Neothais : We will save the world


<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
4 กุมภาพันธ์ 2553
 

ส่องให้ดี "แสงประหลาดบนฟ้า" เป็นได้ตั้งแต่ดาวเทียมยันถุงพลาสติก


ภาพแสงประหลาดเหนือท้องฟ้านอร์เวย์ ที่เกิดจากการทดลองขีปนาวุธ (รอยเตอร์)

ถัดจากนอร์เวย์แค่ไม่กี่วัน ชาวกรุงเทพก็ตื่นฮือจาก "แสงไฟประหลาด" เหนือท้องฟ้ายามเย็นทำเอาหลายคนคิดไปว่า "ยูเอฟโอ" มาเยือน แท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกโป่งที่ปล่อยจากห้างดังแห่งหนึ่งเท่านั้น เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า แสงสว่างบนท้องฟ้าเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มีตั้งแต่แสงดาวที่สุกสว่าง ดาวเทียม-สถานีอวกาศ บอลลูนตรวจสถาพอากาศ หรือกระทั่งถุงพลาสติก

นอ.ฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการโครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (ลีซา) เผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ผู้จัดการออนไลน์ว่า วัตถุที่จะทำให้เกิดแสงสว่างบนท้องฟ้าอาจเป็นได้ตั้งแต่ ดาวเทียม หรือสถานีอวกาศนานาชาติซึ่ง มีความสว่างพอๆ กับดาวศุกร์ และจะเห็นได้ในตอนหัวค่ำหรือเช้ามืด ที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ทำมุมกับแสงอาทิตย์เกิดเป็นแสงสว่างจ้า บางครั้งจะเห็นสว่างอยู่แล้วก็หายไปเฉยๆ แต่หากตกดึกก็จะไม่เห็นแสงจากวัตถุ 2 ชนิดนี้แล้ว เนื่องจากเงาโลกบดบัง ซึ่งเราสามารถใช้ซอฟต์แวร์คำนวณได้ว่าจะเห็นแสงสว่างจากดาวเทียมและสถานี อวกาศได้เมื่อไหร่ ที่ไหน

"สำหรับดาวเทียมจะวิ่งเป็นทางยาวๆ ไม่เลี้ยว ความเร็วคงที่ เพราะต้องรักษาความเร็วในวงโคจร หากเป็นเครคื่องบินก็จะเห็นไฟแวบๆ เมื่อบินผ่นไปสักพัก จะได้ยินเสียงตามมา หากเป็นเฮลิคอปเตอร์ก็หยุดนิ่งได้ แต่บางทีก็มีภาพหลอกตา เมื่อเมฆเคลื่อนที่จะเห็นเหมือนดาวเคลื่อนที่ไป-มาได้" นอ.ฐากูรอธิบาย

"อย่าง ดาวศุกร์ ก็เคยมีคนทำภาพปลอมไปหลอกว่าเป็นจานบิน โดยปรับโฟกัสให้ได้ภาพดาวศุกร์ที่บิดเบี้ยว แล้วใช้กล้องสะท้อนแสง สร้างเทคนิคไม่ให้เห็นตรงกลางดาวศุกร์ ก็จะเหมือนจานบิน ซึ่งภาพนี้ได้ลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยด้วย" นอ.ฐากูรกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้อาจเป็นบอลลูนหรือโคมลอย ซึ่งในเมืองไทยไม่ค่อยมีให้เห็น บางครั้งก็เป็นเครื่องบินบังคับวิทยุที่เปิดไฟแวบๆ หรืออาจจะเป็นดาวศุกร์ ซึ่งบางช่วงจะเห็นได้ในตอนเช้าและบางช่วงจะเห็นตอนหัวค่ำ ซึ่งเกิดจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวศุกร์ หรืออาวุธลับอย่างขีปนาวุธก็เป็นได้ แต่ไม่ค่อยได้เห็นง่ายๆ เพราะไม่มีการสู้รบกัน

"จริงๆ แล้ว ดาวเทียมนั้นเห็นได้ทั่วไป แต่คนไม่ค่อยได้เห็น ไม่ได้สังเกต พอเห็นแล้วก็ฮือฮา" นอ.ฐากูรกล่าว พร้อมแนะนำว่า หากเห็นปรากฏการณ์แสงประหลาดอีก ควรต้องใช้วิจารณญาณก่อนจะคิดว่าเป็นจานบินของมนุษย์ต่างดาวมาเยือน เพราะหากมนุษย์ต่างดาวมาจริง คงต้องมาอย่างฉลาด และมาอย่างมีเจตจำนงค์ ไม่ปรากฏตัวอย่างโง่ๆ

ทางด้าน ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ผู้จัดรายการวิทยุเกี่ยวกับวิทยาการต่างๆ เป็นอีกคนที่ได้รับแจ้งจากประชาชนที่เห็นแสงไฟประหลาดเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ จำนวนมาก เขาจึงได้แนะนำให้ผู้ที่แจ้งเข้ามา ลองตรวจสอบกับสนามบินและวิทยุการบิน

ดร.ชัยวัฒน์เปิดเผยว่า หากเป็นเครื่องบินหรือยานอวกาศ ต้องเป็นโลหะซึ่งเรดาร์ตรวจจับได้ และถ้าเป็นเครื่องบินหรือยานอวกาศจริง จะเป็นเรื่องใหญ่ และเราต้องทราบก่อนที่ยานเหล่านี้จะมาถึง

ทว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อตรวจสอบได้ 3-4 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้รับคำตอบ จึงแน่ใจว่าไม่ใช่ แล้วต้องหาคำตอบอย่างอื่น ภายหลังมีผู้แจ้งเข้ามาว่า เป็นลูกโป่งที่ปล่อยจากห้างสรรพสินค้าเซนทรัล เวิร์ล

"ตอน นี้คงทราบแล้วว่าเป็นลูกโป่ง แต่ก็น่าสนใจดี เป็นตัวอย่างของ UFO วัตถุที่ไม่สามารถจำแนกได้ กลายเป็น IFO วัตถุที่จำแนกได้ เป็นตัวอย่างของ UFO ที่เห็นกันเยอะ แท้จริงอาจเป็นอะไรก็ได้ อาจเป็นมิราจหรือภาพลวงตา ที่แสงจากที่อื่น ไปหักเหในชั้นบรรยากาศที่มีอุณหภูมิต่างกัน เหมือนที่เกิดในทะเลทราย"

ทั้งนี้ ดร.ชัยวัฒน์ได้ยกตัวอย่างกรณี ที่เคยเกิดใกล้ๆ ในทะเล ที่ภาพโรงแรมหรือเกาะไปปรากฏบนท้องฟ้า แต่ที่เห็นบ่อยคือภาพดาวเทียมหรือสถานีอวกาศ เพราะโคจรรอบโลกได้เร็วมาก และทางองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้ทำตารางว่าจะสังเกตเห็นตอนไหนบ้าง

"ส่วนดาวศุกร์ก็เห็นได้บ่อยมากแล้วเข้าใจผิดกัน จนได้ชื่อว่า "Queen of UFO" เพราะช่วงหัวค่ำหรือเช้าๆ จะเห็นโผล่ใกล้ยอดไม้ บางครั้งเวลาขับรถ เหมือนเห็นแสงวิ่งตาม" ดร.ชัยวัฒน์กล่าว

หากเห็นปรากฏารณ์เช่นนี้ ดร.ชัยวัฒน์แนะกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ผู้จัดการออนไลน์ว่า อันดับ แรกต้องพิจารณาว่าเห็นคนเดียวหรือไม่ หากเห็นคนเดียวอาจเป็นภาพลวงตา ถ้าเห็นพร้อมๆ กันต้องสามารถแยกแยะได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือไม่ ซึ่งต้องมีความรู้พอสมควร

สำหรับแสงจากดาวเทียมจะเคลื่อนที่เร็วในแบบหนึ่ง จะเห็นเส้นยาวแล้วหายไป ส่วนสถานีอวกาศก็จะเห็นเคลื่อนที่เร็วในแบบหนึ่ง ซึ่งจะเห็นเพียงไม่กี่วินาที ยาวที่สุด 3-4 นาที ซึ่งหากเห็นนานขนาดนั้นนับว่าโชคดีมาก

แต่ หากไม่สามารถแยกแยะได้ วัตถุนั้นก็จะกลายเป็น "ยูเอฟโอ" ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นยานของมนุษย์ต่างดาว หากทราบแล้ววัตถุนั้นจะกลายเป็น "ไอเอฟโอ" และถ้าเป็นยานมนุษย์ต่างดาวจริงๆ ก็เป็นไอเอฟโอ

พร้อมกันนี้ นายวิทยา ศรีชัย พนักงานบุคคล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดและวิทยากรประจำสมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้เล่าประสบการณ์ว่า พบแสงประหลาดระหว่างดูดาวหลายครั้ง และก็คาดหวังอยากให้เป็นยานมนุษย์อวกาศ แต่สุดท้ายแสงเหล่านั้นก็มาจากวัตถุต่างๆ ที่อยู่บนโลก เช่น บอลลูนตรวจอากาศ เครื่องบินที่มีเพดานบินสูง แสงไฟสปอตไลท์ที่ส่องขึ้นไปบนฟ้า หรือบางครั้งก็เป็นถุงพลาสติก

"ตอน เด็กๆ เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว สมัยทำกล้องดูดาวใหม่ๆ ยังเคยแปลกใจเลยว่า 7 โมงเช้าแล้ว ยังเห็นดาวสว่างอยู่กลางฟ้า งงเลย เพราะขนาดดาวพฤหัสที่สว่างมากก็จางจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแล้ว เลยรีบเอากล้องดูดาวหันขึ้นไปส่อง แต่กลับเป็นบอลลูนตรวจอากาศ และมีอีกครั้งเห็นบอลลูนตรวจอากาศเหมือนกัน ส่องกล้องขึ้นไปเจอและได้เห็นมันแตกด้วย ดีใจมากเลย ครั้งนั้น ถ่ายวีดีโอไว้ด้วย ตอนยังเป็นลูกบอลลูนนะ จะคล้ายดาว พอแตกแล้วก็เป็นชิ้นๆ" วิทยากรประจำสมาคมดาราศาสตร์ไทยเผยประสบการณ์.

ที่มา //www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000154424



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 20:16:38 น. 3 comments
Counter : 1930 Pageviews.  
 
 
 
 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!
 
 

โดย: da IP: 203.144.144.165 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:06:41 น.  

 
 
 
 
 

โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:37:22 น.  

 
 
 
เรื่องแสงประหลาดนั้นหรอ ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมามากกว่า เพราะถ้าเป็นจานของมนุษย์ต่างดาวจริง เมื่อมันเข้ามายังโลก เรด้าก็ต้องจับสิ่งผิดปกติได้
 
 

โดย: กุ้งเต้น IP: 202.41.167.241 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:27:35 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Mr.Terran
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




ซิดนี่ย์ เจ.แฮร์ริส เคยกล่าวไว้ว่า
"อันตรายที่แท้จริง ไม่ใช่อยู่ที่ว่า Computer จะเริ่มคิดเหมือนมนุษย์
แต่อยู่ที่ว่า มนุษย์ จะเริ่มคิดเหมือน Computer" ผลงานทุกชิ้นใน BLOG ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ยกเว้นบทความที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา New Document
New Comments
[Add Mr.Terran's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com