Don't Worry, Be Happy

 
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
22 กันยายน 2549
 

Title: ปลายพู่กัน งานศิลป์ ในมุมมืด ของซอกเมือง





1.
ผมเป็นคนธรรมดา...
หน้าตาธรรมดา...
ทำงานธรรมดา...
ชีวิตก็ธรรมดา...

ผมเป็นเพียงแค่มนุษย์เงินเดือน...
เช้าตอกบัตรเข้า...เย็นตอกบัตรออก
ฝ่ารถติด...เพื่อกลับถึงบ้าน
ใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ เยี่ยงสามัญชนทั่วๆไป
ทุกอย่างในชีวิตผมล้วนธรรมดา...

หากแต่มีสิ่งหนึ่ง...
ที่ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผม
ช่วงเวลาที่ผมมีโลกส่วนตัวอยู่คนเดียว
ช่วงเวลาที่มือหนึ่งของผมจับด้ามพู่กัน
อีกมือหนึ่ง ถือจานสี...
ขณะที่ปลายพู่กันของผม ปาดป้าย
ฉวัดเฉวียน อยู่บนผืนผ้าใบ...
จิตใจที่ว้าวุ่นมาทั้งวัน
กลับสงบลงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

ผมมีความสุขในการเป็นจิตรกรชั่วคราว
ในห้องสี่เหลี่ยมทึบ
ที่มีหน้าต่างหนึ่งบานเพื่อระบายอากาศ
เคล้าเสียงเพลงแจ๊ซเบาๆ...
มันช่างหน้าอภิรมย์ยิ่งนัก

2.
เช้านี้รถยังติดเหมือนกับทุกๆวัน
มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนกรุงอย่างเราๆที่ต้องเจอ
ผมฝ่ารถติดจนมาถึงออฟฟิศหลังเวลาเข้างานมากว่า 15 นาทีได้

“เฮ้ย...เชนทร์ เจ้านายเรียกแน่ะ”
“อือ...ขอบใจมาก” ผมกล่าวและรีบเดินขึ้นห้องเจ้านายทันที

“รู้มั๊ยทำไมผมถึงเรียกคุณเข้ามา”
เป็นคำทักทายจากเจ้านายทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามา
“พอทราบมาบ้างครับ”
“แล้วคุณคิดจะจัดการกับตัวคุณอย่างไร ฮึ”
“ผมจะพยายามให้มากขึ้นครับ”
“พยายามหรือ? คุณบอกผมว่าจะพยายามมากี่เดือนแล้ว แล้วผลงานมันกระเตื้องขึ้นไหม
ผมให้เวลาคุณอีก 2 เดือนนะ ไปปรับปรุงความคิดของคุณเสียใหม่ ไม่อย่างนั้น
ผมคงต้องพิจารณาคุณอย่างจริงๆจังๆเสียที”

ผมเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายอย่างผิดหวังเล็กน้อย
ตลอดการทำงานที่นี่มา 2 ปีของผม
ผลงานจากการคิดงานโฆษณาของผมก็ไม่ได้เป็นรองใคร
เพียงแต่ว่า ช่วง 2 เดือนหลังมานี่
ผมมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับงานศิลปะของผมมากไปเสียหน่อย
งานที่ฝัน กับงานที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงชีพ นี่มันนช่างต่างกันนัก

ผมดั้นด้นจนเรียนจบด้านการโฆษณาได้อย่างที่หวัง
แต่...หลายครั้งความคิดเห็นของผมก็ต่างจากลูกค้า
ความครีเอทีฟต้องเดินคู่ไปกับการขาย
หลายครั้งงานที่ผ่านการปรู๊ฟจากลูกค้ามา
มักมีแต่งานที่เน้นการขายเพียงอย่างเดียว
ซึ่งมันผิดจากตอนที่ผมยังเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง
ที่ความคิดพลุ่งพล่าน พร้อมที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์
คิดงานโฆษณาดีๆออกมาให้โลกประจักษ์
ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง...มันไม่ใช่
ผมจึงกลายเป็นคนที่ทำงานไปวันๆ
แต่กลับกระตือรือร้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ยามตวัดปลายพู่กันอยู่ในห้องแคบๆ ในบ้านของผม

3.
ผมฝ่ารถติดจนมาถึงที่ออฟฟิศหลังจากเข้างานไปแล้วครึ่งชั่วโมง
“เชนทร์ เจ้านายเรียกแน่ะ”

ตลอดอาทิตย์นี้ผมโดนเจ้านายเรียกเข้าไปหาเกือบทุกวัน
วันนี้ผมจะโดนเรื่องอะไรล่ะเนี่ย

“เมื่อวานคุณทำอวดดีมากนักนะ”
“เรื่องอะไรครับ”
“ก็เรื่องที่คุณกล้าดียังไง ถึงไปเถียงลูกค้าไงเล่า!!”
“ผมก็แค่อธิบายในสิ่งที่ผมเห็นว่าดี...”
“แล้วเขาเห็นดีกับคุณด้วยหรือเปล่าล่ะ”
ผมนิ่งไป...
“เราเป็นคนขายความคิดก็จริงนะเชนทร์
แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง เราต้องเชื่อลูกค้าไว้ด้วย
ยังไงๆเค้าก็เป็นคนให้เงินพวกเรา” เจ้านายพยายามจะอธิบายให้ผมเข้าใจ

จริงๆแล้ว ผมแค่แนะนำถึงข้อดีข้อเสียของงานนี้ให้ลูกค้าฟังเท่านั้น
เพราะลูกค้าพยายามจะให้ผมลอกงานของสินค้าอื่น
ที่กำลังดังและเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาน์ ในขณะนั้น
มาใส่ในโฆษณาสินค้าของเขาด้วย
แล้วจะจ้างผมมาคิดงานให้ทำไม...ผมไม่เข้าใจ
แต่เวลาเช่นนี้ คงไม่เหมาะที่จะต้องมาอธิบายให้ใครเข้าใจแล้วล่ะมั้ง
4.
ผมเป็นคนที่ชอบอยู่คนเดียว
ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว
ชอบทานข้าวคนเดียว
ชอบไปดูหนังคนเดียว
ชอบฟังเพลงคนเดียว
เพราะเหตุนี้ผมจึงอยู่ตัวคนเดียว
ไม่มีเพื่อนฝูง...
ไม่มีเพื่อนร่วมงานมาห้อมล้อม...
ไม่มีคนรัก...
และ...ไม่มีใคร

5.
“เชนทร์เดี๋ยววันนี้หลังเลิกงานเราไปสังสรรค์กันหน่อยนะ”
เดชเพื่อนร่วมงาน คนที่ชวนผมคุยด้วยมากที่สุดในออฟฟิศ กล่าวชวนผม
“เค้าไม่ไปหรอกมั้งเดช...อย่าชวนเลย” เสียงดังแว่วๆ มาจากทางด้านหลัง
“เงียบไปเลยไอ้คม...ใครว่าเชนทร์จะไม่ไปวะ...จริงไหมเชนทร์”
เดชตะโกนตอบพร้อมกับหันมาแสยะยิ้มให้กับผม แต่ผมยังนิ่ง
“ไปหน่อยน่าเชนทร์ นานๆที นะ นะ”
“อือ...” ผมตอบกลับไปสั้นๆ
จริงๆแล้วผมก็อยากลองไปเที่ยวอย่างนั้นดูซักครั้งเช่นกัน
“เยี่ยมเลย...งั้นวันนี้หลังเลิกงานเจอกันเพื่อน”
เดชตบที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปประจำโต๊ะทำงานของเขา
ผมนึกในใจ...นานทีลองเข้าสังคมซักที ก็ดีเหมือนกัน

6.
“เอ้า...ชน” ผมยกแก้วกระดกตามเสียงเชียร์ของบรรดาเพื่อนร่วมงาน
“วันนี้เป็นวันดี...นานๆทีพี่เชนทร์จะมาเมากับพวกเราเว้ยยย”
“เฮ้...เอ้าอีกแก้วววว ชนนนนน”

ผมเมาไม่ได้สติอยู่ตรงโซฟานุ่มของบาร์แห่งนั้น
ถ้าไม่ได้ยินเสียงบริกรเข้ามาปลุก ผมอาจจะหลับยาวไปถึงเช้าเลยก็ได้
“ทั้งหมด 9,572 บาทครับ”
“หือ...” ผมยังคงงัวเงียและมึนกับฤทธิ์แอลกอฮอลล์อยู่
“ทั้งหมด 9,572 บาทครับ โต๊ะพี่ยังไม่ได้เช็คบิลเลยน่ะครับ”
“หา...อ้าว..แล้ว แล้วเพื่อนพี่ล่ะไปไหนหมดแล้ว”
“กลับกันหมดแล้วครับ เหลือพี่คนเดียวทั้งร้านนี่แหล่ะ”
“??!!?”

