มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
อันยองฮาเซโฮ โคเรีย 24 May 2008
นับวันรอมาตั้งนาน ในที่สุดก็ได้เวลาเก็บกระเป๋าเตรียมออกเดินทางมา เกาหลี ดินแดน แห่งโสมและกิมจิ กันซะที เครื่องออกวันที่ 23 พ.ค. Flight TG-656 23.30 hrs. มาถึงสนามบินอินชอนตอนเช้าเวลาประมาณ เจ็ดโมงนิดๆ ออกมาปั๊บก็ไปที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีกันก่อนเลย เป็นอะไรที่ตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะว่าได้ยินว่าที่นี่ค่อนข้างเคี่ยวเกี่ยวกับคนไทยที่จะเข้าเมืองเค้า โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้หญิงมาคนเดียวยิ่งลำบาก แต่เรื่องนี้ก็คิดว่าเค้าคงไม่เอาเราเข้าไปเอี่ยวหรอก นอกจากคิดว่ามาค้าแรงงานเด็ก (ก๊ากๆๆ) ก็เตรียมเอกสารให้เค้าหมดเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นจดหมายเชิญจาก มินยง (เพื่อนที่จะแต่งงานวันที่ 24) หรือว่าหนังสือรับรองจากบริษัท หนังสือเดินทางเล่มเก่าก็เอาไปเหมือนกัน เค้าก็ถามว่ามาทำอะไร ก็บอกเค้าไปตรงๆว่ามางานแต่งงานเพื่อนแล้วก็เที่ยว เค้าก็ถามว่าพูดเกาหลีได้ไม๊ เราก็บอกว่าได้นิดหน่อย ก็แค่ อันยอง แล้วก็ คัมซา ไป ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ก็โล่งอกมากๆ

ทีนี้ก็มารอรับกระเป๋า ที่สายพานแล้วก็ออกไปยืนชะเง้อหาพ่อเพื่อนตัวดีนามว่า ปาร์คชานซู เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่นิวยอร์ค เป็นคนน่ารักมากๆ คอยเอาใจใส่เพื่อนคนอื่นๆเสมอๆ เค้าก็มารอรับอยู่แล้ว พอเจอกันก็ทักทายกันพอเป็นพิธี แต่เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานๆมาเจอกันอีกทีก็เขินเหมือนกันนะเนี่ย แล้วก็นั่งรถบัสไปที่บ้านเค้า ตามแผนคือจะพักบ้าน ชานซู สองคืน แล้วหลังจากนั้นจะไปพัก Guest House เนื่องจากว่า ชานซู ไม่สะดวกช่วงวันทำงาน เค้าต้องเรียนหนังสือแล้วจะไม่มีเวลามาดูแล บ้านเค้าอยู่แถว เพียงเมียว ซึ่งค่อนข้างไกลจากโซลพอสมควร เรานั่งรถประมาณหนึ่งชั่วโมงมาถึงที่บ้านเค้า หลังจากนั้นก็จัดของโน่นนี่เสร็จ แม่เค้าก็ทำอาหารให้ทาน ก็กินง่ายๆ มีข้าว แล้วก็ กิมจิ แล้วก็ ปลาตัวเล็กๆ แล้วก็น้ำซุบ อร่อยดี อาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาไปงานแต่งงาน มินยง พวกเราก็แต่งตัวกันเต็มที่ (รึป่าวหว่า) แต่ ชานซูใส่สูทเต็มยศ ขอบอกว่าเท่มากๆ ฮ่าๆๆ นั่ง subway ไปลงที่สถานี Suwon หลังจากนั้นก็นั่งแท็กซี่ไปที่งานแต่งงาน

สถานที่ๆเค้าใช้จัดงานแต่งงานเหมือนเป็นโบสถ์แต่ไม่ใช่นะ เพื่อนบอกว่าเป็นที่เอาไว้ให้จัดงาน เค้าจัดพร้อมกันทีเดียวหลายๆคู่ แล้วก็มีหลายๆห้องให้ทำพิธี พิธีก็เหมือนของศาสนาคริสเลย มีบาทหลวงมายืนพูด แล้วก็เดินมาสุดทาง โยนดอกไม้ แล้วก็ตัดเค๊กด้วย แต่ว่าเจ้าสาวต้องไปทำพิธีตามแบบเกาหลีต่ออีกห้องหนึ่ง เราก็แอบตามไปเก็บภาพมาด้วย ก็ใส่ ฮานบก ชุดประจำชาติของเค้าอ่ะ แล้วก็เหมือนพิธียกน้ำชาของคนจีนแถวบ้านเราอ่ะนะ แล้วก็ไปกินข้าวกัน ก่อนหน้าจะไปกินข้าวเนี่ย เค้าได้ให้คูปองสำหรับกินข้าวมาแล้วนะ เป็นแบบตัวใครตัวมันอ่ะ ก็ให้ไปตักเอาเอง เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไม่อยู่หรอกนะ กินเสร็จก็กลับ ตอนหลังเค้าถึงจะมาทักทายแขกนิดหน่อย แล้วเค้าก็หายไปเลย..ฮ่าๆๆ คนละเรื่องกะบ้านเราเลย เรายังไม่ได้คุยกะเพื่อนเท่าไหร่เลยแต่ก็เข้าใจนะเพราะว่าเค้าต้องรีบไปฮันนีมูนต่ออีก หลังจากนั้นเราก็กลับมาที่บ้านชานซู ก็ไม่ได้ไปไหนอีกเพราะว่าเหนื่อยมากแล้วแต่เราก็ไม่ได้นอนหรอกนะ มีแต่นายชานซูนอน เราก็จัดโน่นนี่ไปเรื่อย

หลังจากอาบน้ำอีกรอบก็มาช่วยย่าเค้าย่างหมู จำชื่ออาหารไม่ได้อีกแล้ว อุตส่าห์ถามชานซูแล้วนะ แต่ไม่เป็นไรเอาไว้จะถามใหม่จนกว่าจะจำได้นั่นหล่ะ กลิ่นของหมูที่เค้าย่างเนี่ยหอมเตะจมูกเราสุดๆ ย่างไปน้ำลายไหลไป ติ๋งๆๆ แล้วเค้าก็ย่างเห็ดเข็มทองไปพร้อมๆกันด้วย หลังจากนั้นก็ถึงเวลากิน บนโต๊ะก็มี กิมจิ (ของตาย) สองสามแบบ แล้วก็ซุบ แล้วก็ปลาตัวเล็กๆเหมือนตอนเช้า แล้วก็มีหมูย่าง กินกะผัก แล้วก็น้ำจิ้มเป็นเต้าหู้ยี้แบบสีแดงเข้มๆ แล้วก็น้ำมันมะกอกใส่เกลือ (แต่คงมีส่วนผสมอื่นอีกหล่ะที่เราไม่รู้) อร่อยดีแต่เราไม่ค่อยได้เอาผักมาห่อเท่าไหร่หรอกนะ มันกินยาก เลยกินหมูคำผักคำ หลังจากอิ่มแล้ว ก็ต่อด้วยของหวานคือแตงโม แม่เค้าผ่ามาให้กินถึงห้องเลย ใจดีมากๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอีก นั่งเล่นเนตแล้วก็ได้เวลานอน เพราะว่าเหนื่อยแล้วจริงๆ ก่อนนอนก็ต้องมานั่งคุยถึงแผนการวันรุ่งขึ้นก่อน สรุปว่าข้าพเจ้าต้องไป เมือง Suwon อีกรอบเพราะว่าอยากจะไปเก็บสถานที่ท่องเที่ยวที่เมืองนั้น (มันใกล้กะบ้านชานซูหน่ะ) จะได้ไม่ต้องเสียค่ารถไฟเยอะ ฮิๆๆ เดี๋ยวเข้าเมืองจะได้เก็บแต่แถวๆโน้นไปเลย เป็นไงหล่ะ ฉลาดจริงๆผู้หญิงคนนี้ แต่เรื่องทางไม่ต้องโม้เลยนะ หลงเป็นว่าเล่น วันนี้เหนื่อยแล้วต้องไปนอนก่อนดีกว่า แล้วเอาไว้จะมาอัพเดทใหม่อีกครั้งพรุ่งนี้

ลืมเมาท์ไป นายเพื่อนตัวดีของดิชั้นเป็นโรคติดโทรสับอย่างแรง เพราะว่าฮีต้องส่งเมจเสจหาแฟนสาวที่เพิ่งคบกันได้หนึ่งเดือน ตลอดเวลาเลยอ่ะ จะเศร้าดีไม๊หว่าเนี่ย...เฮ้อ..ยังไงก็ยินดีด้วยนะเพื่อน หลังจากผ่านร้อนหนาวมายี่สิบห้าปี ก็มีแฟนคนแรกซะที (มันไม่เคยมีแฟนเลยจนเพิ่งมีเมื่อเดือนก่อนนี่หล่ะ) หุหุ แอบขายเพื่อนยังไงก็ไม่รู้หว่า

อันยอง ซารังเฮโย ไจ๋กา



Create Date : 29 มิถุนายน 2551
Last Update : 29 มิถุนายน 2551 19:33:03 น.
Counter : 164 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา