Don't Worry, Be Happy

<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 มิถุนายน 2553
 

Title: ตาม...


ผมเปิดประตูรถเข้ามาที่นั่งคนขับด้วยจิตใจสับสน สายตาเหลือบมองเธอคนนั้น คนที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วยเดินลงมาจากบ้านของหมอเลิฟหมอดูเรื่องความรักที่ดังที่สุดในประเทศ เธอเดินอ้อมมาจากทางด้านหลังรถ ผมใช้กระจกมองหลังมองตามเรือนร่างของเธอที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อยืดสีชมพูสด กางเกงยีนส์เข้ารูป และรองเท้าส้นสูงคู่เก่งของเธอ ทุกวันหยุดเราจะมีนัดออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน ผมชอบที่เธอเป็นคนที่แต่งตัวสบายๆ และเหมาะสมกับกาลเทศะ แต่ในเวลานี้ผมกำลังทำตัวไม่ถูก ผมไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับเธออย่างไร จะมองหน้าเธอได้อย่างไรโดยไม่ต้องหลบสายตา ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เธอก็ก้าวขึ้นมานั่งบนรถเสียแล้ว

เธอใช้กระดาษทิชชู่ซับเหงื่อจากความร้อนที่แผดเผากาย เม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นมาท่ามกลางรองพื้นที่เธอได้บรรจงฉาบใบหน้าของเธอไว้ จริงๆ แล้วคนสวยอย่างหล่อน ถึงไม่แต่งหน้าก็สวยอยู่แล้ว แต่ก็เถอะนะ ผู้หญิงเมื่อออกนอกบ้านพวกเธอต้องดูดีเสมอแหล่ะ ตรงนี้ผมเข้าใจดี จากนั้นเธอก็หยิบยางรัดผมออกจากกระเป๋าถือใบเก่งราคาสูงของเธอ เธอละเอียดในการเลือกใช้สิ่งของเสมอ ซึ่งแน่นอนไอเท็มประจำตัวของผู้หญิงคงหนีไม่พ้นกระเป๋าถือ และนี่เป็นสิ่งของไม่กี่อย่างที่เธอลงทุนซื้อเป็นของแบรนด์เนม แน่นอนผมย่อมไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอเช่นนี้ แต่เธอก็ให้เหตุผลมาว่า เธอจะยอมเสียสตางค์ซักนิดลงทุนกับกระเป๋าถือใบเก่งซักใบ เพื่อให้ได้กระเป๋าถือที่สามารถเสริมบุคลิก และทำให้ดูดีขึ้นไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าในสไตล์ไหนก็ตาม แน่นอนเหตุผลเช่นนี้ทำให้ผมไม่สามารถขัดใจเธอได้ จากนั้นเธอก็จัดแจงรวบรัดเส้นผมยาวสีดำปนน้ำตาลแดงให้อยู่ในทรงหางม้าเพื่อคลายร้อน ผมลอบมองลำคอขาวนวลของเธอ ผมชอบให้เธอไว้ผมทรงนี้เป็นที่สุด แม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะดูดีในสายตาของหลายคนที่พบเห็น แต่ผมชอบลำคอของเธอมากที่สุด ความมหัศจรรย์ของลำคอเธอเป็นสิ่งที่ทรงเสน่ห์ และดึงดูดให้ผมหลงรักเธอชนิดหัวปักหัวปำ

ผมเลื่อนเกียร์รถยนต์ออโตเมติกไปไว้ที่ตัวอักษร D ปลดเบรกมือ เท้าขวาค่อยๆ เหยียบคันเร่งพารถยนต์ตัวถังสีเขียวสดเคลื่อนตัวไปข้างหน้า

“คุณคิดยังไงกับคำพูดของหมอเลิฟคะ?”
ขณะที่รถเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เธอก็ได้ถามคำถามที่ทำให้ผมอึดอัดใจมาตลอดนับตั้งแต่เคลื่อนรถออกมาด้วยความเงียบ

“แล้วคุณล่ะ” ผมถามเธอกลับในขณะที่สายตายังคงมองอยู่เบื้องหน้า
“อืม...เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งค่ะ”
“หมายความว่ายังไง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง”
“ก็หมายความอย่างที่พูดล่ะค่ะ”
“อืม...” ผมลากเสียงยาวในลำคอ

“ฉันว่า...ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เรามากกว่า”
ผมนิ่งคิด “นั่นสินะ”

“กังวลไปก็เท่านั้นล่ะค่ะ ฉันว่าเราไปหาของกินอร่อยๆ กันดีกว่าเนอะ ฉันหิวแล้วล่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน
ผมพยักหน้ารับรู้ เท้าขวากระทืบคันเร่งทะยานออกไป
“นั่นสินะ...ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เรา หากเราไว้ใจกัน คำทำนายของไอ้หมอดูคนนั้น
มันก็เป็นเพียงแค่คำเดาส่งๆ ไปเท่านั้น” ผมคิดต่อในใจ

ผมพาเธอไปกินอาหารทะเลที่เธอชอบทั้งๆ ที่ผมไม่ชอบเลย สิ่งเดียวที่ผมกินได้ก็คือปลาหมึก แต่ถึงกระนั้นก็ตามผมก็ยังคงตามใจเธอมาโดยตลอดตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน จนไปถึงรสนิยมในการฟังเพลง ผมชื่นชอบในความรื่นรมย์ของดนตรีแจ๊ซ หรือท่วงทำนองสบายๆ อย่างบอซซาโนว่า แต่เธอกลับชื่นชอบดนตรีป๊อบที่ถูกส่งตรงออกมาจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ผมชอบอ่านนิตยสารแต่งบ้าน แต่เธอชอบอ่านนิตยสารซุบซิบดาราเกาหลี ผมชอบอ่านเรื่องสั้นหักมุม ขณะเดียวกันเธอกลับชอบอ่านนวนิยายที่มีหน้าปกหวานแหวว เราทั้งสองเกิดมาตรงกันข้ามแต่...

ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดเราถึงได้รักกันได้

“วันนี้สบายใจจัง ฉันดูดบุหรี่ได้ไหม?”
เธอถามความเห็นผมขณะที่เธอถือบุหรี่ในมือเตรียมที่จะจุดแล้ว
“สบายใจก็ดีแล้วนี่ ทำไมถึงอยากดูดล่ะ”
ผมถามไปอย่างนั้นแหล่ะ เพราะถึงอย่างไร เธอก็จะได้ดูดบุหรี่ตามใจเธออยู่ดี

จริงๆ แล้วผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรผู้หญิงที่สูบบุหรี่หรอกนะ แต่เพื่อสุขภาพของเธอผมจึงเคยขอร้องให้เธอเลิกซะ เราใช้เวลาต่อรองในเรื่องนี้นานมาก เธอยอมตกลงที่ผมให้เธอค่อยๆ ลดจำนวนในการดูดบุหรี่ลงจนตอนนี้เธอสามารถลดเหลือได้อาทิตย์ละ 1-2 มวน หรือเฉพาะตอนเที่ยวเท่านั้น

ผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาๆ ที่มีชีวิตอยู่แค่โต๊ะทำงาน และหน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น ขณะที่เธอเป็นถึงเออีสาวสวยในบริษัทโฆษณาที่มีหนุ่มๆ หลายคนพร้อมจะพลีใจให้เธอทั้งสิ้น ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอผมมารักผมได้อย่างไร รู้แค่เพียงว่าตอนนี้เธอรักผมก็เพียงพอแล้ว และผมก็รักเธอเช่นกัน


“พวกคุณจะอยู่ด้วยกันไม่ยืด หากพวกคุณแต่งงานกัน คุณจะต้องเสียของรักที่สุดในชีวิตของพวกคุณไป”


ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นเต็มใบหน้า ข้างๆ ผมยังมีผู้หญิงลำคอสวยนอนคุดคู้อยู่ในอ้อมกอด
“เป็นอะไรไปคะที่รัก” เธองัวเงีย ขยี้ตาตื่นขึ้นมา
“อืม...ผมฝันร้ายนิดหน่อย”
“ฝันร้ายเหรอคะ...”
เธอโน้มคอผมเข้าไปหาเธอ
“งั้นฉันจะทำให้คุณฝันดีเอง...” เธอกระซิบที่ข้างหูเบาๆ

ผมสบตากับเธอ ก่อนจะบรรจงประกบริมฝีปากแนบแน่น ซุกไซ้ซอกคอของเธอจนพอใจ ไม่มีอะไรที่จะมีเสน่ห์ไปกว่าลำคอสวยของเธออีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าเมื่อผมหลับไปผมจะฝันดีหรือไม่ รู้แค่เพียงว่าตอนนี้ผมกำลังมีความสุข...


“วันนี้เดี๋ยวฉันจะพายัยตู่ ไปหาหมอเลิฟนะคะ” เธอโทรมาขณะที่ผมยังง่วนอยู่กับงานแต่เช้า
“อีกแล้วเหรอ...อาทิตย์นี้คุณพาเพื่อนคุณไปหาหมอเดานี่ 2 ครั้งแล้วนะ”
“แหม...ก็ยัยตู่มันจะพาเพื่อนอีกคนไป แต่มันจำทางไม่ได้นี่คะ ฉันเลยจะไปเป็นเพื่อน”
“อืม...แล้ววันนี้ที่เรานัดกินข้าวเย็นกันล่ะ”
“ขอโทษนะคะ...ฉันกลัวว่าเราจะกลับมาไม่ทัน ยังไงวันนี้คุณไปกินเหล้ากับเพื่อนคุณก็ได้นะ”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร เธอก็ตัดสายทิ้งไปแล้ว

ผมเหลือบมองนาฬิกา ขณะนี้เวลา 9 โมงเช้า จากกรุงเทพฯ ไปพัทยาสำหรับยัยตู่เพื่อนของผู้หญิงลำคอสวยน่าจะใช้เวลาซัก 3 ชั่วโมง ขณะเดียวกันหากผมเคลียร์งานให้เสร็จก่อน 11 โมง ผมสามารถไปถึงที่บ้านหมอเลิฟภายในเวลาเที่ยงครึ่ง

ผมตัดสินใจตามเธอไป...

ทุกสิ่งไม่เป็นไปตามที่ผมคิดไว้ ผมไปถึงบ้านหมอเลิฟช้ากว่าเวลาที่คาดไว้เกือบหนึ่งชั่วโมง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดี หรือโชคร้ายของผม ภาพที่ผมเห็นเมื่อผมเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของไอ้หมอดูเรื่องความรักคือภาพของชายหนึ่งหญิงสองกำลังระเริงรักด้วยกันอยู่ หนึ่งในผู้หญิงสองคนนั้นมีหญิงสาวลำคอสวยของผมอยู่ด้วย หากว่า...ถ้าผมมาตรงตามเวลาที่คาดไว้ อาจจะไม่เห็นอะไรอย่างนี้ก็เป็นได้

ผมไม่รู้ว่าไอ้หมอเหี้ยนี่มันพ่นคำทำนายเหี้ยๆ เพื่อให้คู่รักกี่คู่เลิกรากันมาแล้ว แต่ที่แน่ๆ มันกำลังซุกไซ้ซอกคอผู้หญิงลำคอสวยของผมอยู่ ผมกำมือซ้ายที่วางอยู่บนลูกบิดประตูแน่น ขณะที่มือขวากำด้ามมีดที่ฉวยมาจากห้องครัวไว้จนเหงื่อที่มือผุดออกมานานแล้ว อย่างไม่คิดอะไรมาก ผมพุ่งทะยานเข้าหาพวกมันทั้งสามคนทันที

ผมกระหน่ำแทงไอ้หมอดูเหี้ยไม่ยั้งจนลำไส้มันทะลักออกมา และแน่นอนผมไม่ลืมที่จะเฉือนจ้าวโลกของมันทิ้งท่ามกลางความตกใจของหญิงโฉดสองคน จริงๆ แม้ว่ายัยตู่เพื่อนรักของผู้หญิงลำคอสวยของผมไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เธอแค่โชคร้ายเพราะผมคงไม่ปล่อยเธอไว้ให้เป็นพยานชี้ตัวผมหรอกนะ ส่วนเธอ...ผู้หญิงลำคอสวยน่ะหรือ...ผมรักเธอมาก พอๆ กับหลงรักในลำคอสวยของเธอ และผมกำลังจะพาเธอกลับบ้านไปด้วยกัน ผมลูบไล้ลำคอสวยของเธอที่วางอยู่บนเบาะข้างคนขับ ดีที่ผมใช้น้ำแข็งห้ามเลือดของเธอไว้แล้ว ไม่งั้นป่านนี้เบาะรถคงเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือดจากลำคอสวยของเธอเป็นแน่

....................................................................................



ผมตื่นจากภวังค์จิตใจของผมกำลังสับสน สายตาเหลือบมองเธอคนนั้น คนที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วยเดินลงมาจากบ้านของหมอเลิฟหมอดูเรื่องความรักที่ดังที่สุดในประเทศ เธอเดินอ้อมมาจากทางด้านหลังรถ ผมใช้กระจกมองหลังมองตามเรือนร่างของเธอ ผมปลดเบรกมือ...เลื่อนเกียร์รถยนต์ออโตเมติกไปไว้ที่ตัวอักษร R ก่อนกระทืบคันเร่งเต็มแรง...


ผู้หญิงลำคอสวยต้องเป็นของผมคนเดียว ลำคอขาวนวลสวยนั้นก็ต้องเป็นของผมคนเดียว


ผมไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องลำคอสวยของเธอเป็นอันขาด

ดังนั้น...
จะเป็นการดีกว่าไหม?

ที่ผมจะชิงฆ่าเธอ....ก่อนคำทำนายนั้นจะเป็นจริง


Create Date : 29 มิถุนายน 2553
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 21:57:00 น. 1 comments
Counter : 620 Pageviews.  
 
 
 
 
สุดๆ คะพี่ใครเจอแบบนี้คงอึ้งเหมือนกัน
 
 

โดย: อิ๋ว IP: 111.84.17.116 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:05:51 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com