http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Nine Inch Nails : The Downward Spiral - ฝันร้ายของอินดัสเทรียลซาวด์

โดย merveillesxx



ดนตรีแนวอินดัสเทรียลซาวด์ (Industrial Sound) ก่อกำเนิดขึ้นตั้งแต่ยุคปลาย 70 แต่ช่วงรุ่งเรืองที่สุดของมันอยู่ที่ต้นและกลางยุค 90 (โดยเฉพาะในแถบทวีปอเมริกา) โดยหลักๆ แล้วเพลงแนวนี้ก็ประกอบด้วยเครื่องดนตรีหลักอย่าง กีต้าร์ เบส และกลองเหมือนเพลงร็อคทั่วไป แต่มักจะมีอุปกรณ์ช่วยอย่างเครื่องซินธีไซเซอร์, กลองไฟฟ้า หรือคีย์บอร์ด เสริมเข้าไปด้วย แต่จุดเด่นจริงๆ ของเพลงแนวนี้อยู่ที่เสียงทั้งหมดจะถูกทำให้แตกพร่า (distortion) หรือใส่เอฟเฟกต์หลายๆ อย่างเข้าไป จนคล้ายกับเสียงเครื่องจักรในโรงงาน

หนึ่งในอัลบั้มหลักไมล์ที่สำคัญที่สุดของดนตรีอินดัสเทรียลซาวด์ก็คือ The Downward Spiral (1994) ของวง Nine Inch Nails



Nine Inch Nails (หรือนิยมเรียกย่อว่า NIN) เป็นวงดนตรีจากโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา สมาชิกหลักของวงมีเพียงคนเดียวคือ เทรนต์ เรซเนอร์ (Trent Reznor) (ซึ่งต้องย้ำไว้ตรงนี้ว่าเขาเป็นไม่กี่คนในวงการร็อคแหกปากที่หน้าตาดีมาก) ลักษณะการทำงานของ NIN คือ เรซเนอร์จะเหมาทำเองเกือบหมดทุกอย่างทั้งแต่งทำนอง, แต่งเนื้อ, ร้องนำ, และโปรดิวซ์ ส่วนเวลาออกทัวร์คอนเสิร์ตเรซเนอร์ก็จะจ้างคนมาเล่นในตำแหน่งต่างๆ เป็นวงสำหรับการแสดงสด (ซึ่งสมาชิกในกลุ่มนี้ก็ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) นอกจากนี้เรซเนอร์ยังเป็นโปรดิวเซอร์ในกับศิลปินหลายราย รวมถึงอัลบั้มชุด Antichrist Superstar (1996) ของ Marilyn Manson ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มสำคัญของอินดัสเทรียลซาวด์

ช่วงที่ทำอัลบั้ม The Downward Spiral เรซเนอร์เกิดอาการจิตแตกอย่างหนัก (บ้างก็ว่าเขาใช้ยาเสพติดในช่วงนั้น) แต่ราวกับชีวิตยังไม่สาหัสพอ เรซเนอร์ทำสิ่งที่เฮี้ยนมากคือ การไปอัดเสียงในบ้านที่ ชารอน เทต (ภรรยาของผู้กำกับโรมัน โปลันสกี้) ถูกชาร์ล แมนสันและพรรคพวกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมในปี 1969 แถมยังตั้งชื่อสตูดิโอว่า Le Pig ซึ่งเป็นคำที่แมนสันใช้เลือดของเหยื่อเขียนละเลงไว้ที่ประตู แต่ภายหลังเรซเนอร์ก็เผ่นออกจากบ้านหลังนั้น พร้อมสั่งให้ทุบทิ้งทันที โดยเขาให้สัมภาษณ์ว่า "บ้านหลังนั้นมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย จนเกินกว่าที่ผมจะรับไหว"



