Don't Worry, Be Happy

<<
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 มกราคม 2550
 

Title : คืนเหงา จันทร์เสี้ยว และความเปล่าเปลี่ยวบนทางหลวงสายใต้





1.

ผมตัดสินใจเดินหันหลังให้กับเมืองหลวง
ในวันที่มืดมัวของชีวิตที่สิ้นหวัง

สถานที่แห่งเดียว...
ที่ผมคิดจะไปพำนักชั่วคราวเพื่อรักษาบาดแผลทางใจได้ดีที่สุด
หนีไม่พ้น...ทะเลทางใต้...

ผมตัดสินใจจัดกระเป๋าเก็บข้าวของ ออกจากบ้านภายในเวลา 1 ชั่วโมง...

รถบัสเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่ง ผมมองทิวทัศน์ข้างทาง...
แสงไฟจากหลอดนีออนหลากสี สาดแสงปะทะใบหน้า

ผมหลีกหนีจากสีสันเหล่านี้ เดินทางเข้าสู่เมืองที่สว่างไสว
ไม่ใช่เพราะจากแสงจากหลอดไฟนีออน
แต่เป็นแสงแห่งความสุข ที่รอคอยผมอยู่เบื้องหน้า

หัวใจที่เหนื่อยล้า...กำลังรอรับการเยียวยา
และแน่นอน...อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ผมจะได้รับการ บำบัดหัวใจในขั้นต้น

ผมตื่นขึ้นมา
เห็นผู้คนบนรถบัสค่อยๆทยอยๆลงจากรถ

“ถึงแล้วหรือ” ผมถามตัวเองในใจ

ผมลุกขึ้นจากเบาะรองก้นและพนักพิงหนานุ่ม
บิดเอี้ยวตัวซ้ายที ขวาที เพื่อคลายกล้ามเนื้อ
ที่ถูกรัดตัวด้วยสถานที่ประมาณ ฟุต คูณ ฟุต

ยกแขนซ้ายดูนาฬิกาข้อมือ
ตีหนึ่ง 28 นาที...
เร็วเกินไปที่จะถึงที่หมายในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้

ผมเดินลงจากรถ...
2 ข้างทางช่างมืดมิด...
ผิดกับจำนวนผู้คนที่เดินลงมาจากรถช่างขวักไขว่สิ้นดี

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ รถเสียหรือ?” ผมถามพี่ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ
“รถเสียยังจะดีกว่าซะอีก”

“อ้าว...” แล้วถ้ารถไม่เสีย...แล้วเกิดอะไรขึ้นนะ ผมนึกในใจ
พร้อมกับเดินเลี่ยงพี่ผู้ชายคนนั้น อ้อมออกมาที่ด้านหน้าของรถ

พลัน...!! เมื่อผมเห็นภาพที่เกิดขึ้นนั้น
มันทำให้ผมแทบจะอ๊วกออกมาในทันที

ผมไม่ทราบว่ารถบัสที่ผมนั่งมานั้น
จะชนพวกเขา หรือ เธอกันอีท่าไหน
สภาพศพถึงออกมาชวนแหว่ะ เช่นนี้

ร่างหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง
แต่หน้าตาเธอเป็นอย่างไรนั้น ผมไม่ทราบ
เพราะศีรษะของเธอดันมาอยู่ใต้ล้อรถ
ทีทับใบหน้าของเธอซะมองไม่ออกว่ารูปหน้าที่แท้จริงเป็นเช่นไร

แขน ขา ที่ถูกแยกออกจากกันจากเรือนร่างของเธอ
เหมือนราวกับว่า...ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิงจากร่างกายนั้น

กับอีกคน...เป็นชาย...
ผมทราบจากการที่ได้เห็นท่อนล่างของเขา
กางเกงยีนส์ถูกลากออกมากองตรงปลายเท้า

ส่วนท่อนบน...ผมไม่ทราบว่าหายไปไหนแล้ว

จากการสันนิษฐานเบื้องต้นของผม น่าจะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว
ที่ขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาพลอดรักกัน และเมื่อมีความสุข ทั้งกายและใจของทั้งคู่แล้ว
จึงพากันขี่รถกลับบ้าน แต่...เขาและเธอ...โชคไม่ดี...ที่กลับไปไม่ถึงบ้านของพวกเขา

สภาพมอเตอร์ไซด์ออโต้เมติค รุ่นใหม่ นอนคว่ำลงอย่างหมดสภาพ
ล้อรถที่มองแล้วน่าจะเป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้ เสียมากกว่า

น้ำมันที่เจิ่งนองปะปนกับเลือดสีแดงเป็นลิ่มๆ
ส่งกลิ่นคละคลุ้งเหม็นคาว อย่างน่าประหลาด

น่าแปลก...ที่ผมกลับคิดว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ...
แต่จะมีใครมายืนยันข้อสันนิษฐานของผมได้บ้างล่ะ
นอกจากโชเฟอร์...แต่คงยากเกินไป เพราะคุณระเบียบแกก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้ว...
และผมก็คาดว่า โชเฟอร์คนนั้น จะไปพร้อมกับเธอ



2.

แสงสีทองสาดส่องเข้ามาในรถบัสที่กำลังแล่นอยู่
หลังจากที่ บริษัทผู้ประกอบการรถบัสนั้น
ส่งรถคันใหม่มาบริการอย่างรวดเร็ว

ผมที่ตั้งใจมาพักผ่อนและเยียวยาหัวใจ
กลับต้องมานั่งสลดใจ และปลงกับชีวิตมากกว่าเดิม
ผมคิดถูกหรือคิดผิด...

เฮ้อ...ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่
พร้อมบิดขี้เกียจ อ้าปากหาวอย่างลืมตัว
โดยหารู้ไม่...ว่ามีดวงตาใสๆคู่หนึ่ง
กำลังแอบจ้องมองผมอยู่

“อุ้ย...ขอโทษครับ...ผมลืมตัว”
เธอคนนี้ขยับมานั่งข้างๆผมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ไม่เป็นไรค่ะ...ฉันก็กำลังจะหาวเหมือนคุณนั่นแหล่ะ...หาวววว~~~~~~~~~”

ว่าแล้วเธอก็หาวยาวๆ...เป็นเพื่อนผม

ผมรู้สึกว่าได้รับการเยียวยาหัวใจ
ก่อนที่จะถึงทีหมายเสียอีกแน่ะ

เมื่อคืนมืดหม่น....แต่เช้ามากลับสดใส...
ด้วยรอยยิ้มและ ดวงตาใสๆของเธอ

“มาเที่ยวหรือคะ” เธอเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาระหว่างเรา
“อืม...จะว่าอย่างนั้นก็คงได้ล่ะมั้งครับ”...

“อ้าว...ยังไงล่ะคะเนี่ย...คุณมาทำงานเหรอ”
“ไม่ใช่หรอกครับ...”
“เอ๊า..ไม่ได้มาเที่ยว ไม่ได้มาทำงาน แล้วมาทำอะไรล่ะคะ...”
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว...มาหาแฟนล่ะซี่...” เธอพูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง

แต่ผมกลับเงียบไป...
“เอ่อ...ขอโทษนะคะ...ฉันอาจจะละลาบละล้วงคุณมากเกินไป”

“ไม่ใช่หรอกครับ...ผมกำลังคิดคำตอบอยู่ต่างหาก...ว่ามาทำอะไร...ที่นี่...”
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมจะบอกคุณพอดี”
“จุดมุ่งหมายตอนแรกที่ผมมาที่นี่...คือ การรักษาน่ะครับ”
“อืม...รักษา คุณเป็นหมอมารักษาคนไข้เหรอ”
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่...ผมมารักษาตัวผมเองต่างหาก”

“อื๊อ...รักษาตัวเอง...หวังว่าคุณคงจะไม่ได้อกหักมา แล้วมารักษาแผลใจที่นี่หรอกนะ”

“เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น...ฉันก็คิดว่า...ฉันก็เหมือนกับคุณน่ะแหล่ะ”

ผมหันมามองหน้าของเธอคนนั้นช้าๆ
“ครับ...หึหึ คุณทายถูก ผมมารักษาแผลใจ
แล้วก็รอจนกว่ามันจะหายดีที่นี่
และก็ไม่นึกเลย...ว่าผมจะได้รับการรักษาขั้นต้นไปเสียแล้ว”

เธอหันมามองหน้าของผม...และยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“คารมอย่างนี้ไม่ต้องรักษาแล้วมั้งคะ...”

“คุณก็เหมือนกันน่ะแหล่ะ...ออกจะดูสดใส ร่าเริงขนาดนี้
เพิ่งอกหักมาจริงเร้อ...” ผมกระเซ้าเธอ

แล้วเราก็ยิ้ม และหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

“ผมชื่อนอ นะครับ”
“ค่ะ...ฉันฝ้ายค่ะ”

3.

ถึงที่หมายแล้ว...
ผมกับฝ้ายเดินลงจากรถเป็นคู่สุดท้าย
ราวกับว่า จะเก็บช่วงเวลานี้ของ 2 เราให้นานที่สุด

ผมกับเธอบอกลาต่อกัน...
พร้อมกับแยกย้าย...ไปตามทางเดินของตน

ไม่มีใครขอเบอร์ติดต่อใคร...
ไม่มีใครขอ อีเมลล์ ของใคร...
บางที การปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆ ที่ประทับใจให้ผ่านเลยไป โดยไม่สานต่อนั้น
อาจจะเป็นการดี...ที่สุดก็เป็นได้...


ความประทับใจครั้งเดียว...ที่จดจำไปชั่วชีวิต
อีกประการหนึ่ง...ผมไม่อยากเสียใจอีก...
เพราะความประทับใจที่ผมหมั่นทำให้เธอคนนั้นมานับ สิบๆครั้ง
สุดท้าย...มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่มีความประทับใจอีกต่อไป

4.

เมื่อถึงที่พัก...ผมจัดแจงเก็บกระเป๋าให้เข้าที่...
แล้วรีบเดินออกมาสูดอากาศ...แสนบริสุทธ์ที่รอผมอยู่เบื้องหน้า...

ขณะที่ผมเดินออกมาหน้าที่พัก...ลมโชยๆก็พัดกลิ่นหอมของทะเลสวย...

ผมรีบสาวเท้าก้าวให้ยาวขึ้น...ตอนนี้หัวใจของผมคิดถึงแต่
การนอนอ่านหนังสือริมหาด...จิบเบียร์เย็นๆ...ฟังเพลงเบาๆ
วุ้ยยย...แค่คิดก็สุขสุดๆแล้ว...

ชายหาดอยู่ข้างหน้า...ทะเลอยู่ข้างหน้า
ความสุขรออยู่ข้างหน้า...เย้~~~~ ทะเลแสน สะ...สะ....ส......ว......ย
ฮ่วยยยย!!

ชายหาดแสนสวยของผม...ทำไมมีกองขยะกองโต มากมายอย่างงี้วะ

ผมหันซ้าย แลขวา...ล้วนมีแต่ผู้คนมากมาย เด็กๆ หนุ่มสาว คนไทย ฝรั่ง คนแก่
นอนเกลือกกลิ้งอยู่เต็มหาด...เด็กเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน และ...น่าแปลก...
ทำไมมันไม่มีใครสนใจขยะมากมายที่อยู่ริมหาดเลยวะ...

นี่ผมไม่ได้มาเที่ยวทะเลบ่อย จนไม่คุ้นชินกับสภาพชายหาดเน่าๆอย่างนี้หรือไร

ผมรู้สึกเซ็งในจิต...มโนภาพทะเลแสนสวยของผมถูกเบรกจนตั้งตัวไม่ทัน
ผมรู้สึกเหมือนเดินสะดุดอะไรหกล้ม แล้วหน้าคะมำไถลไปกับพื้น
ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

ร้านอาหารทะเล...บริการเก้าอี้ชายหาด...เด็กขายผลไม้...บานาน่า โบ๊ต...เจ็ทสกี

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!
มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ...

ผมอาจลืมไป...ว่าทุกพื้นที่ของประเทศนี้...มีแต่คำว่าธุรกิจ...

ทะเลแสนสงบของกูอยู่ที่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยย
ผมตะโกนในใจสุดเสียง....ไม่มีใครรับรู้ความรู้สึกของผมในตอนนี้

................นอกจากตัวผมเอง...................



5.

ผมเดินกลับที่พักด้วยความหงุดหงิด
บรรยากาศวุ่นวายอย่างนี้ ไม่สามารถช่วยเยียวยาอะไรผมได้เลย

กลับกัน...ผมกับรู้สึกรำคาญในความวุ่นวายนี้ด้วยซ้ำ
แม้ใครหลายคนจะชอบก็ตาม

ผม ล้มตัวลงนอนบนที่นอนสีขาวข่มตาหลับลงเพื่อคลายอาการหงุดหงิด

ฉับพลัน!! ภาพการพบสาวดวงตาใสตอนเช้า ผุดขึ้นมาในมโนความคิด

ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรนะ...

บางทีผมอาจจะคิดผิดก็เป็นได้ ที่ปล่อยเธอไป...โดยไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อไว้เลย

6.

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็ถึงเวลาเย็นย่ำเสียแล้ว
และตัดสินใจเดินไปที่ชายหาดอีกครั้ง
ด้วยใจหวังว่าความคึกคักอันสุดแสนจะวุ่นวายน่ารำคาญจะหายไป

ผมเดินไปถึงชายหาด กลิ่นลมทะเลยังหอมเช่นเดิม
อัสดงกำลังจะลาลับขอบฟ้า...ท้องฟ้าสีส้มครึ้มเช่นนี้อาจจะเหมาะกับผมก็เป็นได้
ตอนนี้ชายหาดมีแต่ความว่างเปล่า น้ำเค็มจากทะเลกำลังเขยิบตัวสูงขึ้น

ผมเหลือบไปเห็นเรือประมงหลายลำกำลังเทียบท่าเข้าฝั่ง
และผมก็เห็นเธอผู้มีดวงตาใส...อยู่ตรงหัวเรือ
“ฝ้าย...” ผมเผลออุทานชื่อเธอออกมาเบาๆ

7.

ผมรีบวิ่งลงไปที่เรือประมงลำนั้นทันที
ลำที่ผมเห็นฝ้าย....

ผมหยุดอยู่ตรงหน้าเรือประมงลำเก่า...ผมคิดว่ามันคงผ่านการใช้งานมาหลายปี...
สังเกตได้จากตะไคร่น้ำที่เกาะตามกราบเรือ...
มันเป็นเพียงแค่เรือประมงลำเล็กๆซึ่งน่าจะเป็นของชาวบ้านละแวกนั้น...

ผมมองหาฝ้าย...แต่...เธอหายไปไหนแล้ว

ผมหันไปถามชาวประมง 2 คน ที่กำลังง่วนอยู่กับการคลี่แหจับปลาอยู่

“ลุงครับ...ไม่ทราบว่าลุงเห็นผู้หญิงนั่งอยู่บนนี้หรือเปล่าครับ”
ผมถามพร้อมกับชี้นิ้วไปทางหัวเรือ

“ไม่มีนี่คุณ”
ชายซึ่งดูมีอายุพอสมควร เงยหน้าขึ้นมาตอบ แล้วก้มลงจัดการกับปลาบนแหต่อไป

เอ...หรือว่าผมจะตาฝาดหรือเปล่าหว่า...
อืม...คงตาฝาดล่ะมั้ง...เธอจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ในเมื่อเราแยกกันในเมืองไปแล้วนี่หน่า...

“ลุงเป็นชาวประมงเหรอครับ” ผมหันมาสนใจชาย 2 คนข้างหน้า
“คุณเห็นเรือกับแหจับปลา แล้วคุณว่าผมจะเป็นชาวนาหรือเปล่าล่ะ”
“....” ผมอึ้งกับคำตอบของลุงชาวประมงนั้น...แหม กวนตีนไม่เบานะลุง...

“แล้ววันๆนึงจับปลาได้เยอะหรือเปล่าครับ”
ชายแก่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม...

“ขี้สงสัยจังนะคุณ...มาจากเมืองหลวงล่ะสิ...ไอ้จ่อยมึงทำไปคนเดียวก่อนนะ”
ชายแก่พูดสั่งเด็กหนุ่มแล้วลุกขึ้นมายืนใกล้ผม

“ปลาน่ะจับได้เยอะอยู่...แต่ที่เยอะกว่าก็คือขยะนี่แหล่ะ
คุณลองดูที่แหจับปลาผมแล้วกัน...ว่าอะไรมันเยอะกว่ากัน”

“ทุกวันนี้ทะเล มันจะไม่เป็นทะเลแล้ว...เพราะอะไรรู้ไหม...
ก็เพราะไอ้คนกรุงเฮงซวยอย่างพวกคุณนี่แหล่ะ...คิดจะมาเที่ยวเพื่อเสพสุขกับธรรมชาติ...
เมื่อเสพมันจนพอใจ...ก็ทิ้งขว้างขยะไว้...”

“นี่คือสิ่งตอบแทนจากความสุขที่ได้รับไปของพวกคุณงั้นหรือ”

ผมพูดไม่ออก...แม้สิ่งที่ลุงพูดมาผมจะไม่ได้เป็นคนทำก็ตาม...
แต่ผมคิดว่า คนเมืองอย่างผม เมื่อมาเที่ยวทะเลเสพความสุขจากธรรมชาติ
จนอิ่มเอิบได้ที่แล้วจะทิ้งความทุกข์ให้แก่คนที่นี่ด้วยเสียส่วนใหญ่...

“คุณรู้ไหม...ตั้งแต่สร้างไอ้รีสอร์ทบ้าบอนี้ขึ้นมาทะเลที่นี่ชิบหายไปเท่าไหร่...”

“ไอ้พวกนายทุนก็อ้างว่าจะทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น
เฮอะ!! เลวลงน่ะสิไม่ว่า...”

“ที่นี่มีความเจริญขึ้นมากกว่าเดิมก็จริงอยู่แต่เคยคิดบ้างไหม
ว่าไอ้สิ่งที่มันลดลงน่ะมันคือจิตใจ ความพอดี และธรรมชาติ”

โอ้...ท่าทางลุงแกคงจะอัดอั้นตันใจมานานมากกับสังคมที่นับวันยิ่งถ่อยลงทุกวันๆ

ผมไม่เคยนึกเลย...ว่านอกจากสังคมถ่อยในเมืองหลวงแล้ว
ความถ่อยมันยังลามมาถึงที่นี่ด้วย

“แล้วลุงจับปลาอย่างเดียวหรือครับ”

“ใช่...จะให้ผมไปเป็นลูกจ้างไอ้พวกนายทุนน่ะ ผมไม่ทำหรอกที่นี่มันถิ่นกำเนิดของผมนะ
แล้วไอ้พวกนั้นมันเป็นใครยังไงๆ ผมก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้พวกมันแน่นอน”

“แล้วทุกวันนี้ลุงจับปลาทำไมล่ะ...ถ้าไม่...เอ่อ...”
ผมหยุดคำพูดลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความโกรธแค้นออกมาอย่างมากมาย

“ผมยอมรับ...ว่าพวกปลาที่ผมจับได้นั้น...สุดท้ายแล้วก็ยังต้องไปขายให้กับพวกร้านอาหารอยู่ดี...”

แล้วลุงแกก็เงียบไป...

ผมไม่รู้สึกโกรธลุงชาวประมงคนนั้นเลยเป็นผมเสียอีก ที่รู้สึกผิดมากมาย...
เพราะสิ่งที่พวกเรา ชาวเมืองทิ้งเอาไว้ที่นี่มันเกินจะรับไหวจริงๆ
สันดานคนเมืองหลวงคงจะ เลว...ชั่วในสายตาคนท้องถิ่นของที่นี่น่าดู

“แล้วลุงไม่มีลูกหลานเลี้ยงดูหรือครับ...ออกหาปลาทุกวัน..เหนื่อยแย่”

“มี...แต่ผมไม่คิดไปพึ่งพวกมันหรอก”
“สันดานพวกมันก็เหมือนกับคนกรุงเข้าไปทุกวันๆแล้ว
หนอย...ดัดจริตซื้อมือถือ แต่งตัวทันสมัย...หัวนอก...
อยู่กินกันฉันผัวเมียก่อนแต่งงานยิ่งทำตัวเหมือนคนกรุงมากเท่าไหร่...
จิตใจมันก็ดำดิ่งต่ำทรามมากขึ้นเท่านั้นผมตัดขาดจากมันไปนานแล้วล่ะ”

“ว่าแต่คุณเถอะ...คุณมาทนฟังผมด่าพวกคุณปาวๆอย่างนี้...ไม่โกรธเลยเหรอ”

“ก็มันเป็นความจริงนี่ครับ...” ผมตอบลุงชาวประมงคนนั้นไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“จริงๆแล้วผมก็อยากจะมาที่นี่เพื่อกอบโกยความสุขกลับไปเหมือนกันนั่นแหล่ะ
แต่พอมาถึง...ทุกสิ่งก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมวาดฝันไว้”

“มันไม่สงบ...ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง...ความสะดวกสบายที่มีมากจนเกินไป...
ก็ย่อมคลายมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น”

ลุงมองผมด้วยสายตาที่คลายความโกรธเกลียดลง

“อืม...คุณก็มีความคิดดีนี่ ฮะฮะ...อย่างน้อยคุณก็ไม่ใช่ไอ้พวกนายทุนพวกนั้น
ที่สำคัญเท่าที่ผมฟังคุณพูดมา...ท่าทางจะรักธรรมชาติไม่หยอกนะ”



8.

หลังจากร่ำลาคุณลุงชาวประมงพร้อมปฏิเสธในน้ำใจของลุง
ที่จะให้ปลาที่แกจับได้เรียบร้อยแล้ว

ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี...ความมืดเริ่มเข้ามาเยี่ยมเยียน

“นอคะ...”
เอ๋...ผมได้ยินเสียงเรียกชื่อของผม

“นอคะ...คุณนอคะ...”
ผมหันไปตามเสียงเรียกและไม่น่าเชื่อ...ผู้หญิงตาใสที่ผมตามหาเมื่อตอนเย็น...
ฝ้ายนั่นเอง...

“มาทำอะไรแถวนี้คะเนี่ย...”
“ผมก็เดินโต๋เต๋มาเรื่อยๆแหล่ะครับ...แล้วคุณล่ะ?”
“บ้านฉันอยู่แถวนี้เองค่ะ”.

“อ้าว...ไหนว่าคุณบอกว่าจะมารักษาแผลใจของคุณที่นี่ไม่ใช่เหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ...ก็ฉันเกิดที่นี่ โตที่นี่...ฉันเจ็บกลับมา...ฉันก็ต้องกลับมาที่นี่สิคะ”

“คุณมาจากเมืองหลวง” ผมถาม
เธอส่ายหน้า...

“แล้วคุณอยู่บนรถบัสคันที่ผมนั่งได้อย่างไร?”
“คุณนี่ช่างสงสัยจริงนะคะ...” เธอพูดพร้อมกับรอยยิ้มหวาน

“เอ่อ...ขอโทษครับ...ผมอาจล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวมากไปเสียหน่อย”
“ไม่หรอกค่ะ...จริงๆแล้วฉันขึ้นกลางทางมาน่ะ...
แหมรถบัสของคุณใช่ว่าจะรับแต่คนกรุงมาอย่างเดียวนี่”

“คุณ...แต่งงานแล้ว?”
“ยังค่ะ...แต่...”

“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรนะครับ...คุณจะไม่สบายใจเสียเปล่าๆ”

“จริงๆแล้วผมมาที่นี่ผมก็เอาแต่นอนขี้เกียจบนห้องทั้งวัน
เพิ่งจะได้ออกมาสูดอากาศสดชื่นก็เมื่อเย็นนี่แหล่ะ...”

“ที่คุณนอนบนห้องทั้งวันฉันว่าคุณคงไม่ได้ขี้เกียจหรอกใช่ไหมคะ?”

“คุณคงเบื่อกับบรรยากาศวุ่นวายตอนกลางวันมากกว่า”
ผมยิ้มแทนคำตอบ...

“แต่อย่างน้อย...บรรยากาศทะเลตอนกลางคืนอย่างนี้ คุณคงพอใจนะ”
“ครับ....แม้จะไม่เห็นท้องฟ้าสีคราม...ไม่เห็นน้ำทะเลสีเขียว
แต่ทะเลตอนกลางคืน...ก็ได้อารมณ์ดีเหมือนกัน”

“ตามฉันมานี่สิคะ...มีอะไรดีๆให้คุณดู”

พูดจบเธอก็เดินนำทางไป...ส่วนผม...ก็เดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย...

“รู้ไหมคะ...เวลาที่ฉันไม่สบายใจ นอกจากชายหาดตอนกลางคืนแล้ว...ฉันจะมาที่นี่”

เธอพูดไปพลางเดินไปพลาง...
2 ข้างทางไร้แสงไฟ...แต่เธอก็ยังเดินลิ่วๆอย่างผู้ชำนาญทาง

เดินไปไม่นานนัก...ผมก็เริ่มเห็นแสงไฟเล็กๆ ที่ทางข้างหน้า
และเมื่อยิ่งเดินใกล้เข้าไปๆ ความสวยงามยิ่งทวีมากขึ้น

ผมมองแสงไฟนั้นด้วยความทึ่ง...
นานเท่าไหร่แล้วนะ...ที่ผมไม่ได้เห็นแสงไฟเล็กๆเหล่านี้

แม้คืนนี้จะไม่ใช่คืนเดือนมืด...แต่การที่คืนนี้มีพระจันทร์เพียงเสี้ยวเดียว
ทำให้ไม่มีแสงที่จะต่อสู้กับแสงๆน้อยเหล่านี้มากนัก

หิ่งห้อยสามารถอวดแสงเล็กๆ ควบคู่ไปกับพระจันทร์เสี้ยวไปพร้อมๆกัน ได้อย่างน่าชม...

เหมือนดั่งชีวิตคู่...ถ้าเราส่องแสงของตัวเราเองกันได้อย่างพอดี
ไม่มีใครเด่นกว่าใคร...ไม่มีใครส่องแสงได้แรงกว่าใคร...
เพียงช่วยกันส่องแสงให้กันและกัน เสมอภาคกัน
เพียงเท่านี้ เราก็พอมีแสงสว่างไว้ส่องนำทาง...ได้อย่างเพียงพอ...


“ถึงแล้วค่ะ...” เธอหันมาบอกผมอย่างอารมณ์ดี
“สวยไหมคะ?”

“ครับ...สวยมาก...ทั้งหิ่งห้อย...และ...”
“หืม...อะไรนะคะ”
“ปล่ะ เปล่า...ไม่มีอะไรครับ”
“ผมบอกว่าสวยมากเลย...ทั้งหิ่งห้อย...จันทร์เสี้ยว...และท้องฟ้ายามค่ำคืน”

“นอลองนอนลงสิคะ”
“หา....อะไรนะครับ...ฝ้าย...หะให้ผมนอนลงเลยเหรอ”

“คิดอะไรของคุณอยู่เนี่ย...บ้าเหรอ”

“นอนลงตามฉันนะ...แล้วมองตรงลอดต้นลำภูขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างนี้”
“อ้าวเหรอครับ...แฮ่ๆ” ผมหัวเราะแบบแหยๆ ก่อนทำตามที่เธอบอก

เราทั้ง 2 กำลังนอนกันอยู่ใต้ต้นลำภู...
แสงน้อยๆนับร้อยนับพัน ส่องแสงระยิบระยับอย่างสวยงาม
เมื่อมองลอดออกไป เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน และจันทร์เสี้ยว
และที่สำคัญ...มีเธอผู้มีดวงตาใสๆนอนอยู่ข้างๆ อะไรจะสุขไปกว่านี้...เห็นจะไม่มี

“นี่ถ้าผมได้อยู่กับคุณ...ดูหิ่งห้อยใต้แสงจันทร์อย่างนี้ทุกคืน
คงจะดีไม่น้อย...ฮะฮะ” ผมพูดเสร็จพร้อมกับหัวเรากลบเกลื่อน

“คุณคิดอย่างนั้นจริงๆหรือคะ”
เธอหันมามองหน้าผม...ผมก็ค่อยๆหันไปมองหน้าเธอ...
บรรยากาศก็เป็นใจ...ไม่มีช่วงเวลาไหน ที่ดีที่สุดเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว
ผมหลับตาพริ้ม...รอรับริมฝีปากนุ่มจากเธอ

“ฉันหนีพ่อ...เพื่อไปอยู่กับเขาที่จังหวัดใกล้ๆ”
“เอ๋...อ้าว...” อยู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมาเสียดื้อๆ พร้อมกับความรู้สึกของผมที่ผิดหวังเล็กน้อย

“แรกๆเรา 2 คนรักกันมาก...เรามีกันและกัน เข้าใจกัน...”
ผมยังนิ่งเงียบ ฟังเธอเล่าต่อไป...

“หลังๆเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป...เมื่อความเจริญเข้ามา เขาทั้งใช้เงินฟุ่มเฟือย...กิน...เที่ยว สารพัด
และเริ่มมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาติดพัน จนฉันทนไม่ได้...เลยขอเลิกกับเค้า...แต่”

“เค้าไม่ยอมเลิกกับคุณ...” ผมต่อประโยคที่เธอพูดไม่จบให้
“ค่ะ...เค้าไม่ยอมเลิก...และเค้าก็จะฆ่าฉันให้ตาย”

“อ้าว...ทำไมงั้นล่ะ”
“ผู้ชายก็อย่างนี้ล่ะค่ะ...เห็นแก่ตัว กลัวเสียเปรียบ เมื่อเค้าไม่ได้...คนอื่นก็ต้องไม่ได้”

“ครับ”
....ผมรับฟังความในใจเธออย่างลอยๆ...จนสติ...ค่อยๆ...เลือนหายไป




9.

ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา...ข้างๆผมไม่มีฝ้ายอยู่แล้ว...
เธอคงกลับไปก่อน...ปล่อยผมให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างสุดฤทธิ์
(จนถึงเช้าเนี่ยนะ...ใจร้ายไปหน่อยหรือเปล่า)

ผมสำรวจร่างกายตัวเองว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
มีตุ่มแดงๆหลายตุ่มอยู่เหมือนกันคงเพราะเป็นพิษของยุงป่า
เสื้อผ้าที่สวมใส่ เปียกน้ำค้างเล็กน้อย ผมต้องรีบเดินกลับที่พัก
ชำระเนื้อตัวให้เรียบร้อย แล้วรีบทานยาตัดไข้ไว้ก่อน
เพราะถ้าผมไม่สบายขึ้นมาจะไม่สนุกเอา

ระหว่างทางกลับ ผมเห็นเรือประมงของลุงยังจอดเทียบท่าอยู่
แต่ไม่เห็นเงาของลุงชาวประมงผู้เกลียดชังนายทุนคนนั้น
มีเพียงเด็กหนุ่มที่ชื่อจ่อยเตรียมแหลงเรือคนเดียวเท่านั้น

“เอ่อ...ลุงไม่ออกหาปลาด้วยหรือครับ”
“ลูกสาวลุงตายเมื่อวานน่ะพี่...ลุงเข้าเพิ่งรู้เลยรีบไปวัด”

“แล้ววัดอยู่ทางไหนหรือครับ?”

10.

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
ผมก็รีบเดินทางไปวัดในตัวเมืองทันที...
เพื่อแสดงความเสียใจจากการตายของลูกสาวของลุง...

ถึงจะตัดขาดจากกันไปยังไง
แต่หัวอกของความเป็นพ่อก็ยังมีอยู่...

เมื่อถึงวัดในตัวเมืองแล้ว...
ผมก็เดินเข้าไปในศาลาตั้งศพทันที...

เฮ้ยยยยย!!
ผมร้องขึ้นมาอย่างลืมตัว...จนผู้คนทั้งศาลาหันมามอง
รวมทั้งลุงชาวประมง...ก็มองผมอย่างแปลกใจ

ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ...ก...ก...ก...ก...ก็
ฝ้าย...รูปของฝ้าย...ย...ย...ยะ...อยู่ที่หน้าโลงศพ


ผมรีบจ้ำอ้าวออกจากวัด....เก็บสัมภาระทั้งหมดลงกระเป๋า
แล้วรีบบึ่งไปสถานีขนส่ง เพื่อจับรถกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ระหว่างที่เก็บของอยู่ในห้องพัก ผมรู้สึกขนลุกชูชันไปหมดทั้งตัว
เหลียวซ้าย...แลขวา...ไม่มีใคร แต่ทำไมนะ...ผมถึงรู้สึกว่ามีใครอยู่ข้างๆผม

ชิบหายแล้ว....ผมนึกย้อนเรื่องราวเมื่อวานทั้งหมด...

[“แล้วลุงไม่มีลูกหลานเลี้ยงดูหรือครับ...ออกหาปลาทุกวัน..เหนื่อยแย่”

“มี...แต่ผมไม่คิดไปพึ่งพวกมันหรอกสันดานพวกมันก็เหมือนกับคนกรุงเข้าไปทุกวันๆแล้ว
หนอย...ดัดจริตซื้อมือถือ แต่งตัวทันสมัย...หัวนอก...อยู่กินกันฉันผัวเมียก่อนแต่งงาน”]


..................................................................................

[“ฉันหนีพ่อ..เพื่อไปอยู่กับเขาที่จังหวัดใกล้ๆ”]


[“นี่ถ้าผมได้อยู่กับคุณ...ดูหิ่งห้อยใต้แสงจันทร์อย่างนี้ทุกคืนคงจะดีไม่น้อย...ฮะฮะ”

“คุณคิดอย่างนั้นจริงๆหรือคะ”]


..................................................................................



11.

12.37 น.
ผมมาถึงสถานีขนส่งก็ต้องพบกับข่าวร้าย ผมยังไม่สามารถกลับได้ทันที
ผมต้องรอเวลารถออกจนถึง 1 ทุ่ม เนื่องจากเพราะว่ารถมีบริการไม่เพียงพอ

19.20
รถบัสค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่ง ผมมองข้างทางอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก

และมองคนที่นั่งเบาะข้างๆผมอย่างหวาดระแวง ถ้าหันหน้ามาแล้วเป็นหน้าฝ้าย...ล่ะ

บรึ๋ยส์...ไม่อยากจะคิด

อีกไม่กี่กิโลฯ...จะถึงที่เกิดเหตุ

อุบัติเหตุของฝ้ายเมื่อคืนก่อน

คำสันนิษฐานของผมที่ว่ารถบัสที่ผมนั่งมา แล้วเกิดอุบัติเหตุ
ชนกับมอเตอร์ไซด์นั้น...แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่อุบัติเหตุ...

มันเป็นเจตนาฆ่าตัวตายพร้อมกันของแฟนหนุ่มของฝ้าย
โดยที่เธอนั้น...ไม่ได้เตรียมใจมาก่อน

ผมนั่งกระสับกระส่ายอยูไม่สุข...
ในใจคิดแต่เพียงว่า ให้รถบัสคันที่ผมนั่งอยู่นี้ ผ่านสถานที่ที่เกิดเหตุนั้นให้เร็วที่สุด

และผมยังลอบมองคนที่นั่งข้างผมอย่างระแวดระวังตลอด
-------------------------------------------------------------------

ผ่านพ้นไปจนได้...ผมรู้สึกโล่งอก เมื่อรถได้ทะยานผ่านที่ตรงนั้นมาได้อย่างปลอดภัย
เฮ้อ....ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ และมองออกไปนอกหน้าต่างได้อย่างสบายใจ...

ทันใดนั้นเอง...
ผมก็เห็นเงาของผู้หญิง...กระโดดโลดเต้นด้วยท่าทีที่สดใส
พร้อมกับกวักมือเรียกผมอยู่หยอยๆ...

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด.............!!
โครมมมมมมมมมมมมมมมม............................!!


อย่างไม่ทันจะตั้งตัว...รถบัสที่ผมนั่งอยู่...
ก็ประสานงากับ...รถพ่วงสิบล้อเสียแล้ว

[“นอคะ...คุณคิดจะอยู่กับฉันจริงๆใช่ไหมคะ...”]



Create Date : 30 มกราคม 2550
Last Update : 31 มกราคม 2550 0:18:49 น. 12 comments
Counter : 1293 Pageviews.  
 
 
 
 
blog วันนี้ยาวตาลายเลยนะเนี่ย
เล่นเอาอ่านจบไปแบบ งง งง
แต่ตอนจบน่ากลัวจังงะ
 
 

โดย: Hoong ja ^_______^ (rukachan~ ) วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:12:38:34 น.  

 
 
 
เอามารวบยอดเหรอพี่ยางฯ
 
 

โดย: ปลาน้อยฯ IP: 125.24.156.96 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:23:53:23 น.  

 
 
 
ตามมาอ่านจากบ๊อกของฮุ้งค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะไปทักทาย

อ่านเรื่องข้างบน เจอประโยคที่ว่า
“ผู้ชายก็อย่างนี้ล่ะค่ะ...เห็นแก่ตัว กลัวเสียเปรียบ เมื่อเค้าไม่ได้...คนอื่นก็ต้องไม่ได้”

อาการนี้ ผู้หญิงก็เป็นนะคะ
 
 

โดย: SnowPatrol วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:42:54 น.  

