รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
25 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 

รู้แล้ววาง รู้แล้วปล่อย รู้แล้วทิ้ง รู้แล้วไม่ยีดติด

รู้แล้ววาง รู้แล้วปล่อย รู้แล้วทิ้ง รู้แล้วไม่ยีดติด
คำพวกนี้ ก็คือ อย่างเดียวกัน แต่....
นักภาวนาไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องวาง ทำไมต้องปล่อย ทำไมต้องทิ้ง
พอไม่รู้ ไม่เข้าใจ สิ่งที่นักภาวนาจะทำก็คือ พยายามทำสภาวะธรรมทีพบนั้นให้กลับมาใหม่อีกครั้งหนี่ง นีคือ การปฏิบัติทีไม่ตรงทางเข้าสู่มรรค

เมื่อภาวนาไปมาก ๆ นักภาวนาจะพบสภาวะธรรมต่างๆ มากมาย
สภาวะบางอย่างก็เข้าใจได้ บางอย่างก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร
นั่นไม่สำคัญ แต่ทีสำคัญก็คือ นักภาวนาส่วนมาก พอพบสภาวะแล้ว
ก็พยายามจะทำให้สภาวะแบบนั้นกลับฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งหนี่ง
เพราะเข้าใจว่า สภาวะแบบนั้น คือ สิ่งทีถูกที่ควร ทีควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่นาน ๆ

ในกิจกรรมครั้งที 10 ผมได้อธิบายถีงจุดมุ่งหมายของการฝีกฝนไปว่า
คือการพัฒนาจิตผู้รู้ให้มีประสิทธิภาพให้สูงขึ้น
การมีประสิทธิภาพของจิตผู้รู้ จะดูจากอะไรหรือ...
ก็ดูจากทีว่า
1..รู้ได้เร็วไหม ตรงนี้จะเน้นทีการรู้ได้เร็วของจิตปรุงแต่ง
2..รู้แล้วไม่ยีดติดสภาวะธรรมทีรู้ได้ ตรงนี้ คือ ความสามารถในการปล่อยวางของตัวจิตผู้รู้เองที่มีต่อสภาวะธรรม
3..มีการรู้สภาวะธรรมทีละเอียดมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ตรงนี้ คือ การมีปัญญาญาณทีก้าวหน้าไปตามลำดับ

ถ้านักภาวนาพบสภาวะธรรมแล้วพยายามไปทำให้เกิดใหม่อีก นี่เป็นการจงใจกระทำ หรือ พูดว่า เป็นการยีดติดตัวสภาวะธรรมก็ได้ ถ้าทำแบบนี้ ความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวจิตผู้รู้จะหยุดชะงักแค่นั้นเอง

ในการรู้แล้วปล่อยวางไปเรื่อยๆ สภาวะธรรมอะไรก็ตามต้องปล่อยวางทั้งหมด เมื่อจิตผู้รู้มีการพัฒนาไปตามลำดับไปเรื่อยๆ สุดท้าย จะพบกับสภาวะของสุญญตาได้ และจะเข้าใจคำสอนในพุทธศาสนาอย่างแท้จริง แล้วจึงจะเกิดการไม่ยีดมั่นถือมั่นในธรรมอีกต่อไป
นีคือเหตุผลทีว่า ทำไมการพบสภาวะธรรมต่าง ๆ จึงต้องปล่อยวางสภาวะธรรมเหล่านั้นไปเรื่อยๆ อย่ายีดเอาไว้

เรื่องรู้แล้วปล่อย รุ้แล้วทิ้ง นักภาวนาก็ดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ปฏิบัติจริงกลับลืมไปได้ เป็นอย่างนี้จริงๆ ซะด้วยครับ




 

Create Date : 25 มีนาคม 2559
0 comments
Last Update : 25 มีนาคม 2559 15:30:13 น.
Counter : 996 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 95 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.