Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
2 กันยายน 2557

Ebola : ไวรัสมรณะแห่งกาฬทวีป (3)




Zmapp เป็นยาในกลุ่ม monoclonal antibodies
ผสมจากตัวยาสำคัญ 2 ตัว คือ MB-003 และ ZMAb

MB-003 ผลิตจากบริษัท Mapp Biopharmaceutical Inc
เป็น chimeric monoclonal จากงานวิจัยของกองทัพบกอเมริกา
ประกอบไปด้วยแอนติบอดีที่จำเพาะต่อ c13C6,h13F16 และ c6D8
ตำแหน่ง glycoprotein ที่อยู่บนพื้นผิวของไวรัสอีโบล่า

ZMAb ผลิตจากบริษัทDefyrus Inc. บริษัทลูกของ Leaf Bio
เป็น humanized monoclonal งานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุน
จากสาธารณสุขแคนาดา ประกอบไปด้วยแอนติบอดีที่จำเพาะต่อ
m1H3, m2G4 และ m4G7

วิธีการผลิตเริ่มจากนำชิ้นส่วนไวรัสที่สนใจฉีดให้หนูถีบจักร
ตัดม้ามที่เป็นที่อยู่ของ B lymphocyte ที่ถูกกระตุ้นให้มีความจำเพาะ
นำมารวมกับเซลล์มะเร็ง คัดเลือกเซลล์ที่มีความจำเพาะที่ดีที่สุด
ต่อแอนติเจนตำแหน่งที่ต้องการ นำไปสู่ขบวนการตัดต่อยีน

โดยตัดส่วนรหัสพันธุกรรมที่จำเพาะที่ส่วนปลายไปใส่ใน
ส่วนโครงสร้างอิมมิวโนโกลบลูลินต้นแบบที่เป็นของมนุษย์
แทรกชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าไปในพาหะ โดยทั่วไปจะนำไปใส่เซลล์
เพื่อนำไปเพาะเลี้ยงให้มีจำนวนมากๆ แล้วสกัดเอาโปรตีนกลับออกมาใช้

ZMapp ได้เลือกยีนที่จำเพาะที่คิดว่าดีที่สุด 3 ตำแหน่งคือ
c13C6 จาก MB-003 และ c2G4, c4G7 จาก Zmab
ส่งให้บริษัท Kentucky Bioresearch ใส่ในยีนของต้นยาสูบ
เพื่อให้มันผลิตโปรตีน monoclonal antibodies ออกมา



กรรมวิธีนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด เพราะหากได้รับการขึ้นทะเบียน
มันจะเป็นยาชนิดแรกของโลกที่ใช้พืชเป็นโรงงานผลิต
คำถามคือทำไมต้องยุ่งยากขนาดนั้น ในเมื่อสามารถผลิตแบบเดิมๆ ได้
คำตอบดูเหมือนจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนโดยที่ยังไม่มีใครให้คำอธิบาย

ลองคิดเล่นๆ ว่าหากเค้าจะขายยาตัวนี้แบบเดิมๆ จะเกิดอะไรขึ้น

แน่นอนว่าราคายาตัวนี้แพงเกินกว่าที่รัฐบาลในประเทศแอฟริกาจะจ่ายได้แน่
ด้วยกลไกการตลาดนี้ จึงทำให้ที่ผ่านมาไม่มีบริษัทไหนสนใจจะลงทุน
งานวิจัยทั้งหมดที่เกิดขึ้นจึงล้วนได้มาเงินจากการสนับสนุนของภาครัฐ
การผลิต Zmapp จึงเลือกทางเดินที่ยากกว่ายาตัวอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน

โดยเลือกที่จะให้มันผลิตขึ้นด้วยพืชยาสูบ ซึ่งหากประสบผลสำเร็จแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นได้ว่า บริษัทน่าจะบริจาคพืชที่ตัดต่อพันธุกรรมให้ฟรีๆ
สามารถนำไปปลูกคล้ายกับพืชสมุนไพรโดยไม่ต้องผลิตให้เป็นยาสำเร็จรูป
ถ้าหากเป็นไปตามรูปการณ์ดูเหมือนเป็นอะไรที่โลกสวยมาก

แล้วบริษัทจะได้อะไรตอบแทนจากการลงทุนในครั้งนี้
ลองคิดว่าทำไมนาซ่าถึงต้องเสียเงินไปมากมายเพื่อการศึกษาอวกาศ
ดังนั้นบริษัทอาจจะไม่ได้ขายยาตัวนี้ แต่เทคโนโลยี่ที่ได้ก็มีมูลค่าของมันเอง
บางครั้งผลตอบแทนแห่งการลงทุนอาจจะไม่ได้มองเห็นเป็นตัวเงินเสมอไป



ZMapp เป็นข่าวครั้งแรกเมื่อองค์กรการกุศล Samaritian’s Purse,
US-FDA และ Mapp Biopharmaceutical ได้เสนอยาเพื่อใช้รักษา
Kent Brantly นายแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วย
จนตนเองติดเชื้อ พร้อมกับผู้ช่วย Nancy Writebol

หลังจากติดเชื้อเป็นเวลา 9 วัน Kent Brantly ได้รับพลาสมา
จากเด็กชายวัย 14 ปี ที่ได้รับยา ZMapp จนมีอาการที่ดีขึ้น
ก่อนที่จะได้ยา ZMapp หลังจากนั้น Nancy Writebol ก็ได้รับยา
ทั้งสองมีอาการดีขึ้นจนสามารถส่งตัวกลับมารักษาตัวยังประเทศสหรัฐได้

7 สิงหาคม 2014 Miguel Pajares นักบวชชาวเสปนวัย 75 ปี
ได้รับยา Zmapp หลังจากถูกส่งตัวกลับจากไลบีเรียก็ไม่แสดงอาการที่ดีขึ้น

11 สิงหาคม 2014 บริษัท Mapp ออกแถลงให้ทราบว่า
บริษัทมียาให้ใช้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากการผลิตนั้นทำได้ยากมาก
หลังจากนั้นมีผู้ทำงานทางการแพทย์ได้รับยานี้อีก 3 คน หนึ่งคนเสียชีวิตลง12 สิงหาคม 2014 Miguel Pajaresเสียชีวิตลง

วันเดียวกันนั้น องค์การอนามัยโลกออกมาประกาศว่า
ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องยอมรับให้มีการใช้ยา
ที่ยังไม่รู้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยเนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด
ในการต่อสู้กับภัยคุกคามทางการแพทย์ที่ร้ายแรงที่สุดในทศวรรษ

21 สิงหาคม 2014 Kent Brantly และ Nancy Writebol ได้รับการปล่อยตัว
ออกจากโรงพยาบาล โดยมีการต่อต้านจากประชาชนบางส่วน
แม้ว่าจะการติดต่อของไวรัสอีโบล่าจะมาจากผู้ที่แสดงอาการป่วยเท่านั้น



24 สิงหาคม 2014 มีการประกาศการแพร่ระบาดของโรคที่คล้ายกับอีโบล่า
ในแถบ Boende, Equateur และ Lomela ทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ติดกับประเทศคองโก
รัฐบาลแถลงการณ์ว่าเป็นสายพันธ์ sudan ที่มีความรุนแรงน้อยกว่า

1 กันยายน 2014 จากผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบล่าในประเทศ Gabon
รายงานว่าตัวอย่างที่ส่งตรวจ 6 ใน 8 รายเป็นสายพันธ์ Zaire
ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงแถบฝั่งตะวันตก

แต่เนื่องจากเป็นการตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นโดยวิธี ELISA
ดังนั้นต้องรอผลการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ที่มีความจำเพาะกว่า
แต่ตัวอย่างอีกกลุ่มที่ถูกส่งไปยังประเทศเยอรมนีก็ให้ผลเช่นเดียวกัน
มีรายงานการติดเชื้อ 53 ราย เสียชีวิต 13 ราย ซึ่งถือว่าต่ำกว่าปรกติ

หรือว่าไวรัสกำลังปรับตัวเพื่อให้มันอยู่รอดต่อไปได้ในอนาคต
เพราะตามหลักวิวัฒนาการ ถ้าฆ่าเจ้าบ้านจนหมด พวกมันก็สูญพันธ์
แต่ถ้าปรับตัวให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ มันก็จะกลายเป็นไวรัสทั่วไป
เป็นเรื่องที่ยังคาดเดาได้ยากหลังจาที่มันได้ออกอาละวาดมาตั้งแต่ปี 1976

เป็นความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ในการที่จะเอาชนะธรรมชาติอีกครั้ง



Create Date : 02 กันยายน 2557
Last Update : 4 กันยายน 2557 15:52:18 น. 5 comments
Counter : 1232 Pageviews.  

 
มันคงเป็นวิธีการกำจัดมนุษย์ส่วนเกิน (ในความคิดธรรมชาติ) หละค่ะ

ท้ายที่สุด คงเหลือแต่คนที่อยู่ในปริมาณที่ธรรมชาติรับได้

เราว่า ท้ายที่สุดแล้ว คนไม่มีวันเอาชนะธรรมชาติได้หรอกค่ะ แต่ต้องรู้จักที่จะอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:17:18:58 น.  

 
วิทยาการตามไม่ทันแล้วค่ะ
แต่การวิวัฒนาการของไวรัส ยิ่งเร็วกว่า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:21:29:54 น.  

 
ปล. ไปวัดใหญ่อินทราราม เมืองชลละยังคะ จิตรกรรมฝาผนังสวยมาก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:21:30:54 น.  

 
ไวรัส พยายามปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

มนุษย์ พยายามอยู่เหนือธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอดด้วยเหมือนกันมังคะ


ไม่มีแล้วค่ะ การทำนาเกลือในหนังสือเรียนของเด็กสมัยนี้


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 กันยายน 2557 เวลา:19:38:01 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

แหะๆ ห้องบลูฯ คงอีกพักใหญ่เลยค่ะ แล้วถ้าไปรีวิวจริงๆ คงเอาแต่ CR หละค่ะ SR เรารีวิวในบล็อกเราดีกว่า


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:8:49:19 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]