 
 
 
ย๊าวววว..ยาว..อ่ะ งวดนี้ ว่าแต่ดิชั้นคิดเหมือนลุงชาวนา (555) และคิดเหมือนแฟนของฝ้ายว่า.. ถ้าชั้นไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้..อิอิ
 
 

โดย: คนที่คุณก็รู้ว่าใคร... IP: 203.130.128.146 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:45:43 น.  

 
 
 
เงอะ...เรื่องรัก เรื่องผี ปนเรื่องรักธรรมชาติ...เขียนได้ไงอ่ะ
ขอมอบโล่ห์
 
 

โดย: Mariko (GottaBeMary ) วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:03:31 น.  

 
 
 
โหยยยย จะว่าไปก็หนุกแบบน่ากลัวเหมือนกันนะเนี้ย
จึ๋ยๆๆ

ตอนท้ายเนี้ยแหละน่ากลัว คิคิคิ
 
 

โดย: กวิสรา IP: 61.19.65.246 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:32:52 น.  

 
 
 
ฮุ้งคับ - นานๆทีจะร่ายมาได้ยาวขนาดนี้ทีน่ะฮะ ไว้วันหลังจะพยายามให้งงน้อยที่สุดนะคับ ฮ่าๆ แต่ก็ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์อ่านนะครับ ทั้งๆที่รู้ว่าอ่านแล้วตาลายเพราะเรื่องยาว หรือว่า...อายุเยอะแล้วเนาะ

น้องอัญ - จ้า แบบว่าดูเรื่องในบล๊อครู้สึกว่ามันเยอะเหลือเกินอ่ะ เรื่องไหนมีหลายตอนเลยมารวบเป็นตอนเดียวกันซะ แล้วก็อย่างที่ อาวินทร์ เลียววารินทร์ ว่าไว้ หากงานเขียนเราที่เก็บเป็นเดือนๆ แล้ว นำกลับมาอ่านอีกทีก็ยังคงชอบอยู่ ก็สมควรลองส่งสำนักพิมพืได้แล้ว ก็เลยลองเอามาให้เพื่อนๆอ่านดูก่อนอ่ะว่ามันดีไหม แบบว่า ก็ยังไม่มั่นใจตัวเองเหมือนกันอ่ะเนาะ ^_^

คุณเบิร์ดฮะ (ขออนุญาตเรียกชื่อนี้เลยเนาะ) - ก็ขอบคุณเช่นกันนะครับที่อุตส่าห์อ่านจนจบ ส่วนเรื่องอาการอย่างนั้น คงเป็นอาการของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์กระมังครับ

ปล. เคยอ่านในบล๊อคของคุณแล้วเห็นว่าชอบงานเขียนของอาวินทร์เหมือนกัน ยังไงลองแวะไปบ้านหนอนบ้างไหมฮะ อาวินทร์แกมาคุยกับพวกเราทุกวันเลยนะ จะบอกให้

ปล.2 SnowPatrol นี่ชื่อเหมือนวงดนตรีที่ผมชอบเลยแฮะ

คนที่คุณก็รู้ว่าใคร... - แหม อุตส่าห์โดดงานมาอ่าน ขอบคุณมากๆนะฮะ ว่าแต่คิดเหมือนฝ้ายจิงอ่ะ แล้วพี่คนนั้นเค้าคิดเหมือนกันหรือป่าวน้า หุหุ

หนึ่งคับ - แหม...ขอบคุณที่มอบโลห์ให้นะฮะ แต่ผมก็เขียนด้นๆ แถๆ ไปเรื่อยๆ อ่ะฮะ เผอิญโชคดี ที่พอมันออกมาแล้ว ผมก็พอใจกับเรื่องนี้ดี

คุณกวิสราฮะ - ตอนแรกกะเขียนให้เป็นเรื่องรักโรแมนติคอ่ะฮะ...แต่หนีไม่พ้นสันดานเก่าผมซักที เฮ้อ
 
 

โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.131.9 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:55:54 น.  

 
 
 
มันตะหงิดๆ อยู่ซักพักละ .... แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วย
เพลงชวนละมุนมากเลยค่ะ แต่หักดิบกันด้วยมุขแต่ละอย่างเนี่ย .... เอ่อ
แต่เอาเหอะ เราชอบอ่าน เรื่องสนุกดีค่ะ
 
 

โดย: kenmania IP: 203.155.167.103 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:34:52 น.  

 
 
 
เดี๊ยะเถอะ อายุเค้ายังน้อยนะยะ
พึ่งจะ ยี่สิบกว่าๆๆๆเอง
กว่าที่ว่าก็ตรงกลางระหว่าง 20 กะ 30 พอดิบพอดีอะ

ไม่แก๊ ไม่แก่ ไม่มี๊(รึป่าวหว่า)
 
 

โดย: Hoong ja ^_______^ (rukachan~ ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:31:17 น.  

 
 
 
คุณ kenmania - ขอบคุณที่ชอบครับผม และขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่านงานผมอยู่เรื่อยๆนะครับ ดีใจจัง

คุณฮุ้งฮะ - จ้าไม่แก่จ้า ผมก็อยู่ตรงกลางเหมียนกันเลย ยังวัยรุ่นอยู่อ่ะเนาะ
 
 

โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.128.153 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:53:32 น.  

 
 
 
ชอบจัง โรม้านซ์ + ปรื่อ!!!!
 
 

โดย: canndywe IP: 124.120.203.119 วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:9:27:10 น.  

 
 
 
ชอบจัง โรม้านซ์ + ปรื่อ!!!!
 
 

โดย: canndywe IP: 124.120.203.119 วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:9:27:32 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com