Blog.one22.com:รวม รีวิวที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รีวิวหนัง และเรื่องราวรอบๆที่ภาพและเรื่องราวจะพาคุณๆออกท่องโลกไปด้วยกันครับ
Group Blog
 
All blogs
 

ที่พัก: The Sea Samui คือทะเล...ที่เรามีกันและกัน

หน้าร้อน ... แสงแดด.... ทะเล...  สาวๆในชุดบิกินี่...อุ๊บ 555

เข้าสู่เดือนที่ไอแดด แผดเผากันแล้ว ช่วงเวลานี้ ใครๆก็อยากไปทะเลกันทั้งนั้น

ถือว่าโชคดีมากครับ เดือนที่ผ่านมา ครอบครัว one22 ได้กลับไปสมุยอีกครั้งในรอบ 2 ปี

มี โอกาสได้รับเชิญเข้าพักรีสอร์ทในเครือ Boutique Hotel Management Asia ถึง 2 ที่ ในฐานะเป็นสื่อคนนึง และ 1 ในสองนั้นคือ THE SEA KOH SAMUI  ที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟังตอนนี้

ส่วนอีกที่คือ X2 SAMUI รีสอร์ท 2 สไตล์ที่มี Concept ต่างกัน แต่พักแล้วประทับใจทั้งคู่ สำหรับ X2 ขอยกไป Entry หน้านะครับ

และทริบนี้ถือเป็นการพาปันปัน ขึ้นเกาะแรกครั้งแรกของหนูเลย

ทั้งๆที่พึ่งกลับมาจาก Hard Rock Hotel พัทยายังไม่ถึงเดือนดี

หนนี้จึงอยากเชิญ พี่ๆ น้าๆ ป้าๆ ลุงๆ เข้ามาเที่ยวกับปันปัน กันอีกนะฮับบ ( ^___^ )

ภาพเยอะๆเช่นเคยตามชมได้ที่นี้ครับ

//blog.one22.com/pics/relax/south/the-sea-samui

เช่นเคยครับการเดินทางหนนี้ได้ Package ดีๆจาก airasia อีกครั้ง บินบ่ายๆแต่แดดยังกับตอนกลางวันเลยสมกับเป็นหน้าร้อนจริงๆ

หนนี้ไม่ได้มาแค่ 2 คนเหมือนครั้งก่อนอีกแล้วครับ

เพราะ มีปัน ปัน สุดดวงใจพ่อจ๋าแม่จ๋ามาด้วย  สำหรับหนนี้การพาเหนูน้อยขึ้นเครื่อง มีการเตรียมพร้อมมาอย่างดีเพราะไม่อยากให็ปันปัน มีปัญหาเวลาขึ้นเครื่อง จัดนมให้จนหลับปุ๋ยตลอดทาง

หลังจากลงเครื่องที่สนามบินสุราษร์ฯ รับรถที่จองมาที่สนามบินปุ๊บ ก็ต้องเร่งมาที่ท่าเรือดอนสักให้ทันขึ้นเรือเฟอร์รี่ ใครที่จอง Air asia เอาไว้และต้องมาลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี อย่าลืมเผื่อเวลาเดินทางอีกอย่างน้อย 1ชั่วโมงครึ่งจากสนามบินนะครับ ไม่งั้นตกเรือกันได้ง่ายๆเชียวล่ะครับ เรือจะออกทุกๆชั่วโมงและเรือเที่ยวสุดท้ายจะออกจากท่า ตอน 1 ทุ่มตรงครับ

บรรยากาศบนเรือก็ชิวเหลือหลาย ทันได้เก็บแสงสุดท้ายปลายขอบฟ้าที่กำลังค่อยๆบอกลา...

พระอาทิตย์ตอน Sunset งดงามและดูกี่ครั้งไม่เบื่อจริงๆใช่ไหมครับ

ผมเองชอบเก็บภาพยามอาทิตย์อัสดง แบบนี้เหมือนกัน

บางคนโดยเฉพาะชาวต่างชาติเองก็มีเวลาได้สัมผัสบรรยากาศงดงามในเวลานี้เช่นกัน
ใครจะรู้ว่า บางทีสิ่งที่เค้าสนทนาอาจจะอยู่ที่การชื่นชมบรรยากาศงามๆของบ้านเราอยู่ก็เป็นได้นะครับ ^___^

มีเวลาให้ละเลียดนานๆแบบนี้ ก็เลยลองเฝ้าสังเกตุผู้คนบนเรื่อลำเดียวกัน

บางคนก็ดูมีบทสนทนาที่ได้รสได้ชาติกันดีทีเดียว

ส่วนตัวผมนั้นนี้คือเวลาดีๆทีได้ฝึกฝนฝีมือการถ่ายภาพของตนเอง เพราะแสงก็ค่อยๆหมดลงเรื่อยๆเร่งให้หามุมในการถ่ายให้ได้เช่นกัน

และภาพนี้ืคือภาพสุดท้ายก่อนจะกลับไปใช้เวลาบนเรือทั้งหมดกับครอบครัวต่อ

ติดอยู่บนเรือได้ ชั่วโมงครึ่ง ถึงฝั่งพ้นจากท่าเรือมามุ่งลงทิศใต้ของเกาะไม่ถึง15 นาทีผมก็มายืนที่ THE SEA koh samui

รีสอร์ทตั้งอยู่ที่หาดบางปอ เป็นหาดเงียบๆและดูสงบอีกแห่งนึงของสมุย แม้หาดทรายจะสีออกแดงๆแต่น้ำทะเลใสมากๆ เหมาะกับการลงเล่นน้ำไม่แพ้หาดอื่นๆ ของสมุยเช่นกัน

เริ่มต้นที่บรรยากาศริมทะเล ของรีสอร์ทกับร้าน Cafe' Lebay ติดริมสระน้ำครับ พอตกเย็นแขกจะมานั่งทานอาหารกัน แถวๆนี้ทั้งนั้น บรรยากาศยามพลบค่ำรับลมทะเลเย็นๆสุดแสนจะสบาย

ใน วันอากาศดีๆปราศจากเมฆ สามารถนั่งชมดาวไปทานอาหารไปได้เลย บรรยากาศยามค่ำแบบนี้ก็โรแมนติกดีเชียวครับ ใครมาเป็นคู่ยิ่งจะน่าถูกใจเข้าไปใหญ่

มุมนั่งชิลล์อีกมุมนึงของ Cafe' Lebay มุมนี้อยู่ติดใกล้บาร์ ตกแต่ง่ายๆใช้แสงสีสวยดีทีเดียว

มาดูห้องที่เราได้เข้าพักกันบ้างครับเป็น Type 3 Bedroom  Pool Villa ถือโชคดีมากครับเพราะเป็น Villa ติดชายหาด มีพื้นที่กว้างถึง 335  sqm ทีเดียว

ทั้งรีสอร์ทมีอยู่แค่ 2 หลังเท่านั้นคือ ห้อง No.1 และ No.06  ห้อง Type นี้อยู่ติดชายหาด แยกเป็นปีกซ้ายและขวา ตกแต่งคล้ายๆกัน

ผมมีโอกาสเข้าไปเก็บภาพมาทั้ง 2 หลัง อย่างหลังนี้ no. 06 อยู่ปีกขวาถ้าคุณหันหน้ามองจากทะเลเข้ามา

หลังนี้ No.01 อยู่ปีกซ้ายครับ
ในบ้านพักยังแยกออกมาเป็น 2 หลังในรั้วเดียวกัน เหมาะมากๆกับครอบครัวใหญ่ๆ6-7 คนที่อยากมีเวลาส่วนตัวในการพักผ่อนร่วมกัน
คืนที่เราเข้าพักอากาศแจ่มใส ฟ้าโล่งจนผมเก็บภาพดาวบนฟ้ามาได้เลย โชคดีมากๆ

วิวตอนใกล้ๆค่ำโรแมนติกได้อีก ผมเก็บภาพด้วยความเพลิดเพลินใจมาก จำได้ว่าคืนที่ไปเป็นคืนเดือนแรมใกล้จะพระจันทร์เต็มดวงพอดี วิวจึงสวยมากๆ

หน้าบ้านเปิดรับลม ชมทะเลงาม...

เถิบเข้ามาด้านในจะเจอชุดรับแขกน่านั่งน่านอนเล่น ให้พักผ่อนชมทิวทัศน์ตรงหน้าได้

เดินออกมาไม่กี่ก้าว... สามารถลงสระ ว่ายชมจันทร์ได้สบาย

มองกลับเข้าไปให้ห้องพักมองคนที่เรารัก 2 คนกำลังเล่นกันอยู่ แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่าๆที่ๆมีเรา ที่นั้นก็คือบ้านเสมอ จริงไหมครับ

ตอนถ่ายเค้าทั้งคู่ไม่รู้ตัวว่าเป็นแบบให้ผมอยู่ แม่ลูกสนุกกันน่าดู

เราเองก็ใช้พื้นที่โซนนี้กันเป็นส่วนใหญ่ ในการนั่งเล่นกัน

ต่อไปพาไปชม Master Bedroom ห้องนอนใหญ่สุดกันบ้างครับ ห้องนอนจะยกระดับขึ้นไปครึ่งชั้นครับ สามารถมองวิวทะเลจากห้องนอนได้เลย

เรียกว่าตื่นมาก็ได้พบบรรยากาศทะเลกันโดยไม่ต้องลุกไปไหนเลยด้วยซ้ำไป

ห้องน้ำจะอยู่ด้านในสุดของห้อง

เปิดประตูห้องน้ำออกไป ก็ถึงกับเเปลกใจในความกว้างขวาง เรียกว่ากว้างพอๆกับห้องนอนเลยทีเดียวครับ ส่วน Shower จะแยกออกอยู่ด้านซ้ายและตรงกลางจะเป็นอ่างอาบน้ำจากุซชี่ อุปกรณ์ต่างๆครบครันดี

มีอ่างล้างหน้าแยกเป็นซ้ายขวาไม่ต้องแย่งกันใช้เลย

มองจากในห้องน้ำ สามารถเปิดประตูมองทะลุออกไปเห็นทะเลยังได้เลย แต่ถ้าแช่อ่างอยู่คงไม่เหมาะจะเปิดซักเท่าไหร่จริงไหมครับ ^ ^

มาดูหลังที่ 2 กันบ้าง หลังนี้แยกออกมาเป็น 2 ชั้น ห้องด้านบนกว้างมากแบ่งออกมาเป็นสัดเป็นส่วน แม้จะอยู่ติดกันกับหลังใหญ่แต่ก็ถอยห่างออกมาอีกหน่อย จะว่าไป บ้าน TYPE นี้เป็น Villa ที่กว้างได้ใจผมจริงๆ

เปิดเข้ามาจะเจอเตียง King Size เช่นกันกับหลังแรก มีข้อความต้อนรับแขกวางอยู่ตรงเตียงถือเป็นการบริการดีที่พบเห็นได้บ่อยกับโรงแรมที่พักช่วงหลัง

มองถัดไปโซนด้านหน้าจะเป็นห้องรับแขกมีโซฟาน่านั่งน่านอนไม่แพ้หลังใหญ่ด้านหน้า
เป็นห้องในแบบ Seaview เช่นกันครับ


หมอนมีให้มาทุกๆขนาดเลยครับ เยอะดีทีเดียว ดูๆไปจะหลังไหนผมว่าก็บรรยากาศดีทีเดียว มองกลับมาอีกมุมจะเห็นห้องน้ำครับ

ห้องน้ำก็มีพื้นที่กว้างใช้ได้ แม้จะไม่เท่าหลังใหญ่แต่ก็มีทุกอย่างครบครัน มีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่ได้ การตกแต่งและรายละเอียดในงานบริการมีควาใส่ใจสูง ดูได้ตั้งแต่การวางข้าวของเครื่องใข้ยันไปถึงการพับผ้าเช็ดเท้าได้เลย รวมๆผมว่าขนาดของห้องนี้กำลังดีทีเดียวเหมาะกับคนมาเป็นคู่พักผ่อนได้สบายๆ

มาดูห้องด้านล่างบ้าง จะเป็นแบบ Twin Bed ขนาดจะเล็กสุดแต่ก็ยังสามารถเห็นทะเลจากในห้องได้สบายๆ

เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำก่อน แม้จะเล็กสุดก็ตาม แต่นั้นหมายถึงทุกๆห้องพักจะมีห้องน้ำส่วนตัวหมดนะครับ นับเป็นข้อดีอีกข้อ

อ่อห้องนี้จะไม่มี TV LCD เหมือนห้องด้านบนเค้านะครับ
จึงเหมาะจะนอนพักผ่อนหลังสรวลเสเฮฮากันแล้วแยกย้ายประมาณนั้นเลย

มาดูภาคกลางวันบ้าง ตอนสายๆผมไม่ได้ออกไปไหน มีโอกาสเก็บภาพรอบๆรีสอร์ท เริ่มที่สระของ Villa คุณแม่คุณลูกเค้ามีโอกาสได้ใช้ กันตอนเล่นน้ำ

ดูเจ้าหนูก็สนุกสนานหัวเราะร่วนกันน่าดู ความสุขเล็กๆของครอบครัวนี้ เพราะตั้งแต่มีเธอ เธอจึงเหมือนเป็นศูนย์กลางครอบครัว... ลูกรักของพ่อจ๋าแม่จ๋า

แม่จ๋า ลูกจ๋าเองก็ลั๊นลาสุดๆ ความสุขในชีวิตผมวันนี้มารวมไว้ที่นี้แล้วครับ ^ ^

ไม่มีอะไรจะบรรยาย ขอฝากภาพความสุขของครอบครัวเล็กๆของเราส่งความสุขนี้ให้ทุกๆท่านเช่นกัน

ผมขอพาออกมารับลมชมคลื่น สูดอากาศ บริสุทธิ์กันบ้างดีกว่าครับ รีสอร์ทมีสระกลางขนาดกำลังดีไว้รองรับแขกให้ใช้กันได้

มาเดินชมหน้าหาดเวลากลางวันกันบ้าง

เวลากลางวันแดดจ้าๆ มีเก้าอี้ชายหาดวางเรียงให้แขกได้เลือกพักผ่อนตามอัธยาศัย

มีเพียงแขกที่พักของรีสอร์ทซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นต่างชาติแทบทั้งนั้นที่ออกมานั่งๆนอนๆอาบแดดกัน

คนไทยกลัวดำอย่างเราจึงได้แต่หาที่ร่มๆมองเฉยๆครับ ^ ^

วิวทะเลหน้าหาดบางปอก็สวยทีเดียวครับ แม้จะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกในแบบโผ่ลพ้นขอบฟ้าตรงหน้าก็ตาม

ใครที่ชอบบรรยากาศความสงบแบบนี้ The Sea เป็นคำตอบที่ดีเชียวละ

ยิ่งพอหัวค่ำแล้วยิ่งโรแมนติกเพราะร้านอาหารก็จะเปิดเพลงเบาๆสไตล์ Bossa เข้ากับบรรยากาศเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งดีทีเดียว

ลอง มาชม spa ของที่นี้ดูบ้างครับ สปาที่นี้ขื่อว่า Vara Spa อยู่ด้านหน้าติดถนนแยกออกมาจากส่วนของรีสอร์ทด้านใน ใครขับรถผ่านไปมาเห็นได้ไม่ยากครับ

การตกแต่งค่อนข้างเรียบโดยใช้สีม่วงเป็นหลัก มีเสน่ห์ดีครับ

เข้า มาก็ประทับใจดีทีเดียวมี Welcome Drink มาให้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้นั่งเลย พร้อมกับกลิ่นต่างๆที่มีให้เลือกเยอะจนผมเองสุดท้ายต้องขอให้พี่ๆเค้าช่วย เลือกให้

ผมมีโอกาสได้เข้าไปใช้บริการ และพบว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากๆที่มารับบริการที่นี้ เพราะก่อนเดินทางไปไม่กี่วันผมเล่นกีฬามาปวดขาและหลังมาก

ได้ มาใช้บริการนวดไทยที่นี้ และรู้จักพี่จิตร ที่ช่วยให้ผมหายดีขึ้นมากจริงๆ ต้องขอบคุณพี่จิตรมากๆที่เป็นกันเองและแนะนำการดูแลตัวเองต่อให้ผม ขอบคุณมากๆนะครับไม่ได้พี่ช่วยผมคงปวดหลังต่ออีกหลายวันทีเดียว


สุดท้ายแล้วครับเอาแผนที่ใช้สำหรับการเดินทางมาฝาก

สำหรับราคาที่พักลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่นี้เลยครับ เพราะแต่ละช่วงเวลามีราคาที่แตกต่างกันไป ล่าสุดในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 22 เห็นโปรราคาไม่แรงเท่าไหร่ นะครับลองดูที่เว็บเค้าเลยดีกว่า  //www.theseasamui.com เบอร์ติดต่อกันก็ +66 7796 0567

สรุป

การเข้าพักที่ The Sea หนนี้ประทับใจมากๆครับ ทั้งการบริการและการเอาใจใส่ของพนักงานทุกคน สมกับที่อยู่ในเครือ Boutique Hotel Management Asia ที่ตอนนี้กลับมาดูแลเองไม่ได้ให้ทาง เครือ Centrara เข้ามาช่วยบริหารอีกแล้ว สังเกตุได้จากการให้ความสำคัญในรายละเอียด วัสดุและเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆครบถ้วน รวมถึงห้องพักที่ติดริมทะเลแบบไม่กี่ก้าวก็ลงเล่นน้ำได้เลย การกั้นรั้วส่วนของแขกโรงแรมกับโซน Villa  แม้จะไม่ส่วนตัวแบบปิดมิดชิด แต่การเปิดด้านหน้าให้เห็นทะเลตรงๆแบบเดินกันไม่กี่ก้าวขนาดนี้นับว่าสุขคูณ2เลยนะครับ เสียดายนิดนึงสำหรับแขกที่พัก Type อื่นๆคือสระน้ำกลางครับ ด้วยพื้นที่ด้านหน้าที่ไม่กว้างมากนัก ทำให้สระไม่ยาวเท่าไหร่นัก สำหรับคนรักการว่ายน้ำอาจจะไม่สะใจเท่าไหร่นัก

เสียดายที่ไม่ได้เข้าชมห้องพัก Type อื่นๆ นอกจาก Villa Type 3 Bed room ทั้ง 2 ห้อง ก็นับว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกันครั้งหน้าที่มีโอกาสไปสมุยอีกเมื่อไหร่คงต้องขอลองเข้าชมดูซักครั้งครับ

the Sea นับเป็นรีสอร์ทขนาดกำลังดีไม่ใหญ่ไม่เล็ก เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและสนุกสนานกันในครอบครัว  ถ้าเบื่อๆเมืองกรุงอยากหลีกหนีจากสังคมเมืองมาชื่นชมทะเลสวยๆหาดสงบๆ แห่งนึงของสมุยก็ใช่เลยสำหรับที่นี้

ผมเองมีโอกาสไปสมุยไม่บ่อยนัก แต่ถ้ามีโอกาสไปกับครอบครัวอีกก็คงอยากกลับมาที่นี้อีกซักครั้งครับ ติดใจทั้งบรรยากาศและห้องพักที่ดูอบอุ่นมากๆบรรยากาศเหมาะกับครอบครัวจะเล็กหรือใหญ่ก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับที่นี้นะครับ อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่จั่วหัวคือจะที่ไหนให้เรามีกันและกันที่นั้นก็มีครอบครัวเสมอนะครับ

ท้ายนี้ต้องขอบคุณ คุณจิ๊ฟฟี กับคำเชิญดีๆที่ทำให้ครอบครัวเราได้มาสัมผัสรีสอร์ทบรรยากาศอบอุ่นในสไตล์ครอบครัวแบบนี้ ขอบคุณคุณ ยุทธ์ RM ของ The Sea ที่เป็นกันเองกับแขกมากๆ ลงมาต้อนรับขับสู้ครอบครัวเล็กๆอย่างเราตลอด 2 วันด้วยตัวเอง รวมถึงพี่จิตรจาก Vara Spa ที่ ช่วยให้ผมหายปวดหลังได้ชงัดมากๆ ใครที่มาสมุยต้องการสปา ฝีมือเยี่ยมอยากแนะนำที่นี้เลยครับไม่ผิดหวังแน่ๆ ขอบคุณน้องๆตั้งแต่ยามมาถึง Couter ต้อนรับ และพนักงานทุกๆคนที่เอาใจใส่ดูแลเราอย่างดีตลอด 2 วันนะครับ มีโอกาสกลับไปสมุยอีกเมื่อไหร่ ครอบครัวเล็กๆone22 จะนึกถึง The Sea เสมอ แล้วพบกันอีกครับ

ลากันด้วยภาพเจ้าปันปัน กำลังกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง King Size กับอีกหนึ่งรีสอร์ทแสนเท่ อย่าง X2 Samui  Entry หน้าเจอกันนะฮับบ ( ^ 0 ^ )

แฮ่ ม ๆ และเผื่อใครอยากรู้ว่าเที่ยวสมุยแบบ 2 วัน 1 คืนครั้งก่อน(ผม)เที่ยวกันเข้าไปได้ยังไง ก็ลองตามเที่ยวแบบชะโงกทัวร์กันได้กับ    ทริบล่องใต้อันดามัน one day one night @ samui อ่านได้จากรีิวิวนี้เลยครับ 




 

Create Date : 19 มีนาคม 2555    
Last Update : 20 มีนาคม 2555 13:04:45 น.
Counter : 3746 Pageviews.  

ที่พัก:Hard Rock Hotel Pattaya สนุก! เร้าใจ! อิ่ม! ในมุมอุ่นๆของครอบครัว 1twenty2



จั่วหัวไว้แบบนี้อาจจะดูขัดๆสำหรับใครที่รู้จักหรือมีภาพ Hard Rock Cafe ก็ดีหรือจะเป็น Hard Rock Hotel ก็ได้

เพราะชื่อก็บอกยี่ห้อใช่ไหมครับว่า Hard Rock มันจะเป็นที่ๆคนโสด เค้าไปสนุก เฮ้ววว แดนซ์ และ ทิ้งตัว(ขอหยิบใช้สักนิ๊ดนิด)ให้ใครซักคนที่นั้น

แต่ไหง 1twenty2 ดันจัดมันไปได้ว่าในหมวดครอบครัว ...อย่าพึ่งคิดอะไรไปก่อนจะสัมผัสจากรีวิวนี้ครับเพราะ จะบอกว่า.....

ก็มันจริงแบบนั้นเลยสิครับ! ใช่เลย ใช่เลย!

เป็นไงลองตาม 1twenty2 มาหลังบรรทัดนี้ได้เลย



ภาพทั้งหมดทำเป็น Gallery เก็บไว้ที่ีนี้ครับ รูปเยอะมากๆสำหรับคราวนี้ //blog.one22.com/hard-rock-hotel-pattaya

หลังจากได้ทราบว่า ทาง Hard Rock Hotel ได้ Renovate ทั้งโรงแรมใหม่หมดในวาระครบรอบ 10 ปี แถมจัดงานซะใหญ่โตเชิญนักข่าว และสื่อมาทำข่าวไปเมื่อปลายปี 54 ที่ผ่านมา ใครจะคิดว่า ผ่านมาไม่ถึงเดือนดี ผมเองจะมีโอกาสได้กลับมาเยือน Hard Rock อีกครั้งในรอบสิบปี

ครั้งสุดท้ายที่มา ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า คืนนั้นได้กลับมานอนซบเตียงในห้องพักตอนกี่โมง ^ 0^ (555 ขอคนแก่รำลึกความหลังครั้งเยาว์ ซักนิดนะจ๊ะ)



และ ก็ขอเปิดตัวสมาชิกใหม่ของบ้านผมอย่างเป็นทางการจากทริบนี้เลยครับ

เอ้าไหว้ พี่ๆ น้าๆ อาๆ ป้าๆเค้าสิคับ ^ ^ หนูชื่อ ปัน ปัน คร้าบบบ +++

จากนี้ไปคงจะได้มีโอกาสออกมาอวดตัวบ่อยแน่ๆ

และคงจะถือเป็นทริบพัทยาแรกของเจ้าหนู ที่พ่อแม่จ๋า พาหนูมาหลงแสงสีของเมืองพัทยาแต่เด็กกันเลย ( ^ 0 ^ ) จะใจแตกไหมเนี่ย ^_^'



กลับมาเยือน Hard Rock อีกครั้ง ยอมรับว่าแทบจะจำไม่ได้จริงๆครับ ความรู้สึกแรกหลังจากผ่านประตูเข้ามา ถึงขั้นต้องยืนสำรวจด้วยความแปลกใจ



เพราะการตกแต่งเปลี่ยนใหม่หมด เฟอร์นิเจอร์เดิมถูกแทนที่ด้วยเฟอร์ฯ หนังสีเข้มๆสลับกับ โซฟาสีสันฉูดฉาด ดูช่างเข้ม และเจิดจ้าไปพร้อมๆกัน จะว่าไปชุดหนังกับ Rocker มันก็ดูเข้ากันมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วใช่ไหมครับ



มีการนำเครื่องดนตรี รวมถึงชุดของศิลปินระดับโลกที่เราคุ้นๆกันดี อย่างเช่น ไมเคิล แจ็คสัน,มาดอนน่า,เอลวิส เพรสลี่ย ฯ



แต่ที่เป็นขวัญใจวัยผมก็ยกให้ Slash มือกีต้าร์ จาก Guns N' Roses มาจัดโชว์ตามจุดต่างๆ เรียกความสนใจของแขกได้อย่างดี



เถิบมานิดนึงตรง Reception ก็จัดไฟได้น่าสนใจครับการตกแต่งบริเวณ ด้านหน้า Front เก๋ดี



รวมๆชั้นแรกการตกแต่งมีเสน่ห์ทีเดียว
เปรียบไปก็เหมือนหญิงสาวแสนเซ็กซี่ที่เวลาเดินผ่านหน้าเล่นเอาชายหนุ่มต้องเลียวมองจนลับตา กันยังไงยั้งงั้นทีเดียว
เพราะเธอดูสวยเซ็กซี่ แม้ไม่เปรี้ยวจี๊ด ฟู่ฟ่า เหมือนแต่ก่อน แต่เธอช่างแสนจะมีเสน่ห์เย้ายวนใจชวนค้นหาจริงๆ และแน่นอนชุดเฟอร์ฯหนังสีเข้มๆ ดูแอบดุเสียนี้กระไร (^0^)



เดินผ่านเข้ามาด้านในทะลุอีกด้านจะเจอร้านอาหารถึง 2 ร้าน 2 บรรยากาศเริ่มที่ร้านแรกครับ Starz Diner เป็นร้านที่ใช้รองรับแขกของโรงแรม สำหรับทุกๆมื้อ
ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 6.30น-10.00 น.



ร้าน Starz Diner เป็นร้านที่บริการอาหารนานาชาติที่ ตกแต่งทำเป็นครัวเปิดให้เห็นขั้นตอนการปรุงอาหารจากเชฟทุกๆคนได้หมด มีอาหารทั้ง ไทย จีน อเมริกัน อิตาลี ญี่ปุ่น เรียกว่าค่อนข้างครบมากครับ



การ ตกแต่งดูสบายๆแต่มีมุมเก๋ๆอยู่รอบๆ ไม่ให้เสียยี่ห้อแบรนด์ Hard Rock ที่นำ กีต้าร์พร้อมลายเซ็นจากศิลปินดังหลายๆคน มาแขวนโชว์ให้แขกได้รองเพ็งพิศกันเองว่าเป็นใคร



มีไลน์บุฟเฟ่ต์ในมื้อเช้า,กลางวันและเย็นไว้บริการ เรียกว่าพร้อมเสริฟตลอดวัน และมีทุกวัน โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ จะมีเมนูพิเศษเพิ่มเติมไม่ซ้ำ และเปิดให้คนทั่วๆไปได้เข้ามาสัมผัสลิ้ม ชิมรสกันได้คิดต่อหัวอย่างมื้อเย็น เริ่มต้นที่ 880 b ในวันธรรมดา และคืนวันเสาร์ที่ 980 b จะบอกว่าคุ้มมากๆเพราะรวมเครื่องดื่ม ทั้งแบบแอลกอฮอล์และแบบธรรมดาไว้หมดแล้ว
คืนนั้นผมเองถึงขั้นต้องระงับใจไว้ เพราะเจ้าหนูมาด้วย ไม่อยากให้ได้กลิ่นจากตัว กลัวลูกไม่รัก เดี๋ยวหนูจะไม่ยอมให้พ่อจ๋ากอดครับ ^_^" 555



โต๊ะนั่งมีมากพอจะลองรับแขกได้สบายๆ มองจากสายตาน่าจะเกิน 100 โต๊ะได้



ส่วนด้านนอกจะเป็นร้าน Pizzaria ร้านอาหารแบบ Open Air เปิดทุกวันตั้งแต่ 12.00-22.00 รองรับคนรักอาหารทานง่ายอย่าง pizza,pasta ซึ่งจะว่าไปก็สามารถนั่งด้านนอกหรือนั่งใน Star Diner ก็ได้แล้วแต่คุณชอบ



วันแรกที่ผมไปถึงได้ลองสั่งอาหารมาทานเป็นมื้อกลางวัน แบบ Alacart จากเมนู ลองดูกันหน่อยไหมครับ



ต้องเรียกว่าเป็นมื้อนานาชาติได้เลยเพราะไล่สั่งตั้งแต่ ชูชิใส่เรือน้องๆไททานิก แบบนี้ด้วยเมนู Sashimi Moriawase หรือเรียกสั้นๆว่าปลาดิบรวมก็ได้ไม่เขินปากดีครับ



ตามด้วยการพายเรือไปขึ้นฝั่งกันที่อิตาลีด้วยเมนู Pizza Rocklantis ถาดใหญ่หน้าทะเลนั้นเอง



ยังไม่หน่ำใจบ้านนี้ดี โดดขึ้นเรือกอนโดร่ารีบพายกลับมาเมืองไทย (555 จะเพ้อไปไหมเนี่ย)ไปกับ เมนู กุ้งชมจันทร์ เสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ ไม่อิ่มก็แย่แล้ว



อิ่มกันทั้งบ้านแล้ว โดยเฉพาะเจ้าหนู ปัน ปัน ที่พ่อแม่ชุลมุนชุลเก กับการป้อนนม ป้อนน้ำ ป้อนหนม ไปพร้อมกับตักอาหารเข้าปากกันไปเป็นอะไรที่ไม่ลองไม่รู้นะครับ

ขอบอกหนุกไม่แพ้จับปูใส่กระดงกันเลยจ๊ะ ^>^

จริงๆยังมีมื้อเย็นอีกมื้อที่อยากให้ลืมมื้อนี้ไปก่อนได้เลย เพราะความอลังการต่างกันมากๆจ้า



แต่จะขอพาชมห้องพักที่นับว่าเป็นจุดสร้างความต่าง ของ Hard Rock ยุคใหม่นี้ให้กับผมได้มากทีเดียวคือ และห้องที่เราเข้าพักกันวันนี้คือห้อง Kids' Suite ชั้น 5

ห้องนี้เป็นห้อง Type ใหม่ที่ทางโรงแรมปรับปรุงเพิ่มขึ้นมา เพื่อรองรับกลุ่มของครอบครัวนั้นเอง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางๆไม่เกิน 4 คนนั้นเองคือผู้ใหญ่ 2 และเด็ก 2 มาลองเข้าไปชมกันครับ



ภายในไม่แคบอย่างที่คิดแทบใช้ พื้นที่ 64 SQM ได้คุ้มค่าแถมยังแยกสัดส่วนของห้องออกเป็น 2 ส่วน เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องรับแขกที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของห้อง



จะเรียกว่าเป็นจุดรวมพลก็ว่าได้ เพราะมีอุปกรณ์บันเทิงต่างๆครบครัน แถมมีเครื่องเล่น XBOX ให้เล่นด้วยครับ เรียกว่าเหมาะกับครอบครัวสุดๆทีเดียว
ผนังยังเพิ่มของตกแต่งในบรรยากาศของดนตรี อบอวลทั้งห้อง แค่รูปในสไตล์ POP Art หน้า Bob Marley ก็ใช่แล้วล่ะ



ผมว่านับเป็นโรงแรมที่ทันสมัยไอเดียดี ที่มีเครื่องเล่นเกม Console พร้อมใช้ให้บริการ



ไม่เชื่อถาม ปัน ปัน ได้เลย สนุกเค้าล่ะเนี่ย ( ^ 0 ^ )



ลองมาชมห้องนอนกันบ้างครับห้องนอนภายในมีแยกออกเป็น 2 ห้องคือห้องใหญ่ และห้องเด็กเล็กๆ ผมพามาชมห้องใหญ่กันก่อน



ผนังสีขาวตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์มันเงา ดูหรูและModern ขึ้นมาใช้ได้เลย

เสียดายอย่างเดียวห้อง Type นี้จะไม่เห็นทะเลเท่านั้นเอง ครับ เพราะอยู่ด้านฝั่งเมืองพัทยาแทน ดึกๆเปิดหน้าต่างมองไปเห็นแต่แสงไฟในเมืองที่ไม่เคยหลับแห่งนี้



มาดูห้องเด็กบ้าง เป็นห้องเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี นะครับเป็นเตียง 2 ชั้นเหมาะกับเด็กๆในวัยไม่เกิน 12 ปี



ทางโรงแรมยังมีตุ๊กตาน่ารักน่ากอดไว้ให้เด็กกอดกันแบบไม่ต้องแย่งเพราะมีทั้ง 2 เตียง และทั้งสองตัว เสร็จเจ้าหนูทั้งคู่ ^ ^



ผมหยิบมาให้เจ้า Punn เล่นดู จับๆอยู่สักพักจะเอาเข้าปากอย่างเดียวเลยลูก 555



ห้องน้ำมีแยกเป็น 2 ห้องสำหรับเด็กก็เหมาะจะใช้ด้านหน้าที่อยู่ติดกับห้องนอนหนูๆ



ส่วนห้องของพ่อแม่ก็ใหญ่และมีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ไว้รองรับพร้อมด้วยอุปกรณ์ต่างๆครบครัน



จะแช่ตัวหรือจะใช้แบบ Rain Shower ที่ฝังอยู่บนเพดานก็แล้วแต่แขกชอบ



รวมๆนับเป็นห้องพักที่พร้อมสำหรับครอบครัวขนาดกลางๆ มากันไม่เกิน 4 คนกำลังดี จะใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวอยู่ในห้องก็พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครับ



เอาล่ะผมจะพามาส่วนที่ผมเองประทับใจมากๆถึงมากที่สุดนั้นคือ สระน้ำขนาดใหญ่มากๆที่แปลงพื้นที่ปีกขวาให้กลายเป็นชายหาดขนาดเล้กๆได้อย่างเก๋เหลือเกินทีเดียว



แฮ่มๆ ก่อนลงมาแม่จ๋ามีลองทดสอบอุปกรณ์ห่วงยางเล็กน้อยก่อนจะลงมาลุยน้ำกัน ผลคือ..... ตามภาพเลยจ๊ะ ^__^"



ครอบครัวเราย้ายตัวเองลงมาเล่นน้ำที่สระนี้ทั้ง2 วันสนุกมากๆ เจ้าหนูตัวดีไม่เคยลงสระใหญ่ๆขนาดนี้เจอครั้งแรกถึงกับตกใจร้องใหญ่เลย

แต่พอไปสักพักหลังจับใส่ห่วงยางแล้ว คราวนี้ก็หนุกละสิ



สระของที่นี้นับว่าเป็น ไฮไลท์ที่สุดของ Hard Rock Hotel ถือส่วนที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ดีมากๆ สามารถรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวได้อยู่หมัด



แค่ยืนดูก็อยากกระโจนลงไปเล่นแล้วละครับ



นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว หนูๆสามารถมาใช้บริการ Lil' Rock Club เป็น Play room สำหรับเด็กๆและเป็นที่รับฝากเลี้ยงเด็กให้กับพ่อแม่ในเวลากลางวัน อยู่ในบริเวณเดียวกันกับโซนชายหาด ตกแต่งได้น่ารักเหลือกำลัง ภายในประกอบด้วยห้อง play ที่มีเครื่องเล่น X-Box ติดตั้งไว้เรียงพร้อมให้เด็กๆได้สนุกกันผมว่าเด็กมาก็ชอบแน่ๆ



ทางโรงแรมเองก็มีกิจกรรมให้เด็กที่มาใช้บริการหากเป็นวันเกิดด้วยแล้ว ก็สามารถแปลงสถานที่ให้เป็นที่จัดวันเกิดให้หนูๆได้เลย



กลับออกมาชมรอบๆกันต่อครับ สำหรับใครที่มาเป็นคู่จะหามุมสบายๆโรแมนติกก็มีให้เลือก สามารถมานั่ง Diner ท่ามกลางแสงเทียนได้นั่งชมวิวสระน้ำกว้างๆ จิบไวน์ก็สุดชิลล์ทีเดียวในช่วงเวลาใกล้ๆค้ำ โรแมนติกเกิ๊นน ( >_< )



หรือจะเปลี่ยนมานั่งสังสรรคชมบรรยายกาศยามเย็นก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ หรือจะเน้นเอาเฮฮาก็ยังได้อยู่ เหมาะมากๆ



ผมชอบโซฟาลายผ้าสีดูสบายตาและช่วยสร้างบรรยากาศสบายๆยามเย็นได้



มุมสระน้ำใกล้ๆค่ำอีกซักมุม ชอบมากๆ โดยเฉพาะตัวก้านกีต้าร์ที่ปักอยู่ เด่นดีครับ ชอบๆ



ลองมองกลับไปที่ตัวอาคารหลักของโรงแรมดูได้บรรยากาศความสงบเข้ามาแทนจนไม่คิดว่าตัวเองกำลังยืนเก็บภาพอยู่ที่ Hard Rock Hotel



ในช่วงโพลเพลแบบนี้ Hard Rock ดูสวยมากเย็นตาเย็นใจดี บรรยากาศสระที่นี้ทำเอาลืมทะเลตรงด้านหน้าไปเลยครับ



มาดูบรรยากาศของ Hard Rock Cafe กันบ้าง อีกหนึ่งร้านอาหารสร้างชื่อจนดังไปทั่วโลก จนถึงวันนี้มี สาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 14 สาขาทีเดียว



ผมไม่ได้เข้าไปเพราะเกรงจะรบกวนแขกด้านใน ได้แต่เก็บภาพจากด้านนอก เท่าที่สังเกตุจะมีแขกขาวต่างชาติแวะเวียนเข้าออกตลอดเวลาทีเดียว ในภาพข้างๆเป็น Rock Shop ร้านขายของที่ระลึก



เอาล่ะขอพาคุณๆขึ้นจากน้ำสลัดชุดว่ายน้ำมานั่งชิลล์ๆกับบาร์สุดชิคที่ Soul Lounge ที่เปิดกันตั้งแต่ 20.00น-01.00 น.



ผมมีโอกาสได้เข้าไปเก็บภาพช่วงหัวค่ำบรรยายดีจริงๆครับ ตกแต่งสวยงามในสไตล์ Hard Rock นั้นล่ะครับ การใช้แสงสีสัน



ที่นี้เน้นดนตรีสดทั้งแบบวงแบนด์และ Acoutics ในทุกๆคืนวันศุกร์-เสาร์ตั้งแต่ 20.30 น.ไปจะมีวงดนตรีมาเล่นเพลงทั้งไทยและเทศตามใจแขกที่สามารถ Request กันได้สดๆ


บรรยายภายในน่านั่งมากครับ ผมชอบโซฟา เก้าอี้นั่งลักษณะนี้มากๆครับ



ทุกโต๊ะจุดเทียนไข ช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้คู่เดทได้ไม่ยากเลย



กดภาพมาเยอะเพราะชอบการใช้ไฟของที่นี้มากๆ ชุดและเสื้อผ้าดาราก็มีนำมาตกแต่งไว้ด้วย เห็นชุดแล้วคุ้นๆไหมครับ ของมาดอนน่านั้นเอง



ผมมีโอกาสได้ทานอาหารที่นี้เรียกว่าครบ 3 ครั้งอาหารทั้ง 3 มื้อเป็นบุฟเฟ่ต์ซะสอง แต่ที่ตรงกันคือ อร่อยทุกมื้อครับลองมาดูมื้อค่ำในแบบบุฟเฟ่ห์กัน



เริ่มกันที่ซูชิหน้าต่างๆ



มีให้เลือกเยอะครับ และเติมตลอดเวลาไม่ต้องให้แขกรอกันให้เสียอารมณ์



อาหารทะเลหน้าตาและรสชาติดีมากกกก



อาหารไทยตกแต่งน่าทานยกกำลังสอง



หรือข้ามมาเป็นอาหารฝรั่งอย่างเช่นสลัดต่างๆก็ยังมีให้เลือกน้ำสลัดหลากหลายๆมากๆ



และก็ยังมีนี้ สลัดปูอลาสก้า ที่กล้ามมาเป็นมัดไม่ใช่เสี้ยวๆนะเนี่ย



และนี้กุ้งผัดผงกระหรี่ สุดยอดใครมาทางบุฟเฟ่ต์ที่นี้ คุ้มค่าทุกบาทที่เสียไปแน่ๆ ผมรับประกันได้

อ่าอิ่มกันยังครับ อยากบอกว่าอาหารที่นี้ไม่ธรรมดาแม้จะเป็นเมนูธรรมดาก็ตาม เพราะทุกๆเมนูของที่นี้ใช้ความใส่ใจสูงอาหารจึงอร่อยทุกๆอย่างที่ผมลองทาน

จริงๆแล้วบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันกับมื้อค่ำมีความใกล้เคียงกันมาก แล้วแต่คุณสะดวกในการมาทาน จะมีพิเศษก็อยู่ที่คืนวันเสาร์ที่เพิ่มเมนูและของหวานมากเป็นพิเศษ ผมไม่แน่ใจแล้วว่ามื้อไหนอร่อยกว่าแต่ที่รู้แน่ๆคือหลังกลับมาจากทริบนี้ต้องมาออกกำลังกายเอาออกชุดใหญ่ครับ ไม่เชื่อคุณต้องมาลองเอง



ลองมาดูของหวานบ้าง



อันที่ผมชอบที่สุดของไอศครีมปรุงสด ผมเรียกแบบนี้เอาเองเพราะเค้าเอาไอศครีมมาปรุงในเตาเย็น และให้เราสามารถเลือกท๊อบปิ๊งและซอลหวานๆที่เราต้องการใส่ได้เช่นเลือกไอศครีมวนิลาแบบผมและเลือกใส่ อัลมอล นัทเซล หรือm&m และเลือกซอลช็อคโกแลตอะไรแบบนี้ล่ะครับ



ดูเค้าทำแล้วสนุกมากทำให้ความอยากเพิ่มขึ้นไปอีก จริงๆก็ต้องรวมความหนักของตัวที่เพิ่มตามด้วยนะครับ^_^"

หน้าตาจึงน่ากินมาก มากี่ครั้งก็ต้องสั่งครับทั้งอร่อยตาและลิ้นจริงๆ



ดูขนมหวานๆกันต่อ น่ากินทุกๆเมนูครับ



ขนมเค้ก



และเค้กอีก...



ได้อีก



ดูกันเรื่อยๆยั่วน้ำลายกันไป...



จริงๆขนมหวานมีให้ชิมกันจนผมต้องยอมแพ้ไปทั้ง 2 มื้อ แค่นึกถึงก็อิ่มแล้ว



คืนนั้น..เล่นเอานอนยาวยันเช้า เรียกว่าอิ่มจนลุกไม่ขึ้นกันทั้งบ้าน



06.00 น.

เช้าวันใหม่แล้ว...ผมมองออกไปนอกหน้าต่างบรรยากาศสงบและเงียบมากๆ นอนอิ่มจนนอนต่อไม่ไหว

เลยคว้ากล้องออกไปเดินริมทะเลดีกว่า



บรรยากาศเช้าๆริมทะเล ดูสงบจนไม่น่าเชื่อว่านี้คือเมืองที่ไม่เคยหลับไหล...พัทยา



อากาศเย็นๆลมเอื่อยๆพัดมา...บรรยากาศสงบมากๆ



ผมเดินต่ออีกไม่นานก็กลับห้องพัก เจอเจ้าหนูตื่นแล้ว กำลังนั่งเล่นกันกับแม่เค้าพอดี

เมื่อคืนครอบครัวเราหลับยาวๆกันยันเช้า หมอนนุ่มมากๆ หัวถึงหมอนเหมือนถูกน๊อคกันเลย



ปัน ปัน กำลังอยู่ในช่วงหัดคลานครับ วันเวลาของเด็กๆผ่านมาแล้วผ่านไป เราไม่อยากพลาดทุกๆนาที ที่เราจะได้รับรู้พัฒนาการของเค้าแม้กระทั่งวันที่แลบลิ้นแบบนี้ก็ตาม 555 :p

สรุป

การกลับมาเยือน Hard Rock Hotel อีกครั้งในรอบสิบปีของผม ให้อรรถรสที่แตกต่างทั้งจากสถานะตัวเองที่วันนี้เปลี่ยนจากหนุ่มโสดร่างใหญ่เป็นคุณพ่อมือใหม่ร่างใหญ่(กว่า) และกับตัวโรงแรมเองที่ก็อย่างที่เล่าตอนแรกๆนั้นล่ะครับ

รวมๆไม่มีสิ่งใดให้ comment ยกเว้นตำแหน่งของห้อง Family เองผมอยากให้เห็นทะเลด้วยจะขอบคุณมาก
การนั่งในห้องพักของโรงแรมที่ติดทะเล แต่มองไม่เห็นทะเลมันทรมานหัวใจมั่กๆนะคร้าบบบบ
สุดท้าย ขอขอบคุณคุณเจีย Mkt Manager ที่ได้ลงมาพบปะพูดคุยกัน และต้อนรับขับสู้อย่างดี คุณ Adam ผู้จัดการร้านอาหาร ที่ คอยสอบถามทั้งเรื่องอาหาร และบริการในร้านอย่างเป็นกันเองกับแขกทุกๆคน

ร่วมถึงน้องๆพนักงานทุกๆท่านที่มีหัวใจในการบริการสมกับ Mottos ของโรงแรมที่ว่า
Love All-Serve All
All is One
Save the Planet
Take Time to Be Kind



การได้เข้าไปสัมผัสและร่วมฉลอง 10 ปีของ Hard Rock Hotel ในครั้งนี้ แสนสนุกสนานมากๆครับ ประทับใจในความกล้าเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
จากนี้ไปเวลาครอบครัวผมจะไปพัทยา Hard Rock Hotel จะเป็นอีกที่ๆผมจะนึกถึงแน่ๆ จะจำได้ว่าครอบครัวเราสนุกสนานแค่ไหนในการมาเยือนที่นี้

จะกลับมาเยี่ยมเธอใหม่นะจ๊ะสาวสวยแห่งเมืองพัทยา ที่ใครๆก็เรียกเธอว่า Hard Rock Hotel ." To Rock is To Serv "

หารายละเอียดกันได้ที่นี้ครับ //pattaya.hardrockhotels.net/ และสอบถามห้องพัก ร้านอาหารได้ที่ Tel: +66 38 428755-9

 




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2555 10:44:18 น.
Counter : 1899 Pageviews.  

ที่พัก:สวนทิพย์วนารีสอร์ท... พักกายฝากหัวใจ ในอ้อมกอดขุนเขา..เชียงราย


ปีใหม่ทุกๆปีของผมจะมีโอกาสเที่ยวเหนือเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ ลมเย็นชื่นๆพัดมาแตะจมูกให้ฟุตฟิต จนรู้สึกได้ว่า "หน้าหนาวมาแล้ว"....
2 ปีหลังมานี้ผมก็มักจะลงเอยที่จังหวัดเชียงราย เหมือนต้องมนต์เสน่ห์จังหวัดนี้ ติดใจมากมายครับ
ขึ้นเหนือเมื่อไหร่เป็นต้องหาทางพาตัวเองมาเชียงรายให้ได้ และจะว่าไปก็แปลก ที่2ปีหลังผมกลับมาพักที่ สวนทิพย์วนา รีสอร์ท ทั้ง2 ปี
ที่นี้มีดีอะไร ลองตาม one22 มาชมกันดูครับ
ภาพถ่ายทั้งหมดเก็บไว้ที่นี้นะครับชอบไม่ชอบยังไง 'ment กันให้รู้จะขอบคุณมากๆเลย ถือว่าช่วยพัฒนาทักษะผมนะครับทุกคน ^_^
//blog.one22.com/pics/relax/north/suanthipvana_resort




...จะว่าไปกว่าจะได้เขียนถึงที่นี้ผมปล่อยเวลาไปกว่า 2 ปีถึงจะเขียนออกมาได้ นับเป็น Entry ที่ทิ้งเวลายาวนานมากๆ จริงๆ



ทั้ง 2 ปีพาคนมาไม่ซ้ำ แต่แอบหวังผลเลิศหรูไว้ในใจ เพราะอยากให้คนที่มาด้วยเค้าประทับใจเหมือนผมเพราะคนทั้งคู่คือ "คนสำคัญกับชีิวิตผม" นั้นเอง
ปีแรกผมพาแม่มาทำบุญ เพราะแม่อยากมาไหว้พระองค์ที่แม่ศรัทธามากๆ จะด้วยแรงศรัทธาทั้งชีวิตนี้ที่แม่มีให้กับพุทธศาสนาก็อาจจะใช่..



การพาแม่เที่ยวของผมทุกๆครั้งจึงเต็มไปด้วยความสุขที่ได้บุญไปพร้อมๆกัน เรียกว่าจากแม่ส่งต่อถึงลูกจนเกิดเป็นทัวร์บุญไปโดยปริยายครับ
ใครสนใจทริบพาแม่เที่ยวของผม แวะเข้าไปอ่านกันได้ที่นี้ครับ ทั้งหมดคือการพาแม่อันเป็นที่รักยิ่งเที่ยวนั้นเอง ^_^



การพาแม่เที่ยวหนนี้จึงเป็นอีกครั้งที่เราประทับใจ เป็นทริบชมทะเลหมอกที่สวยงามจริงๆ เดี๋ยวไว้จะเล่าแยกเป็นอีกตอนแล้วกันนะ



แต่ที่น่าเสียดายจริงๆคือทริบปีนั้นคนข้างกายมาไม่ได้มา เพราะย้อนไปตอนนั้นเธอยังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญกับการฟูมฟักชีวิตน้อยๆ ในท้องใหญ่ๆกลมๆของเธอ
จนไม่อยากให้เสี่ยงขึ้นลงเครื่องบิน

ผมใช้เวลาอีก 1 ปีผ่านจึงสามารถพาเธอมาอีกครั้ง ทั้งสองครั้งไม่ต่างในแง่ใดๆเพราะประทับใจทั้งคู่



ที่สวนทิพย์ฯ มองจากข้างนอกแบบผ่านๆคนจะเข้าใจว่าเป็นที่พักข้างทาง แต่อยากบอกว่าอย่าให้ความรู้สึกน้้นพาคุณๆเขว่เป็นอันขาดครับ
เพราะเมื่อเข้ามาแล้วมันก็เหมือนคุณเปิดกล่องของขวัญให้ตัวเองครับ

พื้นที่ 70 กว่าไร่ไม่เล็กเลยครับสำหรับรีสอร์ทที่มองผ่านๆ เวลาขับรถจากเส้นเชียงใหม่เชียงรายดูๆเหมือนไม่มีอะไร แต่พอสัมผัสแล้วก็ทำให้อยากกลับไปอีกเสมอๆ แปลกใจตัวเองจริงๆ
มาเชียงใหม่เชียงรายทีไรข้ามที่นี้ทุกที


เพราะชอบในบรรยากาศ และความร่มรื่นภายในรีสอร์ท ผมจึงพาตัวเองมาที่นี้ติดๆกัน และได้เข้าพักห้องพัก 2 แบบเราลองไปดูกันดีกว่าครับ



เริ่มกันที่แบบแรกที่ผมประทับใจก่อน แบบ pkakeryor Villa ถือเป็นห้องพักที่แยกตัวออกมาต่างหากจากแบบอื่นๆซึ่งก็มีอยู่เพียงแค่ 6 ห้องเท่านั้น



บ้านปากะญอ ชื่อบ้านบอกความหมายด้วยตัวมันเองถึงไอเดียและที่มาในการตกแต่งของชาวเขาให้เข้ากับบ้านในแบบชาวเหนือพื้นราบเข้าด้วยกัน



อย่างตัวบ้านก็สร้างเป็นบ้านดินดูเข้ากันมากๆกับธรรมชาติรอบๆ



และไม่หลงลืมที่ใส่อุปกรณฺอำนวยความสะดวกต่างๆ แบบค่อนข้างครบถ้วนจะขาดก็คงเป็น internet นะครับ บ้านโซนนี้ทั้งหมดเน็ตเข้าไม่ถึงนะครับจะใช้ต้องไปแถว Front เท่านั้นที่มี wifi จ้า



ผม ชอบเตียงนอนของที่นี้มากครับ หลักสบายไม่พอแถมยังดูอบอุ่นด้วยผ้าห่มทอมือ สวยและอบอุ่นดีมาก หมอนก็เยอะใช้ได้นอนแล้วโอบรับหัวได้ดีจังหลับสบายครับ



ห้องน้ำก็กว้างขวางมีแยกส่วนต่างๆชัดเจนดี



อุปกรณ์ต่างๆมีให้ครบถ้วน ไม่ขาดใดๆ



หลังจากสังเกตุห้องพักหลายๆห้อง การตกแต่งจะต่างกันเล็กน้อย บริเวณเฉลียงในห้องจะทำหน้าต่างไม่เหมือนกันเป๊ะๆแต่ที่เหมือนกันคือ ทุกๆห้องจะวางที่นอนไว้ให้นั่งให้นอนเล่นได้



อย่างห้องนี้เห็นไหมครับ จะต่างจากห้องบนเล็กน้อยตรงเฉลียงนั่งเล่น และกรอบหน้าต่าง ดูๅก็เท่ดีครับความเหมือนที่แตกต่าง ^_^



มา ดูบรรยากาศรอบๆกันหน่อยในวันที่อากาศเย็นได้ที่ หากใครที่มาพักและไม่ขี้เกียจตื่นเช้าเกินไปอยากให้ลองตื่นเช้าๆ ออกมาสัมผัสทะเลหมอกที่พร้อมเสริฟคุณถึงหน้าห้องหักพักเลยครับ



ผมตื่นมาถ่ายรูปแต่เช้าจึงได้สัมผัสทะเลหมอกอย่างใจคิด สวยมากๆจริงๆ



บรรยากาศ วันหมอกหนาตา และความหนาวที่ทำให้เราหยิบเสื้อกันหนาวออกมาใส่ ยิ่งได้อยู่กับใครที่มีความหมายด้วยกันด้วย มันรู้สึกดีจริงๆใช่ไหมเอ่ย ?



ตัวบ้านเองก็สร้างได้บรรยากาศ เพราะทำเลที่ตั้งของทุกๆหลังอยู่บนเนินเขามองไปเห็นทิวเขาเป็นสันเป็นแนวอยู่ตรงหน้าเราได้เลย



บ้านพักมองจากภายนอกเหมือนตกอยู่ในวงล้อมของสวนพันธ์ไม้นานาพันธ์

จะเรียกว่าเป็น ข้อดีๆมากๆที่แขกเองจะสัมผัสบรรยากาศได้แบบไม่ต้องเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะทุกๆห้องได้บรรยากาศเหมือนๆกันหมดนั้นเอง


อย่างวันที่ผมไปครั้งแรก ก็ได้สัมผัสหมอกหนาๆที่พามาเยี่ยมเยือนแขกทุกหน้าห้องกันเลย บรรยากาศยามเช้าตรู่ ในวันที่หมอกลงจัดบริเวณทุกๆส่วนของ สวนทิพย์วนา เองก็ถูกทะเลหมอกปกคลุมไปหมด มองกันแทบไม่เห็นทีเดียว



แถมยังวางตัวเองอยู่ในบรรยากาศกลางไร่กลางนาด้วยแปลงนาและแปลงสวนผักแบบขั้นบันได ลดหลั่นกันไปใน กลางหุบเขาหน้าห้องพัก ผมชอบมากๆ



ด้านหน้าห้องเวลาที่เดินขึ้นมาจากบันได้ทุกๆห้อง จะทำเป็นเฉลียงให้นั่งหย่อนใจสบายๆ

บางห้องอาจจะตกแต่งมีเป็นชุดเก้าอี้พร้อมร่มสนามให้บังแดด อย่างห้องนี้



หรืออย่างห้องผมก็ได้บรรยากาศชาวเหนือจริงๆ โดยนั่งกับพื้นมีเบาะรองนั่งให้ชิวๆชมวิวภูเขาให้สบายใจ

ยิ่งใครมากับแฟนมุมนี้เหมาะจะเจรจาคำหวานๆให้กันดีนะครับ ( ^o^ )



มาชมห้องน้ำกับบ้าง เป็นแบบ out door อย่างที่บอกเป็นการผสมผสานหลายๆอย่างก็จริง แต่ความสะดวกสบายไม่ตกหล่น มีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่ชมดาวได้เก๋ๆ ประยุกต์จากถังไม้ครับ
แต่ผมก็ไม่ได้ใช้ครับ เพราะหน้าหนาวใครจะอยากแช่น้ำนานๆจริงไหม
อีกอย่างตกกลางคืนความที่ต้นไม้เยอะๆแบบนี้ยุงมันก็เลยเยอะตามไปด้วย นอนแช่น้ำจะพาลยุงรุมซะเปล่าๆ



มาชมห้องอีกหนึ่ง type กันบ้าง ที่ถือเป็นห้องส่วนใหญ่ของที่นี้ครับ Deluxe Suite จะอยู่ด้านหน้าของรีสอร์ท



นับเป็นห้องพักที่กว้างขวางดีทีเดียวสร้างเป็นอาคารสองชั้นแยกเป็นชั้นละห้องปลูกติดกันเรียงกันไป จุดเด่นคือมีประตู Connecting ที่ถ้ามากันหลายๆคนสามารถเปิดหากันได้เลย



เตียงจะมีให้เลือกทั้งแบบ Two bed และ Double bed ด้วยขนาดห้องที่ไม่เล็ก นอนสบายไม่อึดอัน อย่างวันที่เข้าพักกับแม่ ผมก็เลือกเป็น Two Bed room เตียงนอนสบายหลับดีตลอดคืน



ห้องน้ำในห้องพักแบบนี้ดูเรียบๆแต่ก็ใช้งานน้ำร้อนน้ำเย็นได้ครบและมีอ่างอาบน้ำให้



ด้านหลังมีชานเรือนยื่นออกไปด้านหลังมีชุดเก้าอี้ให้นั่งชมสวนกันได้



ด้านหลังห้องพักโซนนี้จะติดสระน้ำที่ใหญ่มากๆครับ ผมไปในช่วงหน้าหนาวไม่กล้าฝ่าลงไปจริงๆได้แต่เก็บภาพมาฝากกันนะ



มาชมส่วนอื่นๆต่อกัน บริเวณหน้า Front ครับกว้างและดูโอ่โถ่งดี ทีเดียว



ตรงนี้ผมมาเล่นเน็ตอยู่พักนึงเพราะต้องใช้ส่งงานพอดีครับ



มาดูตรงส่วนห้องอาหารกันบ้าง ห้องอาหารที่นี้จะใช้รับรองแขกทุกๆมื้อ อย่างมื้อเช้าจะเป็นบุฟเฟ่ต์ แม้จะมีให้เลือกไม่มากนักแต่ก็อร่อยมากๆครับ



ผมมีโอกาสได้ใช้บริการห้องอาหารอยู่ 2 ครั้งเป็นมื้อค่ำวันแรกและมื้อเช้าวันถัดไปซึ่งให้บรรยากาศที่ต่างกันออกไป



มาดูเมนูอาหารค่ำกันบ้าง ค่ำคืนนั้นผมมีโอกาสได้รองขันโตกชาวเหนือขนานแท้ อาหารมาเป็นเซ็ตและเยอะทุกๆอย่าง

ทั้ง น้ำพริกอ่อง ไส้อัว น้ำพริกเหนือ ฯเมนูอาหารเหนือต่างๆมีโอกาสได้ลองเกือบหมด และก็อร่อยซะด้วยเรียกว่ามื้อนั้นจำได้ว่าอิ่มจนจุกทีเดียว



รสชาติก็อร่อยมากๆด้วยสิครับ แถมมีมาให้ครบเลยทีเดียว



ลองดูกันเองว่ายั่วน้ำลายของคุณๆได้บ้างไหมนะครับ



จบอาหารค่ำต่อกันด้วยอาหารเช้าในแบบบุฟเฟ่ต์ แม้จะไม่เยอะแต่รสชาติอร่อยดีทีเดียวครับ



เมนูอาจจะดูเรียบๆอย่างข้าวผ้ดผมจำได้ว่าเติม 2 รอบทีเดียวอร่อย



ของผมสั่งมาเป็น ABF เพิ่มเติมน่ากินดีไหมครับ ^___^



รวมๆบรรยากาศในการทานอาหารตอนเช้าชิวมากๆครับ ทานข้าวไปฟังเสียงนกร้อง ไก่ขันได้อารมณ์ที่กรุงเทพฯหาไม่ได้ง่ายนัก



สรุป

การเข้าพักทั้ง 2 ครั้งของผมแม้เวลาต่างกันแต่การบริการไม่แตกต่าง โดยเฉพาะรอยยิ้มพิมใจที่ได้รับจากพนักงานทุกๆท่านตั้งแต่ recevtion ,พนักงานยกกระเป๋า,พนักงานต้อนรับที่ห้องอาหารรวมถึงทุกๆคน ผมเจอแต่รอยยิ้มดีๆที่มีให้แขก มารวมเข้ากับวิวงามๆของโซนบ้านพักแบบ Pkakeryor Villa ด้วยยิ่งประทับใจเข้าไปใหญ่ ที่พักในทะเลหมอกอยู่ท่ามกลางหุบเขาแสนงามวิวทิวเขาและแปลงนาขั้นบันไดน่าประทับใจและเพลินหูเพลินตาจริงๆครับ
การเข้าพักครั้งแรกเหมือนทำความรู้จักกันฉันท์มิตร์แต่กับการเข้าพักครั้งที่ 2 เก็บความประทับใจใส่ตัวจริงๆ จะมีที่อยากให้ปรับปรุงเพิ่มเติมอยู่ก็คงบ้างก็มี เรื่อง Internet ที่บ้านพักใน โซนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ Lobby จะไม่สามารถใช้ เน็ตได้เลยอันนี้น่าเสียดายครับ เพราะตัวผมเองชอบใช้เวลาส่วนนึงเล่นเน็ตในห้องพักพอควร มากกว่านั่งดูทีวีด้วยซ้ำไป ยิ่งถ้าในบรรยากาศงามๆในบริเวณบ้านพัก Pkakeryor ด้วยแล้วยิ่งน่าเสียดาย
ส่วนอื่นๆไม่มีอะไรให้ต้องปรับปรุงแล้วครับ ขอเพียงรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีๆให้คงอยู่นานๆ เท่านี้ก็จะทำให้ สวนทิพย์วนารีสอร์ท เป็นอีกๆทีผมอยากแวะกลับไปเสมอครับ และเชื่อได้เลยผมคงไม่หยุดอยู่แค่ 2 ครั้งแน่ๆ มีโอกาสจะขอกลับไปชารต์แบตให้เต็มอีกแน่ๆ

สุดท้ายต้องขอขอบคุณโด่ง sale ที่ดูแลกันตั้งแต่การจองที่พักจนเรื่องการเดินทางมาเข้าพักจนแม้แต่เรื่อง อาหารต่างๆรู้สึกดีมากๆครับที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดดีมากๆ น้องเปิ้ล Reservation ที่ต้อนรับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจเสมอๆ ทั้ง 2 ครั้งที่เข้าพักยังจำกันได้พี่ละแสนดีใจจริงๆ ^___^ รวมถึงน้องๆพนักงานทุกๆคน ที่เจอหรือเดินผ่านก็ทักทายด้วยภาษาเหนือหวานกันตลอด

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บของรีสอร์ท ที่ //www.suanthipresort.com/ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี้เลยครับ 02 619 0363-4, 02 619 0368-9



ในวันแห่งความรักนี้ผมขอส่งต่อรีวิวนี้แทนความหมายในใจของคนที่มีความหมายกับคุณๆทุกๆคนครับ สำหรับผมแล้วการได้มีโอกาสพาคนที่เรารักไปเที่ยวนั้นจะใกล้หรือไกลก็ได้ครับขอให้มีคนที่คุณรักไปด้วยที่ไหนๆก็มีสุขแล้วจริงไหมครับ
ขอให้วาเลนไทนนี้เป็นอีกวันที่คุณได้บอกรักคนๆนั้นของคุณครับ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ( ^ __ ^ )

 




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2555 15:57:38 น.
Counter : 4762 Pageviews.  

ที่พัก:Tamarind Village มะขาม200(กว่า)ปีกับครอบครัวตัวดี...ที่เชียงใหม่



สมัยเด็กๆ....

ตอนไปเที่ยวบ้านปู่ที่สุพรรณฯ ผมจำได้ว่ามีต้นมะขามต้นใหญ่ต้นโตมากๆอยู่ตรงหน้าบ้านเป็นต้นไม้แสนสนุกสำหรับผม และ เพื่อนๆมาก

หนังสะติ๊กอันแรกในชีวิต ก็ทำจากไม้มะขาม และมานั่งคิดๆดู ต้นมะขามก็เป็นต้นไม้ต้นแรกๆในชีวิตที่เคยปีนป่าย

วันเวลานั้นผมและเพื่อน จึงผูกพันอยู่ที่ต้นมะขามหน้าบ้านต้นนี่เสมอ...

ความทรงจำดีๆในวัยเด็กแม้มันจะผ่านไปนาน นานจนเหมือนมันหล่นหายไปตามวัน(วัย)เวลา
แต่..อยู่ๆมันก็หวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง หลังจากได้เข้าพักที่ Tamarind Village พบปู่มะขามที่ใหญ่โตที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

เรื่องราวหลังจากบรรทัดนีเป็นประสบการณ์ดีๆ อีกครั้งของครอบครัวเล็กๆที่มีโอกาสหนีน้องน้ำไปที่ไหนซักที่ หลังน้องเค้ามาเยือนบ้านได้ครบสัปดาห์

โชคของผมยังดีที่มีโอกาสคลายเครียด พาตัวเองหนีไปเชียงใหม่ ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่สุดในชีวิตที่เคยประสบมาก

ที่สำคัญหนนี้เป็นครั้งแรกที่เจ้าหนูตัวดีที่จะได้เดินทางไกลด้วย (ไม่นับตอนยังกลิ้งไปมาในท้องแม่เค้าเมื่อตอนไป Sripanwa ) ต้องขอบคุณ //www.tatcontactenter.com ที่มอบรางวัลจากการประกวด “Blog สุด Chic ลุ้นรับ Hip Package" จนได้บินฟรีบวกได้ที่พักดีๆอย่าง Tamarind Village นั้นเอง

เช่นเคยดู Gallery รามภาพทริบนี้ได้ที่นี้ครับ ภาพชุดนี้ตั้งใจถ่ายเป็นพิเศษเพราะมีเวลาในการเข้าพักหลายวันชอบมากๆครับ
//s.one22.com/u0BiCH

** อย่าแปลกใจในตัวเลข vol.22 จริงๆถ้านับจริงนับจังอาจจะน้อยหรือมากกว่านี้

อะแฮ่ม อย่ากระนั้นเลย ไหนๆ 1 ไม่เน้น ผมขอตั้งหลักที่เลขสำคัญส่วนตัวเองอย่าง 22 ดื้อๆเลยแล้วก้นนะครับ ^ 0 ^



2 ชั่วโมง 30 นาที คือเวลาที่เผื่อไว้นานที่สุด ตั้งแต่เคยมาสนามบิน!!
เผื่อสำหรับกรณีน้องน้ำ เธออาจจะโยเย ดึงเราเอาไว้ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ จริงไหมครับ ( ^ 0 ^ )
ผมเลือกการเดินทางไปสุวรรณภูมิโดยใช้บริการ Airport Link... จากสถานีมักกะสัน ใช้เวลามาถึงสุวรรณภูมิได้ใน 15 นาที รวดเร็วเหลือหลายจนเสียดายที่คนมาใช้น้อยไปไหม



หลัง Check-in ผ่านเว็บมาก่อนที่ //www.Airasia.com อยากบอกว่านับเป็นบริการที่สะดวกมากทีเดียว เพราะแค่มาถึงเคาน์เตอร์ เราสามารถ Scan QR Code ที่ได้จากทางอีเมล์หลังทำ web check in สามารถนำมา Print ได้ที่เครื่องอัตโนมัติของ airasia และเมื่อได้ ฺBoading pass มาปุ๊บ ให้เดินตรงดิ่งไปช่องโหลดกระเป๋าได้เลย สะดวกมากๆครับ



ผ่านช่วงเวลาปล้ำกับเจ้าตัวดีได้พักใหญ่ๆ เราก็พร้อมจะพาเจ้าหนูอายุหกเดือนขึ้นเครื่องครั้งแรกแล้วล่ะครับ เราพยายามหาข้อมูลเวลาเครื่องค่อยๆไต่ระดับขึ้นไป กลัวจะมีปัญหากับแก้วหูของเค้า เพราะเด็กยังไม่รู้จักการกลืนน้ำลาย อมลูกอม หรือเคี้ยวหมากฝรั่งแบบผู้ใหญ่ งานนี้พ่อจ๋าแม่จ๋ากังวลและเป็นห่วงหนูจริงๆเลย



แต่สุดท้ายเพราะคำแนะนำจากพี่สาวแสนดี เราก็ทำให้เค้าผ่านช่วงเวลา Take Off สำเร็จได้ด้วยดี (^ 0 ^)

...


เวลาผ่านไปไม่ถึง 2 ชั่วโมงดี ผมก็อุ้มเจ้าหนูน้อย น้ำหนักเกินอายุจริง(หนักมั่กกๆ) มายืนอยู่ภายในรีสอร์ท
เพราะ Tamarind Village ส่งรถไปรับครอบครัวเราถึงสนามบิน เป็นความประทับใจแรกๆกับที่นี่ครับ


พ้นทางเดินเข้ารีสอร์ทที่โอบล้อมไปด้วยไม้ไผ่จะเจอทางเข้าสู่ภายในรีสอร์ทอีกชั้นนึง แอบเก๋เล็กๆ ให้ศิลปินใช้เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะไปพร้อมๆกัน ผมเดินชมเพลินดีครับ


หลังนั่งรอเช็คอินสักครู่ พนักงานก็ยกน้ำมะตูมหอมๆมาเป็น Welcome Drink พร้อมผ้าอุ่น ร้อนๆมาแบบนี้ยกซดรวดเดียว



พ้นรั้วรอบขอบชิดเข้ามาได้ ก็จะมาถึง Reception Counter ด้านหน้าพนักงานต้อนรับก็ยิ้มแย้มดี



มีีร้านขายของที่ระลึก อยู่ตรงสุดทางเดินด้านหน้าของรีสอร์ท



ของในร้านน่ารักๆทั้งนั้น แขกคงเสียตังในร้านพอสมควร



มีหมอนน่าหนุนไว้ให้แขกเอกเขนก ได้ และด้าข้าง ส่วนที่ติดกันกับ Reception ก็เป็นสระว่ายน้ำของรีสอร์ท



ถ้ามองเข้าไปทางซ้ายมือ เราก็จะเจอที่มาของชื่อรีสอร์ทนี้ "ปู่มะขามยักษ์อายุอานามนับเกิน 200 ปี " มานานแล้ว



ยิ่งพอพลบค่ำเมื่อไหร่ รีสอร์ทเปิดไฟที่ประดับประดาไว้บน ปู่มะขาม ยิ่งดูสวยงามและน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

ก่อนผมจะพาเข้าห้องพักอยากพาดูรอบๆรีสอร์ทกันก่อนครับ ไปครับไป....จะพาเดินชมกัน



มากันต่อที่สระว่ายน้ำขนาดกำลังดีึีน่าว่าย ส่วนตัวผมว่า สระนี้มีหลายหลายบรรยากาศมากครับ ถ้าออกมาเดินเล่นต่างช่วงเวลากัน...



อย่างตอนเช้าๆ อากาศดี แดดออก...



สระก็สวยและสว่างตา... แจ่มใสชวนมอง...



การนั่งทานอาหารเช้าริมสระสวยๆ ในบรรยากาศต้นไม้ล้อมรอบ เป็นบรรยากาศที่น่าพิศมัยในทุกๆเช้า



โต๊ะอาหารน่านั่ง..



เหมือนจะรอแขกยามเช้า...



ตลอด 3 วัน ทุกๆเช้าผมจะเห็นพี่พนักงานคอยเอาใจใส่ในทุกๆส่วนของรีสอร์ท...ประทับใจ



เรามาดูบรรยากาศตอนโพลเพล้กันบ้าง แสงใกล้ๆค่ำแบบนี้ยิ่งสวยมาก โดยเฉพาะตรงสระน้ำ แขกถ้าไม่ออกไปเดินเล่นถนนคนเดินแล้วละก็
การอยู่ดินเนอร์ใต้แสงเทียนก็ดูจะโรแมนติกมากๆ



มุมที่ผมใช้เวลาของแต่ละวัน เก็บภาพบ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นสระน้ำเนี่ยละครับ เพราะถือเป็นอีกจุด Hilight ของที่นี่ก็ว่าได้ ชอบมากๆครับ



และที่แปลกใจเข้าไปอีก...แม้จะอยู่กลางเมือง ในวันที่ไร้เมฆ ท้องฟ้าโปร่ง คุณหรือใครก็สามารถชมดาวได้
แม้จะเป็นกลางเมืองเชียงใหม่ก็ตาม น่าอิจฉาคนเชียงใหม่จริงๆ



ลองมาชมด้านในของร้านอาหารที่นี่กันบ้างกับ "Ruen Tamarind "


ทุกเช้า ผมมักจะตื่นเร็วพิเศษ เพื่อออกมาเดินชมบรรยากาศตอนเช้าๆ เพื่อเก็บภาพภายในรีสอร์ทในบรรยากาศที่เงียบสงบดีครับ
แต่ก็จะมีอยู่มุมนึง ที่ผมจะเจอความขยันขันแข็งของพนักงานที่จะมาก่อนเสมอเพื่อ เพื่อเตรียมอาหารให้แขกได้ทานอย่างมีความสุข



6.00 น. ในร้านอาหารบรรยากาศยังเงียบสงัด ( ก็แน่นอนล่ะใครเค้าจะมาบ้าเดินถ่ายรูปจริงไหมครับ ^ 0 ^)



โต๊ะทุกๆโต๊ะจะมีจานอาหารและอุปกรณ์วางไว้พร้อมให้แขกใช้งานแล้ว เมื่อผมเริ่มเก็บภาพและจะเป็นแบบนี้ทุกเช้าเสมอ



ห้องอาหารตกแต่งเรียบๆครับเน้นปูนเปลือยตัดกับเฟอร์ฯไม้ๆผมว่าเท่กำลังดี



มุมนี้ผมจะพาเจ้าหนูเรามานั่งเทุกๆเช้าเสมอ เห็นหมอนแล้วแพ้ครับ โดนหมอนแดงดูดวิญญาณทุกเช้าเลย : p


สายๆแม่จ๋าพาเจ้าหนูตัวดีมานั่งหม่ำนมกับพ่อจ๋า ลองดูสิว่าของใครน่ากินกว่ากันเนี่ย ^_^



จานนี้ mix กันหลายอย่างด้วยความขี้เกียจเลยตักรวมไว้ด้วยกันเลยนะครับ


มาดูบรรยากาศอาหารกันบ้าง ตอนเช้าถ้าแขกเต็มจะเป็นบุฟเฟ่ต์ ทานได้ตามสะดวก line อาหารก็ครบครันน่าทานไปหมด



ที่สำคัญรสชาติดีครับ ชิมอยู่ 2 วันโอเคทุกอย่าง ในภาพก็เป็นมุมขนมปังชนิดต่างๆ พร้อมเนย&แยม ที่สำคัญ บางแยมทางรีสอร์ททำเองรสชาติใช้ได้เลย

เครื่องดื่มต่างๆ มีฝาเป็นกระทงใบตองครอบเอาไว้ ดูน่ารักจริงๆใส่ใจดีครับ


ผลไม้ต่างๆพร้อมเสริฟเราทุกเช้า



มาชมส่วนสำคัญของรีสอร์ทกันบ้าง นั้นก็คือห้องพักเป็นห้อง type Lanna Suite Deluxe ได้ห้องที่เห็นวิวดีครับ
ตำแหน่งใกล้ๆปู่มะขาม มีเฉลียงหน้าห้องพักให้แขกออกมานั่งชมวิวได้

ห้องพักขนาดไม่ใหญ่ครับ ถ้านำไปเทียบกับราคาอาจจะรู้สึกว่าห้องดูเล็กไปนิดหน่อยครับ ดูเกรดของวัสดุและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆก็ต้องบอกว่าดีทีเดียว
การตกแต่งของ Type Lanna & Lanna Deluxe คล้ายกันครับ Type หลังมีเพิ่ม เฉลียงด้านหน้าเท่านั้น และจะเป็นเตียง king size


เตียงมีหมอนขนเป็ดให้หนุนนอน จะว่ากันตรงๆ ติดใจหมอนขนเป็ดมากๆครับ นอนแล้วเหมือนมันจมลงไปในหมอนเลย ชอบมาก


ห้องน้ำตกแต่งสวย เน้นความดิบๆของปูนฉาบไม่เรียบแต่ก็เลือกวัสดุต่างๆมาดี โดยเฉพาะลายกระเบื้องเคลือบ ทำให้ห้องน้ำดูดีมีเรื่องราวขึ้นมาทันที



มุมโต๊ะทำงานทุกๆวันจะมีผลไม้มาเสริมให้ตลอดและเก็บเรียบร้อยเสมอเหมือนเข้าพักใหม่ทุกวัน


ในวันแรกของการเข้าพักมีจดหมายต้อนรับจากผู้จัดการ และมาลัยมะลิหอมวางต้อนรับไว้....น่าประทับใจในความใส่ใจทุกรายละเอียดดีมาก



แถมตอนจองมา ผมได้แจ้งไว้ว่าจะพาเจ้าตัวเล็กมาด้วย ก็เตรียมเตียงเด็กไว้ให้เสร็จเลยครับ บริการดีมากๆ


มีชุดวางไว้ให้แขกอย่างดี(แอบถ่ายแม่จ๋า กำลังป้อนนมพอดี นอนกินอุตุเลยเชียว)



มีเก้าอี้หน้าห้องพัก...ที่ชวนให้เราหย่อนก้นลงซักนิด...



หรือบางทีอาจจะเผลอหลับซักหน่อย.. ช่วงบ่ายๆหน้าห้องของเราเอาได้....


อยู่ที่นี่ บรรยากาศข้างในพาให้เรารู้สึกเหมือนเวลามันช้าลง ผ่อนคลายจากความเร่งรีบภายนอก
ได้อย่างน่าแปลกใจ


ลองมาชมส่วนของสปาของที่นี้กันบ้าง
ส่วนของสปาจะอยู่แยกตึกออกมาด้านหลังครับไม่ปะปนกับโซนที่พักด้านหน้าจะมีส่วนต้อนรับรองแขก


ด้านหน้าทางเข้าสะดุดตากับชามเก๋ๆที่นำมาวางโชว์ด้านหน้า


ผมเองไม่ค่อยมีประสบการณ์สปาบ่อยนัก แต่เท่าที่ดูจากสายตาโดยไมไ่ด้ใช้บริการ น่าจะเป็นอีกที่ๆบรรยากาศดีทีเดียวครับ


ห้องทำสปา ขนาดดูใกล้เคียงกันกับห้องพักปรกติ แต่ที่เด่น และผมว่าเค้าทำออกมาสวยคือ Counter ล้างหน้าตรงห้องน้ำเนี่ยละครับ ชอบลายกระเบื้องครับ สวย



มาถึงปลายทางของรีวิวนี้แล้วครับ...
ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่เข้าพักที่นี่ ผมได้รับการดูแลอย่างดี พนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใส เอาใจส่ดีทุกคน ตั้งแต่น้องดอย พนักงานที่ Counter Recepion ที่เราเจอกันตั้งแต่สนามบินตอนไปรับเรามา คุณกิ๊ก Sr.Reception ที่แนะนำที่เที่ยว และเป็นธุระเรียกรถให้ผมไปถ่ายภาพที่งานโคมยี่เป็งได้สำเร็จ และสุดท้าย คุณสุธรรมที่ Front Manager ที่ต้อนรับขับสู้เราเป็นอย่างดีที่สำคัญแนะนำที่เที่ยวที่กินใหม่ๆของเชียงใหม่ให้ผมได้มีโอกาสไปสัมผัส


และต้องชมพนักงานทั้งหมดที่ยิ้มทักทายคอยตอบคำถามตลอดเวลาที่ได้เข้าพัก นับเป็นความประทับใจอีกครั้งสำหรับผมจริงๆครับ



อ่อ...ยังมีอีกอย่างที่ผมต้องขอชมแม้อาจจะเป็นจุดเล็กๆ หรืออาจจะมองเป็นเรื่องปรกติของรีสอร์ทก็ตาม คือ ชุดแต่งกายและคำทักทายเป็นภาษาเหนือฟังไพเราะเสนาะหูดีจัง ผมชอบมากกกกกกกที่พนักงานใส่ชุดไทยพื้นเมืองชาวเหนือรับแขก ตั้งแต่พนักงานต้อนรับไปจนถึงคนเก็บกวาดสระ โดยเฉพาะน้องพนักงานหญิงดูเป็นหญิงชาวเหนือที่น่ารักมากครับ ^_^ น้องพนักงานผู้ชายก็แต่งชุดไทยๆ ดูทะมัดทะแมงดีจะตาย ผมแอบคิดเล่นๆครับอยากให้ประเทศไทยเราจะดีมากถ้าจะอนุรักษ์ให้มีการแต่งกายกันแบบนี้บ้างอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งก็ยังดี แบบที่ชนชาติอื่นๆเค้าก็มี เช่น ญี่ปุ่น ที่วัฒนธรรมการแต่งกายของเค้าในเทศกาลต่างๆคือสื่งที่ทุกๆคนภูมิใจ และอยากสวมใส่มาอวดกัน
มันคงจะได้บรรยากาศที่เราๆเอง และฝรั่งเองคงชอบมากๆ


จุดเด่นๆอื่นที่นึกออกก็คงต้องขอรวมการตกแต่งภายในและ ภายนอก รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดการบริการอย่าง ตรงห้องอาหารที่ทุกเช้าผมจะพบน้องๆ เค้าทำงานแข็งขันกันเพื่อการบริการให้กับแขกเต็มที่ รวมๆที่นี้มีดีแบบที่พักดีๆระดับ หลายๆดาวเค้ามีกัน

แต่ก็มีที่อยากขอฝากถือเป็น Comment เล็กน้อยจากแขกคนนึงครับ คือขนาดของห้องพักใน Type ที่ใกล้ๆกันอย่าง Lanna กับ Lanna Deluxe ที่ต่างกันที่เฉลียงหน้าห้องเท่านั้นเองแต่ราคาต่างกันหลักพันทีเดียว ตรงนี้ถ้ามีการปรับนโยบายเรื่องราคามาบ้าง จะช่วยให้แขกเกิดความคุ้มค่าขึ้นมากครับ เพราะขนาดห้องพักก็ค่อนข้างจะเล็กไปสักนิดถ้าเอาราคามาเทียบกันกับโรงแรมหรือรีสอร์ทในระดับเดียวกัน ...
อย่างอื่นไม่ใช่ปัญหา เพราะมีดีทุกอย่างอยู่แล้วครับ



ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นจากแขกคนนึงที่อยากให้ Tamarind ต้นนี้ยังคงอยู่ยั้งยืนยงให้ร่มเงากับเชียงใหม่ไปนานๆ เห็นมะขามต้นนี้แล้วมีกำลังใจครับ ถ้าเปรียบเป็นคนปู่มะขามคงจะเป็นคนแก่ที่ใจดีและคอยใส่ใจแขกหรื่อทุกๆคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมเสมอ อยากให้ปู่มะขามอยู่คู่กับรีสอร์ท และเชียงใหม่ไปนานๆนะครับ



การเดินทาง
ถ้าเข้าจากทางประตูท่าแพเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนราชดำเนินตรงไปอีก 500 เมตรหรือไม่เข้าใจดูจากแผนที่ได้ครับ (จากหน้าเว็บ //www.tamarindvillage.com) รีสอร์ทอยู่ริมถนนหาไม่ยาก หรือจะติดต่อได้ที่เบอร์ 053-418896-9

*** ตอนหน้าจะยังคงเป็นรีวิว Winter Series รับลมหนาวเช่นเคย อยากจะขอเป็นไกด์พาเที่ยวบรรยากาศการลอยโคมยี่เป็ง ที่ผ่านมาไม่นานนี่เองครับ เร็วๆนี้เจอกันนะจ๊ะ




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2554 14:29:17 น.
Counter : 4077 Pageviews.  

Gallery:Tamarind Village หมู่บ้านมะขามแห่งเชียงใหม่

รวมภาพประทับใจกับที่พักใกล้ๆถนนคนเดิน Tamarind Village

รวมภาพทริบขึ้นเหนือล่าสุดหมาดๆ ของ One22 การขึ้นเหนือหนนี้ต้องขอขอบคุณสปอนเซอร์สำคัญอย่าง TAT Contact center ที่ช่วยสนับสนุนของรางวัลเป็นที่พักแสนดีอย่าง "Tamarind Village "สำหรับทริบหนีน้ำของคนกรุงอย่างผม
เป็นการหนีน้ำที่สุดแสนสุขสันต์ดีทีเดียว เพราะนอกจากที่พักจะติดถนนคนเดินชิดขนาดเดินออกไปหน้าถนนก็ถึงทันทีแล้วการไปมาก็แสนสะดวกมากๆ

และที่สำคัญช่วงเวลาเดินทางไปตรงกับเทศกาลลอยโคมยี่เป็งพอดิบพอดี เลยได้เก็บภาพพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่จัดกันเป็นประจำทุกปีของเชียงใหม่ ประสพการณ์ดีๆนี้มีภาพมาฝากกันด้วยครับลองชมภาพกันก่อนนะครับรีิวิวเร็วๆนี้ครับ

คลิกที่ภาพด้านบนแรงๆได้เลยหรือคลิกทีนี้ครับ




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2554 22:32:31 น.
Counter : 837 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

1twenty2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add 1twenty2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.