"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 

Trader’s Diary: ด่าน 800 จุด แตกแล้ว!!!...พี่หรั่งประกาศชัยชนะ พฤหัสที่ 1 เม.ย.53

วันนี้ผมเตรียมตัวมา Cut Loss จากระบบเทรด MK 106 ที่เปิด Short ไว้เมื่อวานที่ต้นทุน 553.17 ด้วยจำนวนสัญญาน้อยๆ เป็นการทดลองระบบครั้งที่สองที่คงโดน Cut Loss เป็นแน่แท้

ไม่ใช่ใครอื่นใด พี่หรั่ง ต่างชาติ บักสีดา แล้วแต่จะเรียก เล่นซื้อสุทธิกว่า 3,500 ล้าน แล้ว Shooting Star ที่บังเกิดขึ้นกับแท่งเทียนรายวัน รวมทั้ง Bearish Divergence ในภาพระดับรายนาที, 5 นาที และบราๆๆๆ มันจะไปมีผลได้ยังไงครับพี่!!!!!

การรู้อะไรมากเกินไป ดูเทคนิคมากเกินไป วิเคราะห์มากเกินไป แล้วไปสวนทางกับต่างชาติ.....

ทำให้สู้หลับหูหลับตา ซื้อตามต่างชาติไม่ได้เลย ตลาดลงให้เข้าช้อนซื้อเป็นพอ เพราะว่าพี่หรั่งเค้าซื้อว่ะ.....

เปิดตลาดเป็นไปตามคาด ตลาดนิ่งๆ อยู่พักหนึ่งแล้วทะยานขึ้น ไล่ซื้อทั้งหุ้นและเปิด Long ใน Futures เป็นว่าเล่น ระบบ MK 106 สั่งให้ Cut Loss ออกมาที่ 560.00



ผมไม่เปิด Long สวนขึ้นไปตามระบบเทรด MK 106 เนื่องจาก

1. ต้นทุนที่ได้ สูงกว่าระบบเทรดหลัก MK 105 ที่ให้เปิด Long ที่ 549.10

2. ผมสลัดภาพของ Short Bias ไปไม่พ้น ภาพของแนวต้าน 799 ของเมื่อวาน และภาพของ Shooting Star หางยาว มันคงคาอยู่พร้อมๆ กับการ Bias ของผม ผมจึงเลือกอยู่เฉยๆ

3. สุดสัปดาห์นี้มี Weekend Rally และคาดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหยุดยาวสงกรานต์ วันพรุ่งนี้รายย่อยจะต้องระดมกระสุนกันเทขายทำกำไรออกมาเป็นแน่ เพื่อเก็บกำไรกลับบ้านลดความเสี่ยงจากการชุมนุมใหญ่

4. ผมมีความคิดว่า ที่ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอยู่ไม่ปล่อยให้เป็นขายสุทธิเลยนั้น เพราะต้องการลากให้ไปถึง 800 จุด แล้วให้ยืนได้ และรอจนกว่ารายย่อยจะมั่นใจเต็มที่เข้าทำการ “ซื้อเพิ่ม” รวมทั้งรายย่อยที่ “ตกรถ” บางส่วนเข้ามาซื้อ จนทำให้รายย่อยทั้งหมดกลับมา “ซื้อสุทธิ” ต่อเนื่อง หลังจากเป็น “ผู้ขายสุทธิ” มาโดยตลอด แล้วเมื่อถึงเวลานั้น เวลาของการทิ้ง “ระเบิดนิวเคลียร์” จึงมาถึง ซึ่งผมปรับมุมมองและประมาณการณ์คร่าวๆ ว่า น่าจะมีการปรับฐานอย่างจริงจังช่วง “หลังสงกรานต์” เพื่อรับข่าวการขึ้นอัตราดอกเบี้ย

5. ช่วงหลังสงกรานต์ ผมคาดการณ์ว่า น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการเป็นผู้นำของกลุ่ม นปช.เป็นแน่ เพราะปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพในการกดดันเพียงพอ รวมทั้งมีแดงอีกหลายกลุ่มที่รอเสียบอยู่ ทั้งแดงสยาม และกลุ่มของ เสธ.แดง การชุมนุมน่าจะมีความเข้นข้นเพิ่มระดับขึ้นไปอีก

อย่างที่ผมว่าไว้ในตอนต้น ยิ่งคิดมาก วิเคราะห์มาก ยิ่งไม่ได้ทำอะไร สู้หลับหูหลับตา ซื้อๆ มันไปเหอะ ไม่ต้องสนใจอะไรไม่ได้

และแล้วราคาก็ได้ทะลุขึ้นไปเหนือ 800 จุด และยืนได้ก่อนเที่ยงวัน

พี่หรั่งได้ประกาศชัยชนะเหนือ กองทุน และรายย่อย ได้สำเร็จ ที่ขายของให้พี่แกอย่างเดียว พี่หรั่งเองก็รับของอย่างเดียวไม่มีเกี่ยงเช่นกัน

ผมค่อนข้างแปลกใจเหมือนกัน ที่มีบางคนพูดว่า.....

“รายย่อยประกาศชัยชนะเหนือพี่หรั่ง”

มันจะไปประกาศชัยชนะได้ยังไง???

ในเมื่อพี่หรั่งเป็นผู้ “ซื้อสุทธิ” มาโดยตลอด ส่วนรายย่อยก็เป็นผู้ “ขายสุทธิ” มาโดยตลอด.....ยิ่งหากราคาวิ่งขึ้นไปถึง 900 จุด ใครล่ะจะเป็นผู้ชนะที่ได้ซื้อของถูกๆ???

