Group Blog
 
All Blogs
 

บอกเล่าเก้าสิบ(เปิดใจผู้ทำ Web)(ควรเข้ามาก่อนหน้าอื่นครับ)

ก่อนอื่นผมคงต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับที่ให้เกียรติเข้ามาเยี่ยมชม Blog ผม

แต่ก่อนอื่นใดผมคงต้องปรับความเข้าใจหลายๆท่านให้ตรงกับผมก่อนนะครับ เพราะว่ามีหลายๆท่านทีเดียวที่ได้บอกผ่านทางหลังไมค์มาว่า

"ทำไมเนื้อหามากมายเหลือเกิน"

"เราไม่ชอบเนื้อหาวิชาการมากๆอ่ะ ขอบาย"

"ทฤษฎีเยอะจัดครับ เอาไว้จะค่อยๆอ่านละกันนะครับ"

"ขอเนื้อหาสั้นๆได้ไหมครับ,คะ เพราะยาวมั่กๆ ไม่มีเวลาดู"

อะไรทำนองนี้ผมจึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจของเราให้ตรงกันว่า สิ่งสำคัญที่สุดของ สหจะโยคะคือ การได้รับการตระหนักรู้ในตนเอง หรือ Self-Realization

เพราะพอคุณได้รับการตระหนักรู้ในตนเองแล้วคุณจะค่อยๆมีความเข้าใจในตนเองมากขึ้นเข้าใจว่า

พลังกุณฑาลินีคืออะไร

การตระหนักรู้ในตนเองคืออะไร

พลังนี้เป็นลมเย็นจริงๆหรือไม่ และเราสามารถสัมผัสได้ในทีแรกจริงๆหรือ

เนื้อหาที่มากมายนั้นเป็นสิ่งที่ คุณสามารถมองข้ามไปได้เลย

สิ่งสำคัญคือการได้รับ Self- Realization เท่านั้น

ผู้คนมากมายแม้แต่ในที่ทุรกันดาร อย่าง Africa พวกเขาไม่รู้หนังสือแม้แต่น้อย แต่ว่าเขายังสามารถสัมผัสกับพลังนี้ได้

ดังนั้น เนื้อหาพวกนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญเลย สิ่งสำคัญคือ ปีติสุข และ ประโยชน์มากมาย ที่คุณจะได้รับจากพลัง กุณฑาลินี
ซึ่งถ้าคุณได้รับประสบการณ์ นั้นแล้ว คุณจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่า เหตุใดผมจึงใช้ความพยายาม
ที่จะแบ่งปัน ประสบการณ์ ดีๆเหล่านี้ ให้กับเพื่อนๆคนอื่นๆ



- และอีกอย่าง คือ บางคนก็บอกว่าไม่เข้าใจว่าทำไมต้องPromote Blog ขนาดนี้

เหตุผลคือผม และ อีกหลายๆคนได้รับสิ่งที่ดีมากมายจากการที่พลังกุณฑาลินีตื่นขึ้น เรามีชีวิตที่ดีขึ้นหลายๆคนมีการรเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เช่น

-สามารถเลิกการติดบุหรี่ หรือ เหล้าอย่างมาก ภายในระยะเวลาอันสั้น

-สุขภาพร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

-ทางด้านจิตใจนั้น เรามีความสมดุลย์ ขึ้นอย่างมากมาย และมีความคิดในทางบวก อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ

และอื่นๆอีกมากมาย

และอีกอย่างที่ผมอยากอธิบายให้ผู้ที่เข้ามาอ่านก็คือ
1. สหจะโยคะไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกับ การเลือกนับถือ ศาสนา ใดๆ และอีกทั้งไม่ใช่ ลัทธิ หรือศาสนาใหม่อีกด้วย

เพียงแต่ว่าสมาธินั้นเป็นของกลาง ไม่ว่าชนชาติใดศาสนาใดก็สามารถ ฝึกสมาธิ ได้ฝรั่ง เรียก Meditation or Concentration or focusing etc , คนจีนเรียก ทีเต๋า ซึ่งมันก็เหมือนๆกันคือความตั้งมั่นแห่งจิต หรือสภาวะจิตที่ตั้งมั่นนั่นเอง

ดังนั้นไม่ว่าผู้ที่นับถือศาสนาหรือไม่นับถือศาสนา หรือผู้ที่มีความเชื่อใดๆก็สามารถเข้ามารับการตระหนักรู้ในตนเองได้

และไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องเปลี่ยนศาสนาแต่อย่างใด อย่างเช่น พุทธ คุณก็สามารถเอาสมาธิที่ได้ไปต่อยอดเป็น วิปัสสนา ได้เป็นต้น

2. ไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆทั้งสิ้น

เพราะว่าพลังนี้อยู่ในร่างกายของทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีใครสามารถ เรียกเก็บเงินทองจากสิ่งที่อยู่ใน ร่างกายคุณอยู่แล้วได้ เป็นสิทธิ์ของทุกๆคนที่จะได้รับการตระหนักรู้ในตนเอง

3.การ ปลุกพลังกุณฑาลินีด้วยตัวคุณเอง ผ่าน Internet นั้นสามารถทำให้คุณ รู้สึกถึงพลังได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ขอให้คุณ มีความต้องการที่จะสัมผัสกับพลัง และต้องการเข้าสมาธิ เท่านั้น

ถ้าคุณพร้อมแล้วก็คลิกที่นี่เลยครับ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=golfsahaj&date=17-07-2005&group=1&blog=2

หรือ คลิกเข้ามาตรงweb นี้ก็ได้ครับ มีการ แนะนำจากคุณแม่เองเลยคลิกตรง Play ครับ อยู่ช่วงกลางๆของ Web น่ะครับ


http://www.sahajayoga.com/experienceitnow/default.asp

WITH LOVE, BOONTOUEN

For more details please call

02-253-3398 ,01-621-7605khun ratana

02-712-1418,02-712-1419 khun pascal,k janeen

02-742-3091 press 9 khun phayon

01-751-7827 คุณ วีรวงศ์




 

Create Date : 20 กันยายน 2548    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2548 22:11:40 น.
Counter : 673 Pageviews.  

กุณฑาลินี คือ? และความสำคัญของ กุณฑาลินี




ความรู้นี้อยู่ในสมัยโบราณอันเก่าแก่มาก และส่วนใหญ่มาจากอินเดีย แน่นอนว่าทุกศาสนาได้กล่าวถึงการเกิดครั้งที่2 และต้นไม้แห่งชีวิต ขณะที่คนตะวันตก ค้นพบวิทยาศาสตร์และคนตะวันออก และให้การยอมรับ ทำไมสัจธรรมเช่นนี้จึงถูกปฎิเสธ หรืออย่างน้อยที่สุดทำไมจึงไม่เอาใจใส่ อย่างจริงจังในเมื่อ ควรมรู้นี้คือรากเหง้าแห่งอารยธรรมและวิวัฒนาการ ของชาติต่างๆ ควรคิดดูว่าทำไมความเจริญสมัยใหม่ จึงทำลายคุณค่าของมนุษย์ ลงหมดสิ้น

สิ่งที่จำเป็นสำหรับเราคือการพิจารณาอย่างระมัดระวัง ว่าเรา ได้ทำผิดพลาดตรงไหน เราหลงที่จุดไหน บนทางแห่งความก้าวหน้า ของเรา

ความเสื่อมศีลธรรมคืบคลานเข้ามาสู่สังคมของเราได้อย่างไรทำไมบางคนจึงเจ็บป่วยเพราะความล้มเหลวและขาดความมั่นใจ ทำไมคนในประเทศที่พัฒนาแล้วจึงพ่ายแพ้ต่อความเสื่อมถอยของร่างกายและสุขภาพจิต

วิทยาศาสตร์ไม่มีคำตอบให้ ดังนั้น ขอให้เรามุ่งไปทางจิตวิญญาณทำไมไม่ตั้งคำถามที่ว่า มีพลังอื่นใดที่ควบคุมจักรวาล

คัมภีร์โบราณทั้งหลายอธิบายว่า มีพลังอย่างหนึ่งที่เป็นพลังแห่งความรักอันศักดิ์อันศักดิ์สิทธิ์ แผ่ซ่านอยู่ในสภาวะ ธรรมชาติโดยทั่วไป ในภาษาสันสกฤต เรียกว่าปรมาไชยทันยะเป็นพลังละเอียด ที่ทำงานอยู่ในสิ่งมีชีวิตทั้งหมดและไม่อาจเข้าถึงได้ในความรู้สึกของมนุษย์


สหจะโยคะหมายความว่าผู้แสวงหาสัจธรรม หรือ ศรัทธกะมีสิทธิโดยกำเนิด ที่จะได้รับการตระหนักรู้ในตนเองโดยวิธีธรรมชาติ การตระหนักรู้ในตนเอง หรือความรู้ในตัวตนคือจุดหมายปลายทางของวิวัฒนาการ มนุษย์ และของทุกศาสนา

เป็นการฝ่าฟันอุปสรรคขั้นสุดท้าย ที่มนุษย์ต้องบรรลุ จึงได้มีเครื่องจักรชิ้นหนึ่งที่มีชีวิตอยู่อย่างสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในไขสันหลัง และสมอง เครื่องจักรนี้ ได้รับการสร้างทีละขั้นตอนระหว่างวิวัฒนาการ ของเรามีการทำงานโดยพลังของตนเอง แสดงออกทางระบบประสาทพาราซิมพาเธติค และซิมพาเธติคด้านซ้ายและขวา สิ่งใดที่เราบรรลุในวิวัฒนาการจะได้รับการแสดงออกโดยจิตผ่านระบบประสาทส่วนกลาง

การที่เราจะเชื่อมเข้ากับพลังงานที่เชื่อมต่อเข้ากับพลังงานละเอียดที่แทรกอยู่ในทุกอะตอมโมเลกุลนี้อยู่ในความเข้าใจที่ว่า มีพลังอย่างหนึ่งแห่งความต้องการอันบริสุทธิ์ ซึ่งได้รับการบรรจุอยู่ในกระดูกกระเบนเหน็บ เรียกว่า " กุณฑาลินี"

"กุณฑละ" หมายถึงการขดเป็นวง พลังนี้ตั้งโดยขดเป็นวง สามรอบครึ่ง กระดูกกระเบนเหน็บ นี้มีชื่อเรียกว่า Saccrum ซึ่งแปลว่าศักดิ์สิทธิ์ ในภาษากรีก หมายถึงว่ประชาชนในประเทศกรีก โบราณรู้จักพลังศีกดิ์สิทธิ์ ของกุณฑาลินี จึงเรียกว่าเป็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์


กระดูกศักดิ์สิทธิ์ นี้อยู่ที่ฐาน ของไขสันหลังและเป็นรูปสามเหลี่ยม กุณฑาลินี มีลักษณะเหมือนเส้นสายที่เชื่อมต่อกันในทุกชิ้นส่วนของเครื่องไฟฟ้า ซึ่งเชื่อมโยงเครื่องจักร(มนุษย์) เข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลัก (สิ่งศักดิ์สิทธิ์)

โดยวิธีการเดียวกัน เมื่อพลังกุณฑาลินีได้รับการปลุกให้ตื่น สายใยบางส่วนของพลังจะพุ่งขึ้น และสุดท้ายจะเชื่อมโยงมนุษย์เข้ากับพลังปรมาไชยทันยะ(พลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แรกเริ่ม)อันแผ่ไพศาล

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นกระบวนการที่มีชีวิต กระบวนการวิวัฒนาการโดยรวมเป็น กระบวนการที่มีชีวิต และ บทบาทนี้ได้มาถึงในเวลานี้ (กลียุค) เพื่อให้มนุษย์ มีภาวะสุดท้ายของการดำรงจิตวิญญาณ โดยผ่านการตระหนักรู้ในตนเอง

ตามปกติมนุษย์ เปรียบได้กับเมล็ดพืชที่ปราศจากการกระทำทางจิตวิญญาณ และไม่ได้เริ่มกระบวนการที่มีชีวิต ของการเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณ แต่เมื่อเมล็ดถูกฝังลงในแม่พระธรณี แม่พระธรณี มีพลัง(ด้วยการช่วยเหลือของน้ำ) ที่ทำให้เมล็ดพืชงอกขึ้นในทำนองเดียวกัน
กุณฑาลินี สามารถได้รับการปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยพลังของสหจะโยคะ เมื่อกุณฑาลินีตื่นขึ้นแล้ว กระบวนการของชีวิตใหม่จะเริ่มขึ้นในความมีสติ

เกิดผลลัพธ์คือความงอกงามทางจิตวิญญาณ ความเจริญทางด้านจิตวิญญาณ นี้เป็นสถานะใหม่ ที่มนุษย์เริ่มเติบโต เข้าสู่สภาวะแห่งความ ประเสริฐ สุดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทีมี อยู่ภายในตัวตนของเขา ก่อให้เกิดแสงสว่าง แก่ร่างกาย ความคิด อารมณ์ และความเป็นจิตวิญญาณ




นี่เองเป็นสิ่งที่ผู้แสวงหาส่วนมากต้องการที่จะได้รับการเชื่อมต่อกับ ปรมาไชยทันยะ หรือแหล่งพลังงานเริ่มต้น นั่นเอง}



กระบวนการที่มีชีวิตนี้ ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจน ใน คัมภีร์ของอินเดียตั้งแต่โบราณกาล เช่น 108 อุปนิษัท ในภาษา สันสกฤต ที่แสดงถึงความรู้ที่เกี่ยวกับการตื่นขึ้นของพลังกุณฑาลินี และการก้าวขึ้นทางจิตวิญญาณ ยังมีคัมภีร์ ของประเทศอื่นในแนวทางเดียวกัน

ในคัมภีร์ ไบเบิ้ล เรียกว่าเป็น "ต้นไม้แห่งชีวิต " หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ Holy Spirit และ อ้างถึงคำกล่าวที่ว่า "เราจะปรากฎหน้าเจ้า เช่นลิ้นของเปลวไฟ "

เมื่อกุณฑาลินีพุ่งขึ้น จะผ่านทะลุศูนย์พลัง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจักรา ต่างๆทำให้เกิดแสงสว่าง มองดูเหมือนลิ้นของเปลวไฟ


ลมเย็นแห่งวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ แห่งเพนทีคอสท์ คือพลังที่คุณสามารถสัมผัสได้ในสหจะโยคะ

จากคำพูดบางส่วนของคุณแม่

"BLOSSOM TIME HAS COME AND MANY ANCIENT SEEKERS
ARE TODAY GETTING THEIR SELF REALIZATION
."

-""FREEDOM IS WHEN YOU REALLY GET YOUR OWN POWERS
WHICH ARE WITHIN YOU. IN YOUR CENTRAL NERVOUS SYSTEM
AND IN YOUR CONSCIOUS MIND, YOU MUST FEEL
THE EXISTENCE OF THE SPIRIT."

"YOU ARE NOT THIS BODY
YOU ARE NOT THIS MIND
YOU ARE THE SPIRIT...
THIS IS THE GREATEST TRUTH."



"EITHER YOU LEAD A LIFE WHICH IS LUXURIOUS
ON THE MATERIAL LEVEL
OR YOU LEAD A LUXURIOUS LIFE OF GOD'S BLESSINGS - ONE OF THE TWO YOU HAVE
TO CHOOSE, THE TIME HAS COME."


=================================



คำสอนของนักบุญโธมัส อธิบายอย่างชัดเจนถึงประสบการณ์แบบ สหจะ ในฐานะเป็นสิ่งสูงสุดของชีวิตทางด้านศาสนา และกล่าวด้วยว่าเราต้องดูแลศูนย์พลังทั้งหลายของเรา

กุณฑาลินีต้องตื่นขึ้นสูง พร้อมทั้งเจาะทะลุ ศูนย์ที่ 7 ซึ่งเป็นการล้างบาปอย่างแท้จริง โดยที่บุคคล จะรู้สึกถึงลมเย็นแห่งวิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ แผ่กระจายออกทางบริเวณ กระหม่อมของตน



จักราแรกที่ตั้งอยู่ที่กระดูกก้นกบ เป็นที่ตั้งของพลังกุณฑาลินี และคุณสมบัติหลักของมูลธารจักรา คือความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ความไร้เดียงสา มีคุณลักษณะของ ประสบการณ์อันบริสุทธิ์ ความสุขของเด็ก โดยปราศจากความอคติ หรือเงื่อนไขใดๆ ความไร้เดียงสามอบความสง่างาม ความสมดุลย์ และจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่ในชีวิตให้กับเรา โดยมีเพียงแค่ความง่าย บริสุทธิ์ และความสุข

นั่นคือความรอบรู้ภายใน ที่อยู่ในเด็กๆ และบางครั้งอาจถูกบดบังเพราะชีวิตสมัยใหม่ แต่ นั่นคือคุณสมบัติที่จะมีอยู่กับเราตลอดไปและทำลายไม่ได้ ที่กำลังรอคอยการแสดงออกด้วยความสุขที่บริสุทธิ์ เมื่อพลังกุณฑาลินีขึ้น



================================


เมื่อกุณฑาลินีตื่นขึ้น เราสามารถรู้สึกได้โดยง่ายว่า มีลมเย็น ออกมาจากศรีษะบริเวณ กระหม่อม บุคคลสามารถรู้สึกได้ด้วยตนเอง และต้องรับรองกับตนเอง เขาสามารถรู้สึกถึงลมเย็นนี้รอบๆตัวด้วย

ลมเย็นนี้คือสิ่งที่ถูกทำให้เกิดขึ้น โดยพลังที่แผ่ไพศาลของความรักอันศักดิ์สิทธิ์ บุคคล จะได้รับ ประสบการณ์อย่างแท้จริงของความรู้สึก ในพลังที่ละเอียดประณีต นี้เป็นครั้งแรกของชีวิต

แต่ถึงแม้รับรู้ถึงพลังนี้แล้ว ต้องเข้าใจว่ากุณฑาลินียังไม่ได้รับการสถาปนาอย่างบริบูรณ์ ในภาษาของเครื่องจักรกลธรรมดา เราเรียกว่าการเชื่อมต่อยังไม่สำเร็จ บุคคล ต้องสร้างผลงานด้วยตนเอง

แม้ว่าการงอกของเมล็ดพืช จะเป็นไปตามธรรมชาติ แต่คนสวน (ยังคง)ต้อง ดูแลต้นอ่อนที่บอบบาง โดยนัยเดียวกัน ผู้แสวงหาต้องเอาใจใส่การตระหนัก รู้ในเบื้องต้นของเขา
-บางคนสามารถบรรลุขั้นสูงอย่างง่ายดาย
-แต่บางคนต้องใช้เวลา 6-7 เดือนยังไม่ได้ผล

ภายใต้ภาวการณ์เหล่านี้ ความสำคัญอยู่ที่ว่าเรา ต้องรู้และเข้าใจจุดที่เกิดปัญหา โดย

-ทำความเข้าใจระบบ
-การแปลรหัสที่ถูกต้อง และการฝึกปฎิบัติในสหจะโยคะ
================================


ด้วยเหตุนี้เองมนุษย์จึงขึ้นสูงเหนือพันธนาการ ของความเป็นทาสไม่ต้องการ การชี้นำจากคุรุคนใดอีกต่อไป บุคคล (แต่ละคน )กลายเป็น คุรุ ของตนเอง ไม่งมงายในความมืดเพื่อหาเพื่อช่วยเหลือ มีอิสรภาพ โดยสมบูรณ์ ไม่มีใครสามารถคุกคาม หรือควบคุม สหจะโยคี

ผู้คนที่มาสหจะโยคะมาจาก นิกายองค์การศาสนาและ แหล่งศึกษาค้นคิดต่างๆมากมาย แต่พวกเขาปลดเงื่อนไขต่างๆ ทิ้งไปหมด ไม่มีใครสามารถตั้งข้อแม้เงื่อนไข ต่อวิญญาณตระหนักรู้ ภายหลังการเข้าสู่สหจะโยคะ

================================


อิสรภาพนี้ งดงาม ,บุคคล เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง อย่างช้าๆ ราวกับนกที่หัดบิน จนกระทั่งเชี่ยวชาญ และรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับภาวะอันประเสริฐสุด ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ภายหลัง ความเข้าใจเกี่ยวกับสหจะโยคะ บุคลิกภาพของเรา จะมีระดับสูงขึ้น มีความรอบคอบที่เฉียบแหลม และสมบูรณ์แบบ สื่อมวลชน โทรทัศน์ คุรุจอมปลอม การสั่งสอนที่ผิด หรือวิธีการสมัยใหม่ ไม่สามารถหันเหจิตใจ ออกไปจากวิถีแห่งคุณธรรม ได้เลย





=================================

จริงๆ แล้วผมอยากแนะนำ ว่าลองเข้ามา Web นี้ก็ดีนะครับที่
http://www.thaisahajayoga.org/meditate.htm

เพราะ จะมีแบบฝึก การทดลอง ปลุกพลังกุณฑาลินีด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งคุณจะสามารถสัมผัสกับพลังศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะปรากฎออกมาเป็น พลังลมเย็น ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้อย่าง ง่ายดายในขณะที่ทดลองทำการปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์(กุณฑาลินี)ด้วยตัวของคุณเอง


ซึ่ง Web นี้จะดีมากตรงที่รูปของคุณแม่ศรี มาตาจี ซึ่งเป็นอาจารย์สอนสมาธิของเรา จะเลื่อนลงมาตามการลาก Mouse โดยอัตโนมัติ

ซึ่งจำเป็นมากเพราะมีแต่คุณแม่ศรีมาตาจีเพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่สามารถปลุกพลังกุณฑาลินีให้กับคุณได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นในขณะที่คุณทำการ ปลุกพลังกุณฑาลินี ด้วยตนเองผ่าน Web site นั้นต้องมีรูปคุณแม่อยู่เบื้องหน้าคุณตลอดเวลา ระหว่างที่คุณทำการปลุกพลัง กุณฑาลินี

หรือถ้าท่านใดสนใจสามารถลองมาเข้ามาสัมมนา (ฟรี)ที่ โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 33 ทุกวันอาทิตย์ 14.00-16.00 ดูสิครับเรามีการจัด โปรแกรมทุกวันอาทิตย์ครับมาได้ทุกวันอาทิตย์เลย

ขอบคุณมากครับ มีอะไรก็ถามเพิ่มเติมได้ครับ


For more details please call

02-253-3398 ,01-621-7605 khun ratana

02-712-1418,02-712-1419 khun pascal,k janeen

02-742-3091 press 9 khun phayon

01-751-7827 คุณ วีรวงศ์




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2548 22:31:24 น.
Counter : 4666 Pageviews.  

ระบบกายละเอียด และช่องพลัง



ภาพ ระบบกายละเอียด


การตระหนักรู้ในตนเอง คือ การตื่นขึ้นของพลังกุณฑาลินีในช่องกลางของศูนย์พลัง ทะลุจักราทั้งหก ขึ้นไปจาก ปลายกระดูกสันหลังจนถึงส่วนบนของศีรษะ (กระหม่อม) เป็นพลังนุ่มนวลเปรียบเสมือนน้ำพุ แห่งความเย็น กระหม่อมในภาษาอังกฤษคือ fontanell bone ซึ่งคำว่า fontanell มีความหมายว่า น้ำพุเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นว่า มีความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์การตระหนักรู้ในตนเองมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล


การตระหนักรู้ในตนเองคือเป้าหมายสูงสุดในทุกศาสนา และพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ หากแต่ว่า เป็นสิ่งที่กระทำได้ยากมากในอดีตที่ผ่านมาแต่ในปัจจุบันนี้กลายเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆด้วย สหจะโยคะ ที่ท่านศรีมาตาจี มอบเป็นของขวัญให้กับมนุษยชาติโดยไม่คิดราคาใดๆ


ท่านศรีมาตาจีได้กล่าวเอาไว้ว่า " การตระหนักรู้ในตนเองคือด่านแรกในการพบกับสัจธรรม" "เรามีคุณแม่ที่อยู่ในตัวเรา ในหัวใจของเรา และหากท่านตื่นขึ้นท่านจะดูแลเรา ท่านจะปกป้องเรา และจะไม่มีสิ่งที่น่ากลัวใดๆ


"กุณฑาลินี รักษาเธอ ท่านพัฒนาเธอ มอบความสุขสวัสดิ์แด่เธอ ท่านดึงเธอออกจากความกังวลใจทั้งปวง"

การแสดงตัวของพลังกุณฑาลินีเรียกว่า "ไวรเบรชั่น" ซึ่งในภาษาสันสกฤตเรียกว่า "ไชยทันยะ" ท่านศรีมาตาจีกล่าวว่า "ไชยทัยยะ(หรือไวรเบรชั่น)คือพลังที่รวมพลังทางกายภาพ ความคิด อารมณ์และศาสนาของตนเองเข้าไว้ด้วยกัน"

ช่องพลัง



กล่าวกันว่ามีระบบ ประสาทอัตโนมัติ อย่างหนึ่ง ทำงานอยู่ในร่างกาย ของเรา อัตโนมัติ หมายถึงโดยตนเอง ดังนั้น ใครคือ ตนเองที่ดำเนินงานสำหรับระบบ ประสาท โดยอัตโนมัติทางการแพทย์ใช้คำว่า ระบบขับเคลื่อนด้วยตนเอง แต่ใครคือตนเอง

ตนเองได้แก่จิตวิญญาณ จิตวิญญาณ อยู่ในหัวใจของมนุษย์ทุกคน และอยู่ในภาวะของความเป็นพยาน คือเงาสะท้อนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ในขณะที่กุณฑาลินี คือการสะท้อนพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความปราถนาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นพลังแม่ผู้เริ่มแรก ซึ่งเรียกว่า อดิศักติ หรือเรียกว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หรือ อะธีนา

ดังนั้น กุณฑาลินีคือการสะท้อนของ วิญญาณ ศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่จิตวิญญาณ คือการสะท้อนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังแห่งความรักอันแผ่ไพศาล คือพลังของแม่ผู้เริ่มแรก ซึ่งเป็นผู้สร้าง พัฒนาและกระทำงานแห่งชีวิตทั้งปวง
=================================


อ่านควบคู่กับภาพนะครับ ในร่างกายคนเรานี้มีส่วนที่เรียกว่ากายละเอียดหรือกายใน ซึ่งเราไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่าอยู่

ในระบบนี้มีช่องพลังอยู่ 3 ช่อง คือช่องกลาง ช่องซ้าย และช่องขวา

1. ช่องพลังฝั่งซ้าย



อยู่ในร่างกายทาง ด้านซ้ายและรวม ไปถึงสมองซีกขวา และส่วนหลังของสมอง

ช่องพลังฝั่งซ้ายและช่องพลังฝั่งขวา ไขว้สลับกันที่ระดับของศูนย์พลัง อักนียะ บริเวณดวงตา

อิดานาดีดูแลระบบ ประสาท ซิมพาเธติคซ้าย มีหน้าที่ควบคุมชีวิต ในด้านอารมณ์ และอดีต เป็นช่องพลังที่สร้างอดีตของเรา

สิ่งที่เป็น ปัจจุบันในวันนี้จะกลายเป็น อดีตในวันพรุ่งนี้ จิตใต้สำนึกทำหน้าที่รับข้อมูลของช่องพลังฝั่งซ้าย มีจิตใต้สำนึกส่วนรวม ที่มีมาแล้วเป็นเวลานานอยู่เบื้องหลัง

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในอดีตตั้งแต่สร้างโลก ยังคงอยู่อย่างสงบ ในจิตใต้สำนึกส่วนรวม

สิ่งที่ตายไปแล้วทั้งหมด ในกระบวนการวิวัฒนาการ รวมทั้งสิ่งที่ล้นเกินจากจิตใต้สำนึก จะเข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึกส่วนรวม

-Main Quality ช่องพลังซ้ายที่มีความสมดุลย์ จะทำให้เรามีความต้องการที่บริสุทธิ์ และมีการพัฒนาทางจิตวิญญาณ และทำให้เราเป็นผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ ทำให้เรามีอารมณ์และความต้องการที่บริสุทธิ์ มีพลังของความรัก มีอารมณ์ที่สนุกสนาน และมีความปราถนาดีต่อผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ

-Location on the body ทางด้านซ้ายของร่างกาย (ยกเว้น ตรง จักราที่6 ไขว้ไปอยู่ด้านขวา)

-Location on the hands มือซ้ายทั้งหมด

-Metal เงิน
-Star ดวงจันทร์
-Origins of left side imbalances ถ้าช่องพลังทางด้านซ้ายขาดความสมดุลย์ จะมีอาการ คิดมากและเป็นการคิดที่หมกหมุ่น อยู่กับอดีต สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ขาดความมั่นใจ ไม่ค่อยรู้สึกว่าตนเองมีความสุข
ไม่รักตนเอง รวมถึงยากที่จะมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้กับ ผู้อื่น ,มีความปราถนาที่ไม่บริสุทธิ์ และสนใจเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ และวิญญาณ รวมทั้งเรื่องลี้ลับ ต่างๆ

Related sickness and problems ความทุกข์ เศร้าใจ และอาการเก็บกด หรือ ซึมเศร้า , ปัญหาทางจิต,โรคมะเร็ง
มีอาการเหนื่อยตลอดเวลา,การนอนมาก อยากนอนนานๆทั้งที่ไม่ได้นอนดึก หรืออดนอน,โรคลมบ้าหมู,โรคทางกายที่เกิดจากจิตใจ เช่นโรคกระเพาะที่เกิดจากความเครียด อื่นๆ


Symptoms of left side imbalance during meditationมีอาการอยากนอน หรือหลับไปเลย มีอาการหนักทางด้านซ้าย หรือมือซ้ายมีความร้อนเกิดขึ้นแสดงถึงความไม่สมดุลย์ทางด้านช่องพลังซ้าย ซึ่งเราสามารถ รู้ได้ด้วยตนเอง เป็นการตระหนักรู้ในตนเอง อย่างหนึ่งว่า ในขณะนี้ตัวเรามี ปัญหาตรงจุดใดอยู่บ้าง และสามารถทำการแก้ได้ตรงจุดโดยวิธีการของสหจะโยคะ
---------------------------------------------------------
2. ช่องพลังทางด้านขวา

มีชื่อเรียกกันว่า ปิงคละนาดี เป็นช่องพลังที่ควบคุมเกี่ยวกับการกระทำของร่างกาย และ พลังในการคิดของคนเรา และเป็นช่องพลังที่เกี่ยวกับพลังหยาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ของจำพวก ไฟ พระอาทิตย์ ความสว่าง กิจกรรม ทางร่างกายและทางจิตใจ ทุกชนิดที่ต้องใช้การ Take action,การใช้เหตุผล, สิ่งต่างๆที่ใช้วินัย,อีโก้ และการมีคุณสมบัติของเพศชาย

ช่องพลังทางด้านขวา มีการไขว้สลับกับอิดานาดี ที่อักนียะจักรา ช่องพลังฝั่งขวา รวมถึงซีกซ้ายและส่วนหน้าของสมอง ทำหน้ที่ดูแลระบบ ประสาท ซิมพาเธติคขวา ที่ฝั่งขวามีจิตเหนือสำนึก ซึ่งสร้างอนาคตของเรา สิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับอนาคต จะถูกบันทึกไว้ในด้านขวาและมีจิตเหนือสำนึกของส่วนรวมเช่นกัน ดดยรวบรวมสิ่งที่ตายไปเนื่องจากความทะเยอทะยาน ความใฝ่ฝันถึงอนาคต และสัตว์หรือพืชที่ดุร้าย

Main Quality ช่องพลังทางด้านขวาที่สมดุลย์ จะให้คุณสมบัติในการกระทำหรือคิดสิ่งต่างๆ อย่างดี ถูกต้องและเหมาะสม (power of enlightened actions and thoughts) และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันอย่าง เหมาะสม มความคิดและการกระทำที่มี ประสิทธิภาพ โดยไม่มี Ego (ที่มากเกินไป) และไม่มีความคิดที่ ผิดๆ อีกด้วย

Location on the body ระบบประสาท ซิมพาเธติคทางด้านขวาของร่างกาย ทางด้านซีกขวาเกือบทั้งหมดยกเว้นตรงศรีษะจะเป็นทางด้านซ้ายของกระโหลกศรีษะ

Location on the hands มือขวาทั้งหมด
Star sun

Metal Gold

Origins / symptoms of right side imbalances:

การวิเคราะห์ และการวางแผนจนมากเกินไป การมีกิจกรรม ทางร่างกาย และการใช้ความคิดที่มากจนเกินไป , มั่นใจตนเองมากจนเกินไป หรือการที่เอาตนเองเป็นที่ตั้งเสมอๆ(ศูนย์กลางของจักรวาล) , สนใจเรื่องการงาน หรือชื่อเสียงมากจนเกินไป ,มีความเคร่งเครียดจนดูเหมือนไร้อารมณ์ , เคร่งครัดในระเบียบวินัยสุดๆ


Related sickness and problemsจะมีบุคลิกภาพเหมือนกับคนที่ชอบโอ้อวด ชอบการชิงดีชิงเด่น การแข่งขัน,มีการใช้พลังงานทางร่างกายและความคิดจนมากเกินไปจน อ่อนเพลีย ,นอนไม่หลับ,ไมเกรน,พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ,ก้าวร้าว,มีอาการของโรคหัวใจ,สามารถเห็น ออร่า หรือแสงสีต่างๆ

Symptoms of Right side imbalance during meditation มือขวาร้อน มีความคิดเข้ามามาก หรือมีอาการปวดหัว


-----------------------------------------------------------
3 ช่องพลังกลาง
ช่องพลังสายกลางในร่างกายเราเรียกกันว่า ชูชุมนา เป็นช่องพลังที่ กุณฑาลินีใชเดินผ่านโดยตลอดขึ้นเหนือกระหม่อม และเชื่อโยงเข้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์ ที่แผ่ไพศาลอยู่ในธรรมชาติ

ซึ่งเป็นการตระหนักรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในตนเองอย่างแท้จริง บุคคล(ที่ได้รับการตระหนักรู้ในตนเอง) จะสามารถรู้สึกถึงลมเย็นแห่งวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณศรีษะตรงกระหม่อม (บราห์มารันดา) หรือในฝ่ามือและปลายนิ้ว มือทั้งสองข้างมีความมั่นคงไม่สั่นไหว มองดูเป็นปกติ แต่ผู้แสวงหา รู้สึกสัมผัสคลื่นของลมเย็น เป็นครั้งแรกที่มีความรู้สึกถึงการดำรงอยู่ของพลังธรรมชาติ

ทางช่องพลังกลางนั้นบ่งบอกถึง ความสวยงามของระบบร่างกายมนุษย์ เป็นสภาพที่ หยิน หยางสมดุลย์ มีการดุลย์กันของการกระทำและ อารมณ์ความรู้สึกนึกคิด (ไม่หยินหรือหยางจนเกินไป เข้าสู่ความสมดุลย์ ก็คือ เข้าถึง เต๋า โดยผ่านการเข้าสู่ Central Channel หรือช่องพลังตรงกลางของมนุษย์นั่นเอง)

บางทีอาจเปรียบได้กับทางสายกลางของ พุทธศาสนา คือการรักษาสมดุลย์ของชีวิต ให้มีการ ความสมดุลย์ ของ ความรู้สึกนึกคิดและการกระทำ เพื่อเข้าสู่การพัฒนาทางจิตวิญญาณ


Qualities:การพัฒนาทางจิตวิญญาณ, มีร่างกายที่แข็งแรง, และมีอารมณ์ความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความสุข. ,ความเป็นปัจจุบันหรือความเป็นเช่นนั้นเอง

Physical functions: ระบบการทำงานของ ศูนย์ระบบประสาท พาราซิมพาเธติคทั้งหมด เช่นการเต้นของหัวใจ,การย่อยอาหาร และอื่นๆ


Deities / Energy : Sri Mahalakshmi / Sri Mahavishnu

Metal: Platinum




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 2 สิงหาคม 2548 2:19:32 น.
Counter : 739 Pageviews.  

การปลุกพลังกุณฑาลินีด้วยตนเองทาง Internet (ควรเข้ามาก่อนหน้าอื่นครับ)

วิธีนั่งสมาธิ



เริ่มด้วยการนั่งลงและผ่อนคลาย ผ่อนคลายความเครียดทั้งวันที่ผ่านมา และให้เวลากับตัวเองเพื่อพบกับความสงบภายในที่แท้จริง ต้องมีความปรารถนาที่อยู่อยู่เหนือความคิดทั้งหมด และเป็นอิสระจากอารมณ์ที่ขุ่นมัวและความกังวลทั้งหลาย

ปฏิบัติด้วยการวางมือขวาในแต่ละจักรา หรือศูนย์พลังที่อยู่ด้ายซ้าย ของร่างกาย และสื่อสารกับพลัง "กุณฑาลินีของคุณ" ด้วยพลังแห่งมารดาผู้ก่อกำเนิดในตัวคุณ

ขั้นตอนการปลุกพลังกุณฑาลินีและกระตุ้นพลังนี้ไปในระบบกายละเอียด และ ออกทางส่วนบนของศีรษะ ที่พลังได้เชื่อมต่อกับพลังที่แผ่กระจายอยู่รอบๆตัวเรา เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น คุณก็จะได้รับประสบการณ์ การตระหนักรู้ในตนเอง ซึ่งคุรสามารถตระหนักรู้ได้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของคุณนั้นคือจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์

เริ่มต้น
เริ่มต้นด้วย
นั่งบนเก้าอี้ หลังตรงแต่นั่งให้รู้สึกสบาย ให้เท้าสัมผัสพื้น แยกจากกันเล็กน้อย หงายมือวางไว้บนตัก



(ปล ที่สำคัญนะครับ ในการทดลองการปลุกพลังกุณฑาลินีด้วยตนเองนี้ (นั่งสมาธิแบบ sahaja yoga) คงต้องรบกวนคุณๆ เปิดรูปคุณแม่ ศรีมาตาจี ขึ้นมาอีกหน้าจอหนึ่ง หรือ Print รูปคุณแม่มาวางไว้ข้างหน้าตลอดเวลา)

สาเหตุก็เป็นเพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวางรูปคุณแม่ไว้ข้างหน้าคุณหรือในระดับที่มองเห็นตลอดเวลา เพราะ คุณแม่เท่านั้น ที่สามารถปลุกพลังกุณฑาลินีให้กับเราได้ สำคัญมากๆ มากถึงมากที่สุดครับ

(4/november /2005 และมีหลายสิ่งนะครับที่ผมต้องบอกเพิ่มคือ
1. คงต้องรบกวนให้คุณๆ Print รูปของคุณแม่ ออกมาวางตรงหน้าคุณๆทุกคนนะครับ เพราะว่าถ้าเปิดจากคอมพิวเตอร์คุณก็เป็นไปได้ว่า มันอาจขึ้นเป็น Screen server ขึ้นมาทำให้ รูปของคุณแม่ ศรีมาตาจีหายไป

2. จำนวนคำในการท่องนั้นไม่ได้จำเป็นเท่าใดนักนะครับในการปลุกพลังด้วยตนเอง สิ่งที่สำคัญนั้นก็คือ ความตั้งมั่น และมุ่งมั่นที่อยากให้พลังขึ้น

3. ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทุกคนที่ลองนะครับ ตั้ง สติ ตรงกลางกระหม่อม ตลอดเวลา ไม่ต้องถึงกับเพ่งนะครับ แค่เอาสติไปแตะไว้เบาๆ

4. อย่าลืมตานะครับ ต้องหลับตาไว้เสมอ ส่วนคำในการ บริกรรม นั้นคุณแค่เหลือบตาขึ้นมามองชั่วคราวได้จากนั้นก็หลับตาต่อ)


จากนั้นปิดตาลง

ขั้นตอนที่ 1
หลับตาวางมือขวาที่หัวใจและรู้สึกภายในตนเอง และถามคำถามเหล่านี้ 3 ครั้ง::



"คุณแม่ ข้าพเจ้าคือจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ใช่หรือไม่?"

ขั้นตอนที่ 2
หลับตาวางมือขวาบนช่องท้องตอนบนทางฝั่งซ้ายของร่างกายและถามคำถาม 3 ครั้งจากหัวใจ



ถามตัวเองในใจว่า" คุณแม่ข้าพเจ้าคือครูของตนเองใช่หรือไม่ ?"

ขั้นตอนที่ 3
หลับตาวางมือขวาบนช่องท้องตอนล่างทางฝั่งซ้ายของร่างกายและอธิษฐาน 6 ครั้งจากหัวใจ




"คุณแม่ ได้โปรดปลุกความรู้ที่บริสุทธิ์ภายในตัวของข้าพเจ้า"


ขั้นตอนที่ 4

หลับตาวางมือขวาบนช่องท้องตอนบนทางฝั่งซ้ายอีกครั้งของร่างกายและถามย้ำอีก10ครั้งจากหัวใจ




"คุณแม่,ข้าพเจ้าเป็นนายของตนเอง!"


ขั้นตอนที่ 5

หลับตาวางมือขวาบนหัวใจทางฝั่งซ้ายของร่างกายอีกครั้ง และถามย้ำ12ครั้ง ด้วยความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยมลึกลงไปภายในตัวของคุณ



"คุณแม่,ข้าพเจ้าคือจิตวิญญาณ!"


ขั้นตอนที่ 6

หลับตาวางมือขวาบนซอกคอด้านซ้าย เพื่อชำระล้างศูนย์พลังนี้,ความรู้สึกผิดทั้งหมดต้องถูกขจัดออก ไป นั่นเป็นสาเหตุที่คุณควรจะกล่าวย้ำเพื่อโน้มน้าวใจ 16 ครั้ง




"คุณแม่,ข้าพเจ้าไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น"


ขั้นตอนที่ 7

หลับตาวางมือขวาลงบนหน้าผาก,กดน้ำหนักลงเบาๆทั้งสองฝั่ง เพื่อชำระล้างจักรานี้ คุณต้องให้อภัย ลึกลงไปภายในตัวของคุณและด้วยความจริงใจอย่างที่สุด กล่าวซ้ำหลายๆครั้ง





"คุณแม่,ข้าพเจ้าให้อภัยทุกๆคนและให้อภัยตนเอง"

ขั้นตอนที่ 8

หลับตาวางมือขวาลงบนด้านหลังของศีรษะขณะเดียวกัน ขออภัยในทุกสิ่งที่คุณได้ทำผิดทั้งที่เจตนา และไม่เจตนา อย่ารู้สึกผิด ลึกๆภายในตัวของคุณ กล่าวซ้ำหลายๆครั้ง






"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายโปรดอภัยให้แก่การกระทำที่ผิดพลาดของข้าพเจ้าทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว"


ขั้นตอนที่ 9

ตอนนี้,หลับตาแล้ววางฝ่ามือขวาลงบนศีรษะกางมือออกและกดฝ่ามือลงแล้วนวดหนังหัวเบาๆตามเข็มนาฬิกา 7ครั้ง แต่ละครั้ง ให้อธิษฐานด้วยความนอบน้อม





"คุณแม่,ได้โปรดมอบการตระหนักรู้ในตนเองให้แก่ข้าพเจ้า"


ขั้นตอนที่ 10

นั่งสมาธิอีกสักครู่ พยายามกำหนดสติไว้ที่ จักราที่ 7 คือกลางกระหม่อม และมีความสุขกับความสงบที่เกิดขึ้น

เมื่อรู้สึกว่าพร้อมแล้วยกฝ่ามืออยู่เหนือศีรษะประมาณ 6 นิ้ว ตรวจดูว่ามือของคุณรู้สึกถึงลมเย็นอ่อนๆบน ศีรษะไหม เปลี่ยนมือและลองดูว่าคุณรู้สึกลมเย็นที่มือข้างซ้ายไหม

เป็นการจบการปฏิบัติ




เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์ของคุณ กรุณาดูในหน้าอื่นๆและเข้าร่วมฟังบรรยายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย





สำหรับท่านใดนะครับ ที่รู้สึกว่า วิธีนี้ไม่สดวกเท่าใดนัก เพราะต้องคอย ลืมตามาดูคำพูดต่างๆ สลับ กับการหลับตา ผมก็มี Link เป็นการนำสมาธิ ของคุณแม่ศรีมาตาจีเองโดยตรงที่นี่ครับ

http://www.sahajayoga.com/experienceitnow/default.asp


เวลา ฟังจะต้อง ประกอบกับการ Print รูปคุณแม่มาวางตรงหน้านะครับ หรือทำอย่างไรก็ได้ให้มีรูปคุณแม่วางตรงหน้าคุณตลอด

สำหรับสำเนียงคุณแม่อาจฟังยากนิดนึง นะครับแต่อยากให้ลองทำตามดู เพราะอาจให้ผลที่ดีกว่าเดิมครับ

For more details please call

02-253-3398 ,01-621-7605 คุณรัตนา

02-712-1418 khun ปาสกาล เศรษฐบุตร

02-742-3091 press 9 คุณพยนต์

01-751-7827 คุณวีรวงศ์




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2548 22:05:33 น.
Counter : 2005 Pageviews.  

what is sahajayoga



"สหจะโยคะแตกต่างจากโยคะแบบอื่นเพราะเริ่มต้นด้วย
การตระหนักรู้ในตนเอง"
ศรีมาตาจี นิรมาลา เดวี

สหจะโยคะคืออะไร

“ชีวิตคืออะไร” “เราเกิดมาเพื่ออะไร” “ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหน”
น่าแปลก ที่คำถามเหล่านี้เป็นคำถาม ที่อยู่กับมนุษย์ ตั้งแต่เกิดมนุษย์คนแรกบนโลก
และเราก็เสาะหาคำตอบไปไกล...ถึงโพ้นทะเลไกล....ถึงอีกฟากหนึ่งของจักรวาลโดยหารู้ไม่ว่าคำตอบเหล่านั้นติดตาม
เราไปทุกหนทุกแห่ง


นั่นก็เพราะคำตอบที่เราต้องการอยู่ในตัวเรานั่นเองภายในตัวเรานั้นมีจักรวาลแห่งความรู้มากมาย เป็นความรู้ที่เป็นสากล และเป็นสัจธรรม เรารู้หรือไม่ว่าเรานั่นเองสามารถเป็นผู้ตอบคำถามนั้นด้วยสัจธรรมที่มีอยู่ในโลก และ ธรรมชาติ หากแต่ทำอย่างไรที่เราจะสามารถค้นหาคำตอบจาก ตัวเรา

มีการค้นหาความรู้เหล่านี้มาตั้งแต่โบราณกาล และ มีนักบุญมากมายที่แสวงหาสัจธรรมนั้น ดังนั้นโลกของเราจึงเกิดศาสนามากมาย ด้วยการอุทิศตนและความรัก จากศาสดาทั้งหลายกับความรู้ที่เป็นหนึ่งเดียว ความจริงที่เป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ ทำความดี ละความชั่ว และมีจิตใจที่เบิกบาน และมีความรัก

สหจะโยคะ เองก็เกิดจากความรักของนักบุญ เช่นกัน สหจะ หมายถึง “การเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ” และโยคะ คือ“การรวมเป็นหนึ่ง” ดังนั้น สหจะโยคะ คือ
“ การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพลังธรรมชาติโดยเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ” โดย
ท่าน ศรี มาตาจี นิรมาลา เทวี เป็นผู้ค้นพบ สหจะโยคะ หรือ “วิศวะนิรธรรมะ” องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรที่ตั้งอยู่มากกว่า 70 ประเทศ ทั่วโลก ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักบุญที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่

จุดประสงค์และประโยชน์ของสหจโยคะคือ
1. เข้าถึงความสงบสุขและความปิติสุขภายใน
2. ควบคุมความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิต
3. ขจัดความกลัว ความกังวล และความไม่มั่นใจในตนเอง
4. เข้าถึงความ บริสุทธิ์และความเป็นหนึ่งเดียวของร่างกายและจิตใจ โดยการเปิดจักราทั้งเจ็ดเพื่อเข้าสู่การรู้แจ้ง
5. พัฒนาตนเองให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น
6. บำบัดรักษาตนเองและผู้อื่นโดยใช้พลัง กุณฑาลินี
7.ฯลฯ

สหจะโยคะ คือ ประสบการณ์ ไม่ใช่ความเชื่อเพราะเพียงครั้งแรกที่ปฏิบัติ เราจะสามารถสัมผัสคลื่นพลังเย็นภายในที่ตื่นขึ้นในร่างกายผ่านทางฝ่ามือและเหนือศีรษะ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และสามารถรับรู้ถึง
พลังกุณฑาลินีซึ่งเป็นพลังดั้งเดิมของจักรวาลซึ่งสั่นสะเทือนอยู่ในมนุษย์ทุกคน เป็นพลังที่ทำให้เด็กน้อย และดอกไม้เติบโต...เมื่อพลังกุณฑาลินีนี้ถูกปลุกขึ้น พลังจะขึ้นไปชำระล้างจักราทั้งเจ็ด ให้ทำงานตามคุณสมบัติของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ และคุณสมบัติเหล่านี้จะเริ่มแสดงออกมาในชีวิตประจำวันของเราอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการนั่งสมาธิเป็นประจำจะช่วยทำให้เราคล่องแคล่ว สร้างสรรค์ มีความมั่นใจในตัวเองอย่างอัตโนมัติ และในขณะเดียวก็ทำให้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นที่รักใคร่ และมีความเมตตา สุขภาพจะพัฒนาอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถรับรู้ถึงพลังรอบๆตัวเราได้

=================================

ถ้า คุณสนใจนะครับ ผมก็มี Link เป็นการนำสมาธิ ของคุณแม่ศรีมาตาจีเองโดยตรงที่นี่ครับ

http://www.sahajayoga.com/experienceitnow/default.asp
อยากให้ลองเข้ามาดูนะครับ เพราะคุณ แม่จะพูดนำสมาธิให้แบบง่ายๆ และได้ผลอย่างดีมากๆ

เวลา ฟังจะต้อง ประกอบกับการ Print รูปคุณแม่มาวางตรงหน้านะครับ หรือทำอย่างไรก็ได้ให้มีรูปคุณแม่วางตรงหน้าคุณตลอด

สำหรับสำเนียงคุณแม่อาจฟังยากนิดนึง นะครับแต่อยากให้ลองทำตามดู เพราะอาจให้ผลที่ดีกว่าเดิมครับ



ซึ่งจำเป็นมากเพราะมีแต่คุณแม่ศรีมาตาจีเพียงท่านเดียวเท่านั้น ที่สามารถปลุกพลังกุณฑาลินีให้กับคุณได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นในขณะที่คุณทำการ ปลุกพลังกุณฑาลินี ด้วยตนเองผ่าน Web site นั้นต้องมีรูปคุณแม่อยู่เบื้องหน้าคุณตลอดเวลา ระหว่างที่คุณทำการปลุกพลัง กุณฑาลินี


สำหรับผู้ที่มี ข้อสงสัยนะครับว่า พลังนี้คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร เมื่อปลุกพลังนี้แล้วได้ประโยชน์อย่างไร สามารถดูต่อได้ที่ link นี้ครับ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=golfsahaj&date=18-07-2005&group=1&blog=2

หรือถ้าท่านใดสนใจสามารถลองมาเข้ามาสัมมนา (ฟรี)ที่ โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 33 ทุกวันอาทิตย์ 14.00-16.00 ดูสิครับเรามีการจัด โปรแกรมทุกวันอาทิตย์ครับมาได้ทุกวันอาทิตย์เลย

ขอบคุณมากครับ มีอะไรก็ถามเพิ่มเติมได้ครับ

Ps.For more details please call

02-253-3398 ,01-621-7605khun ratana

02-712-1418,02-712-1419 khun pascal,khun janeen

02-742-3091 press 9 khun phayon

01-751-7827 คุณ วีรวงศ์




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2548 22:36:38 น.
Counter : 287 Pageviews.  


บุญโทนพระไม่ทำ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add บุญโทนพระไม่ทำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.