Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
29 กรกฏาคม 2552

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 (3)




วัคซีนเชื้อเป็น แล้วมันจะปลอดภัยไหม ?

เมื่อวันพุธก่อนดูทีวีเรื่องความคืบหน้าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009
โดยช่อง 11 ได้เชิญ นพ. วิชัย โชควิวัฒน์ ประธาน อภ. มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ว่าเชื้อของรัสเซียนั้น คือ สายพันธุ์เลนินกราด 17
ก็เลยไปลองค้นข้อมูลมาคุยกันต่อ

ชื่อเต็มของไวรัสตัวนี้คือ
Influenza A virus (strain A/Leningrad/134/1957 H2N2)
เห็นได้ว่ามันเป็น H2N2 ซึ่งไม่ใช่ H1H1 อย่างสายพันธุ์ Mexico
แล้วมันจะสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างไร ?

เราคงต้องเข้าใจไวรัสตัวนี้ซะก่อน 1957 คือปีทีมันถูกค้นพบ
เลนินกราดคือชื่อเมืองที่มันระบาด รัสเซียเลือกใช้มันเป็นไวรัสต้นแบบ
17 คือจำนวนครั้งของกระบวนการผ่านไข่ฟัก โดยลดอุณหภุมิลงเป็นช่วงๆ
เพื่อให้เชื้อนี้เจริญเติบโตได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 37 องศาเซลเซียส
และเป็นหนึ่งในขั้นตอนการลดความรุนแรงของเชื้อที่ก่อโรคจากธรรมชาติ

เมื่อเวลาถูกฉีดพ่นเข้าโพรงจมูก ไวรัสจะอาศัยอยู่ได้ในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น
เมื่อลงไปลึกกว่านั้นอุณหภูมิที่สูงในร่างกายจะฆ่ามันเพื่อป้องกันการกลับมาก่อโรค

ลองจินตนาการว่าไวรัสตือลูกบอลกลมที่มีหนามอยู่ล้อมรอบ
ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ไม่ได้แยกแยะไวรัสจากลักษณะรูปทรงกลม
เพราะไวรัสมันก็คงเหมือนกันไปหมด แต่ระบบภูมิคุ้มกันจะแยกแยะไวรัส
จากหนามที่อยู่ล้อมรอบ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ย่อมไม่เหมือนกัน

สิ่งที่เราต้องการคือเอาสายพันธุกรรม ที่เป็นตัวสร้างหนามของ H1N1
ไปใส่ในไวรัสทีเรารู้ว่ามันปลอดภัย และสามารถเติบโตได้ดีในไข่ฟัก
คือ H2N2 leningard 17 นั่นเอง
ฉนั้นหากมีใครบอกคุณว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่คือการนำไวรัสตามธรรมชาติ
ที่ระบาดในขณะนี้มาทำให้อ่อนแอลง แล้วใส่ไข่ฟักเพื่อผลิตเป็นวัคซีน

นั่นคือคำพูดที่ผิด

เพราะเราไม่ได้นำไวรัส H1N1 2009 ทั้งตัวที่มีโอกาสกลับมาก่อโรคได้มาใช้
เราใช้เพียงรหัสพันธุกรรมส่วนที่สร้างหนาม เพื่อมากระตุ้นภูมิคุ้มกันเท่านั้นเอง





ทำไมผู้ผลิตจึงไม่กล้ารับรองความปลอดภัยของวัคซีน

ไม่รู้ว่าเมืองไทยจะพูดเช่นนั้นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ฝรั่งเศสประกาศอย่างแน่ชัด

เพราะในทางสถิติ เรารู้ว่าการทดลองในคนจำนวนยิ่งมากเท่าใด
จะยิ่งทำให้เราทราบค่าเฉลี่ยที่น่าเชื่อถือได้ในทางวิทยาศาสตร์
ซึ่งผู้ผลิตจะนำข้อมูลนี้ไปอ้างอิงในการขึ้นทะเบียน หน่วยงานของรัฐก็จะประเมินว่า
วัคซีนตัวนี้มีประสิทธิภาพต่อความปลอดภัยมากเพียงใด

ซึ่งหากครบขั้นตอน จะมีการทดสอบในประชากรเรือนหมื่น
ซึ่งประเมินได้ว่าหากนำไปใช้จริงจะมีคนอาจจะมีปัญหามากน้อยเพียงใด
เช่น การบวมแดง ปวดหัว เป็นต้น แต่เมื่อทดสอบในตัวอย่างขนาดเล็ก
ตัวเลขพวกนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ เมื่อนำไปใช้จริงผู้ผลิตจึงไม่อาจคาดเดาผลได้

และอีกเหตุผลก็คือ การหาตัวเลขการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นน้อยราย
เช่นอาจป่วยจนถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย หากทดสอบในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
ผู้ผลิตจะไม่อาจบอกตัวเลขของการแพ้ที่พบได้น้อยเช่นนี้ได้

แต่เมื่อไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นเรื่องเร่งด่วน
และมีเวลาที่จำกัดเพื่อเร่งการนำวัคซีนออกมาใช้
ผู้ผลิตก็จะยอมนำออกมาขายให้
แต่ไม่สามารถรับรองความปลอดภัยให้กับเรา

แต่การทดสอบในมนุษย์ ไม่ใช้ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ
ทุกประเทศจะมีระบบการเฝ้าระวังผลข้างเคียงหลังการใช้
หากเกิดปัญหาเมื่อฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเมื่อใด
ผู้ใช้จะต้องรายงานเหตุการณ์ให้หน่วยงานของรัฐทราบโดยทันที

หากปัญหานั้นเกิดจากวัคซีนจริงๆ ก็จะมีการเก็บออกจากท้องตลาด
หรือกรณีร้ายแรงอาจมีการประกาศถอนทะเบียน
จะเห็นได้ว่าการควบคุม กำกับดูแลการใช้วัคซีนนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน
นั่นเพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากสิ่งมีชีวิต

เมื่อคิดว่าเพื่อเป็นการควบคุมการระบาดของโรคนี้
หนทางเดียวที่มีก็คือการนำวัคซีนนี้มาฉีดให้กับประชาชนทั่วประเทศ
รัฐบาลควรตะหนักให้ดีว่า วันนี้ท่านได้ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ประชาชนหรือยัง

เพราะการฉีดวัคซีนให้กับคน 60 ล้าน โดยที่ทุกคนไม่รู้อะไร
มันอาจสร้างความสับสนและข่าวลือ ที่มากมายอย่างที่เราไม่เคยพบมาก่อนก็เป็นได้



Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 9:59:28 น. 5 comments
Counter : 781 Pageviews.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:10:30 น.  

 
นี่คือปัญหาใหญ่ ของประชาชน ถ้ารัฐบาล

ไม่รู้จริง....โง่แล้วอวดฉลาด
และ หมกเม็ด .... ฉลาดที่จะปิดบังความบกพร่อง


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:19:10 น.  

 
ความคิดผมรัฐบาลไม่ได้ปกปิดประฃาฃนหรอกครับ
เพียงแต่เฃื่องฃ้าในการทำงาน หากอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
จะปูพรมวัคซีนจะต้องเริ่มทำความเข้าใจกันตั้งแต่วันนี้

ไม่ใช่ปล่อยให้มีข่าวลือ เช่น รัฐมนตรีได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว
หรือฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีคนตาย ก็ต้องรีบชี้แจงไป
ก็เท่านั้นเอง

เพราะวันที่วัคซีนมาถึงแทนที่ทุกคนอยากจะไปฉีด
อาจจะกลับกันก็ได้ หากทุกคนกลัวกันไปหมด


โดย: VET53 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:59:30 น.  

 

ได้ความรู้ใหม่ อ่านเเล้วน่ากลัว
ตกข่าวค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับข่าวใหม่

ได้ข่าวว่าที่บ้านเรามีผู้เสียชีวิตมากเเต่ไม่มีการเปิดเผย ยังสงสัยว่าชาวบ้านเมื่อไม่สบายจะกล้าไปหาเเพทย์หรือไม่? ในเมือโรงพยาบาลเล็กๆก็ไม่สามารถยืนยันว่าผู้ป่วยติดเชื้อหรือไม่

ที่สนามบินทั้งเมกาเเละนาริตะจะเข้มงวดเรื่องการนำของไม่ว่าจะเป็นในรูปใด จากไก่หรือเนื้อห้ามเด็ดขาดถึงจะเป็นราเมงรสหมูก็ตาม รวมทั้งของเเห้งทุกชนิด

เเต่ประชากรไม่มีการระวังเรื่องอากาศหายใจร่วมกัน จะเห็นได้ยากสำหรับผู้ใช้ผ้าปิดปากอนามัยค่ะ



โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:13:04:00 น.  

 
เจอเซนเซวันก่อน ถามเค้าว่า ที่บ้านเค้าไปถึงไหน เค้าก็บอกว่าอยู่ใน production process

แต่ที่แน่ๆ บ้านเค้ายังไม่มีคนตายเลย ขณะที่บ้านเราประกาศครั้งหน้าอาจทะลุเลขร้อย

เลยไม่รู้ว่า มาตรการบ้านเรามันมีจุดโหว่ตรงไหน ???

ตอนนี้ก็มีการปูพรมวัคซีน season flu ไปทั่ว ก็มีข่าวคนตายหลังฉีดวัคซีนไป 10 วัน

ซึ่งเรื่องนี้ WHO เค้าก็มี guideline ว่าจะแยกยังไงว่าคนไหนตายจากวัคซีนหรือไม่

อยู่ที่ว่ารัฐจะตอบสนองต่อเรื่องนี้เร็วแค่ไหน ก็เท่านั้นเอง


โดย: VET53 วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:20:07:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]