มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Korea Folk Village-Suwon and Fantastic Studio-Buchoen 25 May 2008
วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มการท่องเที่ยวอย่างจริงๆจังๆ เช้าวันอาทิตย์ก็เริ่มจากการที่พ่อของ Chan Soo ขับรถไปส่งเราที่ Subway ด้วยความใจดีของคุณพ่อ อีกอย่างวันนี้ Chan Soo ก็มีสอบ TOEICS ซะด้วยเราเลยต้องเที่ยวคนเดียวก่อนแล้วค่อยมาเจอกันหลังจากที่เค้าสอบเสร็จตอนบ่ายๆ ตอนแรกก็ตั้งใจจะไป Hwasong Fortress ที่เมือง Suwon แต่สุดท้าย Korea Folk Village น่าสนใจกว่าก็เลยเปลี่ยนแผนไปโดยปริยาย หลังจากที่เข้าไปหา i (Tourist Information Center) ของเมือง Suwon ก็ได้รายละเอียดว่า ถ้าจะไปที่หมู่บ้านเกาหลี ก็จะมีรถ Bus บริการจากด้านของของ i เลย แล้วก็สามารถซื้อตั๋วจากที่นี่ได้เลย ก็เลยจัดแจงซื้อตั๋ว โดยราคาตั๋วมีทั้งหมด 3 แบบ ก็คือแบบค่าตั๋วอย่างเดียวเพื่อเข้าดูแต่หมู่บ้าน ราคา 12,500 WON แต่ถ้ารวมค่าตั๋วเข้า The Folk Museum and The World Folklore Museum ก็ 15,000 WON อีกอันนึงก็จะแพงกว่าอีกหน่อย จำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ เราก็เลยเลือกอันที่สองเพราะว่าจะได้เข้าไปดูอีกสอง Museum ได้ด้วย

พอเข้าไปปั๊บก็เริ่มจากไปดู The World Folklore Museum ก่อนเลยตามหนังสือที่แนะนำมา ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรเท่าไหร่ ก็มีการกินอยู่แบบโบราณของประเทศต่างๆบางประเทศ แต่ก็ไม่มีประเทศไทย อันนี้ผ่านไปแบบเฉยๆ ไม่ค่อยน่าสนใจ หลังจากนั้นก็ไปเดินรอบๆบริเวณหมู่บ้านเกาหลี ที่นี่มีอะไรให้เลือกดูเยอะมาก ก่อนที่จะไปรอบๆหมู่บ้านเก่า ก็จะผ่านซุ้มที่เป็นเหมือนการโชว์ว่าหนังเก่าๆที่เคยมาถ่ายมีอะไรบ้างรวมทั้ง แดจังกึม ด้วย ก็แวะเข้าไปดู การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวสิ่งที่แย่ทีสุดคือหาคนถ่ายรูปเราเวลาที่เราต้องการยากเหลือเกิน เข้าไปดูที่ซุ้มก็มีที่ๆเราอยากจะเก็บรูปของตัวเองแต่เผอิญว่าไม่มีคนที่จะถ่ายให้ก็เลยได้แค่วิว หลังจากนั้นก็ออกมาเดินรอบๆหมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านเก่าๆตามแต่ละเมืองของเกาหลี แล้วแต่วัฒนธรรมของเมืองนั้นๆ รวมทั้งเกาะเชจูด้วย ที่นี่จะมีกิจกรรมพิเศษคือการแสดงวัฒนธรรมต่างๆของเกาหลี อย่างเช่นพิธีการแต่งงานแบบโบราณ ซึ่งเราเลือกที่จะดูอันนี้เนื่องจากถ้าต้องการดูทุกการแสดงอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวัน แต่เรานัดกะเพื่อนเอาไว้ทำให้ต้องทำเวลานิดหนึ่ง เลยไปดูพิธีแต่งงาน วันนี้อากาศร้อนมากๆเลย ตอนที่ดูนี่ก็น่าสนใจมากแต่เสียดายที่เค้าไม่มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ มีแต่พูดภาษาเกาหลีอย่างเดียวเลย เฮ้อ น่าเสียดาย เอาเหอะดูแต่การแสดงไปก่อนก็แล้วกัน

หลังจากเสร็จพิธีเค้าก็มีการแบกเกี้ยวแห่ โดยที่เจ้าบ่ายก็ขี่ม้านำหน้า ส่วนเจ้าสาวก็อยู่ในเกี้ยวโดยมีคนแบกไปรอบๆ น่ารักดี พอเสร็จอันนั้นก็เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินไปจนถึงบริเวณขายอาหารของที่นั่น โดยบริเวณที่ขายอาหารจะจัดเป็นที่นั่งแบบโบราณแล้วอาหารที่ขายก็เลือกทำแบบโบราณ ซึ่งอาหารหลายอย่างน่าทานมาก แต่เราต้องทำเวลาก็เลยทำให้ไม่สามารถนั่งได้ ได้แต่ถ่ายรูปบรรยากาศมาฝากแทน ต่อจากบริเวณลานขายอาหารก็เดินไปที่ The Folk Museum ซึ่งก็มีการโชว์ถึงวิวัฒนาการและความเป็นมาของคนเกาหลีตั้งแต่อดีตรวมทั้งอาหารการกินต่างๆ ซึ่งก็พอดูได้แต่ก็ไม่มีอะไรมากมายนัก อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยได้สนใจมากเท่าไหร่หล่ะมั้ง สู้สนใจหนุ่มๆเกาหลีไม่ได้ ฮ่าๆๆ รีบเดินออกมาเพราะว่าต้องรีบกลับไปรอรถกลับรอบแรกก็คือเวลา 14.oo hrs.

ออกมารอรถได้สักพักรถก็มาตรงเวลาดีมาก เราก็รีบนั่งกลับมาที่สถานี ซูวอน เลยนะ เพราะว่านัด Chan Soo เอาไว้ตอนบ่ายสอง แต่โทรบอกเค้าแล้วหล่ะว่าเราคงขอไปช้าหน่อยเนื่องจากเราเปลี่ยนแผน ก็เลยเปลี่ยนเป็นเจอกันอีกที่หนึ่งเพราะว่าเค้าต้องไปหาพี่สาวเค้าด้วย เราก็เลยไปเจอกันที่ห้างแถวๆสถานีแล้วเค้าก็ยืมรถพี่สาวขับพาเราไปเที่ยวที่ Fantastic Studio-Bucheon ซึ่งเป็นเหมือนเมืองจำลองสำหรับให้หนังหรือว่าละครต่างๆมาถ่าย ซึ่งหนังหรือละครที่เคยถ่ายที่นั่นจะเน้นแนวเก่าๆ หรือว่าหนังเก่าไปแล้ว ตอนนี้ที่นี่ค่อนข้างทรุดโทรมเหมือนกัน แต่ก็แปลกๆดี เราก็ไปแชะหลายรูปเหมือนกัน ค่าเข้าที่นี่ก็ 3,000 WON ต่อคน หลังจากที่นี่ ตอนแรกตั้งใจจะไปเมืองจำลองซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน แต่ก็เปลี่ยนใจเนื่องจากดูแล้วว่าน่าจะเสียดายค่าตั๋วแล้วก็คงไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเท่าไหร่ ก็เลยเปลี่ยนแผนไปกินข้าวที่ห้างใกล้ๆเพราะว่า Chan Soo หิวข้าวแล้ว ก็เลยสั่ง บิบิมบับ (ข้าวยำเกาหลี) แล้วก็ ต๊อกบุกกิ (เค๊กข้าวผัดซอสเผ็ดๆหวานๆ) มากินกัน ก็แชร์กัน ห้างที่ไปนี่เราต้องจ่ายเงินก่อนแล้วสั่งว่าจะเอาอะไร หลังจากนั้นก็เอาใบไปให้ที่ซุ้มที่เราต้องการสั่ง แล้วก็มานั่งรอเรียกเบอร์ มื้อนี้อร่อยมาก ตกคนละ 5,000 WON แล้วก็ตัดสินใจกลับบ้าน กะว่าจะไปเดินแถวๆบ้าน Chan Soo

กลับมาก็นอนเอาแรงแป๊บนึงแล้วก็ออกไปกิน ป๊ะปิงสุ่ย (น้ำแข็งใส) ของที่นั่น ซึ่งแล้วแต่เราเลือกว่าจะใส่อะไรมีทั้งแบบผลไม้ หรือว่าต้นฉบับก๊คือแบบที่มีถั่วแดง เค๊กข้าวด้วย (เราชอบแบบนี้ที่สุด) แต่ Chan Soo สั่งแบบผลไม้ให้เรา ก็โอเคนะ แต่แทนที่จะสั่งแค่ที่เดียวแล้วกินด้วยกัน ดันสั่งมาคนละถ้วย กินเกือบตายเพราะว่าถ้วยใหญ่มากเลย แล้วก็สั่งกลับบ้านให้ พ่อแม่ กะ ย่าเค้าอีก ถ้วยนึงตกประมาณ 5,000 WON อ่ะนะ วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น ตอนเดินกลับก็หนาวๆหน่อย แต่สำหรับ Chan Soo นี่ก็คงเรียกว่าอากาศสบายๆ วันนี้ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ต้องเก็บแรงสำหรับการไปเกาะนานมี ต่อวันพรุ่งนี้ Hello Winter Love Song (Winter Sonanta).



Create Date : 29 มิถุนายน 2551
Last Update : 29 มิถุนายน 2551 19:35:05 น.
Counter : 485 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา