Don't Worry, Be Happy

 
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 กันยายน 2549
 

Title: ที่ทำงาน...ความรัก



สวัสดีครับ...วันนี้กระผมมีเรื่องจะมาเล่าให้คุณๆ ทั้งหลายได้อ่านกัน
อืม...มันไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โต
หรือสลักสำคัญซักเท่าไหร่หรอกครับ
แต่...แค่ผมอยากทราบว่า
เรื่องราวที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้นั้น
เมื่อคุณอ่านจนจบแล้ว
คุณจะรู้สึกไหมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมนั้น
มันจะคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างหรือไม่

ผมจำได้ ว่าวันนั้นเป็นวันแรกของสัปดาห์ในการทำงาน
ผมรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่บริษัท
เพราะว่า...เพียงแค่วันแรกของสัปดาห์
ผมก็มาทำงานสายเสียแล้ว....

หลังจากที่ผมตอกบัตรและเซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อย
ผมถึงได้รู้สึกว่ามีใครอีกคนหนึ่งนั่งมองผมอยู่

...ใช่ครับ...มีคนนั่งมองผมอยู่จริงๆ

“สวัสดีค่ะ”

เฮ้ย...เธอเอ่ยทักผมก่อน...ใครวะ

“อ่ะ...เอ่อ สวัสดีครับ...มาติดต่อเรื่องอะไรหรือครับ”

เธอยิ้มให้ก่อนตอบคำถามผม
“วันนี้เป็นวันแรกที่ดิฉันมาทำงานที่นี่ค่ะ”
“อ่ะ...อ้าว เหรอครับ...แล้วทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับ
ยังไม่มีใครมาหรอกหรือ”

“ค่ะ...รบกวนคุณ...เอ่อ...”
“เกริกครับ”
“ค่ะ รบกวนคุณเกริกพาดิฉันขึ้นไปที่ห้องทำงานหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ครับ...งั้นตามผมมาเลยครับ”

ระหว่างทางที่ขึ้นบันไดไปบนชั้น 3 ของโฮมออฟฟิศเล็กๆ
ผมได้คุยกับเธอ...และทราบว่าเธอเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ
อายุห่างกับผมประมาณ 4 ปี...ชื่อเล่นว่า ตา...
และต้องตา คือชื่อจริงของเธอ

เธอต้องตาสมชื่อครับ...
เธอเป็นคนที่จัดได้ว่าหน้าตาดีคนหนึ่งเลยล่ะ
รูปร่างก็ดูเรียว ระหง
ชุดทำงานรัดรูป แลเข้ากับทรวดทรงองค์เอวของเธอพอดี
ผิดกับชุดนักศึกษาสมัยนี้ที่รัดติ้วซะจนต้องขมิบพุง
หายใจทีกระดุมก็กระเด็นหลุด...เฮ้อ...เอ๊ะ
นี่ผมนอกเรื่องไปแล้วใช่ไหมนี่
มาเข้าเรื่องต่อ...

ผมได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้กับเธอ
โทษฐานที่เป็นคนแรกที่พาเธอขึ้นมาที่ห้องทำงาน
ซึ่งทำยังไงได้...ในเมื่อได้รับคำสั่งมาเช่นนี้
ผมก็ต้องปฏิบัติตามใช่ไหมครับ

เราทั้งคู่ต่างเข้ากันได้ดี
หลังจากที่เธอผ่านช่วงโปรโมชั่น
ได้รับบรรจุเป็นพนักงานเต็มตัวแล้ว
เธอก็ได้กลายมาเป็นบัดดี้ทำงานคู่กับผม

ทำงานด้วยกัน...ออกไปข้างนอกเพื่อดูงานด้วยกัน
พักกลางวันก็ไปกินข้าวด้วยกัน

คิดดูสิครับ...ชายโสดดั้งหักอย่างผม
กับผู้หญิงขาวสวย รูปร่างดีอย่างเธอ

ถ้าคุณเป็นผม...คุณจะคิดไหมล่ะ...เอ้อ

บางครั้ง...ผมก็นึกอยากที่จะชวนเธอไปดูหนัง
แต่ก็ไม่กล้า

บางครั้ง...ผมก็นึกอยากชวนเธอไปฟังเพลงตอนกลางคืน
ผมก็ดันปอดแหก กลัวๆกล้าๆอยู่ทุกทีไป

“ไง..เกริก...ตาเป็นไงมั่งวะ...กูว่าน่ารักดีนะ
มึงจีบเลยดิ...จะได้มีแฟนกับเค้าเสียที”
ไอ้ปิ๊ดเพื่อนที่ทำงานของผมแอบกระซิบแนะนำ

“มึงแหกตาดูดีๆ นะเว้ย กูหน้าตาอย่างนี้
ส่วนน้องเค้าหน้าตาอย่างนั้น...” ผมบุ้ยปากไปทางโต๊ะทำงานของตา
“มึงคิดว่าเค้าจะเอากูเหรอ”

