ขึ้นไปยักย้ายส่ายสะโพก ด้วยชุดนุ่งน้อยห่มน้อยบนนั้น ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...
ขจีที่ขนาดงานรำวงเธอยังไม่กล้าออกไปรำ แต่เธอกลับ...
คนเรามันต้องมีการปรับตัวและต้องเปลี่ยนแปลงนะด้วง เธอบอกผมในเวลาต่อมา

6.
เสียงเพลงยังดังกระหึ่ม...สลับกับเสียงโฆษก เอ่อ...ที่เค้าเรียกว่า เจดี ดีเจ อะไรเนี่ยแหล่ะ
ยิ่งดึกเสียงยิ่งดัง ยิ่งดึกผู้คนยิ่งฟุ้งซ่าน ยิ่งดึกจังหวะของเสียงเพลงยิ่งทำให้เกิดความกระเส่า ยิ่งเร้า ยิ่งเร้า ยิ่งเร้า ยิ่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ ขจีเคยบอกผมว่า เมื่อได้ยืนอยู่ตรงที่ตรงนี้ เราจะรู้สึกได้ถึงความสนุก ความอิสระ และได้ปลดปล่อยความทุกข์ที่สั่งสมมาตลอดทั้งอาทิตย์ได้โดยไม่มีขีดจำกัด ไม่มีคำว่าเกินขอบเขต
“พวกเขามาเพื่อความสนุกเท่านั้น” ผมนึกคำพูดของเธอและได้เห็นภาพประกอบคำพูดของขจี ได้อย่างชัดเจน
ผมนึกในใจ.......นี่มันเป็นเพียงเปลือกนอกของความสนุกเท่านั้นล่ะขจี มันไม่เหมือน มหรสพเล็กๆในบ้านเรา โดยมีดวงดาวระยิบระยับสลับกับท้องฟ้ายามค่ำคืน มีพระจันทร์เป็นนางเอก มีแสงไฟจากหิ่งห้อยนับร้อย ประกอบกับเสียงเพลงเพราะๆจาก จักจั่น หรีดหริ่งเรไร และที่สำคัญ เราได้อยู่เคียงข้างกับคนที่เรารักจริง แค่นี้ก็ประทับใจได้มิรู้ลืม...............................................................................................

7.
ร้านปิด แต่ความสนุกของบางคนยังไม่จบ ผมเห็นการเคล้าคลอเคลียของหนุ่มสาวท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ
เห็นบางกลุ่มก็พากันกลับบ้าน เห็นบางคนก็อาศัยข้างหน้าร้านเป็นที่นอน และ
เห็นบางคนก็กำลังให้อาหารเจ้าตูบที่มารอกินกันหน้าสลอนเชียว แต่ผม...ไม่เห็นขจี

8.
ผมตื่นขึ้นมา ด้วยเสียงเคาะประตูปึงปัง และต้นกำเนิดของเสียงนั้นก็คือเธอ...ขจี
เธอมาหาผมที่ห้องด้วยสภาพที่อิดโรย แตกต่างจากเนื้อเนียนสาวของเธอที่หอมฟุ้ง และกลิ่นหอมบางๆ
ของเส้นผมเธอ เธอแวะมาหาผมด้วยความเป็นห่วง เธอบอกผมว่าอย่างนั้นแล้วเธอก็ฟุบหลับไป
ผมได้เห็นภาพของขจีที่เป็นดั่งสาวน้อยที่อ่อนต่อโลก ความน่ารักของเธอยังมีให้เห็นอยู่เหมือนวันเก่าๆ
ขอแค่เพียง...
ได้จ้องมองเธอแม้เพียงตอนหลับก็ยังดี ก่อนที่เธอจะแปลงร่างเป็นนางแมวป่า เฉกเช่นเหมือนกับ...ทุกคืน

9.
ผมตัดใจจากความอยากมี อยากเป็น อยากร่ำรวย ความอยากทุกอย่าง
ผมเดินหันหลังให้กับความเจริญจอมปลอม
ผมเดินหันหลังให้กับความรักที่ไม่มีวันเหมือนเดิม...หลังจากที่ผมพบถุงยาง และยาคุมกำเนิดในกระเป๋าของขจี
ผมเดินหันหลังให้กับเมืองกรุง เมืองหลวง เมืองแห่งกิเลส เมืองแห่งคนบาป
ทิ้งไว้กับข่าวการหายตัวอย่างลึกลับไร้ร่องรอยของผู้หญิงกลางคืนคนหนึ่ง

ใช่ครับ!!! ผมพาขจีกลับมาด้วย เธออยู่ในกระเป๋าเป้ของผมเอง
เสียดายที่ผมพาเธอมาได้ไม่หมด ป่านนี้ป้าที่หอพัก
คงเจอ “ชิ้นส่วนตัว”ของขจีพร้อมกับยาระงับประสาทในห้องของผมแล้วล่ะ

ตายล่ะวา.........ผมลืมหยิบยาระงับประสาทมาได้ไงเนี่ย

แต่ช่างเถอะ

ผมไม่ต้องใช้มันแล้วนี่............


Create Date : 12 กันยายน 2549
Last Update : 13 กันยายน 2549 20:54:40 น. 0 comments
Counter : 547 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com