ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สิงคโปร์ 7-11 กันยายน 2553 ได้อะไรมากมาย (ตอนที่ 4)
คืนสุดท้ายในสิงคโปร์สำหรับทริปนี้ สิบกันยายน สองพันสิบ

วันนี้ตื่นสายเป็นพิเศษเพราะว่าเมื่อวานใช้พลังงานไปใน Universal เยอะก็เลยเหนื่อยมากกว่าปกติ ลงมากิน Buffet พร้อมกับการรอคอยคิวมาราธอนเหมือนเมื่อวาน เผลอๆอาจจะแย่กว่าเพราะว่าคนรอเยอะมากกก ขอย้ำว่าเยอะมากกก แต่โชคดีที่ของเราสองคน คิวจะได้เร็วหน่อย บางคนมากันเป็นทีมฟุตบอล ก็คงต้องรอกันนานหน่อยหล่ะ วันนี้ตั้งใจจะนั่งกินแบบสบายๆ ไม่รีบร้อนเหมือนเมื่อวาน ก็เลยค่อยๆเริ่มแทะโลมจากพวกไส้กรอก แต่ต้องชมว่าเค้าเลือก supplier ส่งไส้กรอกได้ดี เพราะว่าอร่อยง่ะ แล้วกินพร้อมกับมะกอกดองนะ อร่อยมากมาย เสียดายกินไปแค่สองชิ้นเล็กๆเอง ตามมาด้วยหมี่ผัดเจเล็กๆน้อยๆ เพราะว่าอยากจะลองชืมรสชาดอาหารเค้าอันนี้ก็ดีใช้ได้ แล้วก็เลยลองสั่งหมี่ Laksa มาลอง ชามนี้ต้องบอกว่า ไม่ถูกปากเราเลย จะบอกว่าไม่อร่อยก็ไม่ได้เพราะว่า ก็ไม่รู้ว่าของที่เค้าว่าอร่อยมันเป็นยังไง อันนี้รสชาดมันแปลกๆง่ะ ก็เลยแค่ชิมๆแล้วก็ต้องขอให้พนักงานยกไปเก็บก่อน (ขอโทษชาวโลกที่ขาดแคลนอาหารจริงๆนะ) อีกอันที่ชอบคือโยเกิร์ต เค้าก็มีให้เลือกสามสี่รสชาด แล้วก็มีเครื่องเคียงสองสามอย่างให้เราเลือกใส่ได้ด้วย (ตามชอบ) เราเลยเลือกโยเกิร์ตธรรมชาติแล้วตักบลูเบอรี่กระป๋องแบบลูกเล็กๆมาด้วย ขอถ้วยเล็กๆเค้ามาแล้วเอามามิกซ์เข้าด้วยกัน อ้อ..ตักสับปะรดมาด้วยสองชิ้น ตัดให้เล็กๆแล้วก็คลุกพร้อมกับบลูเบอรี่กันไปเลย ของโปรด เสียดายไม่มีมะม่วงสุก ถ้ามีหล่ะก็ นี่หล่ะ สูตรที่ชอบทำกินเองที่บ้านเลย โยเกิร์ตธรรมชาติ + มะม่วงน้ำดอกไม้สุก (Yummy Yummy) จากโยเกิร์ต ก็ให้อยากลองว่า สังขยาโรงแรมจะสู้ร้าน Ya Kun Kaya ได้ไม๊ ก็เลยเอาหนมปังมาผ่านเครื่องปิ้งหนมปังแล้วก็ทาด้วยสังขยา ก็เฉยๆนะ ไม่รู้สึกว่าอร่อยยยจัง เหมือนร้าน Yakun Kaya สงสัยเพราะว่าอันนี้ไม่ได้จ่ายตังค์กินหล่ะมั้ง เิอิ๊กๆๆ ตบท้ายด้วยน้ำสับปะรด แล้วก็น้ำเปล่า ได้เวลายกพุงอ้วนๆของเรากะเพื่อน ไปเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับเข้าเมืองกันแล้ว ออกจาก Sentosa โดยอาศัยรถไฟฟ้าไม่ต้องเสียตังค์ เพราะว่าขอบัตรจากทาง Hard Rock Hotel เอาไว้ ออกมาถึงฝั่ง Vivo City (ชื่อห้างที่เป็นสถานที่ขึ้น ลง รถไฟฟ้าเข้า Sentosa) ไม่อยากจะเชื่อ ฝูงชนมาจากไหนกันบ้างก็ไ่ม่รู้ โค ตะ ระ เยอะเลยหง่ะ เราก็พอรู้อ่ะนะว่าวันนี้มันเป็นวันหยุดยาวเนื่องมาจาก ฮารีรายอ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ คนรอข้ามฝั่งไปเกาะ Sentosa เยอะมาก สงสัยจะไปแย่งกันเล่นของเล่นใน Universal เราหันมองหน้าเพื่อนแล้วบอกว่า โชคดีจริงๆที่เราทำอะไรสวนกระแส ^__^ ลองจินตนาการว่าวันนี้เป็นวันที่เราต้องเข้า Universal สิ..ไม่อยากจะคิดเลยว่าคงจะไม่ได้เล่นอะไรได้เยอะอย่างที่อยากจะเล่นแน่ๆ มาถึง Vivo City ก็เลยเดินสักเล็กน้อย แวะไปร้าน Candy Empire ตามที่เค้าแนะนำว่าเป็นร้านขายลูกอม ช็อคโกแลตทุกชนิดในราคาถูก แต่พอเข้าไปดูก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่หรอกนะ แต่เค้ามีขนมเยอะแยะมากมายจริงๆ หลายอย่างมาก (แต่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะว่าพรุ่งนี้จะไปอีกห้างนึงก็เลยเบรกไว้ก่อน) ออกจาก Vivo City เราก็ตัดสินใจกลับไปใช้บริการ MRT อีกรอบ เราซื้อตั๋วเหมือนเดิมคือ 8 SGD Unlimited Ride เพื่อไปยังที่พัก งานนี้ขอบอกว่าแอบผิดหวังกับที่พักเล็กน้อย ที่นั่นมีทั้งหมดแค่สามห้องเท่านั้น ชื่อว่า Lolly Pop Corn ออกจาก MRT เรายังต้องต่อรถบัสไปอีกสักสิบนาทีเพื่อไปยังที่พัก ราคาที่พักก็เท่ากับวันแรกที่ไปพักอีกที่ แต่ความสะดวกต่างกัน (อันนี้ทางเจ้าของวันแรกเค้าแนะนำมา สงสัยอยากหารายได้ให้เพื่อน) เอาของเข้าเก็บเสร็จแล้วก็ออกเดินทางเพื่อไป Orchard Road ไปดูย่าน Shopping ของสิงคโปร์หน่อยซิ เดี๋ยวหาว่าเราไปไม่ถึง ลงสถานี Orchard ปั๊บก็เอาเลย
เรา.....หิวหง่ะ
เพื่อน....หิวแล้ว??? (หน้าตาตกใจได้อีก)
เรา....เออ ก็หิวแล้วหง่ะ
เพื่อน...เอออๆๆๆ ไปหาไรกินก่อน
เรา...ยิ้ม.....ได้กินอีกแล้วตรู
ก็เลยไปหา Food Court ในห้างกินแต่จำืชื่อไม่ได้อ่ะว่าชื่ออะไร ไปปั๊บ วี๊ดดด วิ๊ววว ร้านเยอะแยะเลย แถมหน้าตาหน้ากินทั้งนั้น ก็เลยตัดสินใจแวะร้านหมี่สั่งหมี่แห้งเกี๊ยวกุ้งชิ้นใหญ่ๆมาหนึ่งจาน ราคาก็อยู่ที่ สี่เหรียญกว่าๆ แล้วเดินไปสั่งน้ำมะม่วงมาหนึ่งแก้ว อันนี้สามเหรียญได้มั้ง (ถ้าจำไม่ผิด) อร่อยดี ส่วนหมี่ก็เฉยๆ ไม่ถึงกับอร่อยมาก ตอนกินคำแรกๆก็อร่อยๆ พอเริ่มกินไปเริ่มอิ่ม เริ่มเอียน แต่สุดท้ายก็หมดเหมือนกัน ส่วนเพื่อนตัวดี ทนไม่ไหวก็เลยเดินไปซื้อเกี๊่ยวน้ำมาเจี๊ยะด้วยเหมือนกัน คนนี้ก็อิ่มเหนือคำบรรยายเช่นกัน กินเสร็จนั่งลูบพุงกันสักพัก เราก็อยากเดินดูอาหารเค้าหลายๆร้านว่าหน้าตาเป็นยังไงบ้าง โต๊ะข้างๆสั่ง Rojak มากิน หน้าตาหน้ากินดี อยากกินอยู่นานแล้วแ่ต่ท้องมันไม่สามารถอีกแล้วในตอนนั้นเลยได้แค่มองผ่านๆ แล้วก็ไปเฉียดผ่านร้านขายอีกรอบ แอบยืนดูว่าเค้าทำยังไงกันบ้าง เลยไปเจอขนมของสิงคโปร์ เหมือนหนมสอดใส้บ้านเราอ่ะ (รสชาดนะ) แต่ของเค้าเอามะพร้าวมาหุ้มแทนที่จะเป็นแป้งอย่างของเรา แต่อร่อยดีนะ ไม่หวานเกินไป ซื้อมาลองแค่ชิ้นเดียวแบ่งกะเพื่อนคนละครึ่ง สรุปว่าหนมอันนี้ผ่าน (เค้าได้รางวัลอะไรไม่รู้ตั้งหลายปีซ้อนแหน่ะ) เดิน เดิน เดิน เอ๊ะ....ขนมอะไรอ่ะ หน้าตาคุ้นๆ อยากลองอีกแล้วว่ารสชาดจะใช่แบบที่เราเคยกินรึป่าว ก็เลย...แหะๆๆๆ คุณป้าคะ กล่องละเท่าไหร่เอ่ย...เอามาลองโซ๊ยอีกสักกล่องสิ กินไปๆ ก็ได้ความว่า คล้ายๆกับหนมอี่ที่เรากะแม่ชอบทำกิน แต่ของเราปั้นกลมๆเหมือนบัวลอยแล้วเอามาคลุกถั่วบดผสมน้ำตาล แตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ของเค้าอาจจะมีส่วนผสมอย่างอื่นเพิ่มเติมมาแล้วก็เนื้อถั่วไม่ละเอียดเท่า ออกจากศูนย์อาหารก็ไปเดินดูห้างโน่นนี่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เข้าห้างหรูๆเท่าไหร่นะ แวะไปห้างเดียวเพื่อนบอกว่าคนไทยชอบมาเดินมาก ก็แวะๆซะหน่อย แต่เงินไม่ได้กระเด็นออกจากกระเป๋าเลยนะ (แอบงก) ช่วงนี้สองข้างทางจะตกแต่งด้วยบรรยากาศงาน F1 เพราะว่าจะมีแข่งรถในเร็วๆนี้ เดินกันอีกสักพักก็ต้องรีบหา MRT กลับไปยังสถานี Ang Mo Kio ซึ่งเป็นสถานีที่เราต้องต่อรถบัสเพื่อไป Night Safari สถานที่นี้ถือเ็ป็นอีกหนึ่งความตั้งใจ เพราะว่าตอนที่คิดว่าจะมาสิงคโปร์เพราะว่าอยากมา Universal & Night Safari จากสถานีนั่งรถต่อมาอีกประมาณเกือบสี่สิบนาที มาถึงปั๊บ เจออีกแล้วค๊าบบ คนเพียบเลยรอรถกลับ เพราะว่าเค้ามาเที่ยว Singapore Zoo กันในช่วงกลางวัน เราสวนกระแสอีกแล้วคับป๋ม มาถึงปั๊บก็รีบวิ่งไปซื้อตั๋วเพราะรู้ว่ายังไงวันนี้คนก็ต้องเยอะแน่ๆ ค่าตั๋ว 22 SGD + 10 SGD สำหรับคนที่อยากจะนั่งรถ Tram ชมรอบสวน Night Safari โดยจะมีคนคอยอธิบายว่าแต่ละที่เป็นยังไง สัตว์เหล่านี้เป็นยังไงบ้าง เรานั่งไม่ครบรอบหรอกนะ เพราะว่าตอนแรกดูโชว์ควงไฟก่อนจะข้าไป โชว์นี้ขำดี เหมือนดูตลก แต่ตอนเป่าไฟนี่แอบชมเล็กน้อยว่าเก่ง อย่างอื่นก็เฉยๆนะ โชว์จบกะว่าจะรีบไปดูอีกโชว์หนึ่ง อุตส่าห์กะเวลาไว้เต็มที่ กลายเป็นว่า อีกโชว์เป็นประเภท First Come First Serve ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ก็เลยต้องรอรอบต่อไป รถ Tram ก็มนุษย์เยอะเหลือเกิน ก็เลยตัดสินใจเดินดูสัตว์ไปเรื่อยๆด้วยตัวเองก็ได้ เราก็เพื่อนก็เลยเดินไปเรื่อยๆ บรรยากาศน่ากลัวเหมือนกัน เดินไปได้สักพักก็ไปเจอจุดแวะรถ Tram ก็เลยตัดสินใจขึ้นเพื่อกลับมารอเข้าแถวดูโชว์ ความรู้สึกของการเดินดูกับการนั่งดูมันต่างกันจริงๆนะ เราชอบเดินมากกว่า แต่ก็น่ากลัวนิดๆอ่ะ ถ้าเกิดสัตว์หลุดออกมาได้คงน่าตื่นเต้นดีพิลึก กลับมาถึงปั๊บก็เจอแถวเริ่มยาวไปแล้ว การที่เรารอคอยอะไรสักอย่างแต่พอได้ดูสิ่งนั้นแล้วรู้สึกผิดหวังนี่ก็ทำให้เสียใจได้เหมือนกันนะเนี่ย โชว์การแสดงของสัตว์ไม่ดีอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ก็เลยพอจบโชว์ปุ๊บก็ไม่นั่งรถ Tram รอบสองแล้ว ตัดสินใจไปรอรถบัสกลับที่พักกันเลยดีกว่า กลับไปที่สถานีเดิมแล้วแวะกินข้าวแถวๆนั้นก่อนกลับ ลืมบอกว่าสถานีนี้เป็น Hub ของรสบัสหลายๆสายด้วยนะ มี Mall ที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร เราไปนั่งกินลูกชิ้นปลากะหมูก้อนทอด แล้วเพื่อนก็สั่งหมี่น้ำต้มยำมากิน ของเรารสชาดดี ลูกชิ้นปลาอร่อย ยกนิ้วให้ แต่ของเพื่อน เห็นบ่นๆว่าไม่อร่อย เส้นหมี่ไม่อร่อย หมูทอดก็อร่อยพอได้อยู่ ราคาอยู่ที่อย่างละประมาณสาม สี่ เหรียญ ไม่แพงมาก กินเสร็จก็เดินเล่นกันอีกสักแป๊บ เพื่อดูว่าแถบๆนั้นมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง ส่วนใหญ่ร้านก็ปิดกันเกือบหมดแล้วเหลือแค่ร้านอาหารไม่กี่รา้น ไปเจอกลุ่มเด็กๆเล่นโยนขนไก่เป็นสีสะท้อนแสงกันอยู่ เป็นเหมือนขนไก่ติดหนังยางแล้วยิงขึ้นฟ้าให้มันตกลงมาเอง แต่มีสีๆ เล่นตอนกลางคืนก็ขำๆดี เริ่มง่วงกันแล้วก็เลยกลับมายืนรอรถบัสกลับที่พัก ถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ เฮ้อออ จะหมดเวลาแล้วสำหรับทริปสิงคโปร์ พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปเมืองไทย แล้วก็เตรียมตัวเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ไว้เจอกันฉบับต่อไปตอนจบนะค๊าา ขอให้ทุกวันเป็นวันที่มีความสุข สำหรับทุกๆคนที่แวะมาอ่าน บ๊่ายย บายยย



Create Date : 16 ตุลาคม 2553
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 12:11:56 น.
Counter : 312 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา