Blog.one22.com:รวม รีวิวที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รีวิวหนัง และเรื่องราวรอบๆที่ภาพและเรื่องราวจะพาคุณๆออกท่องโลกไปด้วยกันครับ
Group Blog
 
All blogs
 

ที่พัก:สบป่อง ริเวอร์อินท์ โรแมนติก...อบอุ่น...หัวใจที่ปางมะผ้า



สวัสดีปีใหม่ครับ

หลังจากพาคุณๆเที่ยวไปกับทริบฮันนีมูนเหนือ จนถึงวันที่ 3 กันแล้ว กับตอน ที่เที่ยว:ฮันนีมูน@ปางอุ๋ง-ปางมะผ้า-ปาย กว่า2,000โค้ง…เมื่อใจหมุนรอบกัน

ผมอยากจะขอคั้นด้วยที่พักคืนที่ 2 ที่ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เป็นรีวิวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2553 ของผมแล้ว
อำเภอที่นักเดินทางส่วนใหญ่ใช้เป็นทางผ่านเข้าแม่ฮ่องสอน หรือไม่เวลามาจากแม่ฮ่องสอนเพื่อรีบไปพักปายมากกว่า
อำเภอเล็กๆในแม่ฮ่องสอน แต่สุดแสนน่ารักแห่งนี้
เมื่อ 5 ปีก่อนได้เคยฝากรอยประทับในใจไว้เราจนต้องกลับมาเยือนอีกครั้ง

หนนั้นเราพักที่สวนอีเดน กลับมาหนนี้ผมขอปรับแผนตัวเองเล็กน้อย อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ "สบป่อง ริเวอร์อินท์" ที่พักที่อยู่ใบริเวณใกล้ๆกัน

ภาพความประทับใจและเรื่องราวที่พักคืนที่ 2 นี้ทั้งหมดผมขอเริ่มต้นจากนี้ผมเก็บทุกภาพแสนประทับใจมากมายเอาไว้ที่นี้ครับ คุณๆสามารถเข้าไปชมได้

//blog.one22.com/pics/relax/north/soppong

ตามเรามายังที่พักคืนที่ 2 ของเรากันครับ

อำเภอปางมะผ้า อำเภอเล็กๆแต่เต็มไปด้วยที่เที่ยวหลากหลายไม่แพ้อำเภอใดๆของแม่ฮ่องสอน

5 ปีให้หลังจากที่เราตระเวณเที่ยว 3 วันเต็มๆ ที่นี้ฝากความประทับใจไว้มากมาย มากซะจนต้องกลับมา



ผ่านมากว่า 2000 โค้ง เราก็มาถึงที่นี่้สำเร็จจนได้เรียกว่าเมาโค้งกันทีเดียว หลังจากออกจากรถอากาศหนาวๆ เข้ามาประทะผิวหน้าจนผมต้องเอาเสื้อกันหนาวมาใส่
ยังไม่ทันไร ผมก็ได้ยินเสียงต้อนรับมาจากทางด้านหลัง ผมเงยหน้ามองกลับไปตามเสียงผมก็พบรอยยิ้ม และคำทักทายเจ้าหน้าที่ของรีสอร์ท
เป็นหญิงสาวร่างบางๆ เดินมาต้อนรับ พร้อมกับเจ้าหน้าที่มาช่วยยกกระเป๋าของเราทั้งคู่ไปยังที่พัก



เราเดินตามเธอไป พร้อมสอบถามถึงห้องพักต่างๆ
ผมจึงมีโอกาสพูดคุยกันไปตลอดทางเราทั้งคู่เดินตามเธอ ฟังไปและดูห้องพักต่างๆไปด้วย


เปิดประตูเข้าโซนห้องพักจะพบลานโล่ง ที่เหมือนเป็นลานไม้กระดานที่จัดโต๊ะ ที่นั่ง โคมไฟ ผ้าแขวนแบบชาวเหนือ
ตกแต่งอบอุ่นและจริงใจ



ดูแสนจะเรียบง่ายแต่เท่มากในสายตาผม ชักเริ่มหลงรักที่นี้แล้วซิ !


ที่นั่งเรียบๆวางกันง่ายๆอย่างรู้ใจแขกว่าถ้านั่งตรงนี้จะดีไหม เอาที่นั่งวางติดกับผนังแขกจะชอบ ม้านั่งวางยังไงแล้วชวนให้แขกมานั่งดู


วิวริมลำธาร นั่งได้ทั้งวัน เพลินหัวใจจริงๆ วิวแบบนี้มีให้ทุกคนที่มาเข้าพัก


สวย...มากมาย ผมนั่งชิวจนถึงช่วงค่ำเลยทีเดียว


พอเวลาค่ำมาถึงบรรยากาศลมเย็นๆพัดมาให้เรารู้ได้เลยว่าอยู่เมืองเหนือจริงๆ มาดูกลางคืนกันบ้าง


ไม่อยากบอกเลยว่า... ผมนั่งมันทุกจุดที่เค้าวางไว้เลย เพราะอยากรู้ว่าวิวและความรู้สึกมันจะเป็นไง หุหุ


วันที่เข้าพักมีผมเป็นแขกคนไทย1ใน2ห้องจากทั้งรีสอร์ทนอกนั้นก็มีชาวต่างชาติอีกห้อง เหมือนๆเกือบๆจะยึดเป็นของตัวเองเลยทีเดียว


และมุมแถวๆเฉลียงกลาง วิวยามค่ำ


ผมถามถึงใครเป็นคนออกแบบ "แม่ค่ะแม่ออกแบบเอง ทำเองทุกอย่าง ก็ช่วยกันตกแต่งกันมาจนถึงปัจจุบัน"
เธอตอบผมเหมือนผมจะจับสังเกตุเห็นในแววตานั้นฉายความภูมิใจ ในสิ่งที่ทั้งเจ้าตัวและคุณแม่ของเธอสร้า้งมา...
น่าดีใจจังมีแม่เป็น Hero เหมือนกันเลย... และน่ายินดีด้วยจริงๆครับ


หลังดูห้องต่างๆในรีสอร์ท พบว่าทุกๆห้องของ สบป่อง เข้ากั๋นเข้ากัน กับธรรมชาติรอบๆเป็นส่วนนึงของ ต้นไม้และสายน้ำ
เทียบเป็นคนก็ดูซื่อๆตรงไปตรงมาพูดจาชัดถ้อยชัดคำและเป็นตัวของตัวเองดีจริง


อย่างห้องแรกที่ได้เข้ามาสำรวจ "เดอะริเวอร์ ริม" ห้องพักชื่อเก๋โคตรๆ ที่อยู่ชิดติดริมน้ำ ได้มาอยู่ริมลำธารนอนฟังเสียง สายน้ำไหล ตลอดคืน แค่คิดก็สุขแล้ว


ผมเดินสำรวจรอบๆห้อง เตียงหลังใหญ่ ผ้าปูที่นอนและวัสดุต่างๆดูเรียบๆแต่เก๋และใส่ใจในรายละเอียด มีมุ้งแขวนไว้เหนือเตียง ปลอกหมอนลายสวยตู้เ็ย็น ตู้


ทุกๆจุดแต่งเหมือนห้องนอนที่บ้านเรา แต่งเหมือนไม่ใช่โรงแรม แต่งเหมือนเราไปนอนบ้านญาติสนิท


ผมว่าคุณแม่ของน้องเค้าทำด้วย "หัวใจ" ที่คิดแทนแขกเวลาที่มาต่างถิ่นว่าอยากให้ แขกรู้สึกคุ้นเคยได้ไวที่สุดยังไง
มันแสดงตัวออกมาจากทุกๆ อย่างในทุกๆห้องที่ผมได้เข้าไปพัก
ห้องนี้ทางรีสอร์ทต้องการให้ผู้เข้าพักได้พักและผ่อนคลายจริงๆ จึงไม่มีทีวีมาให้



หลังเราทั้งคู่สำรวจรอบๆ เราชอบการตกแต่งที่ผสมผสานบ้านสไตล์ไทยล้านนา กับวัสดุทำจากสารพัดไม้ ทั้งไม้สัก ไม้ไผ่ หวาย ดูเข้ากันดีกับธรรมชาติรอบๆ ของปางมะผ้า
หลังคามุงจากที่ดูใส่ใจรายละเอียด และดูพึ่งเปลี่ยนได้ไม่นานแสดงว่าเปลี่ยนบ่อยเพราะอายุการใช้งานหลังคาแบบนี้น้อย


ภาพนี้จากห้อง เดอะริเวอร์ริม หลังจากผมกลับมาจากปางอุ๋งในเวลากลางวันเลยมีโอกาสได้เก็บภาพกลางวันไว้อีก เล็กน้อย
มุมไม่เปลี่ยนแต่เวลาเปลี่ยนก็ช่วยให้ภาพชัดขึ้น วิวสุดยอด


