Blog.one22.com:รวม รีวิวที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รีวิวหนัง และเรื่องราวรอบๆที่ภาพและเรื่องราวจะพาคุณๆออกท่องโลกไปด้วยกันครับ
Group Blog
 
All blogs
 

ที่เที่ยว:เขาหลักในวัน ฟ้าหม่น ลมแรง...วันที่ 3

head_khaolak_day3

สวัสดีครับ
กลับมาพาเที่ยวต่อในวันที่3ครับ วันนี้เราอยู่กันที่เขาหลักแล้ว ฟรีเดย์จริงๆเพราะไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์ใดๆไว้เลยว่าจะไปไหนบ้าง มีที่ตั้งใจไว้ก็คืออยากสำรวจรีสอร์ทเขาหลัก หลังผ่านสินามิมาพอสมควรแล้วเป็นยังไงบ้างเท่านั้น เพราะก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวผมมีโอกาสได้มาเขาหลักครั้งนึงแล้วนั้นเอง

เอาล่ะไปเที่ยวกันครับ ฝากอัลบั้มภาพทั้งหมดผมใส่ Gallery ไว้แล้วเช่นเคยครับ
//blog.one22.com/pics/longtrips/phangnga/khaolak_day3


เช้านี้ผมตื่นนอนแบบงัวเงียเล็กน้อย เนื่องจากเมื่อคืนฝนตกหนักมาก และลมพัดแรงจนประตูห้องเราดังเหมือนมีอะไรมากระทบตลอด
นับเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างตื่นเต้นสำหรับผมมากทีเดียว เช้านี้ฟ้าจึงไม่ใสเท่าไหร่นัก


เดินออกมาด้านหน้าห้องพักคลื่นแรงลมแรงมากทีเดียว


ฟ้ายังครึ้มอยู่เลยเช้ามากครับตอนตื่นนอนออกมาเพิ่งหกโมงได้ครับ



ผมเลยลองเดินออกมาแถวๆชายหาดเจอคลื่นแรงๆใช้ได้เลย



เอาล่ะ ไปสำรวจรีสอร์ทละแวกย่านนี้กันหน่อยดีกว่านะ



รีสอร์ทที่นี่จะอยู่ติดๆรั้่วเดียวกันเลยทีเดียว เดินจากหน้าหาดจะสามารถผ่านทุกรีสอร์ทได้เลยเริ่มจากที่ติดกันเลยยังไม่รู้ว่าชื่ออะไรแต่บ้านก็น่ารักดีครับ

เดินมาไม่นานก็เจอแล้ว บ้านเขาหลักรีสอร์ทนั้นเอง



ลมแรง...


แถวๆนี้ผมว่าลักษณะรีสอร์ดูจะคล้ายๆกัน เดินถัดมาก็เจออีกที่


ทางเข้าของเค้า



ห้องพักด้านหน้าน่าจะแพงสุดเพราะติดหาดมาก ยังไม่รู้เลยว่าเป็นรีสอร์ทอะไร หาชื่อกันหน่อยดีกว่า


มีสระว่ายน้ำริมหาดด้วยครับ



เดินมาเรื่อยๆป้ายชื่ออยู่ไหน น้อ อ่ะ เจอแล้ว เขาหลักลากูนา นี่เอง


ผมเดินเรียบหาดออกมาอีกเรื่อยๆ ลมก็แรงเชียว แต่พระอาทิตย์กำลังจะพ้นขอบภูเขาด้านหลังเราแล้ว เลยตั้งใจว่ากลับรีสอร์ทก่อนดีกว่า


คลื่นลมมาเป็นระลอก

อันนี้เป็นที่อาบน้ำล้างตัวของรีสอร์ทครับดูสวยดีเลยเก็บภาพไว้ชอบตรงหอยสังข์ตรงด้านบนดูรวมๆแล้วทรงมันชวนให้จินตนาการดี


กลับมาถึงแดดออกแล้วดีใจจริงๆ นึกว่าทริบนี้แดดจะไม่ได้เจอเต็มๆแบบนี้แล้ว ใต้นี่เดือนพฤษภาแบบนี้จะต้องดูกรมอุตุดีๆก่อนเที่ยวนะ


หลังจากกลับเข้าห้องพักทำธุระส่วนตัวเสร็จผมเลยออกมาว่ายน้ำซํกหน่อยไหนๆก็เล่นน้ำทะเลไม่ได้แล้วเดี๋ยวมันจะไม่โดนน้ำเลย


มีสมาชิกเป็นครอบครัวมาร่วมด้วยเหมือนกันมีแยกสระเด็กและผู้ใหญ่ ออกครับ



ฟ้าใสแล้ว


ผมอยู่ได้ไม่นานก็อยากจะออกไปเที่ยวรอบๆเข้าหลักและต้องลาที่นี่กันแล้วเช่นกัน



ต้องไปแล้วหลังจากทานมื้อเช้าเสร็จก็เก็บข้าวของใส่รถและได้เวลาเที่ยวไปแบบไร้ plan อีกครั้ง มีแต่ที่นอนคืนนี้เท่านั้นที่ได้ปรับเปลี่ยนแผนจนได้ไปกัน


เราจึงเลือกที่จะสำรวจรีสอร์ทละแวกย่านนี้กันครับก่อนมาหาข้อมูลไว้เยอะมาก ขับรถออกมาไม่ไกลและที่แรกที่เราชอบตอนที่เห็นจากเว็บกันก็ที่นี่เลย หาดสนรีสอร์ท้ายหาดสุดของเขาหลักเลยทีเดียว



เดินเข้ามาด้านในจะเจอส่วนรับรองครับ


รีสอร์ทที่นี่เป็นสไตล์ออกบาหลีนะครับ สวยและดูเท่ดี ดูแบ่งโซนออกเป็นชั้นๆเรียงเข้าไปด้านใน



วันที่เราแวะไปทางพนักงานต้อนรับก็เชิญเราชมห้องด้วยถึงแม้ว่าเราจะตอบเค้าว่าวันนี้เราแค่แวะาชมก่อนเพราะเราได้ที่พักแล้ว ก็ไม่รังเกียจที่จะบริการแต่อย่างใด



ที่นี่จะไม่ติดทะเลจะแบ่งบ้านพักไล่เข้าไปที่เห็นนี่เป็นบ้านพักที่ติดคลองที่น้ำทะเลผ่านเข้ามาในตัวรีสอร์ทครับ ผมดูๆก็สวยไม่เลว



ไปดูห้องพักด้านในกัน


ห้องพัก แบบที่เราได้เข้ามาชมจะเป็นแบบ 2 ชั้นห้องที่เราเข้าไปจะอยู่ชั้นล่าง



อีกมุมมองกลับมาจะเจอหน้าต่างเปิดทะลุกันจากห้องน้ำได้

ลองดูไปด้วยกันเลย เดินทะลุจากห้องพักมาด้านหลังจะมีเก้าอี้ให้นั่งเล่นได้ ห้องด้านล่างอาจจะไม่ส่วนตัวเท่าไหร่เพราะคนสามารถเดินผ่านได้ตลอด

ภายในกันอีกนิดห้องน้ำครับ


ออกมาเราเลยไปดูห้องพักอีกแบบจะเป็นแบบชั้นเดียวบ้าง


ผมดูรวมๆไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ ทั้งห้องนอนและห้องน้ำต่างกันที่ขนาดของห้อง หลังจากนั้นเราก็เดินไปดูสระน้ำกัน


หลังจากนี้เราก็ขอบคุณกับพนักงานที่พาเราชมห้องพักและบึ่งรถไปยังจุดที่เราอยากมาเหมือนกันครับ

ที่นี่เลย บ้านน้ำเค็ม ที่ได้รับผลกระทบจาก สินามินั้นเอง


ที่นี่เป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถาน จากเหตุการณ์ สินามิ ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์อุบัติภัยสำัคัญครั้งนั้น


ลองเดินเข้าไปชมกันดีกว่า มาถึงก็เข้ามากราบและเคารพบิดาของทหารเรือไทยกันครับ กรมหลวงชุมพรฯ

เดินเข้าไปใกล้ทะเลนิดนึงทางทหารมีการนำหินมาทำเป็นเขื่อนกั้นตลอดแนว ช่วยลดแรงของคลื่น
ได้ครับ

เข้าไปภายในจะมีทางเดินและมีกำแพงก่อสูง 2 ด้านคืออะไร? ไปดูกัน


ผนังด้านนึงจะเป็นกำแพงสีดำสนิทมีการเจาะรูเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวภายในเป็นเรือหาปลาลำใหญ่


อยู่ในแนวสายตาเราพอดี


ผนังอีกด้านจะเป็นผนังกระเบื้อง ลายสีสลับอย่างที่เห็น

เราเดินเข้าไปใกล้ จึงรู้ว่าผนังด้านนี้ในตัวกระเบื้องที่เรียงราย ก็คือรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สินามิในครั้งนั้น

มีหลายๆจุดที่มีการนำดอกไม้มาวางไว้


เราเดินกันต่อมาถึงด้านในที่เป็นส่วนแสดงนิทรรศการและให้ความรู้เรื่องทะเลและสินามิ

ภายในจะมีภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นและความรู้ที่หายๆคนสงสัยเกี่ยวกับสินามิไว้

ภาพภูมิประเทศจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ทำให้สภาพแวะดล้อมทางทะเลเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน..


ผมเดินชมอยู่นานทำให้หลายๆเรื่องที่ตัวเองสงสัยในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีคำตอบอยู่ที่นี่ทั้งหมด เราใช้เวลาอยู่ที่นี่พักใหญ่ก่อนจะเดินกลับออกมาด้านหน้าทางเข้า จะพบเรืออีกลำอยุ่ตรงด้านหน้าเลย ให้คาดเดาก็คงเป็นเรือหาปลาที่เกยตื้นจากเหตุการณ์นั้นเอง

ว่ากันเรื่องของเรือหลังจากออกมาเรามุ่งหน้ามาอีกที่ๆเป็นที่จอดเรืออยู่ 2 ลำและเรือทั้ง 2 ลำนี้เป็นเรือที่สำคัญในเหตุการณ์อุบัติภัยสินามินั้นเอง ผขับรถวนและสอบถามชาวบ้านอยู่นานก็พบว่าเรือทั้ง 2 ลำนี้

เรือทั้ง 2ลำมีชื่อเรียกที่ต่างกันแน่นอน แต่นอกจากนี้ยังมีสมญาที่ได้รับแตกต่างกันจากพฤติกรรมในเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่าลำสีฟ้าชื่อว่า เรือกฤษณะสาคร มีสมญาว่า"เทวดาสีฟ้า"


ลองอ่านกันดูครับ ผมอ่านแล้วก็จินตนาการภาพตามได้เลย


เดินต่อมาอีกด้านจนพบเรืออีกลำเรือสีแดงมีชื่อ ศรีสมุทร แต่ได้สมญาที่ตรงข้ามกันกับเรือกฤษระสาคร ว่า "เจ้ามารร้าย"


อ่านประวัติ์กันได้เช่นกัน


เรือทั้งสองลำ

ผมเดินสำรวจรอบๆเรือทั้งสองลำ ที่ชาวบ้านย้ายมาจากจุดที่เรืออยู่จริงจากในเหตุการณ์มาไว้ที่นี่ละปักป้ายไว้ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา ในอนาคตจะมีการจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์กันต่อไป
(ปัจจุบันอาจจะมีการจัดสร้างหรือย้ายสถานที่อีกหรือไม่ผมไม่แน่ใจเพราะมีโอกาสได้ไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมาครับ ปี51 )
หลังจากนี้เราก็ออกมาโดยแวะอุดหนุนซื้อของจากชาวบ้านในละแวกนี้อีกนิดหน่อยก่อนจะออกมา ตลอดทางในบ้านน้ำเค็มคุณจะสังเกตุป้ายบอกจุดอพยบหนีภัยสินามิได้ตลอด เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายมาให้ดูกัน

ผมขับรถเลยเข้ามาถึงในตลาดและขอแวะทานอาหารกันหน่อยจากที่สอบถามจากคนละแวกนี้เค้าก็แนะนำอยู่หลายร้านแต่สุดท้ายก็มาจบกันที่ร้านนี้ครับ ภัตตาคารฮกกี่เหลา อยู่ริมถนนเลยหาไม่ยากครับ


อาหารเป็นอาหารจีนและไทย อร่อยทั้ง 2 แบบ เราสั่งเมนูที่แนะนำมาทาน2-3อย่างครับ

อร่อยทุกอย่างเลย

อิ่มกันดีเราก็บึ่งรถไปยังท่าเรือที่เราจะข้ามไปยังที่พักคืนนี้กันนั้นเอง โดยรูปนี้ถ่ายกันตรงปั้มน้ำมันที่ด้านหลังเป็นสวนยางครับ สวยดีทีเดียว


ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้น โปรดติดตามต่อนะครับตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายแล้ว รับรองที่พักที่ผมจะพาไปนั้นสุดยอดเช่นกันและคุณๆจะรู้ว่าพังงาไม่ได้มีดีแค่ สุรินทร์-สิมิลันครับ แล้วเจอกันเร็วๆนี้ครับ
ขอบคุณผู้อ่านทุกคนครับ




 

Create Date : 21 กันยายน 2552    
Last Update : 21 กันยายน 2552 0:36:46 น.
Counter : 3192 Pageviews.  

BEST JOB In THE WORLD

หวัดดีค่า วันนี้แพนด้าตาดำ จะแอบหนีออกจากสวนสัตว์ พาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวทะเลกัน หุหุ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณต้นปี มีการสร้างกระแสใน Internet เกี่ยวกับ Best Jobs In The World ที่ค้นหาคนไปทำงานบนเกาะ ซึ่งหน้าที่หลัก ๆ ก็คือ ต้องเป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวของเกาะนี้ไปสู่ทุกมุมโลก โดยผู้ชนะจะได้เงินเดือนสูงมาก พร้อมกับอยู่กินฟรีเสร็จสรรพ OH MY GOD!!! วิเศษเหลือคณา

จริง ๆ แล้ว การประชาสัมพันธ์แบบนี้ ถือได้ว่าแปลกมาก เพราะเนื้อหาที่เค้าต้องการ ไม่ได้อยู่ที่คนชนะ แต่อยู่ที่การประชาสัมพันธ์

เริ่มแรกมีการค้นหาคนจากทั่วทุกมุมโลก โดยทุกคนต้องส่ง TVC แนะนำตัวเอง แล้วก็มีการปล่อยให้ Vote ซึ่งเรียกว่าเป็นการชักจูงคนเข้ามาได้เยอะมาก เลยไม่แปลกใจเลยว่าเพียงแค่เดือนเดียว ทุกคนทุกมุมโลกก็รู้จักเกาะแห่งนี้



วันนี้เลยเอาข้อมูลเกี่ยวกับเกาะนี้มาแบ่งปันเพื่อน ๆ










เกาะ Great Barrier Reef ตั้งอยู่แนวชายฝั่ง Queensland ของออสเตรเลีย
นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มเปี่ยม
แนวปะการังที่สมบูรณ์ขึ้นเป็นแนวยาว ตัดแบ่งพื้นที่ของ Great Barrier Reef เป็นสองส่วน -
มีเกาะต่างๆมากมายพร้อมยืดของแนวปะการังที่สมบูรณ์ ให้คุณได้ดำน้ำสัมผัสกับชีวิตใต้ท้องทะเล
ไม่ว่าจะเป็น เต่า หรือ ปลาวาฬ ได้อย่างใกล้ชิด สำหรับที่พักนั้น ก็มีรีสอร์ตหรูหลาระดับห้าดาวไว้เตรียมต้อนรับ



เห็นแบบนี้แล้วอยากไปสักครั้งจริง ๆ สงสัยต้องรอถูกหวยลูกเดียวแน่ ๆ

Sources: www.islandfreejob.com




 

Create Date : 15 กันยายน 2552    
Last Update : 15 กันยายน 2552 12:10:07 น.
Counter : 972 Pageviews.  

จากเขื่อนรัชชประภา...สู่เขาหลัก..พังงาวันที่2

header_khaolak2
สวัสดีครับ
กลับมาสู่เส้นทางของวันที่ 2 กันครับ จากวันแรกที่ได้พักเขื่อน ผมนอนฟังเสียงฝนตกและหลับยาวจนถึงเช้าเลย เอาล่ะมาดูวิวยาวเช้ากันช่างแตกต่างจากวันแรกที่มาพร้อมกับสายฝนเลยทีเดียว ไปดูกันครับ

ผมเก็บภาพความประทับใจทุกๆภาพของตอนนี้ใส่ Gallery ไว้ที่นี่เลยครับ เชิญดูกันได้นะครับ
//blog.one22.com/pics/longtrips/phangnga/phangnga_day2


วันนี้เราตื่นแต่เช้ากันครับหลังฝนเทลงมาตอนดึกๆเมื่อคืนอีกครั้ง เช้านี้แจ่มใสกว่าที่เราคาดกันไว้มาก ฟ้าเห็นแสงแล้ว


น้ำใสเชียว แสงดียิ่งทำให้เห็นสีเขียวใสของน้ำ


วิวตรงหน้าที่พักจึงได้เห็นแบบนี้เลย


และแล้วหลังทานข้าวต้มอร่อยๆอิ่มกันดีเราก็ได้เวลาลาแล้วครับ นี่คือที่พักเราเมื่อคืนนั้นเอง


มุ่งหน้ากลับกันล่ะ


ก่อนกลับพี่เค้าพาเราแวะเที่ยวจุดท่องเที่ยวของที่นี้ที่ใครมาต้องไปชมกัน วิวตอนปราศจากฝนนี้สวยมากมาย


นี่ล่ะครับพี่คนดูแลที่เป็นทั้งคนขับและไกด์พาเราแวะเที่ยวตลอดทาง


วิวเขาหินปูนสวยๆมันทำให้ผมกดภาพด้วยความเพลินจริง ...ดูเอาเลยครับจากนี้..


...


อีกรูปครับ ตอนนี้เริ่มสายแล้ว แดดกำลังดีไม่ร้อนเกินไป แต่อากาศกับลมเย็นๆที่พัดมา ทำให้ผมสดชื่นดีจริงๆ


มาถึงจุดแวะแล้วครับ เป็นเขาทรงแปลกตาดูคล้ายกับเขาตะปูที่กระบี่เลยครับ แตเยอะกว่ามีอยู่ 4 ต้นด้วยกัน


ใกล้อีกนิด
หลังจากนั้นเราก็บึ่งกลับออกมาที่ท่าเรือกันเลยครับ


มุมแปลกตาบางทีผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้างล่างมีอะไรอยู่บ้าง


และแล้วเราก็ถึงฝั่งและร่ำลาพี่ด้วยไมตรี จากนี้เราต้องมุ่งหน้าไปพังงากันแล้วครับ ก่อนไปเลยแวะตรงแนวสันเขื่อนกันหน่อย


อากาศ+บรรยากาศดีๆ จากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ของภาคใต้บ้านเรา


บรรยากาศรอบๆของสวนตรงเขื่อนอากาศวันนี้ดีครับ เมฆเยอะแต่ไม่มีฝน



ถึงเวลาไปกันแล้วมาได้ค่อนทางแล้วครับ



เมฆหนาตาจริงๆ

ระหว่างทางผมแวะเข้าไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาสก ตอนนี้มีฝนตกปรอยๆลงมาบ้างแล้ว



มีบ้านพักบนต้นไม้ด้วยครับ



ฝนตกหมาดๆแบบนี้อากาศเย็นสดชื่นดีจริงๆ



หลังจากแวะกันนิดหน่อยก็ไปกันต่อจนถึงเขาหลักกันเลย ใช้เวลา2ชั่วโมงขับรถชิวๆก็ถึงครับไม่เร่งรีบอะไรรีสอร์ทของเราคืนนี้ครับ


เราพักกันที่นางทองบีชรีสอร์ท2 ครับ เป็นหลังๆอยู่ติดหาดเดินไม่ถึง10ก้าวก็ถึงทะเลแล้ว หลังนี้อยู่ใกล้หาดที่สุด



ภายในครับมีทุกอย่างครบ.... เว้นทีวี (เสียดายมากๆครับเพราะคืนที่ผมไปพักผมกะดูบอลคู่เด็ดเลย)


ห้องน้ำเป็นแบบ open air ครับ



ออกไปเที่ยวกันดีกว่าน้อ



หลังเอาของเก็บผมก็เดินออกมาหาอะไรทานที่ห้องอาหารโรงแรม ต้นอะไรไม่รู้แต่กิ๊บเก๋เอาเรื่อง



ที่หาดไม่เป็นใจให้เล่นน้ำได้เลย ลมแรงมาก ถึงมากที่สุดนี่ขนาดยังไม่เข้าหน้าฝนแบบเต็มๆนะครับ



แต่ใช่ว่าจะไม่มีผู้กล้านะ..อย่างน้อยพี่ฝรั่งคนนี้ก็คนนึงล่ะ



จากนัั้นผมก็ขับรถออกไปสำรวจรอบๆกันหน่อยดีกว่าครับผมขับออกไปจนสุดหาดจนเจอหาดที่มีแต่เปลือกหอยนี้เข้าแม้เมฆครึ้มๆจะมาแล้ว



นางแบบประจำทริบครับจับภาพได้แสงเงาชัดดี อากาศแม้จะเปลี่ยนแปลงตลอด ลมแรง แต่ผมว่ามันก็สวยไปอีกแบบครับ ได้บรรยากาศ ซิลลูเอทดีครับ



รูปนี้ผมชอบเป็นพิเศษ





...


ลืมอวดเจ้านี้ล่ะครับพาหนะที่พาเราเที่ยวหนนี้และเราก็ได้เวลากลับกันแล้วครับ

จากนั้นก็เข้าที่พักและก็พักจริงๆครับ ไม่ได้ไปไหนอีกจนย่ำค่ำทานอาหารที่รีสอร์ท และเข้านอน เป็นอันจบวันนี้ ก่อนที่พรุ่งนี้จะได้เวลาตะลุยเขาหลักกันล่ะ และตอนหน้าจะพาเที่ยวรีสอร์ทสวยๆ ที่มีโอกาสได้แวะเข้าไปเยี่ยมชม เก็บภาพมาฝากกันครับ
ขอจบวันที่สองกันตรงนี้ครับแล้วจะกลับมาพาเที่ยววันที่ 3 กันต่อนะครับ

แล้วเจอกันครับท่านผู้อ่านทุกคน




 

Create Date : 10 กันยายน 2552    
Last Update : 10 กันยายน 2552 23:41:25 น.
Counter : 3126 Pageviews.  

ที่เที่ยว:ล่องใต้เที่ยวเขื่อนรัชประภา...กุ้ยหลินของไทย วันแรก



สวัสดีครับ
ห่างหายรีวิวไปนานมากจนเกือบเดือนเลยครับ ระหว่างที่ผมยังป่วยไม่เลิกทำให้ไม่ได้ไปไหนได้เลย ขอเอาที่เที่ยวที่ไปมา แล้วดองไว้ข้ามปีมารีวิวให้อ่านกันซักทีครับ
อย่างที่บอกครับ trip นี้ครบปีแล้วพอดี ดองไว้ซะเค็มได้ที่เลย ที่ผมกำลังจะพาคุณๆไปเที่ยวรับหน้าฝนแบบนี้กันก็คือ "เขื่อนรัชชประภา" หรือที่เค้าเรียกกันติดปากว่า กุ้ยหลินเมืองไทยนั้นเอง เที่ยวนี้ผมใช้เวลาทั้งหมด 5วัน4คืนครับ

เอาล่ะไปดูกันเลยดีกว่าครับ และทุกๆคนไปดูรูปมากมายนอกเหนือจากรีวิวนี้ได้เช่นเคยที่นี้เลยครับ
//blog.one22.com/pics/longtrips/phangnga/khaolak_day1

ภาพทั้งหมดมาจากกล้องตัวเก่าของผมล้วนๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นเจ้าหนอนcanon ตัวปัจจุบันครับบางอย่างในภาพอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามเวลาแล้วนะครับ


ผมเริ่มต้นกันที่สนามบินสุราษร์ฯครับ หลังจากนั่งหางแดงมาเกือบชั่วโมงเราก็มายืนรอรับรถเช่าของเราวันนี้ที่หน้าสนามบิน



เดินออกมาก็เจอพี่เจ้าหน้าที่ส่งรถมายืนรออยู่แล้ว หลังจัดการเอกสารเรียบร้อยก็ได้เวลาไปกันแล้ว จากนี้ 5 วันเราฝากการเดินทางทั้งหมดไว้ที่เจ้าคันนี้ครับ



วิวสองข้างทางจากสุราษร์ฯไปพังงาเต็มไปด้วยเขาหินปูนครับสวยดีทีเดียว


หลังจากขับรถเลาะไปตามเทือกเขาเราก็มาถึงท่าเรือ เขื่อนรัชชประภาแล้ว เป้าหมายเราวันนี้เราจะไปนอนแพกันครับ


ท่าเรือครับมาถึงจอดรถเรียบร้อยที่นี่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรถไว้ให้ครับไม่ต้องกังวล เดินอยู่ไม่นานก็เจอพี่ที่นัดกันไว้ให้มารับเราไปแพกัน


ได้เวลาไปกันแล้ว ที่เห็นนี่คือแนวสันเขื่อนนั้นเอง


ออกจากท่าเรือมาไม่นานผมก็ลืมความเหนื่อยล้าของการเดินทางไปจนหมด หันมาหลงรักที่นี่แล้วล่ะสิเทือกเขาหินปูนซ้อนกันที่เห็นตรงหน้าสวยงามดีเหลือเกิน เหมือนอย่างที่เคยเห็นจากรีวิวคนอื่นๆไว้เลย


เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังที่พักของเราคืนนี้


เขาหินปูนทรงแปลกตามีให้ดูเยอะมาก


เพลิดเพลินกันทิวทัศน์รอบๆเลยกดมาเยอะเลย ตอนนี้ฟ้ายังใสๆอยู่



...


และแล้วก็ถึงแล้วครับ "แำพนางไพร" พอถึงที่พักที่ใสๆตอนก่อนถึงแพกับตอนนี้ต่างกันมากฝนกำลังจะมาแล้ว บรรยากาศวันแรกนี่เลยครึ้มน่าดูครับ


แพที่นี่ณ.ปีก่อนก็ตามภาพครับ ไม่เน้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใดๆ เรียบง่ายและใกล้ชิดกับธรรมชาติรอบๆและดูเก่ากว่าที่คิดไว้ตอนนี้ทางแพน่าจะปรับปรุงเสร็จแล้วก็เป็นได้ครับ


ที่เราเลือกที่นี้ก็้เพราะวิวแบบนี้นั้นเองครับ แพนางไพรได้ชื่อว่าเป็นแพที่วิวงามที่สุดแห่งนึงของที่นี้เลย



เรือแคนูที่มีบริการให้พายกันฟรีครับ เลือกได้ตามอัธยาศัย ตอนผมไปเป็นช่วงหยุดยาวคนเต็มทุกห้อง


เมฆฝนมาแล้วอยู่ทีนี้ต้องเข้าใจสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนครับ เพราะฝนมาเร็วและไปเร็วมาก บรรยากาศเลยครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดวัน



เขาหายไปแล้ว...ถูกกิน...



เรือที่เราเดินทางกันมา

วันนี้ผมจึงได้แต่เดินเก็บภาพรอบๆเท่านั้นเองเพราะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ห้องฝั่งนี้เป็นหลังใหญ่สำหรับครอบครัวที่มากันหลายคนครับ


แล้วสมาชิกแพชุดสุดท้ายก็มาถึง อย่างที่บอกไปแพเต็มวันนี้คึกคักน่าดู


นั่งอีกไม่นานฝนก็โปรยลงมาชุดใหญ่


...

หายไปในสายฝนแล้วครับนับเป็นบรรยากากาศแปลกตาสำหรับผมมากขาวโพลนไปทั่วเลย

หลังจากนี้ผมก็ไม่ได้บันทึกภาพใดๆอีกเลยเพราะกลัวละอองฝนจะมาจัดการกล้องซะก่อน วันแรกของผมจึงเป็นการนั่งเล่นนั่งชมฝนพร่ำท่ามกลางขุนเขาสูงใหญ่รอบด้าน และรอทานอาหารอร่อยๆจากแพที่จับปลากันสดๆมาปรุงให้เราได้ทานกัน ขอบอกอร่อยมาก ตอนต่อไปจะพาคุณๆชมบรรยากาศดีๆบ้างเร็วๆนี้จะมาต่อตอน 2 นะครับ




 

Create Date : 08 กันยายน 2552    
Last Update : 8 กันยายน 2552 9:34:29 น.
Counter : 2180 Pageviews.  

เรื่องวันวัน:สุดสัปดาห์แล้วเที่ยวตลาดสามชุกกัน ไปคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้ว



สวัสดีครับ

เมื่อวันก่อนทราบข่าวน่ายินดีอีกครั้งกับแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ของเรา "ตลาดสามชุก"ที่ไปคว้ารางวัลจากยูเนสโก จากการประกวดโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2552 มาได้ น่าดีใจจริงๆเมืองไทยเราหลายปีนี้ได้พยายามกลับมาสร้าง แหล่งท่องเที่ยวประเภทตลาดต่างๆให้กลับมาเป็นที่รู้จัก หรือไม่ก็ทำตลาดใหม่ๆที่พยายามจะให้ย้อนไปยังวันวานกัน หลายที่ๆได้ไปก็ประทับใจมากน้อยต่างกันไปแต่ที่แน่ๆคือทำให้ชุมชนนั้นเข้มแข็งและร่วมกันอนุรักษ์สิ่งดีๆของชุมชนนั้นเอาไว้




กลับมาที่ตลาดสามชุกกันบ้าง ผมเองมีโอกาสได้ไปเยือนสามชุกมหลายๆครั้งแล้วแต่ครั้งที่ประทับใจมากที่สุดก็คือตอนสิ้นปีที่ผ่านมาที่นั้นปิดตลาดต้อนรับทุกคนที่มาเที่ยวให้ทานกันฟรีๆทั้งตลาด ทั้งสนุกและอิ่มมากๆ ประทับใจในน้ำใจของแม่ค้าพ่อค้าทุกคน ยังไม่ลืมมาถึงวันนี้เลย ลองดูภาพจากวันนั้นได้ครับ //blog.one22.com/archives/category/traveltrip/samchuk_end_year_51

ผมเอารายละเอียดของรางวัลมาให้ทราบกันตามนี้เลยครับ ขอบคุณข้อมูลจาก *สำนักข่าวไทยครับ

ชุมชนสามชุก-ตลาดเก่า 100 ปีสุพรรณฯ คว้ารางวัลอนุรักษ์ดีจากยูเนสโก

สำนัก ข่าวไทย 28 ส.ค.52 -ชุมชนสามชุกและตลาดเก่า 100 ปี จ.สุพรรณบุรี ได้รับรางวัลอนุรักษ์ระดับดี จากยูเนสโก ประจำปี 2552 ร่วมกับสถานที่สำคัญของต่างประเทศอีก 3 แห่ง ส่วนสถานที่ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมปีนี้ คือ Sangiin Dalai Monastery ประเทศมองโกเลีย

องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทย แจ้งว่า ยูเนสโกได้ประกาศผลการประกวดโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ประจำปี 2552 จากสถานที่ต่าง ๆ ที่เข้าประกวดในโครงการดังกล่าวกว่า 48 แห่ง จาก 14 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ โรงแรม สำนักงาน หน่วยงานทางวัฒนธรรม สถาบันทางการศึกษา สถานที่ทางศาสนา สถานที่สาธารณะ และอาคารที่อยู่อาศัย รวมทั้งเมืองต่าง ๆ

สำหรับสถานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในปีนี้ ได้แก่ Sangiin Dalai Monastery เมืองโกบีไอมัคใต้ ประเทศมองโกเลีย

ส่วนประเภทรางวัลดีเด่น 3 รางวัล คือ

1. M24 Midget Submarine Wreck นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

2. Ali Gohar House เมืองฮุนซา ประเทศปากีสถาน และ

3. Hanok Regeneration เมืองบุกชอน ประเทศเกาหลีใต้

ส่วนประเภทรางวัลระดับดี 4 รางวัล ได้แก่

1. ชุมชนสามชุก และตลาดเก่าร้อยปี จ.สุพรรณบุรี ประเทศไทย

2.Huai Hai Lu 796 เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

3. YMCA Student Branch นครมุมไบ ประเทศอินเดีย และ

4. Waterworks Building เมืองโอคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์

สำหรับ รางวัลชมเชย 4 รางวัล 1. The Academy of Visual Arts (Former Royal Air Force Officers’ Mess) at the Hong Kong Baptist University เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน

2. Heritage Buildings in Cicheng Historic Town มลฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน

3. YWCA Lady Willingdon Hotel นครมุมไบ ประเทศอินเดีย และ

4. Tang Family Chapel เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม

นอก จากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษจากคณะกรรมการประเภท Jury Commendation for Innovation ประจำปี 2552 ได้แก่ Maosi Ecological Demonstration Primary School มลฑลกานซู ประเทศจีนด้วย

สำหรับคุณสมบัติของแต่ละสถานที่ที่ จะส่งเข้าประกวดต้องมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีการบูรณะซ่อมแซมแล้วเสร็จภายใน 10 ปีที่ผ่านมา และสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 1 ปี นับจากการประกาศผลรางวัลดังกล่าว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูและซ่อมแซมสถานที่ประวัติ ศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ให้คงอยู่กับชุมชนแต่ละประเทศต่อไป.

*สำนักข่าวไทย




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2552    
Last Update : 29 สิงหาคม 2552 10:32:47 น.
Counter : 904 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

1twenty2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add 1twenty2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.