ธันวาคม 2553

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
26
27
29
30
 
 
All Blog
ทะลวงสัญลักษณ์ กับการเมืองเชิงภาพยนตร์ ความกังวลทางหลักคิด ในหนังตลกเสียดสีสุดสะเปะสะปะ "ชิงหมาเถิด"


=====================
The Dog : ชิงหมาเถิด
=====================

หนังตลกเสียดสี ที่หากท่านใดที่เป็นคอการเมือง ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาพอสมควร และติดตามการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนของคุณอ๊อฟ พงษ์พัฒศ์ก็คงจะเชื่อได้ว่าไม่วันใดวันหนึ่ง คุณอ๊อฟต้องหยิบประเด็นการเมือง มาทำเป็นหนัง ให้แฟนๆได้ดูกันอย่างแน่นอน

ซึ่ง การรอคอยของแฟนๆ (โหมดการเมือง) เช่นผม ก็สิ้นสุดลง เมื่อได้ดูซักที กับหนังที่ถูกสร้างขึ้นโดยอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนหนึ่ง ที่แม้ว่าวันนี้ถอนตัวจาก ขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนไปนานแล้ว แต่จากที่ได้ดู The Dog นั้น ก็เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจได้เลยว่า ผกก.ท่านนี้ ตามข่าวสารการเมืองอยู่ อย่างต่อเนื่อง แน่นอน

การจับต้องหลายๆประเด็นทางการเมือง "ภาคประชาชน" ของหนังเรื่องนี้ ใช้ความพยายามสูงมากที่จะให้หนังคลอดออกมา ดูมีความเป็นกลาง แขวะกราดไปทั่วทุกภาคส่วน เพื่อลดข้อครหาเรื่อง "เสื้อสี" ของตัวผู้กำกับ ซึ่งก็นึกภาพไม่ออกเหมือนกัน หากภาพยนตร์เรื่องนี้ ออกฉายก่อนหน้านี้ซัก 3 ปี ประเด็นที่จะทำให้ดูเป็น 'กลาง' ได้ในตอนนั้น จะเป็นไปในรูปแบบใด?

The Dog จัดว่าฮาได้เพราะ "โก๊ะตี๋" และ "สัญลักษณ์" ที่บงบอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทางการเมือง "ภาคประชาชน" หลายๆรูปแบบ ถึงบางอันก็ไม่ได้ลึกซึ้งมาก คือ มาให้เห็นกันแบบกลัวคนดูไม่เข้าใจ แต่ก็ทำให้ยิ้มๆได้บ้างก็โอเค เช่น ปืนยิงแก๊สน้ำตา, ขวดน้ำมันเบนซิน, ป้ายสนามบินนานาชาติ"สุพรรณภูมิ", หมา(แพนดี้)หิมะ(ม็อบ)

การใช้ "สัญลักษณ์" ในช่วงแรกๆ ก็ฮาครับ แต่หลังๆก็เริ่มจืด เพราะมันออกมาเยอะ และไม่คม เปรียบกับมุกที่นานๆออกมาทีอย่างหนังตระกูล "บุญชู" หรือผลงานของคุณอาบัณฑิตในหลายๆเรื่องแล้ว The Dog ดูใช้แล้วแป๊กเยอะ เพราะด้วยปริมาณที่มาก ไร้สัดส่วนที่พอเหมาะนั้นเอง ส่วนฉากไล่ล่า ดูสะเปะสะปะไปหน่อย คนที่คุมอยู่ได้คือคุณโก๊ะตี๋เท่านั้น เพื่อไม่ให้หนังเป็นการไล่ล่าที่น่าเบื่อ

=====================
มาถึงประเด็นที่ดูหนักที่สุด ดูจะมีอยู่ 2 ประเด็น
=====================

ประเด็นที่ 1 ผมเป็นห่วง และเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า อาจจะเป็นหลักคิด หรือทัศนะคติที่ "แรงไป" (ประเด็นนี้สำหรับผม แรงเกิน18+ครับ) คือการสร้างตัวละคร สะท้อนประเด็นชนชั้นที่ 'แตกต่าง' จากตัวเองโดย "ชี้นำ" ให้คนดูเห็นว่าชนชั้น(กลาง)ล่าง นั้น "โง่"

แถมนำมาบวกกับประเด็นการเคลื่อนไหว "ภาคประชาชน" ที่มีความเป็นสากล ไม่ได้มีเฉพาะในเมืองไทย เช่น การประท้วงนโยบายยืดการเกษียนอายุที่ฝรั่งเศส ครั้งล่าสุด เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีผู้เข้าร่วมผละงานประท้วงกว่า 3 ล้านคน มีแทบทุกระดับชั้นทั้ง ชาวบ้าน ประชาชน นักเรียนมัธยม นักศึกษา นักธุรกิจ ต่างพร้อมใจกัน ออกมาเดินขบวน