มาถึงห้องของเราคืนนี้บ้าง "ลีลาวดี" จะเรียกห้องหรือบ้านดีเพราะเป็น 2 ชั้น ปลูกติดกับ เดอะริเวอร์ ริม เอาว่าผมเรียกบ้านแล้วกันอบอุ่นดีครับ


เข้ามาปุ๊บเจอชุดรับแขกน่านั่งทำจากหวาย สวยๆ อุปกรณ์ห้องนี้ครบครัน ทั้ง ตู้เย็น ทีวี ตู้เย็น พัดลมก็มีให้สำหรับด้านล่าง เรียกว่าครบถ้วนครับ
วัสดุส่วนใหญ่ทำจากหวาย อันนี้ชอบมากเพราะผมเป็นคนชอบหวายเป็นพิเศษ ดูอบอุ่นและเข้าใกล้สถานทีดีจริงๆ


ผมชอบบ้านนี้ไม่ใช่เพราะของครบเท่านั้น เข้ามาแล้วรู้สึกว่าอบอุ่นเหมือนเรามาพักบ้านคนสนิทหรือบ้านญาติเลยทีเดียว


ภายในไมได้กว้างมากมายแต่ใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรอย่างคุ้มค่า ตกแต่งสวยเช่นเดียวกับห้อง เดอะ ริเวอร์ ริม


ผมเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อดูห้องนอนของเราคืนนี้ เจอเตียงใหญ่ขนาด 6 ฟุต น่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาเหลือเกินจริงๆ


ภายในห้องมี TV DVD ชั้นวางของ ตู้เสื้อผ้า มีที่ใส่ของจิบปาถะให้ครบครัน ที่สำคัญด้วยโครงสร้างภายในที่เป็นไม้และ
ฉลุลายให้แสงลอดผ่านได้ทำให้บ้านดูมีรายละเอียดมากขึ้นที่สำคัญ อบอุ่นขึ้นด้วย


ห้องนอนมี ระเบียงให้สามารถเดินออกไปชมวิวลำธารด้านหน้าได้ด้วยเสียดายมันมืดมากแล้วเราเลยไมไ่ด้ใช้เลย


การตกแต่งผ้า พรม ม่าน อบอวลด้วยกลิ่นไอจากเมืองเหนือดีจริงๆ จนคนข้างๆได้ไอเดียเอาไปแต่งบ้านด้วยเลย


มาดูห้องน้ำบ้าง แยกสัดส่วนแห้งกับเปียกด้วยพื้นต่างระดับ และมีผนังกั้นสีสันที่ผนังดูโดดเด่นทีเดียว สีชมพูแจ่มๆช่วยให้ห้องสว่างขึ้น
ส่วนที่เป็นเปียก จะเปิด หลังคาโล่ง เรียกว่าถ้าไม่ใช้ช่วงหนาวๆแบบนี้อาบน้ำดูดาวน่าจะเหมาะแต่อากาศตอนเราไป 10 กว่าองศาแบบนี้ขอบายก่อนนะ


รวมๆภายในอาจจะไม่กว้างอย่างที่บอกแต่ด้วยการตกแต่งอย่างดีทำให้ที่นี้ดูน่าอยู่น่านอน ผมมาพักก็อยากอยู่นานๆ นั่งๆนอนๆอ่านหนังสือ ฟังเสียงน้ำไหล ตลอดทั้งคืน
คืนนั้นผมหลับสบายตลอดทั้งคืน ด้วยอากาศที่หนาว แอร์ในห้องไม่ต้องเปิดใดๆทั้งนั้น ถ้าไม่เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้าๆเพื่อไปปางอุ๋งแล้วคงได้ใช้เวลาที่นี้นานขึ้นแ่น่ๆ


พามาชมห้องอาหารด้านหน้ากันบ้าง ที่นี้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบเหนือ และการตกแต่งก็ผสมสีสันของยุคสมัยเข้าไป
สีชมพูบานเย็น ช่วยให้ห้องรวมๆในยามค่ำคืนมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก

ด้านหน้าจัดเป็นที่นั่งมีหมอนอิงให้พิงได้เหมาะกับการนั่งทานเบียร์ไปคุยกันก็เพลินดี ที่นั่งแบบนี้ผมเห็นพวกฝรั่งชอบกันมากตอนไปเที่ยวลาวที่ผ่้านมา


ด้านหน้าก็มีชุดเก้าอี้สนามให้แขกเลือกได้ตามอัธยาศัย


มองจากมุมด้านหน้าสวน เล็กแต่จัดได้น่ารักดีทีเดียว


มองจากด้านหน้าเข้าไปตัวร้านบ้าง


โต๊ะทานอาหารมุมด้านหน้ามองออกไปที่สวน


จากทางเข้าในตอนแรก...แสงไฟยามค่ำำคืน ก็ทำให้ดูสวยและน่าค้นหา


มองกลับไปที่ทางเข้ายามค่ำ


รวมๆผมรู้สึกคิดถูกที่ตัดสินใจเข้าพักที่ีนี้ เป็นที่พักที่แสนอบอุ่นเป็นมิตรและมีความกันเองให้กับผู้เข้าพักอย่างดีไม่หรูหรา ฟู่ฟ่าแบบรีสอร์ท 4-5 ดาว แต่ความสะดวกสบายก็มีให้คุณได้ครบถ้วน
นอกจาก 2 ห้องที่ผมรีวิววันนี้
ยังมีอีหลายๆห้องทีตกแต่งต่างกันไปคุณๆสามารถดูภาพและข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของสบป่อง เองที่นี่เลย //www.soppong.com/
และติดต่อเบอร์ได้ที่ 053 617 107 หรือ 081 250 8425

ขออนุญาตินำ Map ของเว็บไซต์ของ สบป่อง มาลงให้เพิ่มเติมนะครับ จะได้ดูง่ายขึ้น

นับเป็นที่พักที่สงบและมีความเป็นส่วนตัวที่คุณสามารถหาได้ด้วยราคา ตั้งแต่ หลักร้อยปลายๆ ไปจนถึงหลักพัน กลางๆ ก็สามารถเลือกพักห้องได้ตามใจคุณแล้ว
สำหรับเราทั้งคู่ คืนที่พักนับเป็นคืนที่สุดประทับใจ
ไม่มีข้อตำหนิหรือเสนอแนะใดๆเพิ่มสำหรับที่พักราคาย่อมเยา แบบนี้ ที่มีดีมากมายเกินราคา รีวิวนี้อาจจะดูชมมากซะจนเวอร์
แต่สารภาพจากใจผมเเล้ว ทุกอย่างมาจากความประทับใจในช่วงเวลาพิเศษๆนั้น ที่คงจะมีโอกาสได้กลับไปอีกครั้งโดยที่ไม่ต้องรอถึง 5ปีอย่างที่ผ่านมาครับ

ที่ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษ มาจาก รีวิวของคุณ KJจาก //www.our-us.com จึงทำให้ตัดสินใจมาที่นี้ และบอกตามตรง สิ่งที่คุณ kj.บอกไว้ ทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดเกินเลยจริงๆครับ

***และสุดท้ายนี้ขอสวัสดีปีใหม่ ปี พศ. 2553 สำหรับเพื่อนๆพี่ๆ ทุกคนที่แวะมาทักทายกันตลอดปีที่ผ่านมา ขอให้ทุกท่านสุขสมหวังตลอดปีขาลนี้ สิ่งใดที่สุขขอให้สุขยิ่งๆขึ้นครับ
เรื่องทุกข์ขอให้หมดไปกับปีนี้ ปีหน้าขอให้เราเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ กับตนเองและครอบครัว ที่สำคัญอย่าลืมเผื่อแผ่คนข้างๆด้วยนะครับ ปีใหม่นี้ท่องเที่ยวด้วยความระมัดระวังนะครับ มีความสุขทุกๆคนครับ

//blog.one22.com/wp-content/photos/soppong/soppong_MG_2980.JPG




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2552    
Last Update : 30 ธันวาคม 2552 9:39:44 น.
Counter : 2539 Pageviews.  

ที่เที่ยว:ฮันนีมูน@ปางอุ๋ง-ปางมะผ้า-ปาย กว่า2,000โค้ง...เมื่อใจหมุนรอบกัน



"พรุ่งนี้เราต้องตื่นกี่โมงกันเหรอ" เสียงของเธอดังขึ้นหลังจากกลับจากเดินถนนคนเดินประตูท่าแพ พร้อมกับข้าวของถุงใหญ่เต็มมือ
ผมได้แต่คิดในใจ นี่ขนาดวันแรกของการฮันนีมูนนะเนี่ย ผมยังบ้าหอบฟางกันขนาดนี้ อีก 6 วันที่เหลือจะเป็นไงหว่า
"พรุ่งนี้รถจะมาส่งแต่เช้าเลย นัดเค้าไว้ 8โมงใช่ไหม เราน่าจะออกกันไม่เกิน นั้นล่ะ"
ผมตอบไปพลางกับพยายามยัดของใหม่ ใส่กระเป๋าใบเก่าที่หิ้วมาจากกรุงเทพฯ

อย่าพึ่งงนะครับเริ่มมาก็ชวนแพ็คของกันแล้ว ตอนนี้คุณๆกำลังตามมาเที่ยวต่อวันที่ 2-3 กับ honeymoon@north ของเราอยู่
2 วันนี้เราจะขึ้นเหนือไปอีก ไปยังที่ๆเราเคยได้เริ่มต้นเที่ยวค้างไว้เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา "แม่ฮ่องสอน ปาย-ปางอุ๋ง"
ผมจำได้ว่าผมเคยรับปากเธอไว้ว่า ''ไว้เรากลับมากันใหม่นะ" คำพูดง่ายๆที่เผลอรับปากเธอไว้5ปีก่อน สมัยยังหนุ่มๆ(เดี๋ยวนี้ก็หนุ่มครับแต่หนุ่ม(ตัว)ใหญ่ขึ้นมากกก)
หนนั้นเราได้ขับรถขึ้นเหนือกันเป็นครั้งแรก เที่ยวกันแบบไม่รู้จักอะไรเลยนอกจากใจที่อยากรู้อยากเห็นโลก สถานที่ๆ เคยมีใครบอกไว้ว่า สวยและโรแมนติกที่สุดแห่งนึงในประเทศไทย

จนถึงวันนี้...วันที่เราได้กลับมาระลึกความหลังกันอีกครั้ง กลับมายังจุดเริ่มต้น ความประทับใจครั้งแรก ของเรากัน

ผมเก็บเกี่ยวภาพมากมายมหาศาลใส่ Galleryไว้ ที่นี่ครับ คุณๆ สามารถดูภาพทุกภาพ ที่ผมบันทึกไว้ทั้งหมดที่นี่ได้เลย
//blog.one22.com/pics/longtrips/honeymoon-in-north-trip/honeymoon_north_day2
ตามเรามาเที่ยวต่อด้วยกันครับ


ตอนแรกอ่านกันได้ที่นี้เช่นกันครับ
//blog.one22.com/archives/category/long_trip/honeymoonnorth/honeymoon_chiangmai_day1



ภาพนี้ถ่ายตอนเดินทางไปพักใหญ่ๆแล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายเจ้าพาหนะคันเก่งของเราเลย
เช้าวันที่2มาถึงหลังจากรับรถจาก Master Car เจ้าประจำที่หลังๆมาใช้บริการตลอด เราได้เจ้าแจ๊สสีขาวใหม่ๆคนนี้ที่จะพาเราเที่ยวเหนือตลอด 6 วันจากนี้
ผมลองเช็คระยะกิโลดูก็ต้องแปลกใจ เพราะหลักกิโลยังอยู่ในหลัก พันต้นๆนี่เองนับว่าโชคดีได้รถใหม่ซะด้วย ขอบคุณนะ master
เก็บของยัดใส่รถเรียบร้อยก็ได้เวลาลา the Smile House Boutique กันแล้ว
หลังจากรถเคลื่อนออกตัวไปช้าๆเราปรึกษากันว่าเช้านี้จะไปหาอะไรใส่ท้องเป็นมื้อเช้าดี "โจ๊กไหมเช้าๆแบบนี้โจ๊กสิดี" เสียงเธอแฝงด้วยอารมณ์แจ่มใสตอบมา
ผมจึงยื่นหนังสือรวมกินเที่ยวอร่อยเชียงใหม่ให้เธอเลือกเอาเลยว่าโจ๊กร้านไหนดี


สุดท้ายก็เลือกโจ๊กต้นพยอม หน้าม.เชียงใหม่ที่เคยมีเพื่อนที่เรียนที่นี่แนะนำไว้
ก่อนโจ๊กจะมาเสริฟได้กินปาท่องโก๊อันใหญ่มากแบบว่าแบ่งกันได้ 2 คนทีเดียวพร้อมนมข้นได้จิ้มกินระหว่างรอ


ไม่ช้าโจ๊กข้นๆขาวๆพร้อมไข่เต็มฟองก็ลำเลียงเสริฟมาให้เรา ไม่ถึง 10นาทีก็เรียบ ร้อยอิ่มกันดีก็ได้เวลาไปกันต่อแล้ว วันนี้เปาหมายเราอยู่ที่อำเภอเล็กๆที่แม่ฮ่องสอน


ก่อนไปปรึกษากันว่าอยากแวะเข้าไปที่หมู่บ้านถวายแถวๆหางดงก่อนเพราะอีกนึงภารกิจที่ตั้งใจไว้ คือ


อยากหาเฟอร์นิเจอร์เอากลับไปบ้านด้วย ไหนๆก็มาถึงแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์ที่น่าจะเยอะที่สุดในภาคเหนือแล้ว
และคุณๆทราบไหมว่าที่กรุงเทพฯเวลาจัดงานเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ อย่างงาน Tiff หรือแม้แต่ BIG ก็ตาม ส่วนใหญ่ 1ในสามของร้านค้าในงานมาจากที่นี่ทั้งนั้นครับ


มื้อกลางวันเราฝากท้องไว้ที่ร้านข้าวซอยลำดวนร้านดังร้านนึงที่นักท่องเที่ยวแวะมากินกันเสมอ
หลังจากเลือกหาเฟอร์นิเจอร์จนละลานตาไปแล้ว
ผมใช้เวลาอยู่ที่นี้กันเพลินจนเกือบเที่ยงก็ต้องไปต่อกันแล้วไม่งั้น ถึงค่ำแน่ๆ
ก่อนวิ่งไปยังแม่ฮ่องสอนเราวกกลับมาหาของทานกันในเมือง ด้วยความอยากกินข้าวซอยกัน จึงฝากท้องกันไว้ที่ร้านข้าวซอยลำดวนนั้นเอง และก็ไม่ผิดหวังอร่อยครับ

หลังจากออกมาห่างตัวเมืองเชียงใหม่ได้ซักชั่วโมง ธรรมชาติรอบตัวค่อยๆเปลี่ยนไป ความสวยงามของสีเขียวรอบๆตัว
จนเวลาผ่านไปพักใหญ่คนข้างๆคงเพราะอยากซึมซับกับธรรมชาติรอบๆตัว ถึงนิ่งเงียบไม่ขยับหลับไปขนาดนั้น
ผมปล่อยให้เธอพักก่อน และให้ตัวเราได้รับอากาศดีๆจากข้างทาง หลังปิดแอร์เปิดหน้าต่าง ลมเย็นๆพัดเข้ามาประทะหน้าสูดเอาอากาศโอโซนดีๆเข้าเต็มปอด "โชคดีจริงๆ" ผมรำพึงในใจดังๆอยู่คนเดียว


ผ่านไปอีกชั่วโมงเศษเข้าเขตพันโค้งไปพอควรเธอตื่นแล้วและอยากเป็นคนขับบ้างผมจึงได้เวลาพักและขอซึมซับกับธรรมชาติรอบๆบ้าง หุหุ
หลับไปพักนึง จนใกล้จะรู้สึกตัวว่าหัวเริ่มเหวี่ยงไปๆมาๆจนจำไม่ได้ว่ากี่รอบ เธอก็มาหยุดให้ผมตื่นพอดี พร้อมบอกว่า "ถึงแล้วหนึ่งใน Trade Mark ของปายอยากแวะไหม"


ผมลืมตางัวเงียมองออกนอกหน้าต่างรถ เห็นบ้านสีเหลืองปูนเข้มๆ ตัดกับท้องฟ้าปลูกเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน มองมาข้าง จึงร้องอ๋อในใจดังๆว่า อ๋อ ร้าน Coffee in love นั้นเอง
"อือ... มาเห็นซักที ที่ใครๆเค้าชอบมาถ่ายรูปกันจังเลย 5 ปีก่อนมันยังไม่มีเล้ย" ผมแอบรำพึงกับตัวเองในใจ

พักรถได้ 10นาทีเราก็มุ่งหน้าเบนซ้ายตามป้ายบอกทางไปแม่ฮ่องสอน
ผ่านปายและเป้าหมายของเราคืนนี้ หลักกิโลบอกไว้ว่า "ปางมะผ้า"
รีบบึ่งกันต่อดีกว่า ไม่อยาก วิ่งนับโค้งตอนมืดๆ
ไม่ถึงชั่วโมงก่อนตะวันจะลับฟ้าเราก็มาถึง "สบป่อง ริวเวอร์ อินน์" ที่พักพิงคืนนี้
เพราะได้อ่านคำแนะนำจาก คุณ KJ ( ต้องขอบคุณมากๆทีเดียวจากรีวิวทำให้ตัดสินใจเลือกที่นี่ ) และภาพถ่ายทั้งหมดทำให้เราตัดสินใจขอพักที่นี้แทนที่สวนอีเดนที่เคยมาพักครั้งที่แล้ว
หลังเก็บข้าวของลงจากรถ พร้อมการต้อนรับอย่างดีจากสบป่อง (สำหรับรีวิวที่ สบป่องริเวอร์อินน์ ขอแยกรีวิวต่างหากตอนหน้านะครับ)
คืนนั้นผมหลับสบายพร้อมกับได้ฟังเสียงน้ำไหลจากลำธารด้านล่างตลอดทั้งคืน เคล้าไปเสียงจักจั่น ร้อง รอบๆจนคนข้างๆเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
เช้าพรุ่งนี้เราต้องตื่นกันแต่เช้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ๆเราอยากมาเป็นที่สุดแห่งนึงของทริบนี้ ปางอุ๋งนั้นเอง หลับก่อนละนะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ปางมะผ้า" เป็นอำเภอที่น่าจะเรียกว่าเป็นอำเภอทางผ่านขนานแท้ เพราะที่นี้มีถนนผ่ากลางแบ่งอำเภอออกเเป็น 2ฝั่ง
คนจะแวะพักเวลาที่มาถึงที่นี่เมื่อค่ำก่อนที่จะเข้าแม่ฮ่องสอน หรือก่อนจะกลับเชียงใหม่ แต่ไม่อยากจะวนหลายร้อยพันโค้งรวดเดียว ปางมะผ้าจึงมักจะเป็นตัวช่วยเสมอ

เมื่อ5ปีก่อนเราเคยมีโอกาสแวะมาพัก เนื่องจากที่ปายตอนนั้นยังมีที่พักน้อยมาก ไม่ฮิตถล่มถลายอย่างที่เห็น ฝรั่งยังเยอะกว่าคนไทยมาก เราหาที่พักไม่ได้จึงขับเลยมาพักที่ปางมะผ้าแทน และเพราะไม่ตั้งใจจึงได้ดั่งใจจริงๆ
วันนั้นเราเลือกพักที่สวนอีเดน รีสอร์ทเล็กๆน่ารักมากมาย
อยู่ที่นั้น 3 วันทุกๆเช้าเราเริ่มท่องเที่ยวแบบถามพี่ๆ ป้าๆ น้าๆ ตลอดข้างทางร่วมถึงพี่ที่รีสอร์ทคือ สิ่งที่วนเวียนตลอด 3วันที่ปางมะผ้า
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เช้าวันที่ 3 ของการเดินทางมาถึงเราตอนตี 5 หลังเสียงปลุกดิจิตอลมันดังเข้าสู่โสตประสาทเราทั้งคู่ จนแทบจะเด้งตัวจากเตียงกันเลย
จัดการธุระส่วนตัวเสร็จในสิบนาที เราก็รีบเดินตัวสั่นฝ่าลมหนาว ที่อุณหภูมิ 14 องศาและสายหมอกทึบไปที่รถเพื่อบึ่งออกจากรีสอร์ท
เป้าหมายอยู่ที่หมู่บ้านรวมไทยนั้นเอง เราขับกันออกมาด้วยความเร็วที่ต่ำกว่าที่คิดไว้ เพราะหมอกหนาจนมองอะไรในระยะ 10 เมตรด้านหน้าแทบไม่เห็นเลย


หลังจากต้วมเตี้ยวกันมาเรื่อยใช้เวลาจนถึงปากทางแยกเลี้ยวเข้าหมู่บ้านรวมไทย ก็เกือบ ชั่วโมงได้
จนผมเริ่มเห็นแสงอาทิตย์ร่ำไรแล้ว และคิดได้ว่าสงสัยวันนี้เราอาจจะไปไม่ทันเห็นหมอกสวยๆบนปางอุ๋งแล้ว

เลยขอเธอหยุดรถเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าและทะลุหญ้าออกมาโชว์โฉมวันใหม่
ภาพทุ่งหญ้าข้างทางโดยมีทิวเขาสลับซ้อนตัวอยู่ไกลๆ ช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน
หมอกขาวๆจางๆตัดกับเมฆสีเหลืองออกส้มช่างเป็นภาพที่น่าชื่นใจจริงๆ จนเสียงเธอตะโกนออกมาว่า
"ตกลงจะจอดป้ายนี้เหรอ 55 ไปกันต่อดีไหม"


ไม่ช้าเราก็ขับรถจนถึงป้ายบอกไปหมู่บ้านรักไทยเอาตอน 7 โมงเศษๆ ปางอุ๋งอยู่ถึงก่อนเกือบ5กิโลได้ การมาที่นี่ไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน
ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาใครจะนำรถขึ้นไปเที่ยวบนอ่างเก็บน้ำ ปางอุ๋งจำเป็นต้องขับรถเข้าไปทำเรื่องขอที่ศูนย์ศิลปาชีพในตัวเมือง
เนื่องจากปางอุ๋งได้รับความนิยมมากซะจนมีนักท่องเที่ยวมากันมาก
และถนนทางขึ้นรวมถึงที่จอดรถไม่ได้รองรับปริมาณรถจำนวนมากๆขนาดนั้นได้ จึงต้องงดนำรถขึ้น และไปรับบัตรคิวกัน


สำหรับใครที่อยากขึ้นไปจริงๆตรงด้านล่างก็มีรถบริการโดยเอารถส่วนตัวจอดรถไว้ที่โรงเรียนและใช้บริการรถสองแถวของชาวบ้านนำขึ้นไปแทน


ผมเลยเดินเก็บภาพรอบๆโรงเรียนที่นี่มีสนามบอลที่ใหญ่มากทีเดียว ดูแล้วน่าวิ่งเล่นจริงๆ


หนูน้อยคนนี้แกกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมที่อยู่ตรงหน้าพอดีผมขอถ่ายภาพแกเลยหยุดให้ถ่าย
แต่ให้ผมเดาจริงๆเวลาช่วงหน้าหนาวแบบนี้หรือจะว่าไปนับตั้งแต่ปางอุ๋งมีโอกาสต้อนรับนักท่องเทียวมากมายขึ้นทุกปี
เด็กๆคงไม่มีโอกาสได้เตะบอลกันได้ง่ายๆแน่เพราะผู้ใหญ่เอาสนามของแกมาให้นักท่องเที่ยวจอดรถซะหมด


ที่เห็นนี้เป็นวันธรรมดาซึ่งที่วินบอกไว้ว่าถ้าเสาร์อาทิตย์จอดกันเต็มสนามจนล้นออกไปที่ถนนกันเลยทีเดียว
ผมเห็นเด็กๆเค้าวิ่งเล่นกันสนุกสนานราวกับภาพรถยนต์ที่มาจอดที่หน้าสนามฟุตบอลเช้าๆแบบนี้เป็นเรื่องปรกติมากๆสำหรับเด็กๆ


รอกันรอบละ20 นาทีก็ได้ขึ้นไปแล้ว


รอจนครบก็ได้ขึ้นรถกันแล้ว วิวสองข้างทางยิ่งสูงก็ยิ่งสวย ไม่นานรถกระบะก็พาเรามาจนถึงทางเข้าหมู่บ้านรวมไทย

หมู่บ้านชาวเขาที่แสนโด่งดังที่สุดแห่งนึงของไทย เพราะใครที่ไปมาก็ต้องเก็บเรื่องราวประทับใจของตนไปเล่าต่อ ให้ผู้คนอยากขึ้นมาและรวมถึงเราด้วย
เราเดินผ่านโฮมสเตย์แรกๆของที่นี่ที่โด่งดังที่สุด"ลุงปาละโฮมสเตย์" เจ้าของตำนานกาแฟคั่วเองลุงปาละ
เพราะใจตอนนี้ยังแอบหวังจะเห็นสายหมอกเหนือน้ำแม้ความหวังจะลิบหรี่ลงทุกๆก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ๆ
เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่มาเช้ากว่าเราทยอยเดินกลับลงมาแล้วยิ่งทำให้ผมยิ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้น

ระหว่างเดินมุ่งหน้าเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆผมเดาได้ว่าที่หมู่บ้านรวมไทยนี้คงต้อนรับนักท่องเที่ยวมานับไม่ถ้วนแล้วแน่ๆ


เพราะแทบทุกบ้านจะขึ้นป้ายบอกว่าบ้านตัวเองเป็นโฮมสเตย์พร้อมเบอร์ติดต่อทุกหลังหรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นร้านขายเสื้อยืด ของที่ระลึก
ที่จะขาดไม่ได้คือ ตู้ไปรษณีย์ และหลักกิโลของชาวบ้านที่สร้างกันขึ้นมาเอง มีกันเกือบทุกหลัง บางหลังก็สร้างใหญ่โตให้นักท่องเที่ยวได้แวะถ่ายภาพกันสนุกสนาน

และแล้วหลังเดินมาเรื่อยๆภาพที่ผมเคยพบจากในภาพถ่ายเพื่อนๆในห้องบูลฯก็ตาม หรือโปสการ์ดก็ตาม ก็ปราฏฎตรงหน้า ภาพทะเลสาบและต้นสนสามใบก็เผยให้เห็นตรงหน้า


แม้จะผิดหวังที่เราทั้งคู่มาไม่ทัน แต่ภาพตรงหน้าก็ยังสวย...และสวยมากด้วย น้ำที่ใสเป็นกระจกสะท้อนทิวเขาและต้นสน ดูงามถึงแม้ว่าหมอกจะหายไปแทบทั้งหมดแล้วก็ตาม


ผมมองด้วยความเสียดาย เหมือนเธอจะสังเกตุได้ เลยเอามือมากอดคอผมเหมือนจะปลอบว่าไม่เป็นไรหรอก ผมหันไปมองเธอยิ้มให้เหมือนจะพูดว่าอย่างน้อยเราก็มาด้วยกัน อีกอย่างภาพตรงหน้าที่เห็นจะมีหมอกหรือไม่ก็ไม่สำคัญเพราะมันก็สวยมากทีเดียว


ปางอุ๋งวันนี้คนไม่เยอะมากนับว่าเลือกวันมาดี ผมเดินเก็บภาพถ่ายทั้งวิวและเธอไปเรื่อยๆ


สังเกตุรอบๆตัวมีตากล้องเดินถือกล้องสวนกันไปมาหลายกลุ่มบางคนก็มีโอกาสส่งยิ้มให้ ทุกคนมาที่นี้ล้วนมีจุดหมายเดียวกัน


คือเก็บภาพความงามของถานที่จะเพื่อดูเองหรือแบ่งปันให้คนอื่นๆได้ชมอย่างที่ผมตอนนี้ก็กำลังทำอยู่


บางทีผมแอบคิดเล่นๆว่าชาติก่อนๆเราคงเคยรู้จักกัน(ป่านนั้น)ถึงมาเจอกันแบบนี้ได้


ผมเดินกันเข้าไปด้านในเพื่ออยากเก็บภาพสวยๆของต้นสนสามใบ แดดกำลังดีเลยได้เก็บภาพมาหลายมุม

เจอน้องคนนึงกำลังแบกกล้องเดินอยู่คนเดียวเลยได้โอกาสถามไถ่ถึงหมอกยามเช้าว่าหนาตาดีไหม น้องแกส่ายหน้าบอกว่าน้อยมากถ่ายกันแทบไม่ทันมีไม่ถึง 10 นาทีแดดก็ไล่ไปจนหมด สงสัยต้องกลับมานอนใหม่อีกครั้ง ผมเองก็คิดแบบนั้น

โอกาสหน้าต้องมาพักในนี้ถ้าจะดีกว่า เราเดินกันอีกพักใหญ่ก็ได้เวลากลับกันแล้ว


ขากลับใกล้จะเที่ยงแล้ว ดูเวลาก็น่าตกใจนี่เราใช้เวลาอยู่บนนี้นานหลายชั่วโมงทีเดียว


หลังมาถึงที่จอดรถออกมาถึงปากทางจึงตัดสินใจแวะเข้าหมู้บ้านรักไทยด้วยความหิว
และมีใครหลายคนแนะนำให้มาชิมขาหมูหมันโถวที่นี้ให้ได้อีกอย่าง


ติดใจภาพจากหนังเรื่อง happy birthday เลย ต้องแวะกันหน่อย เข้ามาถึงภาพทะเลสาบตรงหน้าก็สวยไม่แพ้บนปางอุ๋ง

ภาพบ้านดินสีส้มตัดกับท้องฟ้าสี่ฟ้าเข้มๆช่างดูมีเสน่ห์จริงๆ คนข้างๆดูจะชอบบ้านดินเป็นพิเศษเลยเข้าไปลูบๆคลำๆใหญ่
ภาพทะเลสาบตรงหน้าในยามสายๆแล้วสวยอย่าบอกใครเราเพลินกับการถ่ายภาพซะจนเกือบลืมหิว สุดท้าย


เข้าไปร้านดังที่สุดของที่นี่ร้านลีไวน์ นั่งปุ๊บสั่งขาหมูทันทีแต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากหมด
เรามองหน้ากันเหมือนจะรู้ใจเพราะยังอยากกินขาหมูทั้งคู่เลยเดินออกจากร้านไปร้านข้างแทน


ร้านว่างซะจนไม่แน่ใจแต่ยังไงก็มีขาหมูล่ะน่าเลยสั่งมาทาน พออาหารมาปุ๊บก็ต้องบอกกันจริงๆว่าคิดผิดที่ลุกออกมา เพราะอาหารไม่เป็นอย่างที่เราคิด

แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจจริงๆกับเป็น ที่พัก เพราะนอกจากร้านอาหารแล้วยังมีที่พักให้บริการในมุมที่วิวงามเหลือกำลัง


ภาพบ้านพักติดริมน้ำ ดูน่าพักจริงวิวสวยอีกเช่นเคย


ตอนนี้เราเปลี่ยนมือเป็นคนข้างๆมาขับต่อเข้าไปในหมู่บ้าน ศูนย์รวมของหมู่บ้านรักไทยแห่งนี้


ในร้านก็มีรองเท้าเย็บมือของชาวเขาวางขายสีสันไม่แพงใครเช่นกัน


ภาพบ้านดินสีส้มและสีแดง ตู้ไปรษณีย์สีแดงยังมีอยู่ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ส่งโปสการ์ด โคมไฟสีแดงเข้ม ตัดกับท้ิองฟ้าสีเข้ม


ถ่ายไปจนรู้สึกว่ามีใครจ้องเราอยู่หันกลับไปก็เจอหนูน้อย 2 คนกำลังจ้องเราเขม็งทีเดียว


ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อขอถ่ายรูป เจ้าหนูคนหลังยิ้มได้แล้วแต่คนหน้ายังเฉยและยังจ้องเราเหมือนจะงงกับพฤติกรรมของเราทั้งคู่
ระหว่างที่เธอกำลังเพลินกับการช้อปปิ้งอยู่ผมเลยเดินเข้าไปด้านในร้านรวงรอบๆที่เปิดอยู่ขายสินค้าใกล้ๆกันเป็นส่วนใหญ่

ผมเดินชมไปเรื่อยๆจนเห็นพี่สาวชาวบ้านคนนึงผ่านมาเธออุ้มลูกไว้ในมือ อีกข้างถือร่ม บังแดดให้ลูกของเธอ
แม่ทั้งโลกนี้คงไม่ต่างกันลูกน้อยย่อมสำคัญที่สุดในโลกเสมอ
ระหว่างนั้นเธอเหลือบมามองผมพอดี ผมจึงเดินเข้าไปทักทายและขออนุญาติบันทึกภาพของเธอและลูก เธอหยุดให้ถ่ายและไม่ว่าแต่อย่างใด
ผมจึงได้ภาพนี่กลับมา ปรกติผมเป็นคนไม่ค่อยชอบถ่ายภาพคนนัก จะด้วยการรักษาความเป็นส่วนตัว หรืออาจจะเพราะถ่ายไม่เก่งแต่อย่างใด
ภาพๆนี้จึงเป็นภาพพิเศษสำหรับผมทีเดียว


ระหว่างเดินต่อไปอีกก็ได้ภาพนี้กลับมาด้วยความบังเอิญ รุ่นนี้คงหาได้เฉพาะที่นี้เท่านั้นล่ะครับ
และดูท่าจะจอดอยู่ตรงนี้อีกพักใหญ่ๆทีเดียวเพราะพลังงานแถวๆนี้เขียวกำลังดีเชียว


ถ่ายภาพต่ออีกไม่นานก็เดินกลับไปที่รถและออกจากหมู่บ้านรักไทยกันแล้ว
เธอได้ของพวกชากลับมาเห็ฯว่าจะเอาไปฝากที่บ้านส่วนผมได้ความประทับใจเล็กๆติดตัวกลับมาเช่นกัน
การมาสัมผัสปางอุ๋งและหมู่บ้านรักไทยด้วยเวลาน้อยๆย่อมไม่ทำให้เรารู้จักเค้ามากเท่าใดนัก แต่ ทิวทัศน์ของที่นี่พร้อมมิตรภาพดีๆจากรอยยิ้มของเด็กๆมิตรภาพจากเพื่อนๆนักถ่ายภาพที่พบเจอกันก็ช่วยให้เราลืมความวุ่นวายในเมืองกรุงไปได้
สำหรับเราแค่นี้ก็ทำให้ฮันนีมูน 2 วันนี้เติมเต็มสิ่งดีๆให้กับเราทั้งคู่ได้อย่างดี
ตอนนี้ยาวมากแล้วครับ คงต้องขอต่อตอนหน้าอาจจะผิดจากที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะให้จบ2 วันกับ2 สถานที่ดีๆอย่างที่เคยบอกไว้แต่แรกทริบนี้ช้าและคนเล่าเรื่องก็ไม่เร่งรีบซะด้วยตอนหน้า สำหรับปายเมืองแห่งสีสันที่สุดแห่งนึงของเหนือ

แล้วพบกันครับคุณๆทุกคน




 

Create Date : 22 ธันวาคม 2552    
Last Update : 22 ธันวาคม 2552 19:27:01 น.
Counter : 2608 Pageviews.  

ที่พัก:Smile House Boutique เล็กๆแต่น่ารักกลางเมืองเชียงใหม่

header_smilehouse


สวัสดีครับ


ก่อนจะชวนทุกคนเที่ยวต่อตอนที่ 2 ของ Honeymoon @ North ผมขอแทรกด้วยรีวิวที่พักที่มีโอกาสได้ไปพักมาในคืนแรกของการเดินทาง


เราพบที่ีนี่จากงานท่องเที่ยวไทยงานเล็กที่จัดขึ้นที่ ศูนย์สิริกิติ์เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เราเจอที่นี่ด้วยความบังเอิญ


เพราะงานที่ไปเป็นงานเล็กๆที่คนไปน้อยเพราะจัดอยู่แค่ภายใน Plenary Hall แต่ก็ทำให้เราได้พบกับที่พักแห่งนี้


จำได้ว่าตอนเดินเข้าไปงานใกล้จะเลิกแล้วจังหวะที่เราเดินผ่านครั้งแรก ยังไม่ได้สนใจเพราะบู๊ทที่มาออก เป็นบู๊ทของทัวร์ทางภาคเหนือ และมีรูปสถานที่เที่ยวฮิตๆของภาคเหนือติดอยู่


จนเหลือบไปเห็นรูปห้องพัก เลยทำให้เราเดินเข้าไปถาม


และสุดท้ายในเวลาไม่ถึง 5นาทีจากที่เราได้ถามก็ทำให้เราได้มาพาคุณๆมาชมที่พักคืนแรกของเรากัน


คุณๆสามารถชมภาพทั้งหมดของที่พักแห่งนี้ได้ที่นี้ครับ ผมเอาใส่ Gallery ไว้แล้วดูกันได้ที่ีนี่้เลยครับ


//blog.one22.com/pics/relax/north/smile-house-boutique


และเรื่องราววันแรกของ Honeymoon ของเราอ่านกันได้ที่นี้นะครับ


//blog.one22.com/archives/category/long_trip/honeymoonnorth/honeymoon_chiangmai_day1


ลองดูกันเลยดีกว่า



เข้ามาก็จะเจอส่วนต้อนรับมาถึงเรายื่น Voucher ให้และกรอกรายละเอียดที่นี้ก็ได้กุญแจห้องมา ที่นี้เป็น Guest House เพราะฉะนั้นข้าวของขนกันเองนะจ๊ะ



พาไปดูรอบๆกันครับเข้าด้านในจะเจอส่วนของ Counter bar แขกที่เป็นฝรั่งชอบมานั่งกันครับ พอค่ำลงจะเห็นมานั่งคุยกันที่นี่



ขึ้นมาด้านบนที่เป็นห้องที่เราจองมา จะเจอห้องด้านหลังก่อน



ถัดมาจะเจอลานโล่งๆบนชั้นสอง มีโซฟาน่านั่งวางอยู่มุมด้านใน บริเวณนี้เหมาะจะนั่งทานข้าวหรือเช้าๆแวะมานั่งเล่นๆก็พอไหว

จะดูส่วนตัวกว่าด้านล่างที่เป็นบาร์



มาดูในห้องบ้างดีกว่าเข้าไปกันครับ




ด้านในห้องแต่งเรียบๆ ทำให้โคมไฟทรงเก๋ๆที่อยู่หัวเตียงดูเด่นขึ้นมา




มองกลับมาที่ประตูครับ




อุปกรณ์ที่มีก็ครบถ้วนเท่าที่เราต้องใช้งาน อย่างที่เห็นครับ tv air ผ้าเช็ดตัวให้ 2 ผืน




มองกลับออกมาจากด้านในบ้าง ห้องอารมณ์ไม้ๆแบบนี้ผมชอบครับ




ห้องน้ำบ้าง อย่างที่เห็นครับ เรียบๆสไตล์ปูนเปลือยบางคนก็ชอบสไตล์แบบนี้นะ




มาดูตรงลานนั่งเล่นๆชั้นสองบ้างจะมีโต๊ะทานอาหารเรียบๆวางไว้ให้นั่งเล่นกันได้




โคมไฟหน้าห้องของเราในยามเย็นแล้วหลังจากกลับมาเก็บของและเตรียมไปหามื้อเย็นทานและเดินถนนคนเดิน




มาดูตอนเช้ากันบ้างผมเริ่มสำรวจรอบๆที่พัก เริ่มจากลานชั้นสองที่บอกไปครับมองลงมาจะเจอ รีเซฟชั่นด้านล่าง




มาดูบรรยากาศด้านล่างบ้างครับ




เดินลงมาก็เจอเจ้านีร้องทักดังเชียว




เห็นทาง Guest house บอกว่ามันยังเล็กอยู่อายุไม่เท่าไหร่ ใครไปใครมาชอบร้องทักแต่ยังสอนให้พูดไมได้นะครับ จะงอนมากหากไม่สนใจเค้าหน่อยผมจ้องมันก้จ้องตอบ

แต่พอเดินหนีร้องใหญ่เลย ดูๆก็น่ารักดี โชคดีที่ดึกๆมันไม่ร้องไม่งั้นก็ดังทั้งรีสอร์ทแน่ๆเลย




จบกันที่ภาพนี้ครับด้านหน้าชั้นบน สังเกตุได้ว่ารอบๆที่นี้เป็นย่านอยู่อาศัยของคนเชียงใหม่เพราะงั้นจะสงบและดูเหมือนเราไปพักบ้านญาติมากกว่าโรงแรม นับเป็น Guest House เล็กๆแต่น่ารัก สำหรับที่พักหลักร้อยคืนแรก ของเรา อ้อราคาที่เราจ่ายจะไม่รวมอาหารเช้านะครับ แต่จริงๆผมคิดว่าดีเพราะเช้าๆเราจะเดินออกไปหาอะไรทานด้านหน้า มีให้เลือกหลากหลายมากครับ

ข้อดีหลักๆนอกจากไม่แพงแล้วอย่างที่บอกไปครับอยู่ใกล้ศูนย์กลางของแหล่งเที่ยว และหาของกินได้ง่าย เรียกว่าเดินออกมาร้อยเมตรก็ถึงแล้ว ใกล้ถนนคนเดินวันเสาร์(วัวลาย) ใกล้ประตูเชียงใหม่ แหล่งต่อรถสำคัญๆเวลาจะไปไหน

แต่สำหรับคนที่อยากได้ที่พักใกล้ๆกับถนนคนเดินวันอาทิตย์ที่นี้นับว่าเดินเอาเมื่อยเหมือนกันครับ ย่านประตูท่าแพ น่าจะมีที่พักให้เลือกได้อีก


วันที่เข้าพัก ตอนเช้าน้ำอุ่นไม่ทำงานผมต้องไปใช้ห้องข้างๆ กรณีนี้ถ้าเกิดตอนแขกเยอะเต็มทุกห้อง อาจจะแย่ได้ อยากให้ที่พักตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆในห้องอย่างสม่ำเสมอจะยิ่งดีนะครับ

รวมๆที่นี้นับว่าเป็นที่พักน่ารักๆมีบุคลิกของตัวเองดี ที่สำคัญราคาไม่สูงแต่มีทุกอย่างครบถ้วน สังเกตุจากเว็บไซต์ลูกค้าที่มาพักทีนี่ส่วนใหญ่จะเป็นแขกต่างชาติมากกว่า ข้อดีคือส่วนใหญ่ฝรั่งจะชอบอยู่เงียบๆ ตอนผมเข้าพักก็เงียบสงบมากหลับสบาย นับเป็นที่พักตัวเลือกนึงสำหรับคนที่อยากพักในเมืองในราคาย่อมเยาครับ
สอบถามและดูรายละเอียดกันได้ที่ www.smilehousechiangmai.com/ เบอร์ติดต่อครับ 053 206 210

ตอนหน้าถึงวันที่ 2 ของ Trip แล้วอย่าลืมกลับมาเที่ยวกันต่อนะครับ เราจะมุ่งหน้าไปแม่ฮ่องสอนกันแล้วจะเป็นยังไงโปรดติดตามครับ





 

Create Date : 14 ธันวาคม 2552    
Last Update : 14 ธันวาคม 2552 23:28:33 น.
Counter : 2273 Pageviews.  

ที่เที่ยว:ฮันนีมูน@เชียงใหม่วันที่1

header_northtrip1


สวัสดีครับ


ไม่ได้รีวิวมาพักใหญ่ๆเพราะตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ให้เวลาทุกๆวันที่ว่างและไม่ว่างจากงาน(แต่แอบหาทางทำ)กับการเตรียมงานแต่งงานของตัวเองจนหมด



วันนี้...หลังจากงานผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว...
เวลาที่เรารอก็มาถึง ผมกำลังหมายถึงช่วงเวลาพิเศษๆที่จะได้ไปพักหรือท่องเที่ยวที่ใครๆเค้าเรียกว่า "ฮ้นนีมูน" นั้นเอง คู่เราก็เช่นกัน

trip นี้จะว่าไปก็จะเรียกฮันนีมูนหรือจะเรียกว่าได้โอกาสหนีงานไปเที่ยวยาวๆแบบมีข้ออ้างก็พอไหว และ...ผลของการหนีงานหนนี้ เลยหนีไปได้ซะ 7วัน เต็มเลย(เอิ๊ก)
หลังจากวางแผนกันไว้ว่าหลังผ่านงานไปแล้วจะเป็นช่วงหน้าหนาว ก็คิดกันว่าในประเทศไทยจะไปไหนได้ดีที่สุดถ้าไม่ใช่ภาคเหนือของไทยเรานั้นเอง เอาล่ะตามเรามาดีกว่าครับ

เช่นเคยรูปทั้งหมดตลอดวันแรกนี้ดูใน Gallery ทั้งหมดได้เลยที่นี้ครับ //blog.one22.com/pics/longtrips/honeymoon-in-north-trip/honeymoonchiangmai-day1



***รีวิวนี้อาจจะไม่ลำดับเรื่องต่อเนื่องกันตลอดนะครับ เพราะอยากจะขั้นด้วย รีวิวที่พักหรือที่กินสลับกันไปด้วยเพราะงั้นคุณๆสามารถแยกอ่านกันได้เป็นอิสระต่อกัน หรือจะอ่านต่อเนื่องกันก็ได้เช่นกัน เพราะเราย้ายที่กินที่เที่ยวแทบทุกวันกันเลยล่ะครับ

honeymoon_MG_2334
เช้าวันเดินทางมาถึงเราจองเที่ยวสายๆไว้เผื่อเวลาไม่เร่งรีบเกินไป แต่ถึงเวลาจริงก็เฉียดฉิวอีกเช่นเคย มาถึงแบบพอดี๊พอดีเลยทีเดียว เริ่มกันที่ gate กันเลย

มาถึงไม่เร็วไม่ช้าพอให้ได้เดินแบบเร็วๆมาที่ gate ให้ตื่นเต้นเล็กน้อย รออีกไม่ถึง 2 นาทีก็ได้ขึ้นเครื่องกันแล้ว


อย่าหาว่าบ่นเลยที่สุวรรณภูมิเนี่ย ผมว่าสู้ดอนเมืองไม่ได้ก็ตรงเดินกันไกลเนี่ยล่ะครับ เหมือนที่ดูโฆษณาสายการบินระหว่างประเทศแห่งหนึ่งที่ ceo โดดลงมาเล่นกันเอง แล้วตอนจบแกพูดประโยคเด็ดทิ้งท้ายไว้ว่า "อย่าลืมนะครับว่า เรามาบินไม่ใช่มาเดิน" วันนั้นผมเชื่อแกจริงๆ


ชั่วอึดใจไม่ถึง ชั่วโมงเราก็มายืนที่สนามบินเชียงใหม่จากสายการบินมหานิยม AIRASIA ที่เราจองได้ในช่วงโปร 0 บาท
ไม่นานเราก็มาถึงที่พักที่จองไว้ซึ่งมันอยู่ใกล้ๆถนนวัวลายมาก(แต่สำหรับใครที่มาพักในคืนวันเสาร์ที่นี้ล่ะใช่เลย) วันนี้จึงเป็นวันเดียวที่เราจะอยู่ในเมืองกัน
และเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ เป้าหมายคืนนี้เราจึงอยู่ที่ถนนคนเดิน ซึ่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นัก


ที่พักเราเป็น Guest House เล็กๆที่ชื่อเป็นมิตรดี ว่า "Smile House Boutique" เล็กแต่น่ารักน่าจะเป็นคำจำกัดความของบ้านไม้ 2 ชั้นแห่งนี้
เดี๋ยวจะรีวิวแยกเป็นที่ำพักไว้นะครับ ตอนนี้ขอพาคุณๆเที่ยวกับเราก่อนครับ


หลังเก็บของกันเสร็จดี กับเวลาที่เหลือครึ่งวัน เราเลือกที่จะเดินและใช้รถเมล์แดงเที่ยวง่ายๆกันก่อน แต่จะเดินไหวต้องเต็มพลังงานกันหน่อย และเท่าที่หาข้อมูลคร่าวๆมาได้ ร้านกินง่ายๆละแวกนี้ก็ที่นี้ครับ "ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ร้านธงชัยโภชนา" เพื่อนที่เชียงใหม่รหลายคนบอกสั้นง่ายๆว่า " อร่อย " เราก็ใจง่ายเชื่อซะด้วยสิ


จะเพราะว่าหิวหรือเปล่าไม่แน่ใจ...อือเพื่อให้แน่ใจเลยสั่งมาซะ 2 เลย ทั้งแห้งและน้ำ ไม่ค่อยหิวเลยครับ ...

อือ...เห็นแล้ว..ไม่ค่อย...หิววว เล้ยย พับผ่าสิ


หลังหมดไปซะ 2 เพื่อให้แน่ใจว่าของเค้าอร่อยจริงรึเปล่าแบบนี้มันน่าสงสัย ไหนลองสั่งของกินเล่นมาหน่อยดีกว่า ...หมูสะเต๊ะ

อือก็นะไม่เท่าไหร่เลย อย่างมากมาอีกก็จะมาลองใหม่ให้แน่ใจอีก และถ้ามาทุกครั้งจะมาลองเรื่อยๆเท่านั้นเอง หึหึ
( >_< ) ...อร่อยครับ อร่อยมากเลยสมกับที่เจ้าเพื่อนตัวดีแนะนำมาเลย ใครมาแล้ว อยากหาเมนูประหยัดและอร่อยแนะนำที่นี้เลยไม่แพ้กรุงเทพฯหลายเจ้าที่ว่าอร่อยๆทีเดียวครับ


อิ่มขนาดนี้ไปหาที่เดินย่อยหน่อยดีกว่า ขอแวะไปถนนสายฮิบสายนึงที่นี้ ถนนนิมมานฯนั้นเอง
ปีก่อนๆมาตอนช่วงงาน NAF พอดีหนนี้มาเร็วกว่าเป็นอาทิตย์ ขอเดินรำลึกความหลังหน่อยครับ


ร้านในซอยนี้ยังดูน่ารัก และน่าซื้อเช่นเคย ตกแต่งกันสุดฤทธิ์ทีเดียวมากี่ครั้งก็ยังชอบเช่นเคย ..ชอบเดิน ชอบดู ชอบหยิบจับมาลูบๆคลำๆ แต่ไม่ชอบซื้อ...เพราะมันแพงไปนิดนึงจ้า


นี่ก็น่ารักดีครับไม่รู้ท่านเหมาฯจะรู้ไหมว่ารูปปั้นท่านเป็นของแต่งบ้านที่อินเทรนด์สุดๆขนาดนี้ในประเทศเรา


ขอหลายๆชิ้นเห็นแล้วอยากเอากลับมาไว้บ้านจริงๆแต่อย่างที่บอกครับขอแค่ชมในใจก็พอเอามาถ้าจะอดเที่ยวแน่ๆเลย
ที่นี่้ทุกร้านไม่หวงถ่ายภาพเลย ดูๆน่าจะชอบด้วยซ้ำที่เราถ่ายภาพ ผมเลยกดมาเยอะเชียว


ลาร้านแรกด้วยท่านเหมาฯแล้วกันนะ


เดินมาอีกหน่อย ก็เจอร้านชื่อน่ารักไม่พอ ยังมีเจ้าของร้านออกมาต้อนรับเราด้วย "แมวใจดี สตูดิโอ"


แม้...ออกมาต้อนรับขับสู้ขนาดนี้ไม่เข้าเดี๋ยวงอนเอาได้นะเนี่ย เอ้าเข้าไปกันดีกว่า


ร้านนี้เน้นขายเทียนครับ มีหลายแบบหลากสีสวยดีทีเดียว


เดินออกมาเดินดูร้านในนิมมานแล้วรู้สึกดีครับ ร้านเก๋ทั้งของและการตกแต่ง ทำให้เพลินน่าดูอย่างร้านนี้มาทีไรก็แวะทุกที


เอิ๊กก...


หอศิลป์ก็มี...


ตัวนี้ฮาดีอยู่ด้านในสุดซอย หน้าร้านอาหาร กลางคืนคงดูเท่ใช่ย่อย


เราเดินเล่นอีกพักใหญ่ก็ได้เวลากลับไปเก็บของเพื่อเตรียมออกไปหาร้านอาหารบรรยากาศดีๆสำหรับ เีราทั้งคู่กัน
เรียกว่าหลงแสงสีกันเต็มทีเพราะจะเป็นคืนแรกและคืนเดียวของ Trip นี้สำหรับในเมืองของเรา


ก่อนที่จะไปช้อปปิ้ง ที่ถนนคนเดินกันต่อเป็นอันปิดท้ายคืนแรก


และร้านที่เราเลือกมาก็คือ "Goodview" ร้านดังริมน้ำของเมืองเชียงใหม่




โต๊ะมุมสุดด้านในติดริมน้ำ สำหรับฮันนีมูนคืนแรกของเราสองคน


อาจจะไม่หรูหรามากมายแต่สำหรับเราแล้ว นับเป็นคืนพิเศษอีกหนึ่งคืนของเรา...


ลมเย็นๆพัดมาเป็นระยะ อากาศกำลังดี เสื้อกันหนาวที่พกมา ได้ใช้ซักที


อากาศคืนนี้อุณหภูมิกำลังดีครับ 23.5 c


อิ่มกันดีก็ได้เวลาเดินเที่ยวกันแล้ว เราเลือกเดินเลียบมาตามทางเรื่อยๆก่อนจะโบกรถแดงให้ไปส่งกลางเมือง...


แน่นอนคืนวันอาทิตย์ ถนนคนเดินคือเป้าหมายนั้นเอง


ถนนคนเดินยังคงคึกคักอย่างทีเคยมาทีไรก็มักแวะและได้ของติดไม้ติดมือกลับไปทุกครั้ง


เดินช้อปกันจนมาถึงวัด ขอเข้าไปกราบพระกันดีกว่า


...ด้านในอุโบสถ


กราบพระ ขอพร ป็นนิสิริมงคลของการเริ่มต้นเดินทาง


พอเริ่มดึก คนน้อยลงบ้างแล้ว



เดินกันอีกพักใหญ่ก็ได้เวลาเดินกลับที่พักแล้วครับ เพราะชักหนาวขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่างพรุ่งนี้ต้องออกจากเชียงใหม่กันแล้ว กว่าจะได้กลับมาก็ีอีก 6 วันทีเดียว
สำหรับเราแล้วการท่องเที่ยวหนนี้ ครึ่งนึงของ Trip เป็นการเดินทางทบทวนเส้นทางที่เราเคยไปแล้วประทับใจทำให้เรามีวันนี้ได้
ส่วนอีกครึ่งคือการสำรวจเส้นทางใหม่ๆของเราด้วย จะไปไหนยังไงรอชมตอนต่อไปครับ




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2552    
Last Update : 9 ธันวาคม 2552 7:46:49 น.
Counter : 1972 Pageviews.  

ที่กิน:พากินก๋วยเตี๋ยวตำลึงรสแซ่บถึงใจที่ร้านมานา...ประชานิเวศน์กัน



สวัสดีครับ

เว้นว่าง update มาพักใหญ่เลยทีเดียว หลังจบงานส่วนตัวก็กลับมา ชวนคุณๆกินเที่ยวกันต่อ ครับ วันนี้ผมอยากแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวน่าทานอีกร้านนึงอยู่แถวๆประชานิเวศน์นี้เอง เป็นไงตามมาชมและชิมกันเลยดีกว่านะ

ภาพทั้งหมดใส่ gallery ไว้แล้วชมกันได้ที่นี่เลย

//blog.one22.com/pics/eating/mana


ตามผมมาชิมกันครับ




เรื่องของเรื่องคือผมมีโอกาสแวะไปตรงตลาดบองมาเช่ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากซื้อของเสร็จตอนแรกก็กะว่าจะหาอะไรทานในตลาดเลยแต่นึกขึ้นมาได้ว่าแถวๆนี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึงที่ผมรู้จักมานานกว่า10ปีแล้วและก็ไม่ด้แวะกินมาเกือบปีทีเดียว




"ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตำลึงมานา" สมัยที่ผมยังทำงานอยู่ย่านนี้เคยถามพี่เค้าว่าชื่อร้านมาจากไหน แกบอกว่ามาจากคัมภีร์ไบเบิล กันเลยนับว่าพี่เค้ามีไอเดียในการตั้งชื่อได้เก๋และน่าสนใจดี

หลังจากตัดสินใจได้ก็ขับรถออกมาจากตลาดบองมาเช่ และเลี้ยวซ้ายวิ่งออกมาทางที่จะมุ่งหน้าไปคลองประปานั้นเอง วิ่งออกมานิดเดียวมาจนเกือบถึงตลาดเทศบาล

สังเกตุขวามือจะเจอซอยเทศบาลรังรักษ์เหนือ นั้นล่ะครับใช่แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปได้เลยร้านอยู่เลยปากซอยไปไม่ถึง 20 เมตรหาที่จอดในตลาดเทศบาลก็ได้ครับหรือริมทางก็อาจจะต้องหากันหน่อยเพราะมักจะมีรถจอดเรียงกันยาวตลอดแนว ตัวร้านเองจะตั้งอยู่ขวามือจากปากซอย



เข้ามาถึงผมก็จัดการสั่งเส้นเล็กแห้งต้มยำ มาก่อนปรกติผมจะชอบกินแห้งมากกว่าน้ำ ไม่นานก๋วยเตี๋ยวหน้าตาดีก็ยกมาเสริฟ์ เส้นเล็กที่เหนียวนุ่มกำลังดีพริอมหมูสับและเครื่องในที่ลวกมาอย่างดี พร้อมเครื่องต้มยำที่รอให้เราคลุกเคล้า ผมแทบไม่ต้องปรุงใดๆเพิ่มก็อร่อยดีแล้วเลยทีเดียว หลังจากนั้นไม่ถึง10นาทีผมก็จัดการซะเรียบร้อยไม่ช้าเส้นเล็กน้ำต้มยำก็มาเสริฟ์ ต่อ ต้มยำร้านนี้ถ้าใครชอบทานรสจัดละก็คุณมาถูกร้านแล้วละครับ เส้นที่นี่ก็มีให้เลือกหลายๆแบบรับรองคนรักเส้นทาไม่ผิดหวังแน่นอน กับเมนูสารพัดเส้นที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ลองลิ้มกัน ก่อนหน้านี้มีเมนูข้าวขาหมูด้วยแต่ยกเลิกซะแล้วนับว่าน่าเสียดายเพราะรสชาติอร่อยไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวเลย

ร้านนี้เปิดมานานกว่า 10ปีแล้วสมัยก่อนร้านจะอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เป็นตึกแถว ถ้าเวลากลางวันใครมาทานบางทีต้องมาจองกันเลยหรืออาจจะโทรมาสั่งก่อนเพราะคิวจะยาวมาก แต่เดี๋ยวนี้พี่เค้าทำเพิ่มเติมที่ตรงข้ามกับร้านเก่าจึงนั่งได้สะดวกไม่ต้องยืนรอคิวเหมือนเมื่อก่อน

ถ้าใครมีโอกาสไปแถวประชานิเวศน์และอยากหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทานขอให้แวะมาร้านนี้กันได้เลยรับรองไม่ผิดหวังครับ

นอกจากนี้ตรงร้านเดิมฝั่งตรงข้ามก็เปิดเป็นร้านขายขนม และผลไม้เห็นคนข้างๆที่ไปด้วยกันแวะซื้อ มะม่วงน้ำปลาหวานกลับบ้านเห็นชมว่าเด็ดดีทีเดียว



เบอร์ติดต่อ 0819249003,0814072067 เปิดบริการ 07.30 น. หรือ 08.00-17.30 น. จันทร์-เสาร์ เว้นวันอาทิตย์ครับ





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 12:02:06 น.
Counter : 1644 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

1twenty2
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add 1twenty2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.