|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
นกอีโก้ง (Purple Swamphen)
 http://phil.uk.net/photography/canon_300F4LIS.html
นกอีโก้ง : Purple Swamphen (Purple Gallinue) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Porphyrio porphyrio (Linnaeus, 1768) วงศ์ (Family) : Rallidae (วงศ์นกอัญชัน) อันดับ (Order) : Gruiformes (อันดับนกกระเรียนและนกอัญชัน)
ลักษณะทั่วไป
เป็นนกน้ำในวงศ์นกอัญชัน รูปร่างของนกชนิดนี้จึงคล้ายกับนกอื่น ๆ ในวงศ์นี้ เช่น นกพริก นกกวัก (White Breasted Waterhen) นกอัญชันต่าง ๆ แต่มีตัวใหญ่มากคือมีความยาวจากปลายปากจรดปลายหางราว 43-44 เซ็นติเมตร รูปร่างดูเผิน ๆ คล้ายแม่ไก่ตัวโต ๆ ล่ำสัน แต่ดูเก้งก้าง เพราะขายาว คอค่อนข้างยาว ปากอวบ สั้นและหนา ตรงโคนปากมีกระบังหน้า (frontal shield) สีแดงดูเด่นชัด ปีกสั้น มีขนปลายปีก (primaries) 10 เส้น ขนหางสั้นมากจนดูเกือบไม่มีหาง ขาและนิ้วเท้ายาว นิ้วเท้าหลังยาวกว่านิ้วเท้าหน้าเล็กน้อย ลักษณะนิ้วที่ยาวมีประโยชน์ในการเหยียบย่ำไปบนกอวัชพืชในน้ำ
นกน้ำวงศ์นี้มีขาและนิ้วยาว สามารถเดินหากินบนกอไม้น้ำได้ดี พบได้ง่ายในบริเวณรอบ ๆ ที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ส่วนใหญ่เป็นนกประจำถิ่น เช่น นกอัญชันคิ้วขาว (White - Browed Crake) นกกวัก (White Breasted Waterhen) นกอีลุ้ม (Waterhen) นกอีล้ำ (Moohen) เป็นต้น
 http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer/gallery
หัวมีสีเหลือบออกฟ้าน้ำเงินบ้างเล็กน้อย ใต้คอหน้าอกเป็นสีน้ำเงินปนม่วง ลำตัวด้านบนสีน้ำเงินอมม่วง ใต้คางและอก สีน้ำเงินอมเขียว ท้องและสีข้างสีน้ำเงินอมม่วง ต้นขาสีน้ำเงินอมเขียว หัว ไหล่ และขนปีกสีน้ำเงินอมเขียว ตา ปาก กระบังหน้าและเท้าสีแดง ซึ่งความสดใสเข้มอ่อนของสีขนจะแตกต่างกันไปตามแต่นกแต่ละตัว อีโก้งเพศผู้และเพศเมียมีลักษณะเหมือนกัน ตัวผู้จะมีกระบังหน้าโตกว่าตัวเมีย เวลาเดินชอบกระดกหาง นกไม่เต็มวัยอาจมีสีทึมกว่าตัวเต็มวัยและปากสีไม่แดง นกเด็กมีขนอุยสีดำปกคลุมลำตัว ขาและนิ้วเท้าเพื่อความถนัดในการเดินบนพืชน้ำเช่นเดียวกับนกผู้ใหญ่
นกอีโก้ง เป็นนกประจำถิ่นของประเทศไทย พบมากในที่ราบลุ่มภาคกลาง มักอาศัยตามแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ เช่น บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ และพบกระจายทั่วประเทศตามแหล่งน้ำจืดต่าง ๆ แต่อาจพบน้อยตัวกว่าตามแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จะเดินหากินไปบนพืชลอยน้ำ ยกขาที่มีนิ้วเท้ายาวก้าวไปอย่างช้า ๆ กระดกหางขึ้น ๆ ลง ๆ โดยในการเดินบนวัชพืชลอยน้ำนกอีโก้งมักต้องขยับปีกเพื่อช่วยในการทรงตัวด้วย หากอยู่ในอันตรายหรือตกใจ อาจวิ่งหนี หรือบินหนีเป็นระยะ ทางสั้น ๆ และหาที่หลบกำบังตัว
 http://www.2how.com/board/44488.html
รากบัวหลวง รากจอกหูหนู สายบัว ต้นแพงพวยน้ำ ไส้ในหรือต้นอ่อนของกก จูด และข้าวเป็นอาหารของนกอีโก้ง ในการกินสายบัว นกจะถอนเอาสายบัวออกมาโดยการใช้ปากกระตุกออกมา ใช้เท้าจับสายบัวและใช้ปากปอกสายบัวกินแต่ไส้ในทีละท่อน ๆ จนหมดสาย นอกจากพืชแล้ว นกอีโก้งยังกินแมลงเล็ก ๆ ในน้ำ กบ เขียด อึ่งอ่าง หอยโข่ง หอยเชอรี่ หรือแม้แต่ไข่ของนกอื่น ๆ
ในการกินหอย นกจะใช้ปากหักเปลือกหอยจนแตกแล้วดึงเนื้อมากินทีละชิ้นจนหมด นกอีโก้งเป็นนกที่เดินหากินได้ทั้งวัน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและจะไต่ขึ้นไปพักผ่อนหลับนอนบนต้นไม้ที่สูงเล็กน้อยในตอนพลบค่ำ
 http://www.thaidphoto.com/forums/showthread.php?t=171586&page=1
พฤติกรรม การสืบพันธุ์
ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่ตามดงกกหรือกอหญ้า นกอีโก้งออกหากินโดยเดินตามริมน้ำ เดินช้า ๆ เวลาเดินเมื่อยกเท้านิ้วทั้งหมดจะงอเข้าหากัน และเมื่อก้าวขาลง นิ้วเท้าจะแผ่กระจายออกจากกัน หางที่สั้นของมันจะกระดกทุกครั้งที่ก้าวขา ถ้าถูกรบกวนจะวิ่งหนีไปบนพื้นน้ำ โดยขยับปีกช่วยกัน ทำให้ขาของมันไม่จมน้ำ จะบินหนีก็ต่อเมื่ออยู่ในอันตรายจริง ๆ เท่านั้น เป็นนกที่บินไม่เก่ง เมื่อบินไปพบกอหญ้าที่รกทึบ จะบินลงไปซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ในนั้นจนอันตรายผ่านไป แต่เป็นนกว่ายน้ำได้เร็วและเก่งมาก
 http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=28952&st=31
นกอีโก้ง ทำรังวางไข่ได้เกือบตลอดทั้งปีเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม โดยทั่วไปจะทำรังในช่วงปลายฤดูฝนเป็นต้นไป เมื่อเข้าช่วงฤดูผสมพันธุ์นกจะส่งเสียงดังร้องเรียกกัน จับคู่และสร้างรังโดยการดึงพืชน้ำลงมาขัดสานกันจนเป็นรังหนา เส้นผ่านศูนย์กลางราว 30 เซนติเมตร สูงจากระดับน้ำตั้งแต่ 30-50 เซ็นติเมตร และใช้พืชน้ำอื่น ๆ กรุรังให้อ่อนนุ่ม
 http://www.arkive.org/purple-swamphen/ porphyrio-porphyrio/image-G91418.html
แต่บางรังก็สร้างไว้บนกอผักตบชวา นกจะวางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง นกทั้งสองเพศช่วยกันกกไข่หลังจากวางไข่ฟองสุดท้ายแล้ว ใช้เวลาราว 22-25 วันก็ฟักเป็นตัว ลูกนกจะอยู่ในรังต่ออีกไม่กี่วัน พ่อแม่ก็พาออกไปเลี้ยงนอกรัง โดยพ่อแม่หาอาหารมาป้อน เมื่อลูกโตพอสมควรพ่อนกก็จะแยกไปให้แม่นกเลี้ยงต่อไปตามลำพัง เมื่อลูกนกอายุ 4 เดือนก็จะมีชุดขนคล้ายผู้ใหญ่ ปากค่อย ๆ แดงจนเป็นตัวเต็มวัยในที่สุด
 http://www.niftysphotography.com/keyword/purple
ถิ่นอาศัย
พบตั้งแต่ในยุโรป แอฟริกา อินเดีย จีน ลังกา พม่า พบได้ทั่วประเทศไทย มีชุกชุมในภาคกลาง ลาว เวียตนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงออสเตรเลีย โดยในบางที่อาจเป็นชนิดย่อยอื่นและมีชื่อเรียกอื่น
สถานภาพปัจจุบัน
นกอีโก้งเป็นนกประจำถิ่น พบได้บ่อย และปริมาณปานกลาง จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
อ้างอิง : http://www.rmutphysics.com/charud/oldnews/84/chemistry/talaynoi.htm http://palm1981.multiply.com/photos/album/38/38 http://www.moohin.com/animals/birds-111.shtml http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=10641 http://www.oknation.net/blog/print.php?id=687016

| Create Date : 19 มิถุนายน 2554 |
| Last Update : 1 ตุลาคม 2555 18:41:33 น. |
|
23 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
โดย: bbandp วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:10:16:20 น. |
|
|
|
โดย: bite25 วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:23:06:41 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 มิถุนายน 2554 เวลา:13:20:25 น. |
|
|
|
โดย: bite25 วันที่: 20 มิถุนายน 2554 เวลา:15:46:34 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:17:53:46 น. |
|
|
|
โดย: bite25 วันที่: 22 มิถุนายน 2554 เวลา:9:53:49 น. |
|
|
|
โดย: ดา ดา วันที่: 23 มิถุนายน 2554 เวลา:14:24:37 น. |
|
|
|
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:06:23 น. |
|
|
|
โดย: Katai_Akiko วันที่: 20 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:02:14 น. |
|
|
|
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 18 สิงหาคม 2554 เวลา:23:01:58 น. |
|
|
|
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:22:19:19 น. |
|
|
|
โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:10:48:47 น. |
|
|
|
|
|
|
|