อย่างไรก็ดี ผลงานจากการอัดเสียงเพี้ยนๆ ครั้งนั้นก็กลายเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ The Downward Spiral เป็นอัลบั้มแนวอินดัสเทรียลซาวด์ที่ดุดันและไม่มีการประนีประนอม เสียงเครื่องดนตรีทั้งหมดถูกทำให้เป็นเสียงที่ทำลายโสตประสาทจนแทบจะกลายเป็นเสียงแบบ noise (รวมถึงเสียงร้องของเรซเนอร์เองด้วยในบางเพลง) จนหลายคนถึงกับนิยามว่านี่เป็นอัลบั้มที่ฟังแล้ว 'ฝันร้าย' ไปหลายวัน นอกจากนั้นเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ที่นำมาใส่ในอัลบั้มก็มีความน่าสนใจมาก เช่น เสียงผู้คุมซ้อมนักโทษจากหนังเรื่อง THX 1138 (1971) ของจอร์จ ลูคัส หรือเสียงร้องไห้แปลกประหลาดจาก Nekromantik (1987) หนังคนรักกับศพสุดอุบาทว์ของเยิร์ก บุทท์เกไรท์ เป็นต้น

The Downward Spiral เป็นคอนเซปต์อัลบั้มที่ว่าด้วย 'การด่ำดิ่งสู่จุดที่ตกต่ำที่สุด' ของชายคนหนึ่ง -ตามชื่ออัลบั้มที่หมายความว่า การตกลงเรื่อยๆ เป็นรูปก้นหอย (เรซเนอร์บอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากอัลบั้มชุด Low (1977) ของเดวิด โบวี่ และ The Wall (1979) ของ Pink Floyd) เนื้อหาในอัลบั้มพูดถึงชายซึ่งไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโลก เขามีความขัดแย้งต่อทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่ระบบสังคม, คนรัก ไปจนถึงตัวเอง โดยเฉพาะกรณีหลังนี้เป็นความขัดแย้งที่ร้ายแรงที่สุด หลายเพลงในอัลบั้มเป็นเหมือนการด่าทอกันระหว่างจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกด้วยซ้ำ และในที่สุดชายคนนี้ก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยการยิงตัวตาย (ในเพลง The Downward Spiral ที่เนื้อร้องว่า He put the gun into his face / Bang! / So much blood for such a tiny little hole)



ช่วงที่อัลบั้มชุดนี้ออกจำหน่าย มันก็กลายเป็นผลงานที่อื้อฉาวอยู่เอาการ โดยเนื้อเพลงของเรซเนอร์ที่มีลักษณะไม่เชื่อในคุณค่าของศีลธรรมหรือศาสนาใดๆ (Nihilistic) โดยเห็นได้ชัดจากเพลง Heresy ที่มีเนื้อเพลงว่า "Your God is dead / And no one cares / If there is a hell / I will see you there" หรือกระทั่งซิงเกิ้ลที่โด่งดังจากอัลบั้ม (และถือเป็นเพลงที่ดังที่สุดของ NIN) อย่าง Closer ก็ดันมีท่อนฮุคว่า "I want to fuck you like an animal" (เพราะฉะนั้นห้ามจำเพลงนี้สับสนกับ Closer ของวง Travis โดยเด็ดขาด) นี่ยังไม่นับรวมถึงมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ที่ค่อนข้างมีเนื้อหารุนแรงและหมิ่นเหม่ด้วย (ซึ่งผมจะเขียนถึงข้างล่าง)

เรซเนอร์ไม่ปิดบังว่า ตัวละครเอกใน The Downward Spiral ก็คือภาพแทนชีวิตของเขาในช่วงนั้น ซึ่งมันคงเป็นสาเหตุที่ทำให้งานชิ้นนี้กลายเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ NIN เพราะมันกลั่นออกมาจากความเจ็บปวดของเจ้าของผลงาน และดนตรีแนวอินดัสเทรียลซาวด์ก็เป็น 'สื่อ' อันเหมาะที่สุดชนิดหนึ่งในการแสดงภาวะเช่นนั้น



อาจด้วยวัยและวุฒิภาวะที่มากขึ้น เรซเนอร์จึงสามารถจัดการกับชีวิตของเขาได้ดีขึ้น แต่นั่นก็แลกมาด้วยความอ่อนด้อยลงในผลงานชุดถัดๆ มาของเขา (หลังจาก The Downward Spiral เขาใช้เวลาถึงอีก 5 ปีกว่าจะออกอัลบั้มชุดถัดมา The Fragile ในปี 1999) ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ย่ำแย่อะไรนัก แต่มันก็ไม่เคยถึงจุดสูงสุดแบบที่ The Downward Spiral เคยทำไว้

