รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 

ภวนามยปัญญา

ในตำรา ได้กล่าวถีงปัญญา 3 ชนิด คือ

A.สุตมยปัญญา >> ปัญญาทีได้จากการฟัง
B.จินตมยปัญญา >> ปัญญาทีเกิดจากการคิดแยกแยะ หาเหตุหาผลด้วยการใช้ความคิด
C.ภาวนามยปัญญา >> ปัญญาทีเกิดจากการภาวนา

สำหรับปัญญาข้อ 1 และ 2 นั้น ผมจะไม่กล่าวถีง แต่ผมจะกล่าวถีงแต่ปัญญาในข้อ 3 ทีเป็นประสบการณ์ทีผมพบเท่านั้น อาจไม่ตรงด้วยตำรา จึงขอให้อ่านด้วยวิจารณญาณ

ลักษณะของภาวนามยปัญญา จะมี 2 แบบ คือ

แบบที 1... จิตเห็นสภาวะธรรม แล้ว เข้าใจ แล้วเกิดปัญญาตามมา

แบบที 2... จิตโพล่งธรรมขึ้นมาเอง แล้ว เข้าใจ แล้วเกิดปัญญาตามมา 

********************

สำหรับปัญญาแบบที 1 นั้น เกิดจากจิตไปเห็นสภาวะธรรม สภาวะธรรมบางอย่าง เห็นครั้งเดียว ก็เข้าใจ แล้วเกิดปัญญา  สภาวะธรรมบางอย่าง ต้องเห็นหลาย ๆ  ครั้งก่อน จึงเข้าใจ แล้วเกิดปัญญา

สำหรับภาวนามยปัญญาแบบนี้ จะเป็นปัญญาที่เป็นเหตุให้เกิดการพ้นทุกข์ได้จริง 
ซึ่งผมขอแบ่งเองตามนี้ ( หมายเหตุ เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร หรือ เหมือนตำรา) 

1.1  สภาวะธรรมขั้นต้น คือ จิตเห็นความเป็นไตรลักษณ์ของขันธ์ 5 ( นี่ว่ากันตามตำรา)  แต่ประสบการณ์ทีผมพบ สภาวะธรรมทีมีผลมากทีส่งผลต่อทุกข์หรือสุขคือการเห็นเป็นไตรลักษณ์ของอารมณ์ปรุงแต่ง  เพราะอารมณ์ปรุงแต่งที่เกิดนั้น นำมาต่อซี่งสุขเวทนา หรือ ทุกขเวทนา อีกทอดหนี่ง ถ้าเห็นไตรลักษณ์ของอารมณ์ปรุงแต่งนี้ได้อย่างเร็ว  การดับไปของสุขเวทนา หรือ ทุกขเวทนา ก็จะดับไปได้เร็วตามไปด้วย

สำหรับการเห็นไตรลักษณ์อย่างอื่นในขันธ์ 5 ทีนอกเหนือจากอารมณ์ปรุงแต่งนั้น  ไม่ส่งผลต่อสุขเวทนา หรือ ทุกขเวทนา ทีจะตามมา แต่การเห็นได้ เพียงช่วยให้เข้าใจได้อย่างทีตำรากล่าวว่า ขันธ์ 5 เป็นไตรลักษณ์เท่านั้นเอง

1.2 สภาวะธรรมขั้นกลาง คือ การเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์  
เมื่อนักภาวนาพบการเป็นไตรลักษณ์ของขันธ์ 5 ได้แล้ว  การฝีกฝนต่อไปทีถูกต้อง จะทำให้พบกับจิตทีเป็นไตรลักษณ์ได้  แต่การพบจิตทีเป็นไตรลักษณ์ มีอุปสรรคมากกว่าการพบขันธ์ 5 เป็นไตรลักษณ์ ซ๊่งเรื่องนี้ นักภาวนาต้องใช้ความสามารถส่วนตัว หรือ สอบถามจากท่านทีผ่านไปแล้วว่า จะภาวนาอย่างไร จึงจะเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ได้แบบเป็นธรรมชาติ

1.3 สภาวะธรรมขั้นปลาย คือ การรู้แจ้งนิพพาน หรือ สุญญตา
การทีนักภาวนาพบจิตเป็นไตรลักษณ์ได้ยังไม่ถีงการสิ้นไปของตัณหา  เมื่อนักภาวนาพบตัณหาทีนำพาจิตให้เคลื่อนไปมาได้ นักภาวนาจะรู้จักตัณหา และ เมื่อนักภาวนารู้จักตัณหาแล้ว เมื่อเกิดปัญญาจะรู้จักการสิ้นไปของตัณหา เมื่อตัณหาสิ้นไป ก็จะพบกับนิพพาน หรือ สภาวะของสุญญตา 

****************************

สำหรับปัญญาแบบที 2 เกิดจากนักภาวนาได้เจริญ สุตมยปัญญา หรือ เจริญ จินตมยปัญญา มาก่อน
แล้วปัญญาทั้ง 2 เก็บอยู่ในสมอง  เมื่อใดทีนักภาวนาจิตใจสงบดี ไม่มีการใช้จิตทำงานใด ๆ  จิตจะโพล่งธรรมทีเก็บอยู่นี้ออกมา  การโผล่งธรรมแบบนี้ จะเกิดเอง และ เมื่อโผล่งขึ้นมา นักภาวนาจะเข้าใจในธรรมทีได้เรียนมาก่อนหน้ามากขึ้นแบบลีกซี้ง แต่ปัญญาแบบนี้ ไม่อาจนำพาให้พ้นไปจากกองทุกข์ได้ เพียงแต่เสริมความเข้าใจมากขึ้นในหลักทฤษฏีแห่งพุทธศาสนา




 

Create Date : 08 มีนาคม 2558
0 comments
Last Update : 8 มีนาคม 2558 18:52:42 น.
Counter : 512 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.