Don't Worry, Be Happy

 
พฤศจิกายน 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 พฤศจิกายน 2557
 

Title: ละเหี่ยใจ ไป Japan แดนน่ารัก ตอนที่ 1

ญี่ปุ่น... ดินแดนที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากจะไปเหยียบดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ซักครั้ง ผมก็เช่นเดียวกันครับที่อยากไปลองสัมผัสดินแดนที่เค้าว่ากันว่าผู้คนน่ารัก และมีระเบียบวินัยสูงที่สุดในเอเชีย รวมถึงความผูกพันที่มีมาช้านานระหว่างผมกับญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยยังเด็กๆ เลยทีเดียว 


ผูกพันอย่างไรน่ะหรือ? 

เราเติบโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่น เล่นเกม Family / Nintendo ข้าวของเครื่องใช้ที่มาจากญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่

จนถึงวัยเติบใหญ่ เราก็ได้รับชมหนังของน้องๆ เหล่านี้ เช่น Akiho Yoshizawa / Sola Aoi / Tsubomi และอีกหลายๆ คนที่คอยช่วยเหลือเรามาตลอด

และไม่นานมานี้ความฝันของผมก็เป็นจริงครับ เมื่อเรา (ผมและรูมเมทตลอดชีวิต) ได้ซื้อทัวร์จากงานเที่ยวไทยที่ศูนย์ฯ สิริกิตติ์จากทัวร์ของ Go Easy Holiday เป็นทัวร์โตเกียวแบบ 6 วัน 4 คืน ด้วยราคาที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราพอที่จะเข้าถึงได้ โดยเรามีกำหนดการเดินทางในวันที่ 8 พ.ย. 57 และกลับวันที่ 13 พ.ย. 57 ครับ

ผมและภรรยาค่อนข้างที่จะดีใจที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง หลังจากที่ตะลุยเที่ยวกันในไทยมาเยอะแล้ว เรากลับมาฝันต่างๆ นานา ว่าจะไปที่นั่นที่นี่ กินโน่นกินนั่นกินนี่ โดยที่ไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยว่า ความละเหี่ยใจมันจะรอเราอยู่ข้างหน้า

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

จริงๆ แล้วเราเตรียมตัวกันก่อนหน้านี้มานานมากแบ่งได้ดังนี้ครับ

- ศึกษาจากรีวิวต่างๆ ใน Pantip
- เตรียมตัวซื้อเสื้อกันหนาว เสื้อโค้ด 
- ลิสต์ว่าเราจะไปที่ไหนบ้างในวันฟรีเดย์ 1 วัน ซึ่งเราก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไปดูฟิกเกอร์ที่อากิฮาบาร่า ไปศาลเจ้าเมจิที่ฮาราจูกุ แวะไปเยี่ยมหมาน้อยฮาจิโกะที่ชิบุย่า และกลับมาตระเวนเที่ยวกินช้อปที่ชินจูกุซึ่งเราพักที่นี่พอดี 
- สำหรับคอเบียร์อย่างผมก็เข้าไปศึกษายี่ห้อเบียร์ที่ญี่ปุ่นว่ามีแบรนด์ไหนน่าลิ้มลองบ้าง 
- แลกเงิน ซึ่งวันที่ผมไปแรกที่ Super Rich เซ็นทรัลลาดพร้าว อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 30 บาท = 100 เยน
- Pocket Wifi ที่จู่ๆ คุณเธอก็อยากจะเช่าขึ้นมา (ก่อนหน้านั้นคุยกันแล้วว่าจะไม่เช่า ไปเล่น wifi ที่โรงแรมเอา) เพราะว่าอาจจะต้องมีคุยงาน และจำเป็นต้องคุยกับเจ้านายของเทอด้วย ก็โชคดีไปครับที่บริษัทที่ผมโทรไปสอบถามมีเครื่องว่างพอดี แต่ต้องไปรับเองที่อโศก 




โฉมหน้า Pocket wifi ครับ พนักงานดีมาก คุยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส อธิบายวิธีการใช้งานได้ละเอียดและเข้าใจง่ายมากๆ ครับ


ส่วนสถานที่ที่ทัวร์จะพาเราไปเที่ยวก็น่าจะเป็นฟอร์แมทคล้ายๆ กันกับทัวร์เจ้าอื่นๆ ที่ไปโตเกียว เช่น

วันแรก ลงจากเครื่องบินปั๊บก็ไปวนอุทยานแห่งชาติฮาโกเนะ / หุบเขานรกโอวาคุตานิ เพื่อไปกินไข่ดำ / ร่องเรือโจรสลัดที่ทะเลสาบฮาชิ / ช้อปที่ Gotemba Outlet และตบท้ายด้วยบุฟเฟต์ขาปูยักษ์

วันที่ 2 ไปภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 / หมูบ้านโฮชิโนะ ฮัคไค / วัดอาซากุสะ / Tokyo Skytree และไปจบที่ชินจูกุ

วันที่ 3 วันฟรีเดย์จ้า

วันที่ 4 ไปวัดโคโทคุอิน / พิพิธภัณฑ์ราเมน / ห้างโอไดบะ

วันที่ 5 ไปวัดนาริตะซัน ซินโซจิ / ช้อปของฝากที่ห้างอิออน ก่อนกลับบ้าน

ซึ่งแต่ละที่มีความสำคัญอย่างไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร คงต้องขอไม่พูดถึงนะจ๊ะ เพราะน่าจะมีให้อ่านเยอะแยะแล้ว ความรู้อาจไม่ได้มากนัก เพราะผมไม่ได้เพื่อจะมารีวิว ดังนั้นผมขอเล่าจากสิ่งที่ไปเจอมา สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถูกใจตามเหตุผลส่วนตัวของผมเพียงอย่างเดียวแล้วกันนะครับ

อ่อ... จะบอกว่าแพลนท่องเที่ยวทั้งจากทัวร์ และจากที่แพลนไว้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเลยจ้ะ ส่วนจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรนั้น ผมจะค่อยๆ เล่าไปเรื่อยนะครับ

วันแรก... ออกเดินทาง 8 พ.ย.

วันแรกก็โดนเลื่อนซะแล้ว ตายแล่วตายแล่วอะไรกันหว่า

ใช่ครับ วันเดินทางขณะที่เรากำลังเตรียมตัวออกจากบ้าน จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับโชว์เบอร์แปลกที่ผมไม่รู้จัก ผมรับทันทีเพราะกลัวอะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้ว เช่น กลัวโดนหลอก กลัวโดนเลื่อน ซึ่ง... มันเป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ ครับ คือโดนไกด์โทรมาเลื่อน จากไฟลท์ตี 1 ครึ่งขอเลื่อนเป็นตี 5 ครึ่ง แทน ผมก็โอเค ตอบครับๆ ไป พอวางสายนึกขึ้นได้ว่าอยากรู้เหตุผลว่าทำไมต้องเลื่อน เลยโทรกลับไป ปลายสายไม่รับ เอาล่ะสิ... หรือกูจะโดนเข้าแล้ว ส่วนคุณเธอของผมน่ะหรือครับ กระวนกระวายจนอยู่ไม่ติดแล้วเหมือนกัน

แต่... ซักพักครับเบอร์เดิมโทรกลับมา ผมยังไม่ได้ถามในสิ่งที่ผมอยากรู้เลยครับ แต่ปลายสายก็กรอกเสียงใส่มาว่า "ขอเลื่อนไฟลท์อีกนะครับ เป็น 8 โมงเช้าแทน" ทีนี้ผมถามเป็นระลอกเลยครับว่า ทำไมต้องเลื่อน? เคลื่อนบินมีปัญหา? มีปัญหาอย่างไร? คือถามจนตัวเองยังรำคาญ เพราะปกติแล้วผมจะเป็นพวกยังไงก็ได้ ไม่ค่อยเรื่องเยอะ แต่ครั้งนี้ด้วยความที่กลัวอะไรหลายๆ อย่างอยู่แล้วด้วย รวมทั้งราคาทัวร์ที่จ่ายเต็มไปก่อนล่วงหน้าก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เก็บเงินกันตั้งนานกว่าจะ ถ้าโดนเชิดหายไปนี่ผมมีร้องแน่ แต่สุดท้ายก็ตกลงกันโอเคครับ ไกด์คอนเฟิร์มนัดเราตอน 8 โมงหน้าเค้าท์เตอร์ Check In

จากที่ตอนแรกเตรียมตัวจะออกจากบ้าน กลายเป็นว่าตอนนี้เราต้องเตรียมตัวนอนแทนเพราะต้องออกจากบ้านแต่เช้า ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังได้ไปเราเลยตัดสินใจนอนเอาแรงกันเพื่อตื่นแต่เช้าไปสนามบิน

ออกเดินทางจริงๆ เสียที 9 พ.ย.

วันนี้เราไปถึงสนามบินตั้งแต่ยังไม่ 7 โมงดี ใจก็หวังว่าอยากจะไปให้ถึงโตเกียวเร็วๆ เพราะว่าจากค่าทัวร์ตอนแรก 6 วัน 4 คืน ตอนนี้มันเหลือแค่ 5 วัน 3 คืนไปโดยปริยายแล้ว ที่สำคัญไกด์แจ้งมาว่า เพราะเครื่องดีเลย์เมื่อคืน ทำให้เราเสียเวลาเดินทางไปวันนึงโดยปริยาย และจะเอาวันเที่ยวนั้นไปใช้ในวันฟรีเดย์แทน TT^TT แต่ก็... เอาน่ะ ก็ยังดี แต่สุดท้าย... วันนั้นเราได้ออกเดินทางเวลา ...

...

...

...

ตี 2 กว่า ซึ่งเป็นเวลาเดิมจากครั้งแรกสุดเลยครับ เอาเป็นว่าผมจะขอเล่าไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิดังนี้แล้วกันครับ

- 8 โมงเช้า ลูกทัวร์ทุกคนมาตรงเวลาที่ Counter Check-in เพื่อที่จะรอขึ้นเครื่องไฟลท์ 11 โมง แต่แล้วทางไกด์ และ จนท. บริษัททัวร์ก็มาแจ้งว่าไฟลท์ขอเลื่อน Check-in เป็น 11 โมงแทน และเครื่องจะบินตอนบ่าย 2 เนื่องจากรอเครื่องจากอินเดียมาเปลี่ยนลำที่มีปัญหาขัดข้อง (คำถามก็คือ ... ถ้ารู้ว่ามีปัญหาขัดข้อง และถ้ามีมาตรฐานจริงในการแก้ไข ซ่อมแซมเครื่องทำไมไม่บินมาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเมื่อคืนทางสายการบินก็เลื่อนเราไปแล้วรอบนึง)

- 11 โมงเริ่มชุลมุนวุ่นวาย เพราะเที่ยวบินนี้มีบริษัททัวร์พร้อมลูกทัวร์ไปด้วยถึง 3 บริษัท ทำให้ลูกทัวร์ของแต่ละบริษัทจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา และเริ่มมีแนวคิดว่าจะช่วยกันกดดันบริษัททัวร์ และสายการบิน หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าไฟลท์เลื่อนอีกแล้วมาเป็นบ่ายโมง

- ถัดมาไม่นานไฟลท์บ่ายโมงก็ถูกเลื่อนไปเป็นบ่าย 3 โมง ช่วงนี้ทุกคนนั่งไม่ติดแล้วครับ ทางบริษัททัวร์ก็เครียด ลูกค้าก็เครียด และมีบางคนกำลังจะยกเลิกทัวร์ แต่ถูกทางบริษัททัวร์ขอต่อรอง และเช็คความถูกต้องกับสายการบินให้แน่นอนก่อนว่า ตกลงคุณจะบินได้กี่โมง

- และฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดผึง เมื่อลูกทัวร์ของทั้ง 3 บริษัททราบว่าไฟลท์ดีเลย์อีกแล้วไปจนถึง 5 โมง ตอนนี้ทุกคนเดือดแล้วครับเพราะรู้สึกเหมือนกับว่าทางสายการบินพยายามยื้อถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ รอบละ 2 ชั่วโมง โดยที่ไม่ยอมทรานเฟอร์ผู้โดยสารไปสายการบินอื่น ลูกทัวร์ทริปเดียวกับผมก็ยกเลิกไป 7 คน (ทางบริษัทฯ ยืนยันว่าจะคืนเงินให้ 100% ที่จ่ายไป) ส่วนของบริษัทอื่นยังอยู่กันครบเพราะทางบริษัทยังไม่สามารถยืนยันว่าจะคืนเงินให้เต็มจำนวน (แต่สุดท้ายก็มียกเลิกไปพอสมควรเลยครับ)





ตอนนี้เริ่มชุลมุนกันแล้วครับ ก็ถือว่าโชคดีด้วยที่ทริปนี้มีดาราร่วมทริปมาด้วย ก็ถือว่าเป็นปากเป็นเสียงให้กับทางเราได้ดีเลยล่ะครับ

- สมาชิกในทริปของผมยืนยันคำขาดว่าถ้าพวกเรารออยู่จน 4 ทุ่ม และยังไม่ได้ไปก็จะยกเลิกทัวร์ทั้งหมด และขอเงินคืนเต็มจำนวนในวันรุ่งขึ้น และถ้าได้ไป จะต้องชดเชยวันที่เสียไปให้กับทางเราโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทาง จนท. ของบริษัทฯ ยืนยันว่าได้ไปแน่นอน และจะเพิ่มวันให้ 1 วันตามโปรแกรมเดิม แต่อาจจะต้องสลับวันเที่ยวกันเพราะโรงแรมที่ญี่ปุ่น ทางไกด์อ้างว่าต้องจ่ายเต็ม 100% ก่อนที่จะไปพัก (เรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหนครับ ผมไม่ทราบ) ซึ่งหลังจากที่เคลียร์กับทางผู้บริหารสายการบินแล้วว่า 4 ทุ่มได้บินแน่นอน (ผู้บริหารที่เป็นฝรั่งลงมาเคลียร์เองเลยครับ ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้นลงมา ให้เกียรติลูกค้ามากกกกก... พี่คนนึงที่ร่วมทริปเดียวกับผมได้กล่าวไว้) ซึ่งระหว่างที่รอจนถึงเวลาบินนั้น เค้าได้จัดโรงแรมใกล้ๆ สนามบินไว้ให้พักผ่อนก่อนครับ

- พวกเรานอนรอพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมด้วยความกระวนกระวายเพราะ 3 ทุ่มเราก็ยังไม่ได้เดินทางไปสนามบิน จนคิดว่าคงดีเลย์อีกแน่ ซึ่ง... ก็จริงครับ 555 เครื่องดีเลย์ไปจนถึงตี เที่ยงคืนอีก

- สุดท้ายเราไปถึงสนามบินเช็คอินที่เคาท์เตอร์เรียบร้อย และเดินเข้าไปรอในเกต ซึ่งเที่ยงคืนแล้วก็ยังไม่ได้เข้าไป สุดท้ายกว่าจะได้ขึ้นเครื่องก็... ครับ ตี 2 เวลาเดียวกันกับกำหนดการเดิมเป๊ะ 

- สุดท้ายในวงพูดคุยกับพวกเรา และมีไกด์ร่วมวงด้วย สรุปได้ว่า สายการบินน่าจะลีลาเพื่อรอให้ทัวร์ของวันที่ 9 ไปด้วยกันกับเราเพื่อให้ที่นั่งเต็ม (ของเราวันที่ 8) ซึ่งก็เป็นบริษัทเดียวกันทั้งหมดเนี่ยแหล่ะครับ 

ผมยังไม่ได้บอกสินะครับ ว่าสายการบินอะไร บอกตามตรงเลยว่า เข็ด และจะ ไม่ ไป ใช้ บริการ อีก แน่ นอน (เน้นๆ ไปเลย) Jet Asia ครับ 

ปล.แต่น้องๆ พนง. ต้อนรับนี่บริการดีมากครับ แต่ก็ตามมาตรฐานสากล ที่ทุกสายการบินจำเป็นต้องบริการให้ดี ถ้าให้คะแนน พนง. ต้อนรับผมให้ 9.5 เต็ม 10 นะครับ แต่คะแนนสายการบิน การตรงต่อเวลา และการจัดการปัญหาผมให้ติดลบครับ

ถึงแล้วววววว!! Japan แดนน่ารัก 10 พ.ย.


ครับ... ในที่สุดก็ถึงเสียทีเป็นการเดินทางที่ชุลมุนวั่นวาย และลำบากพอสมควรเลยล่ะครับ แต่เราก็ถึงประเทศญี่ปุ่นจริงๆ เสียที โดยถึงตามเวลาท้องถิ่น 9 โมงเช้า




ถึงแล้วววววววว!!




คุณนายยิ้มออกแล้วจร้าาาาาา




สัญลักษณ์ง่ายๆ ที่ดูแล้วเข้าใจเลยว่า เราจะทิ้งขยะแบบไหน ลงถังขยะใบไหน




รถบัสของทริปเราฮะ มารอนานเลยเชียว


หลังจากที่ผ่าน ต.ม. ไปแล้วก็ได้เวลาเที่ยวล่ะครับ โดยไกด์พาเราออกจากสนามบินนาริตะเพื่อไปกินปิ้ง ย่างบุฟเฟต์ก่อนครับ แฮ่!! อย่างว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง เอ้าพวกเรา ลุยยยย!!




ร้านที่เรากำลังจะขึ้นไปกินครับ อยู่ชั้น 2 ด้านล่างเป็น Super market



เนื้อละลานตา ขอบอกว่าเนื้อที่นี่นุ่มจริงๆ ครับ แต่เด่นเฉพาะเนื้อนะ อย่างอื่นผมว่างั้นๆ




เพื่อนร่วมทริปจร้าาาา (ที่อายุใกล้เคียงกัน คุยกันถูกคอเลยเชียว) ลำบากมาด้วยกันตั้งแต่สนามบินแล้ว 55555




ปิ้งๆ ย่างๆ


เมื่ออิ่มแล้วเราก็ไปลุยกันต่อที่ห้างอิออนกันครับ จริงๆ แล้วโปรแกรมห้างฯ นี้เราจะต้องไปกันวันสุดท้ายเพื่อซื้อของฝาก เตรียมแพคขึ้นเครื่องเลย แต่ก็จากเหตุการณ์เครื่องบินดีเลย์ทำให้ต้องขยับเวลามาที่ห้างนี้ก่อน เพราะวันสุดท้ายเราจะไปฟูจิกัน ทางไกด์กลัวว่าเราจะมาที่นี่ไม่ทันจึงพามาที่นี่ก่อนเป็นที่แรกของทริปครับ



มาถึงแล้ว พร้อมช้อปฯ



เมื่อคุณนายซื้อขนมเรียบร้อย ผมก็พาตรงดิ่งมาตรงดงเบียร์เลยครับ ละลานตาทีเดียว เลือกดื่มไม่ถูกเลย


จากนั้นก็ไปลุยกันที่วัดอาซากุสะกันต่อ ไปถึงก็เวลาโรงเรียนเลิกพอดี เด็กๆ น่ารักๆ กำลังเดินกลับบ้านกันเป็นแถว และตามประสานักท่องเที่ยวจากไทยแลนด์ครับ หลายๆ คนปรี่เข้าไปขอถ่ายรูป แต่คำตอบที่เด็กๆ ให้มาก็คือ NO!! สั้นๆ แต่ได้ใจความครับ บางคนจะถ่ายเด็กๆ ก็จะปิดหน้าปิดตาไม่ให้ถ่าย ทางไกด์เลยบอกว่า จริงๆ แล้วเด็กๆ จะมีครูผู้ดูแลเดินตามมาส่งด้วย และที่ไม่ให้ถ่ายรุปก็เพราะว่าเคยเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีแก่เด็กๆ มาก่อน เค้าเลยไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพครับ



ภาพนี้ผมถ่ายก่อนที่จะรู้เหตุผลว่าทำไมถึงห้ามถ่ายรูปครับ แต่เด็กๆ น่ารักดีนะครับ ชอบๆ



เจอรถเมล์น่ารักๆ ครับ



ผู้ร่วมทริปในครั้งนี้ครับ นับถือใจพวกท่านจริงๆ โดยเฉพาะพี่ๆ ครอบครัวใหญ่ที่มากัน 9 คน ถ้าพี่ยกเลิก ทัวร์นี้คงกร่อยอ่ะครับ




เข้ามาในวัดแล้ว ก็ถ่ายรูปเสียหน่อย



นักท่องเที่ยวมาที่นี่กันเยอะมากจริงๆ ครับ



เห็นตอนกลางคืนผมว่ามีหลอนอ่ะ




คนเยอะดังสายน้ำไหล

เรามีเวลาเที่ยวที่นี่เพียง 1 ชั่วโมงครับ ก็ต้องไปต่อเพื่อไปที่พักย่านชินจูกุ แต่บอกเลยว่าเวลาที่ได้มาที่นี่น้อยจริงๆ ได้เดินดูของเพียงไม่กี่ร้านก็ต้องเดินกลับแล้ว เพราะกลัวจะไปสาย ทำให้คนอื่นต้องรอ แถมยังอดกินข้าวหน้าปลาไหลที่เตรียมตัวมากินเต็มที่อีกต่างหาก ไว้คราวหน้าตั้งใจมาเอง คงมาแก้ตัวที่นี่อีกครั้งแน่นอนครับ

จากนั้นเราก็เดินทางไปย่านชินจูกุเพื่อเข้าพักที่โรงแรม Tokyo Inn เตรียมตัวเที่ยวในวันรุ่งขึ้นต่อไป ซึ่งห้องพักถือว่าโอเคเลยครับ แม้จะเล็กไปหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าโรงแรมใจกลางเมืองโตเกียวแบบนี้ เรื่องห้องเล็กนี่เป็นเรื่องปกติมาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ถือว่าครบครันพอสมควรเลยล่ะครับ



ห้องพักเล็กๆ แต่น่ารัก



อีกมุมจ้ะ



ซองใส่คีย์การ์ด



ขอเสียมารยาทแอบถ่ายมา ตะ...แต่ เธอหน้าตาเหมือนมากจริงๆ 

เรามีเวลาอาบน้ำ เก็บสัมภาระเพียง 30 นาที ก็ต้องรีบลงไปรวมตัวกันที่ล็อบบี้โรงแรมเพื่อที่จะทานอาหารเย็นกันต่อไป และไกด์ก็พาเราไปกิน... ชาบูจร้าาาาาาา

ก่อนไปทานชาบูผมก็จัดการเผาหัวไปเรียบร้อยก่อนแล้วครับ 1 กระป๋อง ซึ่งผมได้ทำสนธิสัญญากับคุณนายไว้ครับว่ามาอยู่ที่นี่ผมขอกินเบียร์ให้หลากหลายยี่ห้อที่สุด แล้วกลับไทยจะของดเบียร์ 1 อาทิตย์ 555



กระป๋องแรก ณ เจแปนฮะ



ออกเดินทางไปกินชาบู...



เอ๊ะ!! นี่มันร้านอะไร



ถึงแล้วครับ ร้านชาบู หน้าตาน่ากินที่เดียวเชียว



มาแล้ววววววววว



อย่าให้ขาดตอน แถมหมด 2 ขวดนี้ ผมซดสาเกไปอีกหนึ่งจอก เล่นเอามึนใช่เล่นเลยฮะ

ทานชาบูจนอิ่มพุงกาง อยากบอกว่ามื้อนี้ถือเป็นมื้อที่ดีที่สุดตลอดทริปโตเกียวนี้เลยครับ เนื้อหมู ผักเติมได้ตลอดไม่อั้น ถ้าจะทานเนื้อสั่งครั้งละ 100 เยน ที่สำคัญสาวๆ ร่วมทริปนี่กรี๊ดกร๊ากเด็กเสิร์ฟมาก เพราะหน้าตาดีกันทุกคน ไม่รู้เค้าคัดหน้าตากันหรือเปล่า

หลังจากนั้นก็อิสระตัวใครตัวมันแล้วครับเราก็ไปเดินเล่นนิดหน่อยโดยแวะไปที่ตึกใหญ่ของ UNIQLO / Big Camera เดินเล่นซักพักก็กลับห้องนอน เตรียมพร้อมเที่ยวในวันฟรีเดย์พรุ่งนี้ต่อไป แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าต่ออีกตอนนึงนะครับว่า เราไปที่ไหนกันมาบ้าง และเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราบ้าง








 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2557
0 comments
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2557 0:16:17 น.
Counter : 2431 Pageviews.

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ยางมะตอยสีชมพู
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นมนุษย์เงินเดือน รับใช้การตลาด
ต้องคิดงานให้เกินคาด แล้วจะได้ตังค์ใช้

ชอบดนตรี เสียงเพลงเป็น ชีวิตจิตใจ
ตัวอักษรนั้นไซร้ กัดแทะได้ ทุกวี่วัน



ลายปากกา


ของเค้าดีจริง เข้าไปเยี่ยมชมกันได้ครับ ^ ^
ถึงแม้ว่าผมอาจจะยังไม่ใช่นักเขียน ถึงแม้ว่าผมอาจจะไม่มีคุณสมบัติแม้ที่จะคิดเขียน และถึงแม้ว่า เรื่องที่ผมเขียนนั้นจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม แต่ว่ามันก็ออกมาจากมันสมองอันน้อยนิดของผม ขอร้องเถิดครับ กรุณาอย่าเอาไป คัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนี่งส่วนใดหรือทั้งหมดของงานเขียนของผมเลย (ยางมะตอยสีชมพู) ผมขอสงวนสิทธิ์ตามกฏหมาย ซึ่งหากฝ่าฝืนโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว จะมีโทษ ปรับตามกฏหมายตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือนำเรื่องไปเสนอสำนักพิมพ์ ถือเป็น การเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับนะครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ยังเข้าใจ และเห็นใจคนชอบเขียนห่วยๆอย่างผม (ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ. กฏหมายลิขสิทธิ์)
[Add ยางมะตอยสีชมพู's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com