อย่างไรก็ดี เรซเนอร์ยังไม่หมดไฟและความคิดสร้างสรรค์อย่างง่ายๆ เฉพาะในปี 2008 นี้เขาออกอัลบั้มไปแล้วถึง 2 ชุด นั่นคือ Ghost I-IV ที่เป็นเพลงบรรเลงล้วนๆ 36 แทร็ค และล่าสุดกับ The Slip ซึ่งได้คำชมพอสมควร ความเก๋อยู่ที่เรซเนอร์ปล่อยให้แฟนๆ โหลดทั้งสองอัลบั้มไปฟังได้ฟรีๆ (คล้ายกับ In Rainbow ของ Radiohead) และยังให้มันอยู่ในเทอมของ Creative Commons ด้วย (หมายถึงคนอื่นๆ สามารถนำเพลงของเขาไปใช้ได้โดยไม่เสียค่าลิขสิทธิ์)



Nine Inch Nails - Main Discography

1. Pretty Hate Machine (1989)
2. Broken (1992)
3. The Downward Spiral (1994)
4. The Fragile (1999)
5. With Teeth (2005)
6. Year Zero (2007)
7. Ghosts I–IV (2008)
8. The Slip (2008)





Nine Inch Nails - Music Video

NIN เป็นอีกหนึ่งวงที่มีมิวสิกวิดีโอน่าประทับใจอยู่เสมอ โดยในที่นี้ผมขอเลือกมาสองเพลงครับ



1. Closer (1994) (Director: Mark Romanek)

(ถ้าภาพไม่ขึ้น กดไปลิงค์ตรง ที่นี่ )

เสน่ห์ของมิวสิกวิดีโอตัวนี้อยู่ที่การรวมเอาสิ่งน่าขยะแขยงทั้งหลาย เช่น หัวใจสดๆ, หัวหมู, หัวควาย, แมลง, ปลาไหล ไปจนถึงไมค์รูปหัวนม (!?) มารวมกันแล้วกลายเป็นสิ่งที่ดูสวยงามได้ แต่สิ่งที่แรงที่สุดในเอ็มวีนี้น่าจะเป็นภาพลิงที่ถูกตรึงไม้กางเขนเหมือนพระเยซู (ในเพลงมีร้องว่า "You get me closer to God") ตอนที่เอ็มวีนี้ออกมา MTV ก็เปิดบ่อยมาก แต่ต้องมีการเซ็นเซอร์บางฉาก

ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอตัวนี้ก็คือ มาร์ค โรมาเน็ค เขาเคยมีผลงานเด่นๆ อย่าง Bedtime Story," Madonna (1995) / "Scream," Michael Jackson & Janet Jackson (1995) / "Criminal," Fiona Apple (1997) และล่าสุดกับ "Speed of Sound", Coldplay (2005) โรมาเน็คเคยทำหนังยาวเรื่อง One Hour Photo (2002) (ที่มี โรบิน วิลเลียม เล่นเป็นคนล้างรูปโรคจิต) ล่าสุดเขาเพิ่งถอนตัวจากการกำกับ The Wolf Man และมีข่าวลือว่าเขากำลังจะทำหนังเกี่ยวกับชีวิตของ มารอน แบรนโด





2. We're in This Together (1999) (Director: Mark Pellington)

(ถ้าภาพไม่ขึ้น กดไปลิงค์ตรง ที่นี่ )

เพลงนี้มาจากอัลบั้มชุด The Fragile จุดที่ชอบคือการใช้ภาพขาวดำ และการจัดแสงที่เหมาะเจาะกับอารมณ์ของเพลงมากๆ เนื้อหาของเอ็มวีเพลงนี้เป็นการทริบิวต์ให้กับหนังขาวดำเรื่อง Metropolis (1927) ของฟริทซ์ ลัง ซึ่งเป็นหนังไซไฟคลาสสิคที่ว่าด้วยยุคดิสโทเปียของโลกทุนนิยม และภาวะวิกฤตอันตรึงเครียดของนายจ้างกับลูกจ้าง

เอ็มวีเพลงนี้กำกับโดย มาร์ค เพลลิงตัน ซึ่งเคยกำกับเอ็มวีเพลงดังๆ อย่าง "Jeremy" Pearl Jam (1992) และ "One" U2 (1992) ส่วนหนังยาวที่เขากำกับได้แก่ Arlington Road (1999), The Mothman Prophecies (2002), ซีรี่ส์ชุด Cold Case ผลงานล่าสุดของเขาคือ U2 3D (2008) ที่นำเสนอคอนเสิร์ตของวง U2 ในรูปแบบสามมิติ



Create Date : 08 สิงหาคม 2551
Last Update : 8 สิงหาคม 2551 3:45:09 น. 11 comments
Counter : 1739 Pageviews.

 


HYPOTHESIS
สมมติฐานและการทดลองของตุลพบ แสนเจริญ

ฉายวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2551
เวลา 19.00 น. / BIOSCOPE THEATER

รายละเอียด
//thirdclasscitizen.exteen.com

- - - - - - - - - - - - -

5 สิ่งดีๆ ที่ชอบตอนนี้

1. อัลบั้มชุด Untrue ของ Burial

2. วง Damn Chestnut ของน้องตุลพบ (เจ๋งโคตร)

3. บทความ "หนังวิจารณ์หนังตกงาน" ใน Bioscope เล่มใหม่

4. บทสัมภาษณ์ แอนดรูว เบเกอร์ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในฟ้าเดียวกัน เล่มใหม่

5. ช่วงนี้ลมแรงและเย็นดี ชอบมากๆ


โดย: merveillesxx วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:3:35:05 น.  

 
The Downward Spiral ฟังตอนประมาณม.4 กรี๊ดมาก แต่จริงๆ รู้จัก manson ก่อน nin แล้วตามไล่มานี่แหละ แต่ชุดอื่นๆ ได้ฟังไม่กี่เพลงเอง (ส่วนชุดหลังๆ ไม่ได้ฟังเลย)

เพลงที่ทำประกอบซาวด์แทร็ก lost highway ก็เจ๋งดีนะ เอ็มวีสวยด้วย


โดย: pick IP: 58.137.81.212 วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:9:10:08 น.  

 
ชุดล่าสุดฟังแล้วทรมานจัง หาความเพราะแบบที่ชอบไม่ค่อยได้


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:11:43:01 น.  

 
ไม่ใช่แนวว่ะ
แต่ชอบเอ็มวี


โดย: เอกเช้า IP: 124.122.152.247 วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:13:56:13 น.  

 
ขึ้นมาได้ วันหลังแวะมา ก็ลองเดินขึ้นมาดู
แต่อาจจะตกใจกับทางเข้าออฟฟิศเราเล็กน้อย ฮ่าๆ


โดย: fonkoon วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:11:45:35 น.  

 
คิดว่าดนตรี ที่จขบ.เขียนถึงอันนี้คงไม่คิดหามาฟังแน่ๆ

แต่ชอบภาษาแบบนี้ ไม่ได้อ่านนานแล้ว


โดย: grappa วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:8:16:33 น.  

 
เหอๆ pink floyd นี่แรงบันดาลใจทุกแนวดนตรีแล้วมั้ง


โดย: โทยะ อากิระ IP: 124.121.41.254 วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:21:41:34 น.  

 
อ่าน After Dark จบเร็วจังนะแก นี่พี่เพิ่งจะเริ่ม Norwegian Wood ไปได้แค่บทเดียวเอง สงสัยอีกนานกว่าจะอ่านจบ


โดย: เอกเช้า IP: 124.122.152.137 วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:21:53:13 น.  

 
^
^
After Dark มันบางอ่ะ อ่านคืนเดียวจบ ชัวร์

Norwegian Wood เราจำได้ว่าใช้เวลานานเหมือนกันนะ แต่มีวันนึงมีสอบบัญชี แล้วอ่านไม่รู้เรื่อง เลยหนีมาอ่านเล่มนี้ รวดเดียว จบเลย! 55


โดย: merveillesxx วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:0:47:08 น.  

 
ชอบเหมือนกัน 2 อย่างครับ คือ

3. บทความ "นักวิจารณ์หนังตกงาน" ใน Bioscope เล่มใหม่

4. บทสัมภาษณ์ แอนดรูว เบเกอร์ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในฟ้าเดียวกัน เล่มใหม่

ปล.แต่แอบผิดหวังกับฟดก.เล่มใหม่นิดหน่อย รู้สึกว่า ดรอปจากเล่มที่แล้ว (ปกจอห์นนี่ วอล์กเกอร์) พอสมควร


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:4:35:37 น.  

 
อีกอย่าง
MV เจ๋งมาก
ส่วนเพลง ผมชอบ closer ของtravis มากกว่าแฮะ


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:34:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.