“ของอย่างนี้...ไม่ลองก็ไม่รู้ว่ะเพื่อน...
อีกอย่าง มึงเป็นคนเดียวที่สนิทกับเค้าที่สุด
อยู่ด้วยกันมากที่สุด คุยด้วยกันมากที่สุด
ทำงานจับคู่ก็เข้าขากันเป็นอย่างดี...
โอกาสดีๆอย่างนี้...
เค้าเรียกว่าฟ้าประทานมาให้ตรงหน้าแล้วนเว้ย
มึงคิดดูดีๆแล้วกัน”...ไอ้ปิ๊ดพูดจบมันก็ตบบ่าผมแล้วก็เดินออกไป

ในใจผมครุ่นคิด...ก็จริงของมันแฮะ...
เอาไงดี...
ผมจึงตัดสินใจ...ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของผม
เดินเข้าไปบอกเธอด้วยความมาดมั่นเต็มที่ว่า
“ตา...”
เธอหันมามองตามเสียงเรียกของผม...โอ้ว์

“ตาครับ...เอ่อ...ชงกาแฟให้พี่หน่อย กาแฟ 2 น้ำตาล 4 ครีม 2 นะ”
“ค่ะได้ค่ะ...” แล้วเธอก็ลุกออกไปชงกาแฟให้ผมทันที

แหม...ช่างน่ารักเสียนี่กระไร...แต่
มันไม่ใช่แบบนี้นี่หว่าเว้ยยยยย!....เวรกรรม
ผมได้แต่นึกด่าตัวเองในใจ...เฮ้อ

กาแฟฝีมือของตา...กำลังเดินทางมาถึงมือผม
จะเอายังไงดี....ผมนึกในใจ
ระหว่างที่ผมกำลังนึกคำพูดอยู่นั้น
เธอก็ยื่นกาแฟมาให้ผมตรงหน้าเสียแล้ว

“เย็นนี้เลิกงาน...พี่เกริกว่างไหมคะ...
ไปดูหนังกัน...ตาอยากดูเรื่องนี้มาก...
แต่ไม่มีเพื่อนไปดูด้วยน่ะค่ะ”

คุณรู้ใช่ไหมครับ...ว่าคำตอบของผมคืออะไร

และตั้งแต่นั้นมา...ผมก็เริ่มรู้สึกว่า
เรา...ก้าวข้ามขั้น...ของการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง
หรือการเป็นเพื่อนร่วมงานไปเสียแล้ว

เราใช้เวลาเพื่อคบหาดูใจกันเป็นเวลาเพียง 1 ปี
นับจากที่เรารู้จักกัน...
จากนั้น...ผมก็ขอเธอ...แต่งงาน

ต้องขอบคุณไอ้ปิ๊ด...ที่เสี้ยมผม
จนกล้าที่จะเดินหน้า...จีบน้องตา

ต้องขอบคุณหนังเรื่องนั้น
ที่ทำให้ผมกับตาได้ไปดูหนังด้วยกัน

หลังจากแต่งงาน...
เราทั้ง 2 ก็ช่วยกันทำมาหากิน
สร้างครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น...
เพื่อรองรับอนาคตของเจ้าตัวเล็ก
ที่กำลังจะออกมาดูโลกใบนี้ให้แข็งแรง

หลังจากตาคลอดลูกคนแรก
ผมก็ให้เธอลาออกจากงาน...
เพื่อให้เธอเป็นแม่บ้านเต็มตัว
และ...ดูแลผมให้เต็มที่
ยามผมเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกลับมา

เพื่อนๆที่ทำงานทุกๆคนก็ดีใจด้วยกันกับเรา

“กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ว่าน้องคนนี้นิสัยดี น่ารัก”
“ดีใจด้วยนะ...ครอบครัวเธอน่าจะมีความสุข”
“น่าอิจฉาพี่เกริกจังเลย...เมียก็สวย...นิสัยก็ดี”

ทุกคำชมเหล่านี้...ผมได้แต่ยิ้มรับหน้าบานยามอยู่ที่ทำงาน


แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน...
ไหงหน้าของผมกลับหดลดเหลือเพียง 2 นิ้ว

“ไอ้แก่...ไปไหนมา ถึงบ้านช้านะมึงวันนี้”
“ก็รถมันติด...ตาใจเย็นๆสิจ๊ะ”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว...รีบไปซักผ้า ล้างจาน อาบน้ำ
แล้วมาช่วยตาดูแลลูกเดี๋ยวนี้...
วันนี้งอแงทั้งวัน ตาไม่ได้พักผ่อนเลย....
แน่ะ...ยังยืนอึ้งทำเฉยอยู่อีก...
ไปล้านจานนนน....ปฏิบัติ!!”

“คร๊าบบบบ.....!!!”





 

Create Date : 20 กันยายน 2549
1 comments
Last Update : 23 กันยายน 2549 22:45:09 น.
Counter : 627 Pageviews.

 
 
 
 
...
555

ไม่ได้เยาะเย้ยนะ...สงสารเกริกจัง...
 
 

โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 21 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:35:21 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com