ผมเดินสะโหล สะเหล ออกมาหน้าร้าน
ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนร่วมงานของผมทำ
ทำไมถึงปล่อยผมไว้โดยไม่ปลุก...
และทิ้งค่าบันเทิงเพียง 4 ชม. อันแสนแพงนั้นไว้กับผมคนเดียว

7.
“โอ้ยยย...” ผมสะดุดขาตัวเองพร้อมกับล้มลงทับใครบางคนเข้า
“เดินดีๆหน่อยสิคุณ เมาหรือเปล่าเนี่ย”

เท่าที่ผมจำความได้ เธอใส่ชุด Sack สีขาว
ดูกลมกลืนกับผิวที่ขาวผ่องของเธอ
ผมสีดำปนน้ำตาลยาวสลวย
ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยเครื่องสำอาง แต่ดูสวยไม่มีที่ติ
อายชาโดว์สีม่วง ช่างดูรับกับแก้มที่ถูกปัดเป็นสีชมพูเหลือเกิน

กว่าผมจะรู้สึกตัว...กระเป๋าสตางค์ของผมก็หาย
ไปพร้อมกับเธอคนนั้นเสียแล้ว

8.
ผมเดินลัดเลาะออกจากสถานบันเทิงมุ่งสู่ถนนใหญ่
ตอนนี้ผมมีเงินติดตัวเพียงแค่ค่ารถเมล์เที่ยวเดียว ที่จะไปที่ทำงานเท่านั้น
ผมจึงตัดสินใจจะหาที่นอนตรงข้างถนนนี่แหล่ะ
แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเดินทางไปที่ทำงานทีเดียว
รวมทั้งสะสางเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนนี้ด้วย

ผมล้มตัวลงนอนอยู่บนเก้าอี้สารธารณะอย่างอ่อนล้า
ขณะที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับอยู่นั้น
ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา
“ทำไมวันนี้มันซวยอย่างนี้วะ” ผมสบถกับตัวเองเบาๆ
ผมน่าจะรีบกลับบ้านเหมือนอย่างเคย
ป่านนี้ผมคงกำลังนอนเคลิ้ม ฟังดนตรีแจ๊ซเบาๆ
อยู่บนเตียงนอนอันแสนนุ่ม
หลังจากเสร็จสิ้นการสร้างสรรค์งานศิลปะเหมือนอย่างทุกวัน

ขณะที่ผมกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบฝนอยู่นั้น
สายตาก็เหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซด์ขับโฉบมาใกล้ๆผม
พร้อมกับหยุดอยู่ตรงหน้า
“พี่ครับ...พี่กำลังหาที่หลบฝนอยู่หรือครับ”
“ครับ...ใช่ครับ จู่ๆฝนก็ตกขึ้นมา”
“งั้นพี่ไปหลบฝนบ้านผมไหมครับ”
“เอ๋...” ผมหูฝาดไปหรือเปล่านะ...
ดึกๆอย่างนี้มีคนกล้าชวนผมไปหลบฝนที่บ้านด้วยเหรอ
“พี่ขึ้นมาเลยครับ บ้านผมอยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง”
“เอ่อ...มะ ไม่เป็นไรหรอกมั้งครับ” ผมชักเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ แล้วสิ
“นะพี่นะ...ไปหลบฝนที่บ้านผม...เดี๋ยวผมให้ตังค์ด้วยนะ”
“หาาา...”ผมเผลออุทานออกมา ก่อนจะวิ่งหนีหนุ่มโรคจิตคนนั้น
แม่งเป็นเกย์นี่หว่า....ผมวิ่งหนีสุดชีวิต
มันก็ขี่รถตามผมอย่างกระชั้นชิดเช่นกัน
“พี่ไปกับผมดีกว่านะ...ไปหลบฝนกัน...ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อยด้วย”
“กูไม่ไปเว้ยยยยย” ผมตะโกนตอบกลับขณะที่เท้ายังใส่ตีนหมาโกยอยู่
ความเร็วของขา จะสู้กับความเร็วของ 2 ล้อได้อย่างไร
ไม่ช้าไอ้หนุ่มโรคจิตคนนั้นก็มาดักหน้าผมไว้ทัน
ผมพยายามกลับตัวเพื่อวิ่งหนีไปอีกทาง มันก็ตามมาทันทุกที
ทำไงดีล่ะ ตรงนี้เป็นที่เปิดด้วย ตรอก ซอก ซอย ก็ไม่มี
ช่วงเวลาที่ผมกำลังวิ่งไปคิดไปนั้น
เท้าของผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าโดนวัตถุวิ่งเข้าชนอย่างแรงจนตัวลอย
มันคือ มอเตอร์ไซด์ของไอ้หนุ่มโรคจิตคนนั้น

“พี่ครับ เหนื่อยไหมครับ แหมชอบออกกำลังกายก่อนนอนก็ไม่บอก
แต่ถ้าพี่ไปบ้านผมนะ หลบฝนได้ด้วย ออกกำลังกายก็ได้ด้วย ดีจะตาย
มาวิ่งทำไมให้เหนื่อยเนอะ...ป่ะ ว่าง่ายๆนะครับ”

มือนั้นทำท่าจะเข้ามาประคองผม
ทันใดนั้นผมเห็นหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง
ผมหยิบขึ้นมา กระหน่ำฟาดลงไปบนหัวมันไม่ยั้ง
“ย้ากกกกกกกกกกกกก!!”
ผมควบคุมสติของผมไม่อยู่ ความกลัวเข้ามาแทนที่
ร่างหนุ่มคนนั้นแน่นิ่งไปแล้ว มีชักกระตุกบ้างเล็กน้อย
เลือดเป็นลิ่มๆไหลทะลักออกมา ผมเพ่งมองดูเลือดลิ่มนั้น
ในความเห็นของผม ผมคิดว่า
มันสวยดี...

9.
เช้านี้ผมมาทำงานสายกว่าเวลาเข้างาน 2 ชั่วโมง

“พักนี้ชักเหลวไหลใหญ่แล้วนะคุณ
งานก็ขายไม่ผ่าน มาสายก็บ่อย ผมควรทำยังไงกับคุณดีหือ”

ผมได้แต่ก้มหน้านิ่ง
วันนี้ผมไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร คิดอะไรทั้งนั้น
ในใจผมรอให้ถึงเวลาเลิกงานอย่างเดียว
ผมจะได้กลับไปทำงานศิลปะของผมต่อ
10.
ผมแทบหมดแรงเมื่อเห็นสภาพบ้านของผม
เมื่อข้าวของเครื่องใช้ของผม หายไปหมด
แค่ผมไม่ได้กลับบ้านแค่คืนเดียว
บ้านของผมก็ถูกขโมยยกเค้าไปหมด
ฟ้าช่างไม่ยุติธรรม...ทำไมถึงกลั่นแกล้งผมเช่นนี้นะ

ผมเดินตรงรี่ไปในพื้นที่ส่วนตัวของผม
สภาพงานศิลปะของผม...
ถูกเหยียบย่ำ ด้วยรอยเท้าของใครหลายคน
ถูกเหยียบย่ำ ด้วยความไร้ค่า
โธ่...ความสุขเล็กๆของผม
ถูกย่ำยี อย่างไม่มีชิ้นดี

11.
วันนี้ผมมาทำงานแต่ชอบ ด้วยสภาพจิตใจที่บอบช้ำ
วันนี้...ผมตั้งใจที่จะมา...ลาออก

“เชนทร์...ได้ข่าวว่านายลาออกแล้วเหรอ”
“ใช่” ผมตอบคำถามของเดชสั้นๆ
“เมื่อวันก่อนพวกเราต้องขอโทษนายด้วยนะ
เห็นว่านายกำลังหลับสบาย เลยไม่อยากปลุก”
“โดยที่พวกนายกลับกันก่อน แล้วทิ้งค่าเหล้าไว้ให้ผมจ่าย...?”
“พวกเราขอโทษเรื่องวันนั้นด้วยนะ
งั้นวันนี้เราขอแก้ตัวเลี้ยงเหล้านายแล้วกัน
ถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งตกลงไหม” เดชยื่นขอเสนอ
“ตกลง แต่ไปกินที่บ้านผมนะ ชวนเพื่อนไปเยอะๆด้วย”
“ได้สิ...ไม่มีปัญหา พวกเราจะได้อาศัยบ้านนายนอนไปด้วยเลย”

ผมยิ้มกับการตอบตกลงของเดช

12.
เพื่อนๆที่ออฟฟิศมารวมตัวกันที่บ้านผม
และมาดื่นกินกันอย่างสนุกสนาน
โดยลืมไปว่านี่มันเป็นงานเลี้ยงส่งที่ผมจะลาออกจากบริษัท
และลืมไปว่า เคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง
มันไม่ใช่แค่เรื่องในวันนั้นเพียงอย่างเดียวหรอก
มีอีกหลายเรื่องที่ผมเก็บไว้ในใจเสมอมา

ทั้งการแบ่งแยกผมออกจากกลุ่ม
ทั้งการตั้งกลุ่มนินทา และว่าร้ายผม
ทั้งการที่แอบเอางานของผมไปทิ้ง
และอีกหลายๆอย่าง ผมรู้แต่ผมทำนิ่งเฉยไว้...เพื่อรอเวลา

13.
“เฮ้ย...นี่มันอะไรกัน” เดชตื่นขึ้นมาพร้อมร้องอย่างตกใจ
ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ...เมื่อสิ่งที่เดชเห็นกำลังจะเกิดขึ้นกับตัวมัน
“ทำอะไรของนายน่ะเชนทร์!!” มันร้องเสียงหลง และหวาดกลัวสุดทธิ์
“อ้าว...เพื่อนเดช...มึงตื่นแล้วหรือครับ”
“ผมเห็นว่าพวกมึงกำลังนอนหลับสบาย เลยไม่อยากให้ตื่น ก็เท่านั้นเอง”
“ว้า...น่าเสียดายจัง ที่คุณเสือกตื่นขึ้นมาเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นก่อน”
“ไม่เป็นไร...เดียวผมจะทำให้มึงหลับต่อนะจ๊ะ”

“อ๊ากกกกกกกกกกกก โอ้ยยยยยยย อย่าๆๆๆ” เดชกรีดร้องสุดเสียง
เมื่อผมใช้ด้ามพู่กันจิ้มเขาไปที่ลูกตามันแล้วคว้านออกมา

มันเป็นคนหนึ่งที่อิจฉาตาร้อนผม
ภายใต้หน้ากากของคนที่เป็นมิตรอย่างมัน.
ฉาบไว้ด้วยความริษยา และพร้อมที่จะแทงข้างหลังเพื่อนร่วมงานตลอดเวลา
งานทุกงานของผม...ถูกมันแอบเอาไปทิ้ง

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ...ว่าเลือดชั่วของมึง
พอไหลออกมา...ทำไมถึงแลดูสวยงามอย่างนี้นะ”

ฉึก!!!

ร่างของเดชแน่นิ่งไปแล้ว
และผม ก็เริ่มตั้งเฟรม เพื่อทำงานศิลป์ชิ้นใหม่

14.
ปลายพู่กันของผม ปาดป้าย
ฉวัดเฉวียน อยู่บนผืนผ้าใบ...
จิตใจที่ว้าวุ่นมาทั้งวัน
กลับสงบลงขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
สีแดงสดๆ จากเลือดของหลายๆคน เมื่อมารวมกัน
กลับแลดูสวยงามพิลึก
ความเข้มข้นของเลือด ทำให้สีเข้ม อ่อน แตกต่างกัน

และผมเพิ่มความสวยงามของงานชิ้นนี้ของผมด้วยลูกตาหลายคู่ไปอีก

ช่วงเวลาที่ผมมีโลกส่วนตัวอยู่คนเดียว
ช่วงเวลาที่มือหนึ่งของผมจับด้ามพู่กัน
อีกมือหนึ่ง ถือจานสี...เลือด
อ้อ...ผมลืมบอกไปว่ามีเลือดอีกหนึ่งสี
เป็นเลือดสีแดงปนม่วง...ของไอ้หนุ่มเกย์โรคจิตคนนั้นด้วย
มันทำให้งานของผม ดูกลมกลืน...มันดูศิลป์จริงๆ

เสียงเพลงแจ๊ซบรรเลงเบาๆ...
ช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก




 

Create Date : 22 กันยายน 2549
2 comments
Last Update : 22 กันยายน 2549 23:26:47 น.
Counter : 882 Pageviews.

 
 
 
 
ช่างเป็นผลงานศิลปะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
 
 

โดย: โรคจิต IP: 203.113.60.75 วันที่: 16 เมษายน 2550 เวลา:21:09:21 น.  

 
 
 
แล้วหัวหน้าของคุณเค้าเป็นไงบ้างคับ

ยังสบายดีอยู่มั้ย

อยากเห็นหัวหน้าที่โดนระเลงผลงานศิลป์
จากลูกน้องจิตวิญญาณศิลปิน
 
 

โดย: NoviList IP: 61.91.166.84 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:23:00:26 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com