ปิดตลาดพักเที่ยง ผมทานข้าวเสร็จก็ขึ้นมาเขียน Blog แล้วออกไปเคลียร์สมองโดยการเดินเล่นและช็อปปิ้งที่ห้าง

คือ เมื่อผมยิ่งวิเคราะห์มาก ยิ่งสวนทางกับต่างชาติ จึงออกไปผ่อนคลายให้หัวมันว่างๆ จะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้เรา “ขาดวินัย” และเริ่มเทรดตาม “อารมณ์” ได้ครับ

วันนี้ขอเพียงเท่านี้

ป.ล. เมื่อผมเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มี Log in ของ Pantip เข้ามาโพสได้แล้ว กรุณาอย่าโพสโฆษณาสินค้า, โปรโมตเวบ, ก่อกวน หรือโพสข้อความใดๆ ที่ผมเห็นว่าไม่เหมาะสมนะครับ มิเช่นนั้น ผมจะใช้สิทธิ์แบน IP ของคุณ เพราะ Blog แห่งนี้คือสมุดบันทึกการเทรดของผม


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 02 เมษายน 2553    
Last Update : 2 เมษายน 2553 21:29:04 น.
Counter : 8939 Pageviews.  

Trader’s Diary: ทดสอบ MK 106 อีกครั้งหนึ่ง พุธที่ 31 มี.ค.53

เปิดตลาดมาด้วยแรงซื้อมหาศาล การ Screen Out ระบบเทรด MK 105 ที่ให้เปิด Long ที่ 549.10 น่าจะเป็นการ Screen Out ที่พลาดเป้าเสียแล้ว

แต่ในช่วงบ่ายหลังจากที่ตลาดขึ้นไปทดสอบ 800 โดยคาใจไว้ที่ 799 ก็ถูกแรงเทขายอย่างหนักจนทำให้ตลาดลงมาปิดที่จุดต่ำสุดของวัน และทำให้แท่งเทียนฟอร์มตัวเป็น Shooting Star หางยาวมาก เลยอาจจะเป็นการ Screen Out ที่ถูกได้

จังหวะช่วงที่ลงมานั้น ระบบเทรด MK 106 ซึ่งเป็นระบบสำรองที่ผมกำลังทดลองใช้จริงด้วยสัญญาน้อยๆ อยู่นั้น ส่งสัญญาณให้เปิด Short ที่ 550 แต่ราคานั้นอยู่ในเขต Oversold ค่อนข้างมาก ผมจึงรอจังหวะนิดนึง และเปิด Short ได้ที่ต้นทุน 553.17



ปิดตลาด ปรากฏว่าต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามาอย่างมากเกือบ 3,500 ล้านบาท วินาทีนี้ยิ่งลง ต่างชาติก็ยิ่งซื้อ การเล่นขา Short สวนทางกับต่างชาติคงต้องเข้าเร็วออกเร็วกว่าระบบเสียแล้ว เล่นทาง Long ตามน้ำไปน่าจะปลอดภัยกว่า

พรุ่งนี้ผมอาจจะต้อง Cut Loss จากระบบ MK 106 ล่ะครับ

แต่สุดสัปดาห์นี้ จะมีการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหยุดยาวสงกรานต์ มีกระแสข่าวมาเรื่อยๆ จากฝั่งรัฐบาลว่าเตรียมก่อความวุ่นวาย

แต่ต่างชาติไม่สนครับ ซื้ออย่างเดียวแบบนี้ ถ้าลงเพราะ Panic จากความวุ่นวาย ผมคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสทองให้เข้าซื้อของเก็บเข้าพอร์ท แล้วถือยาวๆ ไปจนกว่าต่างชาติจะเริ่มขายสุทธิแล้วกัน

เพราะหากต่างชาติยังเข้าซื้อเยอะขนาดนี้ กองทุนและรายย่อยขายเท่าไหร่ ตลาดมันก็คงลงไปได้ไม่ถึงจุดที่ผมมองไว้แล้วครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำถามของคุณหมอสัจจะ

ถาม
ผมมีคำถามครับ

1 ตลาดออปชั่นต่างประเทศ ใหญ่กว่า ตลาดหุ้นไหมครับ

2 ออปชั่น ได้กำไร เทียบเปอร์ น่าจะดีที่สุดในตลาดหุ้นขณะนี้ไหม
(อ้างอิง ผลการแข่งขันเกมส์ ทุน5ล้าน หนึ่งเดือน กำไร 632 % โดยไม่ทราบว่าเขาเล่นอะไร พอเดาได้ใช่ไหมว่า เขาใช้ ออปชั่นสัญญามากๆๆจากต้นทุน ต่ำๆๆ 2-3จุดเป็นตัวเสี่ยง เพื่อเข้าวิน และดูจากผลที่หนึ่ง วันที่29 หลุด ไป อันดับที่ 114 และที่1คนใหม่แซง มาด้วยกำไรเปอร์เซนต์สูงมากๆๆ ซึ่งฟิวเจอร์ ได้สัญญา เริ่มต้นแค่100สัญญา คงไม่มีทางเป็น ฟิวเจอร์ แน่ ในแผนการเล่น )

ตอบ
1. ถ้าวัดกันที่มูลค่าซื้อขายน่าจะต่ำกว่าครับกับตลาดหุ้น แต่ถ้าเทียบกับตลาด Futures ต่างประเทศ ตลาด Options ใหญ่กว่ามากครับ ตัวอย่างชัดเจนที่เห็นชัดมากคือในเกาหลีใต้ ตลาดใหญ่กว่า Futures เป็น 10 เท่าเลยครับ หากวัดกันที่จำนวนสัญญาซื้อขาย

2. หากเทียบกำไรกับ Futures แล้ว Option มากกว่ามากครับเพราะตัว “Leverage” นั่นเอง แต่ปัญหาของตลาดไทยคือเรื่อง “สภาพคล่อง” ที่ในตลาดจริงเวลากำไรแล้ว “ออกของไม่ได้” ไม่เหมือนเกมส์ครับ

TFEX ทำการตลาดได้ห่วยมาก ทั้ง SSF และ Options อีกทั้งใน Options ซีรีส์มันมากเกินไปจนทำให้กระจัดกระจาย มีปัญหาสภาพคล่องมาจนทุกวันนี้ ไม่มีใครอยากเข้าไปเล่นสินค้าที่ซื้อขายได้ลำบากจากปัญหาสภาพคล่องครับ จึงเป็นที่มาว่าทำไมพวก Prop Trade ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ช่วยในการทำสภาพคล่องให้เกิดขึ้น ถึงไม่อยากเข้าไปเล่น Options

คำถามของคุณ afood

ถาม
คุณหมากเขียว มีข้อสงสัย ครับ
1. ขณะที่ต่างชาติ ซื้อบ้าเลือดแบบนี้(มันปั่น SET เหมือน หุ้นปั่น เลย) เราจะใช้ ระบบเทรด ปกติ ได้เหรอครับ เพราะสถานการณ์มันไม่ปกติ

2. กองทุนไทย ไม่เจ๊ง กันหมดเหรอครับทั้ง Short Tfex ทั้งขายหุ้น

3. ทำไม ต่างชาติ เงินแค่พันล้าน แต่พี่ย่อยซื้อขาย วันเป็นหมื่นล้าน แต่ไม่สามารถนำทางตลาดได้ครับ (ผมเข้าใจว่า เพราะย่อยซื้อขายคนละทิศคนละทาง)

ขอบคุณครับ ติดตามทุก Blog มีประโยชน์มากครับ

ตอบ
1. ขึ้นอยู่กับว่าระบบเทรดตกอยู่ในช่วง Drawdown หรือเปล่า หาก Drawdown ช่วงนี้ คงต้อง Screen Out ออก แต่หากระบบเทรดของใครผ่านพ้น Drawdown ไปแล้ว (ซึ่งผมเชื่อว่าไม่มี เพราะเพิ่งเก็บกำไรรอบใหญ่กันมา คงต้องโดน Drawdown กันแน่ๆ) ก็ตามระบบปกติไปครับ

2. การขายหุ้นออกในช่วงนี้ คงเป็นการเก็บกำไรเข้าพอร์ทครับ ส่วนเปิด Short TFEX น่าจะเป็นการ Hedge เฉยๆ เพราะอย่างลืมว่า กองทุนรวมโดยเฉพาะหุ้น มีนโยบายว่าต้องมีหุ้นในพอร์ทตามที่กำหนดไว้ ส่วนใหญ่จะประมาณ 50% ของพอร์ท ดังนั้นการเปิด Short เพื่อ Hedge สำหรับกองทุนจึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้จัดการกองทุนจำเป็นต้องทำครับ

3. ที่คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอเพียงเท่านี้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 01 เมษายน 2553    
Last Update : 1 เมษายน 2553 12:20:23 น.
Counter : 9004 Pageviews.  

Trader’s Diary: การ Cut Loss สำหรับระบบเทรด อังคารที่ 30 มี.ค.53

ตลาดในช่วงเช้าค่อนข้างน่าเบื่อพอสมควรครับ ออกไปในทาง Sideway Up โดยซีรีส์ M เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 542-544 สลับขึ้นลง พร้อมๆ กับมีการส่งคำสั่ง Roll Over ในค่ำสั่ง Combo คู่ HM เป็นจำนวนมาก และเป็นการ Roll Over ทางฝั่ง Long ทำให้ Spread ระหว่าง HM ที่อยู่ประมาณ -7 จุด ดีดขึ้นมาที่ -4 จุด

เปิดตลาดภาคบ่าย ตลาดเปิด Gap ทันที หุ้น Big Cap ทั้งแผงถูกไล่เก็บเข้าพอร์ทมาเรื่อยๆ โดยที่แทบจะไม่มีแรงเทขายเลย คือ ขึ้นไปเรื่อยๆ นิ่มๆ มีการพักเหนื่อยช่วง 15.00-15.30 แล้วลากไปต่อ

ในช่วง 15.00 น. นั่นเอง ระบบเทรด MK 105 ได้ส่งสัญญาณให้ปิด Short (ที่ผมได้ทำการปิดสถานะไปก่อนแล้วเมื่อวานนี้) โดยระบบให้ปิดที่ 549.10 ถือว่าเป็นการ Drawdown อีกหนึ่งไม้ของ MK 105 เพราะวันศุกร์ ระบบให้เปิด Short มาในต้นทุน 548.80 การ Drawdown ไม้นี้ถือว่าเป็นไม้ที่ 5 ติดต่อกัน และผมสามารถ Screen Out ออกไปได้อีก 1 ไม้

ในทางทฤษฎี ผมต้องเปิด Long สวนตามระบบขึ้นไป ที่ต้นทุน 549.10 แต่ผมวิเคราะห์ว่า

1. MK 105 กำลังตกอยู่ในช่วง Drawdown อย่างชัดเจน
2. ใน 3-4 วันมานี้ ต่างชาติเริ่มซื้อน้อยลง
3. ตลาดมีโอกาสทำแค่คลื่น B แล้วลงต่อ ทำคลื่น C ได้

ดังนั้นผมจึงทำการ Screen Out สัญญาณของ MK 105 ที่ให้เปิด Long ออกไป ซึ่งตอนแรกดูเหมือนจะดี เพราะตลาดเริ่มนิ่งๆ และมีแรงเทขายออกมาเล็กน้อย แต่แล้วพอพ้น 15.30 น. ไปเท่านั้นล่ะ มีแรงซื้อเข้ามาอย่างมหาศาล ยกเติม Bid หุ้น Big Cap อย่างว่าเล่น ทำให้ราคาทะลุแนวต้านทุกๆ แนว ไม่ว่าจะเป็นแนวต้าน Fibo, เส้น Trend Line ในภาพระดับ 2 ชั่วโมง ด้วยวอลุ่มมากพอสมควร ทำให้ซีรีส์ M ขึ้นไปปิดที่ 554.00

สิ้นวัน เป็นไปดังคาด ต่างชาติระดมกระสุนกันซื้อมากว่า 1,300 ล้าน ส่วนกองทุนและรายย่อยเป็นผู้ขาย ซึ่งตอนแรกผมยังคิดว่ากองทุนน่าจะเป็นผู้ซื้อตามต่างชาติด้วยซ้ำเพราะคิดว่าจะเกิดการทำ Window Dressing แต่ถ้าวอลุ่มโชว์ในลักษณะนี้ การขึ้นในวันนี้ก็ไม่น่าจะใช้แล้ว น่าจะขึ้นเพราะต่างชาติเข้ามาเก็บของอีกระลอก

800 จุด คงเป็นเป้าหมายหลักของการขึ้นรอบนี้ ซึ่งผมมองว่ายังไม่น่าผ่านไปได้ น่าจะถูกแรงเทขายทำกำไรจากกองทุน และ รายย่อย เพื่อปรับฐานลงมาอีกรอบครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เมื่อวานมีคำถามจากคุณ diabloth ดังนี้

ถาม
มาตามอ่านครับ และสงสัยบางเรื่องครับ เนื่องจากเราทำตามระบบซึ่งจะบอกจุดซื้อและจุดขายให้เรา แล้วอย่างงี้เราจำเป็นต้องมีจุดคัทลอสหรือเปล่าครับหรือว่าเมื่อซื้อแล้วรอสัญาณขายเกิดขึ้นในระบบก่อนแล้วค่อยขายถึงแม้ว่ามันจะขาดทุนมากกว่าเราคัทลอส เพราะอ่านความเห็นของหลายๆคนในเว็ปต่างๆให้ความสำคัญกับการคัทลอสมากครับหรือว่าควรตั้งจุดคัทลอสให้เท่ากับค่าเฉลี่ยของระบบที่เราใช้ถ้าเกินค่าเฉลี่ยแล้วถึงแม้ว่าระบบจะยังไม่เกิดสัญญาณขายเราก็ควรจะขายออกไป

ตอบ
การ Cut Loss ให้เหมาะสมกับระบบเทรด คงจะไม่มีลักษณะ “ตายตัว” เพราะมันขึ้นอยู่กับ “ระบบเทรด” ของคุณว่าเหมาะกับการ Cut Loss ที่ระดับใดแล้วให้ผล “ดีที่สุด”

อย่างเช่นระบบเทรด MK ผมได้ทดสอบโดยการทำ Scenario แบบต่างๆ ว่า Cut Loss ที่ระดับใดถึงดีที่สุด โดยตั้งเงื่อนไขต่างๆ กันออกมา เช่น 5 จุด, 10 จุด, ค่าเฉลี่ยของความผันผวนของราคา (Volatility), ค่าเฉลี่ย ATR (Average True Range) ฯลฯ

ผลปรากฏว่าการ Cut Loss ตามระบบเทรดที่ให้สัญญาณ “ในระยะยาว” ให้ผลดีที่สุด

เนื่องจาก พอไปตั้งเงื่อนไขให้ Cut Loss ในระดับต่างๆ มันให้ “ผลดี” ในบางช่วงเวลาเท่านั้น และให้ “ผลเสีย” อย่างมากในการเก็บกำไรในระยะยาวๆ อย่างเช่น ระบบ MK 105 เคยมีการขาดทุนที่ยังไม่ได้ปิดสถานะ (Unrealized Loss) เกือบ 10 จุด แล้วระบบพลิกกลับมาเป็นเก็บกำไรได้ถึง 20 จุด คือช่วงนั้นตลาดมันเหวี่ยงมาก จนเกือบที่ระบบจะให้ Cut Loss อยู่แล้ว แต่แล้วราคาก็ดีดกลับเป็น V Shape และไปแรง ทำให้เก็บกำไรได้มาก

ถ้าเรา Cut Loss ออกมาก่อน ทีนี้เราจะเกิดการลังเลแล้วว่า ระบบมันพลิกกลับมา สามารถทำกำไรต่อได้ แล้วทีนี้ “เราจะเข้าที่ราคาเท่าไหร่ดีล่ะเนี่ย” แล้ว “เราจะเชื่อระบบต่อหรือไม่เพราะเข้าไปเราอาจจะโดนผิดทางได้” ฯลฯ เช่นนี้เป็นต้น

อันนี้เป็นตัวอย่างของระบบเทรด MK นะครับ ส่วนระบบเทรดอื่นๆ ก็อาจจะมีจุด Cut Loss ที่เหมาะสมกับระบบเทรดนั้นๆ เอง

แต่อย่างหนึ่งที่ผมมักทำอยู่เสมอในช่วงที่ระบบเทรดเกิด “Drawdown” คือ ผมมักจะเชื่อใน “Model Trade” ซึ่งเป็นตัวคลุม “System Trade” ไว้อีกชั้นหนึ่ง

เช่นผมรู้แล้วว่าช่วงนี้ระบบเทรดของผมน่าจะตกอยู่ในช่วง Drawdown โอกาสที่ระบบจะส่งสัญญาณ “ผิด” นั้นเป็นไปได้สูง หากผมเข้าตามระบบไปแล้วและเกิดการ “ขาดทุนที่ยังไม่ปิดสถานะ” และ “Model Trade” ที่เกิดจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค, ปัจจัยพื้นฐาน, Fund Flow, วิเคราะห์ข่าว, จิตวิทยาการลงทุน, การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เล่นในตลาด แล้วพบว่ามัน “สวนทาง” กับ ระบบเทรด ที่กำลัง Drawdown อยู่เมื่อไหร่ ผมก็จะ Cut Loss ออกมาก่อนที่ระบบจะให้ Cut ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอเท่านี้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 31 มีนาคม 2553    
Last Update : 31 มีนาคม 2553 14:46:58 น.
Counter : 9155 Pageviews.  

Trader’s Diary: การใช้ Money Management ที่เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ขั้นต่างๆ จันทร์ที่ 29 มี.ค.53

วันนี้ผมถึงห้องเทรดเช้าตามปกติครับ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเดินทางไป-กลับ ชลบุรีทั้งสองวันเนื่องจากเทศกาลเช็งเม้ง โดยในวันเสาร์ผมได้มีโอกาสไปลิ้มรสอาหารทะเลที่ร้าน “มุมอร่อย” อ.ศรีราชา ติดกับโรงพยาบาลสมิติเวช บรรยากาศ คุณภาพของอาหาร ความสะอาด และรสชาด อยู่ในขั้นที่ “เยี่ยม” ครับ ไว้เปิดตัวโซน “หมากเขียวชวนชิม” เมื่อไหร่ติดตามอ่านกันได้

เปิดตลาดเช้ามา Futures ดีดขึ้นนิดหน่อยจากราคา Pre-Open ในตลาดหุ้นที่ทำราคากันอยู่จากการเก็งว่าตลาดน่าจะรีบาวด์จากการที่ฮั่งเส็งเปิดบวกมากว่า 200 จุด ประกอบกับการเจรจาระหว่างรัฐบาลและ นปช. ที่มีขึ้นเมื่อวานอันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของการเมืองไทยที่นายกรัฐมนตรีอันเป็นตัวแทนของรัฐบาลลงมาเจรจากับม๊อบด้วยตัวเอง

ก่อนตลาดเปิดผมตั้งใจไว้แล้วว่า หากมีกำไรจากการเปิดสถานะตาม MK 105 เมื่อวันศุกร์ ที่ได้ของไม่ครบและต้นทุนขา Short ต่ำกว่าที่ระบบให้มา ผมจะ “ปิดสถานะ” ทำกำไรออกไปก่อน โดยจะไม่รอสัญญาณของ “ระบบ” เนื่องมาจากหลายสาเหตุ

1. โปรแกรมเทรดมีความผิดพลาด ทำให้เสียเวลาในการส่งคำสั่งผ่านมาร์ฯ ต้นทุนที่เปิดได้นั้นเสียไป และได้ของเพียงแค่นิดเดียว

2. การเปิดสถานะเพิ่มเข้าไปในต้นทุนที่ต่ำกว่าระบบให้มา ค่อนข้างเสี่ยงมากในภาวะที่ MK 105 ตกอยู่ในช่วง Drawdown

3. จังหวะการเล่นของผมเสีย เหมือนเท้าสะดุดไป ทำให้การตัดสินใจที่จะนำของที่เหลือมาเปิด ค่อนข้างเกิดความลังเล

4. ต่างชาติยังซื้อสุทธิ ถึงแม้จะทยอยเปิด Short ใน Futures มาแล้วก็ตาม

5. ตลาดลงมา 3 วัน เป็นคลื่น A ในการปรับฐาน มีโอกาสที่จะดีดเป็นคลื่น B ได้ หากจะเปิด Short เพิ่ม ค่อยรอจังหวะเปิดแถวๆ คลื่น B ได้

ดังนั้นผมจึงปิดสถานะ Short เพื่อทำกำไร โดยการให้มาร์ฯ ส่งคำสั่ง Long ที่ 546.40 ครับ



ที่ให้มาร์ฯ เป็นผู้ส่งคำสั่งแทน เพราะเกิดความ “ไม่มั่นใจ” ในโปรแกรมเทรดที่มีปัญหาตลอดในช่วงนี้นั่นเอง

หลังจากตลาดหุ้นเปิด มีการเทขายทำกำไรกันออกมาทำให้ซีรีส์ M ไหลรูดลงไปถึง 536.40 การปิดสถานะของผมกลายเป็น “ปิดหมู” ไปซะ

แต่การปิดหมูนี้เกิดขึ้นจาก “แผนการ” ในโมเดลเทรดของผมที่วิเคราะห์มาก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่อปิดสถานะไปแล้ว ผมจึงไม่สนใจราคาที่ไหลรูดลงไป เพราะผมได้ทำตาม “วินัย” ที่วางแผนไว้ก่อนล่วงหน้า

ตอนที่ราคาไหลลงไป คำพูดของ Brady ก็ผุดขึ้นมาในหัวของผม

“ในพจนานุกรมของ Expert Trader ไม่มีคำว่า ขายหมู หรือ เสียดาย เพราะเทรดเดอร์ได้ขายทำกำไรเก็บเงินเข้ากระเป๋าไปแล้ว นั่นคือเกมส์จบไปแล้ว ไร้ประโยชน์ที่จะไปคำนึงถึงกำไรของคนอื่น เรามาตั้งต้นหาจังหวะเล่นเกมส์ใหม่ดีกว่า”

เป็นการเตือนสติให้กับผมได้เป็นอย่างดี

ช่วงบ่ายผมออกไปธุระ โดยได้ลองเปิดโปรแกรมเทรดผ่านเครื่อง BB ปรากฏว่าไม่สามารถใช้การได้ ผมติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ IT ของทางบริษัท ได้แจ้งถึงจากเหตุว่าเครื่อง BB ไม่รองรับโปรแกรมเทรดของโบรกเกอร์แห่งนี้ ทำให้ผมเกิดฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่า

“เปลี่ยนโบรกดีไหมเนี่ย”

“แต่เอาน่ะ ทำงานอยู่ที่นี่มานาน เค้าก็ต้อนรับและรับรองเราอย่างดี Connection ก็มี ผู้บริหารก็ดี คอยตักเตือน คอยสอนเราตลอด ถึงแม้เราจะไม่ใช้ลูกน้องเขาแล้ว ก็ถือว่าช่วยๆ กันไปละกัน”

ก่อนตลาดปิด ผมแวะเข้ามาดูตัวเลขและกราฟนิดหน่อยก่อนจะกลับไปฟังการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับ นปช. ต่อ

ผลคือ “ไม่ได้ข้อสรุป”

ทาง นปช. ก็ยืนกราน 15 วันต้องยุบสภา ไม่รอแก้รัฐธรรมนูญ

ทางรัฐบาล ก็ยืนกราน 9 เดือน ขอแก้รัฐธรรมนูญก่อน

ทั้งๆ ที่ ช่วงปลายๆ ของการสนทนา นายกฯ ขอนัดหมายวันพฤหัสฯ คุณวีระก็ประนีประนอมเหมือนจะคุยกันอีก ถึงขั้นเอ่ยปากพูดว่า “อาจจะไม่ต้องถ่ายทอดสดทุกครั้งก็ได้”

แต่แล้วคุณจตุพร พูดโพล่งขึ้นกลางวงว่า “ให้จบกันด้วยข้อสรุปแบบนี้แล้วกันว่ารัฐบาลขอ 9 เดือน นปช. ขอ 15 วัน จากนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป”

เป็นการเปลี่ยนท่าทีที่เร็วมาก เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คุณวีระ น่ะอยากจะลงจากหน้าที่เต็มแก่แล้ว เพราะคิดว่าถ้ายืดเยื้อ อาจจะคุมม๊อบไม่อยู่ เพราะมีแดงหลายฝ่ายเหลือเกิน เกิดติดคุกในตอนแก่จะลำบาก แต่คุณจตุพรกับหมอเหวงนั้น ดูท่าทางแล้วอยากลุยต่อตามคำบัญชาการจากดูไบ ที่แสดงอย่างชัดเจนตอนวีดีโอลิงค์เข้ามาในช่วง 3 ทุ่ม

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานมีคำถามจากคุณยิ้มไว้เมื่อหุ้นลง ดังนี้

ถาม
ถามคุณหมากเขียวครับ การที่เรามีระบบเทรดคุมอยู่จำเป็นไหมว่าทุกไม้ต้องเป็นจำนวนสัญญาเท่ากัน หรือว่าแล้วแต่ว่าไม้นี้ เราอยากอัดเยอะไม้นี้เราอยากอัดน้อย

และเปอร์เซ็นต์การยอมรับการขาดทุนในแต่ละไม้เท่ากันด้วยหรือไม่ หรือว่าแล้วแต่สถานการณ์ครับว่าโมเดลให้ทำอะไรก็ต้องคัทหมด

ปล.ผมกำลังหาความหมายเรื่อง Money Managementครับ
ว่าแนวทางไหนเหมาะ

ขอบคุณครับ

ตอบ
สำหรับ Money Management ที่เหมาะสมนั้น ผมขอแยกเป็นกรณีตามขั้นของเทรดเดอร์ว่าผ่านการใช้ระบบเทรดมามากน้อยเพียงใด

สำหรับเทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มหัดใช้ระบบเทรด ผมแนะนำว่าควรจะต้องเตรียมเงินหน้าตักไว้ขั้นต่ำ 2-3 เท่า ของ Max Drawdown ที่เคยเกิดขึ้นกับระบบ โดยวิธีคำนวณ ผมได้เขียนไว้แล้วเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

จากนั้น ควรจะต้องเล่นให้ “เท่ากัน” ใน “ทุกๆ ไม้” เพื่อเป็นการจำลองให้เสมือนกับที่ “ระบบเทรด” ทำได้ให้มากที่สุด เพราะมิเช่นนั้นแทนที่จะได้ Reward มากกว่า Risk หรือ ได้กำไรมากกว่าขาดทุนเหมือนที่ระบบเทรดทำได้ จะกลับกลายเป็น Risk มากกว่า Reward ได้ จากการไปเพิ่มจำนวนสัญญาในไม้ที่ขาดทุน และดันไปลดสัญญาในไม้ที่ควรจะได้กำไร

แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่ผ่านการใช้ระบบเทรดมาอย่างเชี่ยวชาญจนสามารถ “สร้างวินัย” และ “คงวินัย” ได้แล้ว ไม่ “เทรดตามอารมณ์” เหมือนนักลงทุนทั่วไป

หากใครชอบดูการ์ตูน Dragon Ball ผมจะขอเปรียบเทียบว่า เทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มหัดใช้ระบบเทรดเปรียบเสมือน “ซุปเปอร์ไซย่า ขั้น 1” ที่คุณมีดีเหนือกว่านักลงทุนทั่วไปแล้ว

และบัดนี้ เทรดเดอร์ที่ผ่านการใช้ระบบเทรดมาอย่างเชี่ยวชาญในระบบของตัวเอง ก็เปรียบเสมือนได้ขึ้นไปถึงขั้น “ซุปเปอร์ไซย่า ขั้น 2” แล้ว

เทรดเดอร์จะสามารถรู้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับระบบเทรดของตัวเองว่า มีจุดแข็ง จุดอ่อน อย่างไร ควรปรับเปลี่ยนแก้ไขระบบอย่างไร เมื่อไหร่จะเกิด Drawdown และเมื่อไหร่การ Drawdown ใกล้จะสิ้นสุด ฯลฯ

เมื่อถึงจุดนั้น ถึงจะใช้ “ระบบเทรดแบบประยุกต์” ได้ รวมทั้งการใช้ “Money Management” ก็จะปรับเปลี่ยนไป เช่น

คุณอาจจะใช้เงินหน้าตักเพียง 1-2 เท่าจาก Max Drawdown ของระบบเทรดปกติได้ เพราะคุณสามารถ Screen Out การ Drawdown ของระบบออกไปได้บางส่วน

เมื่อคุณรู้ว่าระบบเทรดน่าจะใกล้ถึงการ Drawdown คุณอาจจะหยุดเล่นระบบเทรดนั้น และหันไปใช้ระบบเทรดอื่นแทน หรือแทนที่จะใช้จำนวนสัญญาเท่าเดิม ก็อาจจะลดจำนวนสัญญาลง

เมื่อคุณรู้ว่าระบบเทรดน่าจะใกล้ผ่านการ Drawdown และพร้อมจะเก็บกำไรอีกครั้ง เมื่อนั้นคุณก็กลับมาเล่นจำนวนสัญญาเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมได้หากคุณ “มั่นใจ” ในระบบเทรดของคุณ

ฯลฯ

นี่คือ Money Management ที่เหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ขั้นต่างๆ ในความคิดเห็นของผมครับ

ผมได้เคยกล่าวไว้เมื่อตอนแรกๆ แล้วว่า ผมไม่เคยไปลงเรียนคอร์สการเทรดใดๆ แนวคิดที่เกิดขึ้น เกิดจาก “ประสบการณ์” ที่สะสมมาตลอด 14 ปี ซึ่งจะถูกต้องตามหลักทฤษฎีหรือไม่ ผมไม่ทราบได้ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มีหนังสือเล่มนึง คุณ NickyBaKaNa จากพันทิป ส่งลิงค์มาให้ผม ชื่อหนังสือว่า “The Trading Game” ผมลองเปิดดูคร่าวๆ เป็นหนังสือดีเล่มนึงทีเดียว มีเวลาผมคงต้องอ่านแน่ๆ ครับ

//www.4shared.com/file/50902261/b6c5562c/Ryan_Jones_-_The_Trading_Game.html?s=1

เพราะการอ่านหนังสือผมชอบมากครับโดยเฉพาะหนังสือดีๆ แบบนี้

ป.ล. ผมได้เปิดโอกาสสำหรับผู้อ่านที่ไม่มี Log In ของ Pantip ได้แสดงความคิดเห็นได้แล้วนับจากตอนนี้เป็นต้นไป ท่านใดมีเรื่องสงสัยในประเด็นใด หากผมสามารถตอบได้ในความรู้เท่าที่ผมพึงมี ผมก็ยินดีตอบให้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 30 มีนาคม 2553    
Last Update : 30 มีนาคม 2553 14:17:22 น.
Counter : 10463 Pageviews.  

Trader’s Diary: การ Screen Out การ Drawdown ของ MK 105 ศุกร์ที่ 26 มี.ค.53

เมื่อวานผมได้ทดลองระบบเทรดสำรอง MK 106 ด้วยเงินจริง โดยใช้จำนวนสัญญาน้อยๆ ผลปรากฏว่าในช่วงเช้าเหมือนระบบจะสามารถเก็บกำไรได้ แต่แล้วในช่วงบ่าย เกิดการเทขายในตลาดหุ้นแต่วอลุ่มขายไม่ได้มากมายนัก แต่กับตลาด Futures แล้ว เทไหลพรวดลงมาทำให้ระบบ MK 106 สั่งให้ Cut Loss ที่ 548.80



ในระหว่างที่ถือสถานะตามระบบ MK 106 อยู่นั้น ปรากฏว่าระบบ MK 105 ได้เกิดการ Drawdown อย่างต่อเนื่อง มีการส่งสัญญาณให้ Long และ Short สลับกันไปเนื่องจากตลาดค่อนข้างนิ่งในช่วงเช้า MK 105 ได้เกิด Drawdown มีผลขาดทุน 4 ไม้ติดต่อกัน

จังหวะที่ตลาดมีการเทขายนั้น MK 105 ก็ส่งสัญญาณให้เปิด Short ที่ 548.80 ซึ่งเป็นต้นทุนเดียวกันที่ MK 106 ให้ Cut Loss ออกมา ผมจึงทำการเปิดสถานะ Short สวนลงไปด้วยเพราะระบบเกิด Drawdown มา 4 ไม้แล้ว ไม้นี้มีโอกาสจะเก็บกำไรได้ โดยผมใช้จำนวนในสัญญาเต็มจำนวนสำหรับระบบเทรดนี้

แต่เนื่องด้วยการไหลของราคาใน Futures ค่อนข้างเร็วมาก ทำให้ผมสามารถเก็บของไปได้แค่ 1 ใน 4 ของพอร์ท และต้นทุนต่ำกว่าที่ระบบให้มา โดยผมได้ต้นทุนเฉลี่ยที่ 548.54 เกิดจากการเกี่ยงราคาทำให้ไม่สามารถได้ของทั้งหมด เพราะการเปิดแล้วต้นทุนต่ำกว่าระบบทำให้การตัดสินใจเกิดการลังเลพอสมควร ทางที่ถูกต้องคือ “เมื่อระบบให้เปิด ก็ต้องเปิด หากเกี่ยงราคาก็จะเป็นเช่นนี้”



ราคาไหลลงไปค่อนข้างเร็วมาก ลงไปที่ 547 ซึ่งระบบเทรด MK 104 ก็ส่งสัญญาณให้เปิด Short ได้ ผมได้ส่งคำสั่ง Short ไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้ของแม้สัญญาเดียว ทำให้ผมตั้งออเดอร์รอไว้ และรออย่างนั้นจนราคาไหลรูดลงไปเรื่อย

โปรแกรมเทรดที่ผมใช้ค่อนข้างมีปัญหาพอสมควร มักจะขึ้น Time Out และให้ Log in ใหม่ตลอด ทำให้ 2 ไม้ในวันนี้ ผมต้องส่งคำสั่งผ่านมาร์ฯ ซึ่งกว่าจะคุยราคาและคำสั่งกันเสร็จ ราคาก็ไปไหนต่อไหนแล้ว

เปรียบเสมือนสามารถชักปืนได้เร็ว กระสุนปืนพร้อม แต่ "ไกปืน" ดันค้าง เราก็โดนฝ่ายตรงข้ามยิงสวนได้ง่ายๆ ครับ

ราคาซีรีส์ M ได้ไหลรูดลงไปแถวๆ 542.50 แล้วดีดกลับขึ้นมาปิดที่ 545.00 ทำให้ผมมีทางเลือกสามทางในวันจันทร์ คือ

1. หากกำไร จะปิดสถานะออกก่อนโดยไม่รอระบบ เพราะเปิดได้ไม่เต็มจำนวนอีกทั้งต้นทุนที่ได้ต่ำกว่าระบบด้วย แล้วค่อยหาจังหวะเปิดสถานะใหม่อีกครั้ง

2. หากราคาดีดขึ้น ให้ทำการ “เปิด” สถานะ Short เพิ่ม

3. หากกำไร ให้รอสัญญาณจนกว่าระบบจะสั่งให้ปิดทำกำไรเพื่อยอมรับ Reward ที่ได้น้อยกว่าระบบ หากขาดทุนก็รอระบบเช่นเดียวกันและถือว่าโชคดีที่เปิดได้แค่ 1 ใน 4 ของพอร์ท

ทั้งนี้การตัดสินใจของผมจะเป็นอย่างไร คงต้องดูสถานการณ์ในวันสุดสัปดาห์นี้ที่ม๊อบแดงจะมีการกดดันรัฐบาลเข้มข้นขึ้น

การได้ของไม่ครบ และต้นทุนต่ำกว่าระบบ อีกทั้งราคาไหลลงไป ทำให้การเล่นสัญญาที่เหลือค่อนข้างลังเล และเล่นยากเลยครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานมีคำถามจากผู้อ่านหลายคำถาม ผมขอตอบให้ดังนี้

คำถามของคุณ smokerfield

ระบบ Y=1 Y=2 พี่จะเอาออกมาใช้ตอนไหนครับ

ผมสนใจเพราะผมเองอยากจะสร้างระบบ counter-trend เหมือนกัน จะได้ diversify ความเสี่ยงไปในตัว

ขอบคุณมากครับพี่หมากเขียว

ตอบ

ระบบหลักที่ผมใช้คือ Trend Following ส่วน Counter-Trend ยังไม่ได้ระบบที่สมบูรณ์ และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ แต่เท่าที่ผมดูด้วยสายตาแล้ว Timeframe ระยะสั้นๆ จะ Work กว่า เนื่องจากผมลองดูผลย้อนหลังเฉพาะปีนี้ MK 115 และ MK 116 ไม่ค่อย Work เท่าไหร่ แต่สำหรับ MK 117 Work เลยทีเดียว แต่เป็นการเล่นไม้สั้นๆ ครับ

คำถามของคุณ หมอสัจจะ

การเทรด เป็นระบบ สำเร็จรูป ที่คุณหมากเขียวใช้

แล้ว ข่าวรายวันที่ทราบก่อนตลาดเปิด จะมีผลต่อ การคิด การตัดสินใจ ไหม ถ้า มันจะเกิด ผลตรงข้ามสัญญาณทางระบบ

เคยมีไหม ที่ทราบข่าวแล้วต้องจัดการ โดยไม่รอสัญญาณจากระบบสั่ง

ตอบ

การนำระบบเทรดมาใช้ ก่อนที่เราจะใช้มัน เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า เราได้ทดสอบระบบเทรดนั้นจาก “ราคา” ของสินค้านั้นๆ ซึ่งราคาที่เกิดการซื้อขายกันนั้นได้ผ่านการซึมซับข่าวทุกๆ ข่าวมาหมดแล้ว เป็นราคาที่ซื้อขายในตลาดที่เกิดจาก “ความต้องการซื้อ” และ “ความต้องการขาย” ประกอบกัน

อีกทั้งการทดสอบ Backtesting โดยใช้ระยะเวลา 5-10 ปี ซึ่งผ่านข่าวมานับพันๆ ข่าว ดังนั้นเมื่อเทรดเดอร์ตัดสินใจทำตามระบบแล้ว จึงต้องทำตามระบบไปตลอดครับ

สำหรับผม “เคย” และ “บ่อย” ครับ ที่ไม่รอสัญญาณ หรือ ไม่ทำตามระบบ

แต่จะทำในช่วงที่ระบบเทรด “เกิดการ Drawdown”…..

อย่างเช่นในช่วงนี้เป็นต้น ที่ผมคาดการณ์ว่า MK 105 น่าจะตกอยู่ในช่วง Drawdown หลังจากเก็บกำไรมาพอสมควร และได้ถึง 3 ไม้ติดๆ กัน ผมก็จะนำข่าว และการวิเคราะห์อื่นๆ ที่อยู่ใน Model Trade ของผม มาช่วยในการ Screen Out การ Drawdown ของระบบเทรดออกไป

อย่างเช่นถ้าในวันจันทร์ ระบบ MK 105 เก็บกำไรได้ โดยสถานการณ์ที่ต่างชาติยังซื้อสุทธิอยู่ อีกทั้งผมเก็บของได้ไม่เต็มพอร์ทและต้นทุนต่ำกว่าระบบด้วย ผมก็อาจจะปิดสถานะเก็บกำไรออกไปก่อนได้ครับ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ด้วยครับ เพราะการเทรดมันเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ผสมผสานกัน ไม่มีกฎตายตัวครับ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทั้งหมด จะใช้ “ระบบเทรด” และ “Model Trade” เป็นตัวยืน เพื่อตัด “อารมณ์ในการเทรด” ออกไปครับ

คำถามของคุณ afood

ติดตามอ่านตลอดครับ ได้ความรู้ที่ดีๆ มากๆ

ระบบ MK ต่างๆ นี่เป็น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมา

ใช่มั๊ยครับ

ตอบ

สำหรับ Trend Following ผมใช้ “เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค” ที่มีในโปรแกรม APEX ของ BisNews ในการสร้างระบบครับ แต่ผมไม่ได้ใช้ค่า “Default” ที่โปรแกรมให้มา ผมนำมาคำนวณโดยใช้ VBA ใน Excel ที่เขียนมาเพื่อหาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมกับเครื่องมือนั้นๆ กับสินค้านั้นๆ กับ Timeframe นั้นๆ เพื่อหาค่าพารามิเตอร์ที่ Optimize มากที่สุดนำมาสร้างเป็นระบบ MK ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอเขียนเพียงเท่านี้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 29 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 11:30:58 น.
Counter : 9001 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.