"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"
Group Blog
 
All Blogs
 

Trader’s Diary: แนะนำหนังสือดีไว้อ่านช่วงหยุดยาวสงกรานต์ ศุกร์ที่ 9 เม.ย.53

วันนี้ผมมาห้องเทรดโดยตั้งใจไว้ว่า หากจังหวะไม่น่าเล่น สัญญาณไม่ชัด จะไม่เข้าไปเล่น Scalping เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องทำหลายอย่างทั้งตามเก็บหุ้นพื้นฐานดีให้คุณพ่อที่เล่น VI โดยราคาย่อลงมาถึงเป้าที่คุณพ่อผมอยากได้ อีกทั้งต้องคอยช่วยแก้พอร์ทให้กับพี่ชายที่เข้าไปเล่นผิดจังหวะในวันที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินพอดี เลยโดนแจ็คพ็อตไป

ช่วงเช้าราคาสวิงมาก Futures เปิดตลาดมา ดิ่งลงทันทีกว่า 7 จุด แล้วสวิงขึ้นสวิงลงแบบถ้าเล่น Scalping ได้ถูกทางแล้ว ได้กำไรซะใจจริงแท้ โดยเหวี่ยงขึ้นไปสูงสุดที่ 551.30

ก่อนปิดตลาดภาคบ่าย นปช.ประกาศเคลื่อนพลไปสถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว ทำให้ ศอฉ.ออกแถลงการณ์ถึงการใช้มาตรการเพื่อมิให้กลุ่ม นปช.เข้าไปในสถานีได้ โดยประกาศใช้มาตรการจากเบาไปหนัก โดยการใช้วิธีโน้มน้าวก่อน หากไม่สำเร็จจะใช้น้ำฉีด หากไม่สำเร็จอีกจะใช้วิธีเปิดเสียงดังรบกวน หากไม่ได้ผลจะใช้แก๊สน้ำตา และหากไม่ได้ผลอีก ก็จะใช้กระสุนยางเป็นทางเลือกสุดท้าย

ก็ภาวนาให้คนไทยด้วยกัน ก็โปรดใช้วิธีที่เบาที่สุดแล้วให้คุยกันรู้เรื่องทีเถอะ แต่ผมคาดการณ์ว่าอย่างน้อยๆ คงต้องมีการยิงแก๊สน้ำตากันบ้างครับ

ผมอยากแนะนำหนังสือน่าอ่านซักเล่มนึง ซึ่งผมได้มาจากการสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา ไว้ได้นั่งอ่านเล่นกันในช่วงหยุดยาวนี้

หนังสือ 2530-2551 จาก Black Monday ถึง Hamburger Crisis



เรียบเรียงโดย คุณเปรมศิริ ฤทัยเจตน์เจริญ และคุณตะวัน สุรัติเจริญสุข
สำนักพิมพ์ เนชั่นบุ๊คส์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยได้รวบรวม 436 ประเด็นเด็ดข่าวเศรษฐกิจและการเมืองในรอบ 21 ปี จาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เศรษฐกิจของประเทศ เรียนรู้และเข้าใจประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย เพื่อเชื่อมโยงสู่อนาคต ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมคิดว่าได้รวบรวมประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของเมืองไทยผ่านคอลัมภ์หนังสือพิมพ์ที่สมบูรณ์ที่สุดในขณะนี้ครับ


ป.ล. วันจันทร์ที่ 12 เม.ย.53 เป็นวันทำการปกติของตลาดหลักทรัพย์ แต่ผมจะไม่เข้าห้องเทรดเนื่องจากมีโปรแกรมท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และคงหยุดยาว ผมจะกลับมาเขียน Blog อีกครั้งในวันศุกร์ที่ 16 เม.ย.53 ครับ

ขอให้ทุกท่านโชคดี ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง และเที่ยวให้สนุกในเทศกาลสงกรานต์ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:17:11 น.
Counter : 7337 Pageviews.  

Trader’s Diary: หลีกเลี่ยงการเก็บเศษสตางค์ท่ามกลางสมรภูมิรบที่ยังไม่สิ้นสุด พฤหัสที่ 8 เม.ย.53

เมื่อวาน นปช. ได้เคลื่อนขบวนไปบุกรัฐสภาและเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยโดยผู้ชุมนุมใช้รถพังประตูรัฐสภาเข้าไป โดยอ้างว่าพบแก็สน้ำตาและปืน M16 ในรัฐสภา อีกทั้งได้ชิงปืนสั้นจากเจ้าหน้าที่ไปหนึ่งกระบอก จนทำให้เวลาประมาณ 18.00 น. นายกฯ ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตามมาด้วยข้อกำหนดประกอบ พ.ร.ก.อีกหลายฉบับ

นายกฯ ได้แต่งตั้ง ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.โดยมีรองนายกฯ สุเทพ เป็นประธาน ซึ่งช่วงดึกๆ รองนายกฯ ได้ออกแถลงการณ์ถึงการมอบหมายงานตามคำสั่งของนายกฯ เป็นที่เรียบร้อย ใจความสำคัญคือ การควบคุมให้การชุมนุมอยู่ในความสงบ ขจัดการก่อความวุ่นวายในสถานที่ต่างๆ ขจัดการแพร่สะพัดของข่าวลือและการปลุกระดม ป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ เพิ่มเติม รวมทั้งใช้วิธีประชาสัมพันธ์ให้ผู้ชุมนุมออกจากสถานที่ชุมนุมโดยสงบโดยเฉพาะแยกราชประสงค์

ช่วงสายๆ มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าสถานีโทรทัศน์ People Channel อันเป็นสถานีหลักของ นปช.ที่ใช้ปลุกระดมมวลชน อาจจะถูก “ปิด” และเมื่อเป็นเช่นนั้น นปช.อาจจะมีการตอบโต้กลับทำให้การชุมนุมรุนแรงขึ้น

เปิดตลาดภาคเช้า ตลาดรับข่าวโดยทันทีโดยตลาดอนุพันธ์ดิ่งลงไป 5 จุด ผมรอให้ตลาดหุ้นเปิดเพื่อขอดูแรงซื้อจากหุ้น Big Cap ว่ามีมากขนาดไหน ณ วินาทีนั้น ผมเห็นออเดอร์ PTT เข้าซื้อเปิดตลาดที่ราคา 278 ถึง 500,000 กว่าหุ้น และในกราฟระดับ 1 นาที ซีรีส์ M อยู่ในภาวะ Oversold มาก มีโอกาสดีดตัวได้ ผมจึงส่งคำสั่งเพื่อเปิดสถานะที่ 565 ทันทีที่ได้ของ ซีรีส์ M ดีดขึ้นทันที ขณะนั้นมีออเดอร์เข้าไล่ซื้อ แต่เป็นไม้เล็กไม้ ซึ่งผิดปกติกว่าในรอบก่อนๆ ที่พักฐานลงมาแล้วต่างชาติเข้าเก็บของ จะเป็นไม้ใหญ่ยกเติม Bid ทั้งนั้น ซีรีส์ M วิ่งขึ้นไปและเริ่มติดๆ แถว 568 ทำให้ผมปิดสถานะทำกำไรออกมาได้ที่ราคา 568 พอดี



หลังจากปิดสถานะไปแล้ว ราคาซีรีส์ M ก็วิ่งอยู่ในกรอบ 565-568 อยู่พักนึง จนเวลาประมาณ 11.00 น. ทิศทางเริ่มชัดเจนขึ้นว่าไปต่อไม่ไหว ตลาดหุ้นหลุด 800 จุด และไม่สามารถกลับมายืนได้

ซึ่ง ณ ตอนเช้า ผมยังคิดว่าต่างชาติน่าจะไล่เก็บของเหมือนเคยไม่ยอมให้หลุด 800 ไปได้ง่ายๆ แต่จากการดู Ticker ที่ไหล และออเดอร์ที่ส่งเข้ามาแล้ว ผิดปกติกว่า 2 รอบก่อน เหมือนว่าคนที่ขายจะเป็นต่างชาติ และเหมือนว่าคนที่ซื้อจะเป็นรายย่อย

ช่วงบ่าย ผมมีธุระที่ต้องออกไปข้างนอกและอาจจะกลับมาไม่ทันตลาดเปิด ดังนั้นเมื่อผมเก็บกำไรในตอนเช้าได้แล้ว ผมจึงอยูเฉยๆ นั่งดู Market Ticker จนตลาดปิดภาคเช้า

ผมกลับมาอีกทีประมาณ 15.00 น. ราคาทั้งตลาดรูดมหาราช ทำให้เกือบหลุด 780 จุด ในห้องค้ากระแสข่าวลือค่อนข้างหนาแน่นมาก ทั้งเรื่องการสลายการชุมนุม และความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ People Channel ถูกปิด รวมทั้งเวบไซด์ และสถานีวิทยุในเครือข่ายของ นปช.

นปช.มีการเคลื่อนขบวนไปกดดันที่สถานีไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว และเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย แต่สามารถเจรจาและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ แต่ก็ได้กระทบต่อตลาดหุ้นอย่างมาก โดยตลาดอนุพันธ์ ซีรีส์ M ได้ไหลลงมาปิดที่จุดต่ำสุดของวัน

ผมได้เข้าไปอ่านตามเวบบอร์ดหุ้น และพบว่ามีนักลงทุนรายย่อยเข้าไป “รับมีดบังตอที่เพิ่งหล่นจากฟากฟ้า ทำให้มือตัวเองเป็นเขียงรับมีด” ไปค่อนข้างมาก มีการตั้งกระทู้โอยครวญเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในรอบที่ผ่านมามีรายย่อยที่ตกรถ และคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปเก็บของเหมือนใน 2 รอบที่ผ่านมา

“หากคิดที่จะเข้าไปเก็บเศษสตางค์ ในท่ามกลางสมรภูมิรบที่ยังไม่สิ้นสุด ย่อมเสี่ยงต่อคมหอก คมดาบ ระเบิด และกระสุนปืน ที่อาจจะได้รับ”

การเล่นเก็งกำไรในสมรภูมิรบที่เพิ่งเริ่มเดือด เหมือนเป็นการเข้าไปเก็บ “เศษสตางค์” ดังนั้น เมื่อเข้าผิดทางไปแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือการ “หนีตาย” ออกจากสมรภูมิรบให้ “เร็วที่สุด” หรือ “Cut Loss” ให้ไว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายหนัก

ตกเย็นความกระจ่างได้บังเกิดว่าทำไมออเดอร์ที่ไล่ซื้อมันไม้เล็กจัด

ต่างชาติเทขายทำกำไรรอบใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 31 วันทำการ โดยขายสุทธิ 1,400 ล้าน กองทุนขายสุทธิ 3,800 ล้าน พอร์ทบริษัท ขายสุทธิ 180 ล้าน

และ.....รายย่อยเป็นผู้รับของอยู่ผู้เดียวถึง.....5,400 ล้านบาท

หลังจากนี้ต้องติดตามดู Fund Flow อย่างใกล้ชิดว่าจะเทขายทำกำไรออกมาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หรือว่าเป็นแค่ขายทำกำไรลดความเสี่ยงในช่วงหยุดยาวสงกรานต์เท่านั้น

แท่งเทียนวันนี้ทำให้ภาพระดับ Day เกิดการฟอร์มตัวเป็นรูปแบบ Abandon Baby เป็นการแสดงถึงการปรับฐาน อีกทั้งแท่งเทียนราคาได้ลงมาปิด 2 Gap ที่เปิดไว้แถวๆ 808 และ 782 ตามลำดับ หากพรุ่งนี้ลงต่อ ก็มีโอกาสที่จะลงไปปิด Gap สุดท้ายแถวๆ 750 ได้ หากต่างชาติยังคงขายต่อเนื่องครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันก่อนมีคำถามเกี่ยวกับ Prop Trade ซึ่งผมไม่ได้ลืมตอบหรอกครับ แต่บางคำถามมันเป็น “ความลับ” ของบริษัท ที่ถึงแม้ผมจะลาออกมาแล้ว ก็คงไม่สามารถตอบได้

ผมจะตอบให้เท่าที่จำเป็นแล้วกันครับ

คำถามของคุณ NickyBaKaNa

ถาม
เด็กที่ฉายแววว่ามีพรสวรรค์

ดูจากอะไรหรอครับ หรือว่าความรู้สึกล้วนๆ

เผื่อผมอาจจจะมีพรสวรรค์กะเขาบ้าง เหอๆ
หรือไม่ก็ชวนเพื่อนที่มีพรสวรรค์ มีtrade มั่ง

เด็กจบใหม่ นี้คือแบบไม่เคยเทรดมาก่อนเลยรึเปล่าครับ
หรือว่า เคยเทรดมาบ้าง ไม่ถึงปี

คำถามในห้องสัมภาษณ์ อะไรหรอครับ พอเปิดเผยได้มั้ยครับ
ขอบคุณพี่หมากเขียวมากๆเลยครับ ^_^

ตอบ
ผมขอตอบสั้นๆ ว่า “สุนัขล่าเนื้อ มองสุนัขล่าเนื้อด้วยกันออก” ส่วนจะมีวิธีมองอย่างไร มันเป็นวิธีการเฉพาะตัวของผม ของนายเก่าผม และของบริษัทที่ผมเคยร่วมงาน ซึ่งมีแบบแผนและมีวิธีการที่สามารถค้นหา “สุนัขล่าเนื้อชั้นดี” ได้ ถึงจะมีการมองผิดพลาดไปบ้าง จากปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วน้อย ซึ่งผมไม่สามารถบอกกระบวนการสรรหา “สุนัขล่าเนื้อชั้นดี” ให้ใครทราบได้ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอเท่านี้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:27:52 น.
Counter : 7279 Pageviews.  

Trader’s Diary: แก้อาการ Bias และคันมือโดยการเล่น Day Trade บนระบบ MK 107 พุธที่ 7 เม.ย.53

วันนี้ผมเทรดเข้าออกหลายรอบมาก เนื่องจากต้องการขจัดอาการ Bias ต่างๆ เกี่ยวกับตลาดออกไป โดยการสวมวิญญาณ Prop Trade อีกครั้ง ซึ่งผมนำระบบ MK 107 มาใช้ผสมกับการดู Ticker ของหุ้นประกอบกันไปด้วย พร้อมทั้งใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นเพื่อช่วย Screen Out ตัว Drawdown ออกไป เพราะพอเราใช้ Timeframe ที่สั้นมาก Drawdown จะเกิดเต็มไปหมด โดยผมใช้สัญญาจำนวนน้อยๆ เข้าไปเล่น

รอบแรก ผมเปิด Long ที่ 571.65 โดยจังหวะนั้นเข้าเขต Oversold พอดีในขณะที่มีออเดอร์ไล่ซื้อหุ้น PTT โชคเข้าข้างผมในไม้แรก มีการเติม Bid และยก PTT ขึ้นถึง 3 ช่อง ในซีรีส์ M เริ่มติดๆ แถว 575 ดังนั้นผมจึงปิดทำกำไรได้ที่ราคา 574.64