หรือการที่ นร.-นศ.เมืองผู้ดีออกมาเคลื่อนไหวนับหมื่นเพื่อประท้วงนโยบายของรัฐบาลกรณีขึ้นค่าเล่าเรียนเป็น 3 เท่าในประเทศอังกฤษ, รวมถึงที่อิตาลีเมื่อเหล่าผู้กำกับ-นักแสดง-นร.-นศ.ร่วมกันชุมนุมประท้วงนโยบายลดงบประมาณดำเนินงานด้านศิลปะด้านหน้าทางเข้าเทศกาลหนังกรุงโรม และการเดินขบวนประท้วงรัฐบาลฟิลิปปินส์ของประชาชนชาวฮ่องกงต่อกรณีนองเลือดตัวประกันบนรถบัส

ซึ่งตัวหนังอาจมีส่วนชี้นำให้เข้าใจผิดได้ว่า ทั้งหมดที่ว่ามานั้น มาด้วยการว่าจ้าง ไร้อุดมการณ์ เพราะจนจึงต้องเห็นแก่เงิน อารมณ์ดราม่าและตัวบทพูดในช่วงท้ายของคุณโก๊ะตี๋ จึงดูเฟคสุดๆ (แต่นับถือในการแสดงของคุณโก๊ะตี๋)

ประเด็นที่ 2 ฉากงานฉลองวันเกิด ของหมาหิมะเทวดา แฝงอะไรไว้นั้น ผมไม่อาจคาดเดา !!! (จึงขอจบประเด็นที่ 2 เพียงเท่านี้)

=====================
รายละเอียดอื่นๆ
=====================

มาริโอ้ เล่นได้ดี แม้ชัดเจนว่าได้ ตัวละครใน Little Miss Sunshine เป็นครูในการแสดง แต่น้องเขา เล่นได้ดี มุ่งประเด็น เสพติดเทคโนโลยี ใช้ BB แทนคำพูด แฮกเกอร์เจาะข้อมูลขโมยของเป็นความท้าทาย "พ่อ" ยังเป็นประเด็นที่ ผกก.ตอกย้ำในความรักของ "พ่อ-ลูก" แต่ที่เลวร้าย คือการสอนตัวละคร และคนดู ด้วยข่าวต้นชั่วโมง ประมาณว่า "นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า" อันนี้ผมนึกว่ากำลังดูละครทีวีอยู่

บอย ปกรณ์ บทดูงงๆ สับสนกับตัวเอง เดี๋ยวคิดได้ เดี๋ยวกลับมาร้าย ไม่มีที่มาที่ไป เป็นตัวละครที่สะท้อน "ประโยคสุดฮิต" บนเวทีรับรางวัลของ ผกก.ที่ว่า "ไปโกรธอะไรมาก็มาลงที่พ่อ" และสะท้อนความเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ซึ่งก็เป็นวาทกรรมยอดฮิตอีกเช่นกัน

ส่วนคุณโกวิท และตัวละครอื่นๆและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับหมาหิมะม็อบทั้งหมด ก็ไม่มีอะไร เพราะชัดเจน ตรงๆ อยู่แล้ว ไม่มีเชิงในการเล่นอะไรมากไปกว่าประชดหมวยหมีน้อย "หลินปิง" ซึ่งจะเหมาไปว่ามันเป็นตัวแทนความสุขของคนทั้งประเทศ ก็ไม่ควรพูดได้เต็มปาก เพราะในความเป็นจริง ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้หอมหวน ไปกับกลิ่นน้องหมี...ครับ

สรุป ความสัมพันของตัวละครหลักทั้ง 3 คน ไม่ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่อย่างใด ขึ้น ๆ ลง ๆ ต่างกลับความสัมพันของตัวละครใน Little Miss Sunshine หนังที่ต้องการให้เห็นถึงพัฒนาการของความผูกพัน ที่คล้ายคลึงกัน แต่ถ้าเอาแค่ ฮาๆไปกับคุณ "โก๊ะตี๋" กับ "สัญลักษณ์" บางอันในหนังเรื่องนี้ The Dog ก็ถือว่าพอดูได้ครับ

หนังการเมือง มุมมองแคบๆ ฉบับฮาเฮ.






Create Date : 31 ธันวาคม 2553
Last Update : 31 ธันวาคม 2553 8:45:07 น.
Counter : 1375 Pageviews.

0 comments

Milan Sheva
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



@@@ เริ่มเปิด myBLOG ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 52 - 18 ธันวาคม 53 ล่าสุด เวลา 03.01 น. จำนวนผู้เข้าชม ทุก BLOG รวมทั้งสิ้น 107,896 คลิ๊ก ครับผม @@@

ร่วมตามติด twitter อันใหม่ของผม Love_World_Live เสนอข่าวต่างประเทศ ทั้งสาระ และบันเทิง จากหลากหลายสำนักข่าว ทุกมุมมองที่น่าติดตาม เรื่องเด่น ประเด็นดัง ท่องรอบโลกไปพร้อมกันกับผม Milan Sheva ครับ ~'