รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

วิธีสลายพลังงานที่ค้างอยู่ทีศรีษะ

เมื่อนักภาวนาได้ผ่านการฝีกฝนมาระยะหนี่ง และ จิตเริ่มมีความสามารถในการสัมผัสกับสภาวะธรรมบางอย่างได้บ้างแล้ว นักภาวนาบางคนจะพบกับอาการพลังงานค้างติดอยู่ที่ศรีษะ ผลของพลังงานทีค้างแบบนี้ จะทำให้นักภาวนาพบกับอาการเวียนศรีษะ รู้สีกมีนงง ไม่สดใส นอนไม่หลับ นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ฝันบ่อย ถ้าวัดความดันโลหิต ความดันโลหิตจะขึ้นสูงกว่าปกติ

1..สาเหตุ ทีเกิดแบบอาการนี้ขึ้น

อาการแบบนี้ จะมีสาเหตุมาจาก 2 อย่างคือ

1.1 หน้าทีการงานทางโลก เช่น ต้องรับผิดชอบงาน คิดงานติดต่อกันยาวนาน ไม่พักผ่อน ทำให้มีความเครียด
พลังงานจึงค้างติดอยู่ทีศรีษะ ไม่สลายตัวออก เพราะต้องคิดแก้ใขปัญหางานอยู่ตลอดเวลา

1.2 เกิดจากการตั้งใจปฏิบัติภาวนาทีมากเกินไป มีการเพ่งสภาวะธรรม หรือ จดจ้องสภาวะธรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมผ่อนคลายการภาวนา ยิ่งเพ่งมาก ก็ยิ่งเครียด

2..กลไกการทำงานของอาการนี้

จากข้อ 1.1 และ 1.2 ข้างต้น นี่คือ การใช้จิตทำงานไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม เมื่อมีการใช้จิตทำงานแบบนี้ ส่วนทีเป็นจิตพลังงานจะพุ่งขึ้นมาทีศรีษะ เพื่อให้สมองทำงาน สั่งกลไกต่างๆ ของร่างกายเพื่อทำงานตามทีตนต้องการ แต่เนื่องจากมีการใช้งานแบบนี้อยู่เสมอจนเป็นนิสัย ผลก็คือ จิตพลังงานทีพุ่งขึ้นสู่สมองก็จะค้างอยู่ทีศรีษะ แล้วทำให้ไม่สบายทางกายขึ้นมา

เมื่อรู้กลไกการทำงานของอาการนี้แล้วว่า อยู่ทีจิตพลังงานพุ่งขึ้นแล้วค้างอยู่ วิธีแก้ไขก็คือ ให้สลายจิตพลังงานทีมันค้างอยู่นี้ให้สลายตัวลงไป แล้วอาการต่างๆ ก็จะหายไปเอง โดยไม่ต้องไปกินยาอะไรเลย เพราะเป็นการแก้โดยตรงทีสาเหตุ การกินยาเป็นการแก้ทีปลายเหตุ ซี่งไมตรง การกินยาช่วยได้ชั่วคราว แต่ปัญหาไม่ได้ถูกแก้ เดียวก็จะกลับมาอีก

3..วิธีสลายพลังงานทีค้างอยู่นี้

หลักการ...เพียงให้จิตไปรับรู้ความรู้สีกของสัมผัสของร่างกายทีอยู่ต่ำกว่าศรีษะทีใดก็ได้ของร่างกาย ให้รู้สีกไปทีสัมผัสนั้นแรงๆ อาการพลังงานค้างจะค่อย ๆ สลายตัวอ่อนลงไป แล้วสลายไปในทีสุด อาจใช้เวลาบ้าง เช่น 10 นาที แต่เมื่อรู้สีกดีขึ้นแล้ว ให้ทำตัวเหมือนพักผ่อนสบาย ๆ ต่อไป อย่าใด้ใช้จิตคิดทำงานหรือเฝ้าติดตามสภาวะธรรมอีก ให้หายดีซะก่อน ค่อยมาทำงานใหม่ เมื่อมาทำงานใหม่ ก็ควรใช้จิตแบบผ่อนคลาย อย่าได้เคร็งเครียดหนัก เดียวจะเกิดอาการค้างแบบนี้อีก และควรมีการพักผ่อนเป็นระยะ อย่าใช้จิตติดต่อกันนาน ๆ โดยไม่พัก

4..สมถะ วิปัสสนา
เมื่อทำตามข้อ 3 ตอนนั้นจะเป็นสมถะภาวนา เราต้องทำให้พลังงานมันสลายไปก่อน แล้วกลับมาทำงานปกติต่อไป แต่เมื่อทำงานไป พลังงานนี้ก็จะกลับมาเป็นอีก ให้ทำการสลายอีก ให้ทำสลับไปสลับมาแบบนี้เสมอ ๆ ในขณะทีตั้งใจทำในข้อ 3 เป็นสมถะ แต่เมื่อกลับมาทำงานอีก เมื่อพลังงานเกิดขึ้นอีกครั้ง การรับรู้ได้เร็วของการเกิดขึ้นของพลังงานนี้ได้ จะเป็นวิปัสสนา









 

Create Date : 09 สิงหาคม 2558
0 comments
Last Update : 9 สิงหาคม 2558 10:10:02 น.
Counter : 393 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.