รอบถัดมาระบบ MK 107 คอนเฟิร์มให้เปิด Long พร้อมๆ กับ Ticker หุ้น Big Cap หลายตัวระดมกันเข้าซื้อ ผมจึงเปิดสถานะ Long ที่ต้นทุน 574.00 แต่ซีรีส์ M เริ่มติด แถมมีไม้ใหญ่เท Short ลงมา ทั้งๆ ที่หุ้นยังไล่ซื้อกันอยู่ การเล่น Scalping ของผม ผมจะตั้งจุด Cut Loss ไม่เกิน 1 จุด ดังนั้นผมจึงทำการ Cut Loss ที่ 573.04

รอบที่สามช่วงใกล้ๆ ปิดตลาดภาคเช้า ระบบ MK 107 กำลังคอนเฟิร์มให้เปิด Long ประกอบกับมีออเดอร์ไม้ใหญ่รวบ PTT ขึ้นไปทดสอบ New High ทำให้ผมตัดสินใจเปิด Long ที่ 573.76 และดูเหมือนผมจะได้กำไรก้อนโตจากไม้นี้ เนื่องจาก PTT ถูกยกถึง 3 ช่อง ตามมาด้วย PTTEP 1 ช่อง หากเป็นภาวะตลาดปกติ ในซีรีส์ M อย่างน้อยๆ จะต้องวิ่งไป 3-4 จุด แต่นี่กลับนิ่งสนิท ทำให้ Basis เกิดการติดลบถึง 10 จุดด้วยกัน

เมื่อพวกที่เป็น Scalping ด้วยกันเห็นว่าซื้อไม่ขึ้น จึงเทกัน Cut Loss ออกมา ซึ่งไม่ต่างจากผม ผม Cut Loss ที่ 573 ตามเป้าที่วางไว้

ณ ตอนนี้ กำไรที่ทำได้ช่วงเช้า ได้คืนตลาดไปหมด แต่เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ทำตามระบบทุกอย่างแต่ในเมื่อตลาดไม่เป็นใจ ก็ต้องยอมรับตามนั้น

ภาคบ่ายผมเทรดไม้เดียว จากการเปิด Short 572.08 ซึ่งตามระบบ MK 107 โดยไม่รอ Ticker เพราะขณะนั้นระบบเทรด MK 107 เกิด Drawdown ติดๆ กัน 10 ไม้แล้ว ไม้นี้เป็นไม้ที่ 11 ซึ่งน่าจะกลับมาทำกำไรได้แล้ว แต่ในขณะที่ถือสถานะอยู่นั้น PTT มีออเดอร์มาไล่ซื้ออีกแล้ว ทำให้ผมตัดสินใจ Cut Loss ออกไปที่ 571.80 ในขณะที่กดส่งคำสั่ง Cut Loss นั้น ปรากฏว่าผมตัดสินใจเร็วไปเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้น เพราะออเดอร์ที่ไล่ซื้อนั้น ซื้อไม่หมด มีออเดอร์ที่ใหญ่กว่าเข้ามาเติม Offer ไว้ จากนั้นตลาดก็ลงยาวจนปิดตลาดไป ซึ่งทำให้ผมพลาดโอกาสทำกำไรคืนได้ภายในเย็นวันนั้น



วันนี้สนุกมากทีเดียว ผลการเทรดนั้นมีกำไร แต่ถูกค่าคอมฯ กินไปจากการพลาด 4 ไม้ติดๆ แต่เป็นการช่วยขจัด Bias ต่างๆ ในหัวของผมไปได้หมดสิ้น เพราะการมาเล่นแบบ Scalping ซื้อเร็วขายเร็ว ตาม Ticker นั้นเราไม่ต้องคิดถึงข้อมูลต่างๆ ในหัวมาก วิเคราะห์ Ticker และการวาง Bid-Offer เพื่อจับจังหวะในการเข้าออกอย่างเดียว ก็สามารถทำกำไรได้แล้ว เพียงแต่ต้องคุ้นเคยและอยู่กับสินค้าที่เราจะเทรดทุกๆ วัน

ลูกน้องเก่าของผมคนหนึ่ง ตอนนี้เป็นมือหนึ่ง Prop Trade ให้กับ บล.แห่งหนึ่ง เชื่อหรือไม่ว่าเทรดเดอร์คนนี้เป็นเด็ก ป.ตรีจบใหม่ วิเคราะห์พื้นฐานก็ไม่เป็น เทคนิคก็ไม่รู้ Fund Flow ก็ไม่ตาม แต่สามารถเล่น Scalping ทำกำไรได้แทบทุกวัน เมื่อนำผลกำไรมา Plot กราฟ กำไรสะสมแล้ว แทบจะไม่มีช่วงที่เกิด Drawdown เลย คือ ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีลง ซึ่งผมถือว่าเทรดเดอร์คนนี้ เกิดมาเพื่อเป็นเทรดเดอร์อย่างแท้จริง มีพรสวรรค์ และมีความกตัญญูต่อพ่อแม่สูงมาก เพราะผลตอบแทนที่ได้มาทั้งหมดนั้น น้องคนนี้ให้พ่อกับแม่ของน้องเขาทั้งหมด ซึ่งผลบุญจากความกตัญญูนี้ ผมเชื่อว่าได้ส่งผลให้ชีวิตการเทรดของเขาไม่เคยตกต่ำลงเลย

ผมเคยถามว่าทำไมถึงซื้อหรือขายในแต่ละไม้ เทรดเดอร์คนนี้ตอบสั้นๆ ว่า “ผมคิดว่ามันน่าจะขึ้นก็ Long น่าจะลงก็ขายครับ” ซึ่งผมมานั่งวิเคราะห์ผลงานของน้องคนนี้แล้วพบว่า Win-Lose Ratio ของเขาทำได้ 50:50 เท่านั้น แต่ Reward-Risk ของเขาทำได้สูงมากประมาณ 7:1 คือเวลาถ้าซื้อต้องขึ้นเท่านั้น ถ้าไม่ขึ้นจะ Cut ทันที ซึ่งเหมาะมากกับการเล่น Scalping ยิ่งเป็น Prop Trade แล้วยิ่งเข้าทางไปใหญ่

แต่สำหรับรายย่อยที่มีค่าคอมฯ ค้ำคออยู่ประมาณ 1 จุด ทำให้การเล่น Scalping ทำได้เหนื่อยกว่ามาก แต่ถ้าสามารถจับจังหวะดีๆ ก็สามารถทำกำไรได้แทบทุกวันเช่นกัน หากเทรดเดอร์ผู้นั้นรู้จัก “หยุด” เมื่อได้กำไรตาม “เป้าหมาย” แล้ว


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 15:47:09 น.
Counter : 7786 Pageviews.  

Trader’s Diary: ทำ New High จนได้หลังจากเจอแรงเทขายในช่วงเช้า จันทร์ที่ 5 เม.ย.53

สุดสัปดาห์ นปช. ก็เฉลยให้ได้รู้ว่าการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยมีมาก่อนในการก่อม๊อบนั่นคือ การปิดถนนสายหลักและยึดแหล่งธุรกิจสำคัญนั่นคือแยกราชประสงค์ ทำให้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น

เปิดตลาดภาคเช้า ตลาดตอบสนองทันทีโดยถูกแรงเทขายทำให้ลงไปถึง 10 แต่มีไม้ใหญ่คอยเติม Bid และรับของอยู่ตลอดเวลา จนในภาคบ่ายตลาดกลับมายืน 800 ได้อย่างแข็งแกร่งและพุ่งทะยานขึ้นไปทำ New High ที่ 808.15

ตลอดช่วงบ่ายผมปิดหน้าจอทั้งหุ้นและ Futures ไม่ได้ดูหน้าจอเลย เนื่องจากนั่งเตรียมข้อมูลสำหรับใช้ท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ที่พี่ชายผมขอให้ส่งมาให้คืนนี้ และคิดว่าตลาดไม่น่ามีอะไรน่าจะซึมๆ อยู่อย่างนั้น แต่ที่ไหนได้ เปิดหน้าจอมาดูตอน 4 โมงกว่า โอ๊ะ....ลากยาวไปนู๊นเลย

สิ้นวันก็เป็นดังคาด ต่างชาติเข้ามาเก็บของอีกตามเคย โอกาสที่วันพุธจะขึ้นต่อเพื่อทดสอบ 820 จุด เป็นไปได้สูงมาก หากไม่เกิดเหตุรุนแรงในวันจักรีซะก่อน

ช่วงนี้ตลาดสวิงค่อนข้างมาก ผมอาจจะลด Time Frame ลง มาใช้ MK 106 และ MK 107 เก็งกำไรระยะสั้นๆ ให้จบภายในวันไปก่อนเพื่อความปลอดภัยในช่วงนี้ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำถามเมื่อวาน ผมขอตอบให้ดังนี้

คำถามของคุณ ฉันรักการเล่นหุ้น

ถาม
พอจะบอก blog น้องๆตาม

"ซึ่งสัปดาห์นี้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์เป็นต้นมา Day Trade เล่นค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันเพราะตลาดมันสวิงมาก ผิดทางปุ๊บโดนทันที ยิ่งเป็นรายย่อยมีค่าคอมฯ ยิ่งเหนื่อย ขนาดน้องๆ ผมเอง เท่าที่ตามอ่านใน Blog ยังว่าเทรดแล้วเหนื่อยเลย"

เพื่อจะได้ตามอ่านครับ
ขอบคุณครับ

ตอบ
เคยให้ลิงค์ไว้แล้วครับตามนี้

//www.tradermemory.blogspot.com/

//www.wizard-kid.blogspot.com/

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=ex-editor-in-chief

คำถามของคุณไม้แดง

ถาม
ที่เล่นแล้วเหนื่อยเพราะอยู่กับข้อมูลมากไปหรือเปล่าครับ

ตอบ
ผมเข้าใจว่าตลาดค่อนข้างสวิงหากเข้าแล้วผิดทางไล่ตามคืนค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันครับ ส่วนมากในทีมจะเล่นตาม Ticker เป็นหลัก การใช้ข้อมูลระหว่างวันน่าจะน้อยครับ แต่เท่าที่ตามอ่านน้องๆ เขาก็สามารถพลิกกลับมากำไรได้ในวันนั้นๆ

คำถามของคุณ Hyoderella

ถาม
ขอเรียนถามเรื่อง PT ครับ .... ที่พี่หมากเขียวบอกว่า ... “มีความสามารถทำเงินให้ทีมผมได้เท่าไหร่” ... ถ้าสมมุติว่าผมมีผลการเทรดจริงที่ไม่ค่อยดี แต่มีโมเดลเทรดที่ดี (ผลทดสอบออกมาดี โดยที่ไม่ curve fit) อย่างนี้เค้าจะสนใจบ้างไหมครับ ?

ขอบคุณพี่หมากเขียวมากๆนะครับ ติดตามอ่านเสมอเลยนะครับ ได้ความรู้ใหม่ๆทุกตอนเลย :D

ตอบ
ผมดูผลงานเทรดจริงนะ บวกกับการตอบคำถามที่ผมยิงในห้องสัมภาษณ์ ถ้าเด็กจบใหม่จะต้องเป็นเด็กที่ฉายแววว่ามีพรสวรรค์ และมีแนวคิดที่ทำให้เชื่อได้ว่าทำเงินให้ทีมได้ ส่วนที่อื่นผมไม่ทราบครับ

คำถามของคุณ ฉันรักการเล่นหุ้น (รอบ 2)

ถาม
1.เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนมี pt บ้าง
2.หากเราไม่รู้จัก pt เลย จู่ๆเราจะเข้าไปสมัครได้ไหม
3.ตอนที่ขอดูผลงาน เขาดูจากอดีตเทรดแบบรายย่อย หรือว่ารับเราเข้าไปก่อนแล้วลองเทรดให้ดู
4.อนาคต pt มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง
5.pt ได้ต่างประเทศ มีหรือไม่ และเหมือนหรือแตกต่างกับของไทยอย่างไร
6.หากเราตั้งเป้าหรือฝันว่าจะเป็น pt ให้ได้ จะมี step ในการคิดหรือวางแผนอย่างไร

ตอบ
1. โบรกที่ติดวอลุ่ม 1-10 อันดับแรก ผมเชื่อว่ามี PT ทุกที่ครับ
2. Walk In ได้ครับ หรือไม่ก็รอเขาเปิดรับสมัคร
3. ผมดูผลงานอดีต บวกกับการตอบคำถามในห้องสัมภาษณ์ครับ ถ้าเด็กจบใหม่ แต่ฉายแววว่าเป็นเพชรพร้อมเจียรนัยก็มีบางคนได้รับโอกาสนั้น และทำให้ผมไม่ผิดหวังซะด้วยซิ
4. เมื่อเปิดเสรีเต็มตัว โบรกที่มีรายได้ค่าคอมฯ อย่างเดียวจะอยู่ไม่ได้ Prop Trade จะเป็นแผนกหนึ่งที่มีความสำคัญมากในอนาคต จะเป็นมนุษย์ทองคำแทนมาร์ฯ ซึ่งปัจจุบันแทบจะลืมคำๆ นี้ไปแล้ว
5. มีอย่างแพร่หลาย ถึงขนาดตั้งเป็น Proprietary Firm กันเลยทีเดียว ในเมืองไทยมีการเขียนกฎหมายเปิดช่องไว้ แต่ตลาดฯ ยังไม่อนุญาตให้เข้ามาจดทะเบียนได้ครับ
6. ง่ายๆ ครับตาม 3M ให้ครบ แล้วทำผลงานพอร์ทตัวเองให้กำไร ใครๆ ก็อยากรับเทรดเดอร์เก่งๆ ที่ทำเงินให้เขาได้ทั้งนั้นล่ะครับ ขึ้นอยู่กับว่าทำให้เขาเชื่อใจและมั่นใจได้หรือเปล่าว่าทำเงินให้เขาได้จริงๆ

เพิ่มเติม
ชีวิตการทำงานของ PT ผมว่าสั้น ไม่น่าเกิน 5-10 ปี พอมีเงินทุนมากเพียงพอ เขาเหล่านี้ก็ออกมาเป็นลูกค้าเองแล้วล่ะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอเท่านี้ครับ


"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 14:21:31 น.
Counter : 7249 Pageviews.  

Trader’s Diary: พี่หรั่งยังไม่ยอมให้หลุด 800 ง่ายๆ และเรื่องของลางสังหรณ์ ศุกร์ที่ 2 เม.ย.53

วันนี้ตลาดเปิดด้วยความเงียบเหงา ในบรรยากาศของการหยุดเทศกาลอีสเตอร์ของฝั่งตะวันตกและเช็งเม้งทางฝั่งตะวันออก ตลาดต่างประเทศหลายตลาดหยุดทำการในวันนี้

ตลาดไทยเอง ก็เงียบเหงาจากความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่สุดสัปดาห์จะมีการชุมนุมใหญ่ของ นปช. ซึ่งเมื่อยังไม่ทราบว่าจะออกมาในรูปแบบใด นักลงทุนที่กำไรแล้วจึงเทขายนำเงินกลับบ้านไปกอดเพื่อความสบายใจ

ในส่วนของตลาดอนุพันธ์มีแรงเท Short อยู่อย่างเบาบาง มีไม้คอยเติมรับ Bid อยู่เรื่อยๆ เช่นกัน

จบสิ้นวัน เป็นไปตามคาด ต่างชาติยังซื้อสุทธิเหมือนเคยแต่เริ่มเบาบางลงจากวันก่อนๆ แต่ที่ผิดคาดคือรายย่อยกลับมาซื้อสุทธิตามต่างชาติเหมือนกัน ปล่อยให้กองทุนกับพอร์ทบริษัทเป็นผู้ขายสุทธิ

แรงซื้อของรายย่อยน่าจะมาในช่วงบ่าย โดยช่วงก่อนปิดตลาดภาคเช้า ดัชนีลงไปหลุด 800 แล้วพลิกกลับมายืนได้ ทำให้ช่วงบ่ายมีแรงซื้อขายสลับกันไป ผิดกับช่วงเช้าที่ถูกแรงเทขายตลอดแล้วมี Bid คอยยันไว้ไม่ให้หลุดไปไกล

วันนี้ผมตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไร นั่งดูเฉยๆ ดีกว่า แต่มีบางจังหวะคันไม้คันมือเหมือนกัน แต่ในเมื่อตั้งใจว่าไม่เทรด เพื่อรอระบบเทรดในการส่งสัญญาณ คงต้องเป็นไปตามแผนนั้น

ช่วงก่อนตลาดปิดตอนเย็น พี่ที่เป็นนักวิเคราะห์อนุพันธ์กับ บล.แห่งหนึ่ง ส่ง SMS มาให้ผม บอกให้หาจังหวะดัก Short ช่วงก่อนปิดตลาด แต่ไม่ได้บอกเหตุผลในการวิเคราะห์มา ทำให้ผมอ่าน SMS นั้นเฉยๆ และก็ยังคงทำตามแผนที่คิดไว้คือ “นั่งดูเฉยๆ” เพื่อรอระบบเทรดเท่านั้น

เพราะบ่อยครั้งที่ผมตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว แต่เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาขัดความคิดนั้น แล้วผมดันไปทำตาม มักจะขาดทุนทุกทีไป

ผมจึงค่อนข้างเชื่อใน “เซนต์” และ “ลางสังหรณ์” ของตัวเองมากกว่า

ซึ่งในเรื่องของลางสังหรณ์ ผมได้อ่านในหนังสือ The Zurich Axioms พบว่าผู้เขียนมีความคิดคล้ายกับผมตรงที่ว่า “ลางสังหรณ์” มันมีที่มาที่ไปอยู่

โดยผู้เขียนกล่าวว่า “ลางสังหรณ์” เกิดจากการซึบซับข้อมูลอย่างมหาศาลของเรื่องที่เกิดลางสังหรณ์นั้นๆ เข้าไปอยู่ในส่วนของความจำของสมอง แล้วสมองนำมาสร้างเป็นความนึกคิดรวม จากข้อมูลดิบพวกนั้นออกมา

ส่วนผมนั้นคิดว่า “ลางสังหรณ์” เกิดจากกระบวนการฝึกฝนทางด้าน “วินัย” อย่างต่อเนื่องจนซึมซับเข้าไปใน “จิตใต้สำนึก”

คือเราติดตามข้อมูลของตลาดที่เราสนใจ ข้อมูลเศรษฐกิจ การเมือง กราฟ ฯลฯ ทุกๆ วัน ทำเป็นประจำ จนข้อมูลดิบเหล่านี้ถูกฝังตัวเข้าไปใน “จิตใต้สำนึก” เมื่อถึงจุดของเวลาจุดใดจุดหนึ่งที่เราจะต้องตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ “จิตใต้สำนึก” มันจะส่งการประมวลผลออกมาอย่างอัตโนมัติในรูปของ “ลางสังหรณ์”

อันนี้เป็นกระบวนการสร้าง “ลางสังหรณ์” ที่พยายามอธิบายในรูปของ “จิตวิทยา” และ “วิทยาศาสตร์” ซึ่งผมคิดว่ามันค่อนข้างสมเหตุสมผลพอสมควร

ซึ่งผมพบว่า “ลางสังหรณ์” ที่เกิดขึ้นจาก “กระบวนการที่มีเหตุผลรองรับ” มักจะเป็นลางสังหรณ์ที่ “ถูกต้อง”

แต่เมื่อใดก็ตามที่ลางสังหรณ์นั้นเกิดจาก “ความนึกฝัน” เอาเอง มันมักจะ “ผิด”

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวานมีคำถามจากผู้อ่านหลายคำถาม ดังนี้

คำถามของคุณ diabloth
ถาม
สงสัยอินดิเคเตอร์อีกตัวที่ต้องเพิ่มเข้าไปในโมเดลเทรดก็คือฟันโฟลว์ของต่างชาติซะแล้ว ในกรณีนี้ พี่หมากเขียวว่า KZM และ DSM จะทำกำไรได้ดีมั้ยครับ ผมว่า KZM หุ้นกอง A คงเหลือน้อยเพราะโซนที่สร้างน่าจะเซทไว้ที่เซตไม่เกิน800จุดแน่เลยส่วนกอง C D ก็คงได้กำไรพอสมควรเพราะปิดบวกเกือบทุกวัน ส่วน DSM ชุดสุดท้ายของเขาน่าจะยังไม่ขายคงปล่อยให้ทำกำไรไปเรื่อยๆ ผมว่า KZM คงทำกำไรได้มากกว่าเพราะกอง CและD ของเขาสามารถทำกำไรได้เกือบทุกวัน แต่ถ้าเป็นพวก KZM DSM ขั้นสูงอาจจะกำไรน้อยกว่าขั้นต้นเยอะเพราะมีการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆ ประกอบกันเยอะซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้เกิดสับสนได้

ตอบ
ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ DSM กับ KZM ซะด้วยซิ แต่รอบขาขึ้นยาวๆ นี้ ทั้งสองแบบกำไรพอสมควรเลยล่ะครับ

ส่วนกอง C และ D ใน KZM คงต้องขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าใช้เครื่องมือ หรือระบบเทรดอะไรในการเข้าออกตลาด โดยเฉพาะกอง D ถ้าผมจำไม่ผิดคือ Day Trade รึเปล่า ซึ่งสัปดาห์นี้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์เป็นต้นมา Day Trade เล่นค่อนข้างเหนื่อยเหมือนกันเพราะตลาดมันสวิงมาก ผิดทางปุ๊บโดนทันที ยิ่งเป็นรายย่อยมีค่าคอมฯ ยิ่งเหนื่อย ขนาดน้องๆ ผมเอง เท่าที่ตามอ่านใน Blog ยังว่าเทรดแล้วเหนื่อยเลยครับ

คำถามของคุณ Q
ถาม
พี่หมากเขียวครับ ไม่ทราบว่าถ้าอยากจะเป็น PT แบบพี่เนี่ย ควรเรียนอะไรดี(หมายถึงป.ตรีอะครับ ปล.ตอนนี้ม.ปลายคับ)เเล้วโทด้วยจะขอบคุณมากครับหรือพอจะหาข้อมูลพวกนี้ได้จากที่ไหนบ้าง พอดีผมไม่ทราบจะถามใครที่ไหนครับ ผมหาที่ถามไม่เจอด้วย(ถึงเเม้พี่จะบอกให้ถามในพันทิพย์พอดีไม่เคยใช้เลย) ถ้าถามผิดที่ก็ขอโทษพี่ด้วยครับ ขอบคุณครับ

ตอบ
ตอนนี้ผมไม่ได้คุม Prop Trade แล้วครับ

ตอนที่ผมสร้างทีม บอกตรงๆ ผมไม่ดูเลยว่าผู้สมัครจะ จบอะไรมา จบที่ไหน เกรดเท่าไหร่ มีใบประกาศอะไร

ผมดูอย่างเดียว

“มีความสามารถทำเงินให้ทีมผมได้เท่าไหร่”

โดยผมดูจาก เคยมีประสบการณ์ในการเทรดมากน้อยเพียงใด มีกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร เข้ากับทีมได้ไหม บุคลิกลักษณะเป็นอย่างไร อีโก้มากมั้ย ที่สำคัญ มีไหวพริบปฏิภาณมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ ผมจะเชคว่าสามารถทำเงินให้กับทีมผมได้ และเข้ามาแล้วช่วยเติมเต็มทีมของผมให้แข็งแกร่งขึ้น

ส่วนเรื่องเรียน ถ้าให้แนะนำก็คงให้เลือกเรียน บริหาร ไม่ก็ เศรษฐศาสตร์ แล้วต่อโท MBA พร้อมๆ กับเก็บ CFA Level I ไว้เป็นไม้กันหมากับใบเบิกทาง

ผมบอกตามตรงว่า พวกใบ Transcript กับใบประกาศต่างๆ ใช้ตอนสมัครงานเพื่อเป็น “ใบเบิกทาง” เท่านั้น ชีวิตของการทำงานจริง การเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มันอยู่ที่

“ฝีมือ”

และ

“ประสบการณ์”

เท่านั้นเอง

และผมขอเตือนว่า ชีวิตการทำงานไม่เหมือนสมัยเรียน

มันจะมีคนคอยรอ “แทงข้างหลัง” คุณตลอดเวลา และพร้อมจะ “เลื่อยขาเก้าอี้” คุณด้วย

คุณจะเจอคนพวกนี้อยู่ตลอดเวลา ในชีวิตของ “มนุษย์เงินเดือน” ครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้

"แมงเม่าของเมื่อวันวาน คือ เซียนหุ้นของพรุ่งนี้"




 

Create Date : 05 เมษายน 2553    
Last Update : 5 เมษายน 2553 13:57:01 น.
Counter : 7457 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

หมากเขียว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




สวัสดีครับทุกท่าน...ผมหมากเขียวแห่งสินธร...จาก Head of Prop Trade สู่ Private Trader อิสรภาพที่รอคอย



สงวนลิขสิทธิ์ © พ.ศ.2553 โดย หมากเขียว™ ห้ามลอกเลียน ทำซ้ำ หรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความที่เขียนโดยข้าพเจ้านอกจากจะได้รับอนุญาต

Copyright © 2010.All rights reserved. These articles and photos may not be copied, printed or reproduced in any way without prior written permission of Mhakkeaw™.
Friends' blogs
[Add หมากเขียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.