มิถุนายน 2557

1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
นั่งรถไฟไปหลังคาโลก 4 พ.ค. 2557
4 พ.ค. 2557 วัดถ่าเอ๋อ (ซีหนิง) - นั่งรถไฟไปหลังคาโลก

เมื่อคืนหลังจากรื้อกระเป๋าออกมาเพื่อจัดระเบียบใหม่เนื่องจากต้องการแยกเสบียงออกจากเสื้อผ้าทั้งหมดเลยมีการเอากระเป๋างอกที่เตรียมเอาไว้แล้วมาใส่เสบียงสำหรับการเดินทางทริปนี้มีตั้งแต่ ไตปลาแห้ง ไตปลากุ้งสด ไตปลาคั่วกลิ้ง ปลากระป๋องแบบปลาราดพริกน้ำสลัดฟูจิ เซี่ยงไฮ้เวเฟอร์ เดนม่าคุกกี้ขนมนมเนยที่ให้เพื่อนซื้อมาจากญี่ปุ่นตอนมันไปเที่ยวรวมกันแล้วได้กระเป๋าเสบียงอีกหนึ่งใบใหญ่ อ้อ ที่ขาดไม่ได้เลยคืออาหารประจำประเทศไทยเรา นั่นคือ มาม่าเพราะเรามั่นใจว่าตลอดการเดินทางทริปนี้เราจะต้องเคลียร์พวกมันหมดแน่ๆ

เช้านี้เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าโรงแรม ซึ่งก็เป็นบุฟเฟ่ทั่วๆไปไม่มีอะไรหวือหวาเป็นพิเศษหลังจากเติมพลังเรียบร้อยก็ได้เวลาเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปชมวัดถ่าเอ๋อโดยนั่งรถออกจากเมืองซีหนิงไปไม่ไกลเท่าไหร่ ซึ่งความสำคัญของวัดถ่าเอ๋อแห่งนี้คือเป็นวัดที่ท่านซองกาปาผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองหรือ เรียกอีกอย่างว่านิกายเกลุกของทางทิเบต ประสูติโดยที่วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพทังกาภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่ที่เราจะพบเห็นได้ทั่วไปตามวัดต่างๆที่เป็นแนวทิเบตคือเนยจามรีที่เค้าจะนำมาบูชาและเติมเพื่อเป็นเชื้อเพลิงชองเทียนต่างๆในวัดถ้าให้เข้าใจง่ายก็เหมือนบ้านเราที่เติมน้ำมันตะเกียงเพื่อให้เทียนไม่ดับนั่นหล่ะไกด์ที่คอยดูแลพวกเราที่เมืองซีหนิงก็พยายามเล่าประวัติและความสำคัญของวัดถ่าเอ๋อให้พวกเราฟังอยู่เหมือนกันแต่เนื่องจากไกด์พูดภาษาไทยไม่ได้เลย การบอกเล่าเรื่องราวก็เลยออกมาเป็นภาษาปะกิตที่เราก็แปลถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่องตามราว

สิ่งที่เราเคยได้ยินและอยากมาเห็นก็เริ่มพบเห็นได้ที่วัดนี้แล้ว(นี่ขนาดยังไม่ทันไปถึงหลังคาโลกเลยนะเนี่ย) นั่นคือการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเห็นในหนังเรื่องซัมบาลาหรือ ถ้าเคยศึกษาเรื่องราวของชาวทิเบตมาบ้างก็จะรู้ว่าการกราบแบบนี้ต้องทำยังไง และชาวทิเบตมีความศรัทธาต่อศาสนาพุทธมากแค่ไหนอีกอย่างหนึ่งที่จะเห็นได้ในทุกวัดของทิเบตคือ กงล้อภาวนา ถ้าเปรียบกับบ้านเรา(อีกนั่นหล่ะ) ก็น่าจะเป็นระฆังที่มีอยู่รอบวัดที่ชาวบ้านที่ไปวัดชอบไปตีหรือสั่นเพื่อความเป็นสิริมงคลเอาเป็นว่า ใครอยากรู้เพิ่มเติมไปถามอากู๋กันน๊ายิ่งเขียนจะยิ่งเข้าภาควิชาการเยอะเกินไปแล้ว

เสร็จจากเยี่ยมชมวัดถ่าเอ๋อก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงมาถึงตอนนี้เราจะเริ่มเห็นอาหารจีนที่ไม่แปลกตาอีกต่อไป และอาจจะค่อยๆเริ่มหลอนเราทีละเมนูสองเมนูเช่น แตงกวาผัดน้ำมันจืดๆ เห็นหูหนูผัด ไก่ฉีกฝอย (หรือเส้นๆ) ผัดพริกหยวกซุปที่มีรสชาดเดียว คือรสจืด (ฮาๆๆ) แล้วก็ผัดผักอีกสองสามจาน ณ ตอนนี้เวลคัมทูไชน่ามิกซ์ทิเบตฟู๊ดอย่างเป็นทางการ

จบจากร้านอาหาร คราวนี้ก็ถึงไฮไลท์ของวันนี้แล้วจริงๆคือการเริ่มไต่ระดับ นั่งรถไฟไปหลังคาโลกถ้าใครเคยได้อ่านประวัติของการสร้างรถไฟสายนี้จะรู้สึกทึ่งประเทศจีนมากว่าเค้าทำได้เยี่ยงไรในเวลาไม่นานมากนักซึ่งเส้นทางรถไฟสายนี้จัดว่าเป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงที่สูงและยาวที่สุดในโลกโดยใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองซีหนิงถึงเมืองลาซาของทิเบต ทั้งหมดกินเวลา 24ชั่วโมงโดยเส้นทางรถไฟสายนี้รวมความเป็นที่สุดเอาไว้หลายอย่างไปลองหาอ่านกันเอาเน้อ

ไปถึงสถานีรถไฟปั๊บพวกเราก็ต้องลากกระเป๋ากันเข้าไปยังสถานีเอง (เอ๊ะนี่มันทัวร์หรือแบ๊กแพควะเนี่ย) แต่ก็ชอบนะเพราะว่าจริงๆก็ตั้งใจมาลุยๆกันนั่นหล่ะพอไปถึงหน้าสถานีก็ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วก่อนถึงจะทยอยเข้าไปได้โดยต้องผ่านเครื่องสแกนกระเป๋าเหมือนเวลาเราจะขึ้นเครื่องบินนั่นเลยผ่านด่านการสแกนมาได้ก็มานั่งรอรถไฟในห้องวีไอพีเพราะว่าตั๋วที่พวกเราจองกันไว้เป็นตั๋วนอนเตียงนุ่ม นอนห้องละ 4 คนซึ่งถือว่าหรูสุดเท่าที่มีสำหรับรถไฟขบวนนี้แล้ว (ถ้าไม่เข้าใจผิดน๊า)เพราะต่อมาถึงได้รู้ว่า ก็จะมีห้องที่นอน 6 คน (กรี๊ดดด) แต่ละข้างจะมี 3 ชั้นลองนึกภาพดูว่าจะน่าอึดอัดขนาดไหน ส่วนห้องของพวกเราเป็นห้องแคบๆเตียงสองชั้นซึ่งถ้าเอากระเป๋ามาวางข้างล่าง 4 ใบ ยังวางกันไม่พอเลย

ในห้องนอนจะมี หมอน ผ้าห่ม ทีวี (ที่เปิดไม่ได้ เลย งง ว่ามันจะติดตั้งเอาไว้ทำไมฟะเนี่ย) และที่สำคัญที่สุดคือ อ๊อกซิเจน ไร้สาย(ก็ถ้าอยากได้สายก็ต้องไปขอเจ้าหน้าที่เอาเองทีหลังอ่ะนะ หุหุ)และมีทางเดินที่มีเก้าอี้แบบพับเปิดปิดได้เอาไว้ให้คนที่เบื่อๆที่จะอยู่แค่ในห้องแคบๆไว้ชมวิวทุ่งหญ้าจามรี ภูเขา และ อื่นๆ อีกมากมายระหว่างเส้นทางที่เราจะมุ่งหน้าไปพอจัดแจงกระเป๋าเข้าที่เข้าทาง ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วของเราหลังจากนั้นสักพักเจ๊แกก็จะมาแลกตั๋วกะเราโดยให้เราเก็บบัตรแข็งๆเอาไว้(ก็ไม่รู้นะว่าเพื่ออะไรหรือทำไม) แต่เอาวะ เค้าจะเอาอะไรก็ให้เค้าไปเหอะพร้อมทั้งมีข้อความให้กรอกว่าสุขภาพเราดีพร้อมที่จะรองรับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆได้โดยไม่มีปัญหาเอาง่ายๆคือ ถ้าเป็นอะไรไปก็ไม่ใช่เรื่องที่เค้าต้องมารับผิดชอบ อยากจะมาลำบากกันเองนี่นาช่วยไม่ได้ ประมาณนั้นหล่ะ

พอตกเย็นพวกเราก็ได้ประสบการณ์จากการกินอาหารที่ห้องอาหารของรถไฟสายนี้โชคดีของทริปเราที่มีน้าหลานคู่นึงที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ถึงขั้นดีทีเดียวเชียวหล่ะเราก็เลยมีอาหารที่ดูหน้าตาดี (ย้ำอีกทีว่า หน้าตาดี) เรื่องรสชาดไม่ขอกล่าวถึงดีกว่านะเราเลยตัดสินใจว่า เอาวะ งัดไม้ตายแรกของเราออกมาดีกว่า แต่น แตน แต๊นนไตปลากุ้งสด กะ น้ำพริกกุ้งเสียบช่วยชีวิตพวกเราได้มากเลยเชียวเพื่อนที่ไปด้วยกันหรือแม้แต่สมาชิกในกลุ่มหลายคน (ที่กินเผ็ดกันไหว)ก็กินข้าวได้เยอะขึ้นเพราะไตปลาพวกนี้นี่เลย มื้อนี้รอดไปอีกหนึ่งมื้อแถมท้ายด้วยโยเกิร์ตแบบจีนๆ อร่อยดีเหมือนกันนะเนี่ย ถ้วยละ 5 หยวนเท่านั้น

อ๊ะๆๆๆ หลายคนคงมีคำถามในใจว่า "แล้วห้องน้ำเป็นยังไงบ้างน๊า"ต้องบอกว่าถ้าเราผ่านห้องน้ำรถไฟไทยมาได้ห้องน้ำรถไฟที่นี่ก็ไม่ได้ถึงกับเลวร้ายมากมายนักหรอก แถมเกือบทุกๆหลายชั่วโมง(ฮาๆๆ) ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดแต่ปัญหาของห้องน้ำนี้คือบางครั้งน้ำไม่พอใช้ทำให้ผู้โดยสารหลายคนทิ้งระเบิดบ้างอั้นเอาไว้ปล่อยตอนน้ำมาแล้วบ้าง ก็ว่ากันไปตามประสบการณ์ของใครของมันกระดาษทิชชู่เปียกมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทริปนี้ขอย้ำจากใจถ้าใครจะไปเที่ยวก็อย่าลืมเด็ดขาด

พอรถไฟเริ่มเคลื่อนสู่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มมีสมาชิกบางคนในกลุ่มที่เริ่มแสดงอาการแพ้ความสูงออกมาให้เห็นซึ่งอาการที่เกิดก็มีตั้งแต่ ง่วงและอยากจะนอนอย่างเดียว หรือปวดหัวร้าวรานตั้งแต่ท้ายทอยยันกลางหัว อยากจะอ้วก กินอะไรไม่ค่อยลงโชคดีนะที่เรากินยา ไดอะมอกซ์ดักเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วโดยที่ไม่รู้หรอกว่ามันจะช่วยได้จริงหรือไม่ แต่จากประสบการณ์ของหลายๆคนที่ไปมาก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่ายาตัวนี้ช่วยได้มากจริงๆ และเราว่ามันก็เป็นตามนั้นนะวันนี้ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นทำแล้วนอกจากนั่งเมาท์มอย แนะนำตัวสร้างความคุ้นเคยกับสมาชิกในกลุ่มที่จะต้องเดินทางร่วมกันเป็นเวลาสิบเอ็ดคืนสิบสองวัน มิตรภาพเกิดขึ้นได้ง่ายๆเสมอในทุกๆการเดินทางของชีวิตคืนนี้มองดาวบนฟ้าระหว่างที่รถไฟเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ เห็นดาวชัดเจนแจ่มมากคิดไปเองรึป่าว ว่าดาวที่นี่สวย (เวอร์ไปแระชั้น)

ปล. 1นอนไม่ค่อยหลับเลยต้องใช้เสียงเพลงกล่อมแข่งกับเสียงตามสายของรถไฟซึ่งคอยเปิดเพลงบรรเลงแนวโหยหวนน่าวังเวงใจพิลึก

ปล. 2 คืนนี้ไม่มีสูตร 6 -7-8 หรือ 6.30-7.30-8.30นะฮ๊า เพราะว่า เรายังอยู่บนรถไฟ แค่ถ้าคุณตื่นสายเพื่อนๆก็ไปกินข้าวกันก่อนไม่รอคุณแค่นั้นเองนอน นอน นอน ดีกว่า



Create Date : 03 มิถุนายน 2557
Last Update : 3 มิถุนายน 2557 23:46:52 น.
Counter : 93 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา