บทที่ 73 คุณหมอลูกครึ่ง?
หนุ่มอีกคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของวิทคือ "ริค" ... วิทรู้จักกับริคทางอินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลที่เขารู้มาก็คือ ริคแก่กว่าเขา 3-4 ปี เป็นลูกครึ่งดัทช์-จีนที่โตมาในอังกฤษ ชอบอาหารไทย ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองที่ห่างจากเมืองนี้ราวๆ 40 ไมล์ไปทางใต้ ซึ่งใช้เวลาขับรถหรือนั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น และมีอาชีพเป็นหมอทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองนั้น ...

หลังจากที่ติดต่อกันผ่าน email ได้พักหนึ่ง ริคก็ขอเบอร์โทรศัพท์่วิทเพื่อจะได้รู้จักกันให้มากขึ้น ... ด้วยความลังเลในช่วงแรกๆ แต่ในที่สุดวิทก็ตัดสินใจแลกเบอร์โทรกับริค ซึ่งทำให้ต่อมาทั้งสองจึงได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์หลายต่อหลายครั้ง ...

เท่าที่วิทฟังจากน้ำเสียงการสนทนา ริคพูดจาด้วยสำเนียงอังกฤษแท้สมกับที่อยู่ในประเทศนี้มาตั้งแต่เด็ก และด้วยบทสนทนาที่สุภาพ ดูเอาใจใส่ ทำให้ไม่เป็นการยากที่วิทจะมีภาพของคู่สนทนาอยู่ในใจตลอดเวลาว่าเป็นหนุ่มลูกครึ่ง เส้นผมและดวงตาสีน้ำตาลเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง จมูกโด่งได้รูป สวมแว่นตา ท่าทางสุภาพ ดูดีพอๆกับเฟรดเดอริค หรืออาจจะมากกว่าด้ัวยซ้ำ

แต่อย่างไรก็ดี เบอร์โทรฯที่ริคให้ไว้เป็นเบอร์ของที่ทำงาน ซึ่งทำให้ไม่สามารถพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวได้สะดวกมากนัก เพราะริคเคยบอกว่า "ถ้าคนที่นี่รู้ว่าเขาเป็น 'อะไร' อาจจะมีปัญหาต่ออาชีพของเขาได้" ซึ่งประเด็นนี้วิทคิดว่าฟังดูเกินจริง ซึ่งเขาก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจเท่านั้น ...

********************************************************************************

จนเวลาผ่านไปได้พักใหญ่ วันหนึ่งในระหว่างการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ริคก็พูดขึ้นว่า "คืนวันพุธหน้านายมีโปรแกรมทำอะไรหรือเปล่า?"

"อืม ... ก็ว่างนะ ทำไมเหรอ?"

"คือเราอยากจะชวนไปกินข้าวมื้อเย็นกัน "

"ที่ไหนล่ะ?"

"เราขับรถไปหานายได้ เย็นวันพุธหลังเลิกงาน ... พอดีวันพฤหัสเป็นวันหยุด"

"อืม ... ได้สิ ... ว่าแต่นายอยากกินอาหารประเภทไหนล่ะ เราจะได้โทรไปจองไว้ก่อน"

"อาหารไทยเป็นไง ... เมืองที่เราอยู่ไม่มีร้านอาหารไทย แต่เราเชื่อว่าเมืองใหญ่อย่างที่โน่นน่าจะมี"

"ก็มี 3 แห่งเท่าที่รู้ ... แต่เราไม่ได้ไปบ่อยหรอกนะ ปกติก็ทำกินเอง ... ถ้าออกไปกินข้างนอกก็จะเป็นอาหารจีน อาหารอินเดีย หรือไม่ก็ตามผับ เป็นหลัก"

"ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ ... ฝากนายจัดการเรื่องจองร้านด้วยละกัน ... แล้วเจอกันเย็นวันพุธ"

"โอเค"

********************************************************************************

เมื่อวันที่นัดมาถึง วิทออกจากที่ทำงานเร็วกว่าปกติเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว และนั่งรอริคอยู่ที่แฟลต ... วิทนั่งดูโทรทัศน์ไปพลางๆ จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ภายในซึ่งต่อกับเครื่องอินเตอร์คอมที่ประตูทางเข้าชั้นล่างดังขึ้น ...

"ฮัลโล" วิทมองนาฬิกาข้อมือซึ่งบอกเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม ในขณะที่รับโทรศัพท์

"วิทใช่มั้ย ... ผมริคนะ มาถึงแล้ว"

"โอเค ... นายรอแป๊บนึง เราจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ" ...

เมื่อวิทลงบันไดมาถึงประตูชั้นล่าง และเปิดประตูออกไป ก็ได้พบกับหนุ่มจีนคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเหมือนกำลังรอคอยใครอยู่ แต่ไม่เห็นวี่แววของหนุ่มลูกครึ่งดัชท์ในจินตนาการของเขาในบริเวณนั้นแต่อย่างใด ... วิทพยายามมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นใครอื่นนอกจากหนุ่มจีนคนนั้นเพียงคนเดียว ...

"วิทใช่มั้ย?" หนุ่มจีนคนนั้นพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้

"ริคเหรอ?" วิทถามไปแบบงงๆ ... คนที่เจอในชีวิตจริงกับในจินตนาการช่างแตกต่างกันราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ

"ใช่แล้ว" หนุ่มจีนคนนั้นยื่นมือมาให้จับ "ยินดีที่ได้เจอกัน" ... และก็เป็นความจริงตามนั้น เสียงพูดของหนุ่มคนนี้พร้อมกับสำเนียงอังกฤษชัดเจนเป็นเครื่องยืนยันว่านายคนนี้คือริค คนที่เขาพูดคุยด้วยทางโทรศัพท์ และนัดมาเจอกันในค่ำนี้ "ขอโทษที่มาช้า ... นายหิวหรือยัง"

"อืม ... ก็นิดหน่อย ... เราไปที่ร้านอาหารกันเลยก็ได้ เราจองไว้ทุ่มครึ่ง"

"โอเค นายบอกทางไปก็แล้วกัน" ว่าแล้วริคก็เดินนำวิทมาที่รถยนต์สีแดงที่จอดอยู่ไม่ไกลในลานจอดรถ ...

********************************************************************************

ไม่นานรถสีแดงคันนั้นก็มาจอดชิดขอบถนนใจกลางเมือง ร้านค้าในบริเวณนั้นปิดไฟมืดหมดแล้ว แต่ก็มีแสงสว่างจากโคมไฟริมถนนที่เรียงรายห่างออกไป ในขณะที่ท้องฟ้าิของฤดูใบไม้ผลิเริ่มมืดลง เผยให้เห็นดาวดวงน้อยที่กระพริบแสงอยู่เบื้องบน ส่วนอาคาร city hall ที่อยู่ตรงข้ามอาบด้วยแสงสปอตไลท์ดูแปลกตา ...

"ร้านอาหารอยู่ไม่ไกล เิดินไปประมาณ 2 นาทีก็ถึง" วิทบอก

ริคมองไปรอบๆก่อนจะถามขึ้นว่า "แถวนี้ปลอดภัยมั้ย?"

วิทไม่เคยคิดถึงประเด็นนั้นมาก่อน ปกติเวลาที่มาดูหนังรอบค่ำในเมืองก็เคยเดินไปไหนมาไหน แม้แต่ในถนนซอยเล็กๆ ซึ่งก็ไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรต้องกลัว "เมืองนี้ค่อนข้างสงบ ... เราว่าก็ปลอดภัยนะ ถึงจะเป็นกลางคืนแบบนี้ก็เถอะ"

"เราไม่ไว้ใจหรอก ไม่ว่าที่ไหนทั้งนั้น" ริคบอก "รอเดี๋ยวนะ" ว่าแล้วก็กลับไปไขกุญแจรถที่เิพิ่งล็อคไป แล้วหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมาจากรถ ก่อนจะปิดล็อคอีกครั้ง

"อะไรน่ะ?" วิทสงสัย

"แผงควบคุมเครื่องเล่นซีดี" ริคตอบ "ถ้าใครมางัดรถเอาเครื่องเล่นซีดีไป แต่ถ้าไม่มีนี่ก็กดอะไรไม่ได้"

นี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่วิทไม่เคยแม้แต่จะคิด เพราะเวลาเข้าเมืองมากับพี่นกในตอนค่ำเพื่อไปกินอาหารจีน ก็ไม่เคยเห็นพี่นกทำอะไรแบบนี้ ... แต่วิทพยายามมองในแง่ดีว่าริคเพิ่งมาเมืองนี้เป็นครั้งแรก ก็ย่อมที่จะระแวดระวังความปลอดภัยเป็นธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถใหม่คันนี้ และเครื่องเสียงที่อาจจะมีราคาแพง ...

********************************************************************************

ร้านอาหารไทยแ่ห่งนี้เป็น 1 ใน 3 แห่งที่วิทรู้จัก ซึ่งร้านนี้อยู่บนถนนสายหลักของเมือง และน่าจะเป็นร้านอาหารไทยร้านแรกของเมืองนี้ ... ในค่ำวันนั้นร้านนี้ค่อนข้างเงียบเนื่องจากเป็นกลางสัปดาห์ ซึ่งนอกจากริคและวิทแล้ว ก็มีลูกค้าฝรั่งอีกเพียง 2 โต๊ะเท่านั้น ...

หลังจากที่ทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้ว บริกรสาวไทยนำเมนูมายื่นให้ พร้อมกับคำถามภาษาอังกฤษสำเนียงท้องถิ่นชัดถ้อยชัดคำ "จะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ? มีไวน์ เบียร์ ค็อกเทล"

วิทพลิกดูเมนูในหน้าเครื่องดื่ม ก่อนจะหันไปมองหน้าริคเป็นเชิงถาม

"ขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน" ริคตอบบริกรสาวไป แล้วบอกวิทว่า "เราไม่ดื่มแอลกอฮอล์"

"น้ำแร่ใช่มั้ยคะ ... ธรรมดาหรือแบบ sparkling [รสซ่า] ดี"

"น้ำเปล่าครับ" ริคย้ำ

"งั้นก็น้ำเปล่า 2 ที่ครับ" วิทบอกพนักงานเป็นภาษาไทย "แล้วก็ขอเวลาดูเมนูอีกซัก 5 นาที ..." พนักงานคนนั้นจึงเดินจากไป ...

"นายอยากสั่งอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?" วิทถามขึ้น

"ขอต้มยำกุ้งนะ ..." ริคบอก "ส่วนรายการอื่นก็แล้วแต่นายละกัน"

"ทอดมันปลาดีมั้ย" วิทเสนอ "แล้วก็ผัดผักซักจาน ... อืมผัดผักรวมใส่ไก่เป็นไง"

"เราไม่กินเนื้อแดง" ริคค้านขึ้นมาทันที

"แต่ไก่เป็นเนื้อขาวไม่ใช่เหรอ" วิทเริ่มงง เพราะเขาเข้าใจแบบนั้นมาโดยตลอด

"ไม่ใช่ ... เนื้อขาวเป็นพวกปลากับอาหารทะเล"

"เอาอย่างนี้ละกัน ..." วิทไม่อยากเถียงต่อ ทั้งๆที่รู้สึกแปลกๆอยู่ในใจ พลางพลิกไปหน้าอาหารมังสวิรัติ "อืม ... ผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้ โอเคมั้ย"

"ดีแล้วหละ" ริคพยักหน้า พร้อมกับส่งสัญญาณให้พนักงานมาจดรายการอาหาร

"ทั้งสามอย่างเสริฟพร้อมกันเลยนะครับ แล้วก็ข้าว 2 จาน" วิทสำทับกับพนักงานหลังจากที่สั่งอาหารเสร็จ แต่ไม่วายเห็นพนักงานทำหน้าประหลาดแบบที่ไม่พยายามซ่อนความรู้สึก ...

วิทเข้าใจดีว่าฝรั่งหลายคนที่มากินอาหารไทยมักจะสั่งอาหารเป็นคอร์ส และให้มาเสริฟทีละอย่างเหมือนอาหารตะวันตกหรืออาหารจีน ... แต่เนื่องจากพนักงานคนนี้ แม้จะพูดภาษาอังกฤษติดสำเนียงท้องถิ่นเหมือนมาอยู่เมืองนี้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็เป็นคนไทยและทำงานร้านอาหารไทย จึงน่าจะคุ้นเคยกับการกินอาหารแบบไทยๆอยู่ดี

********************************************************************************

แต่อาหารเย็นมื้อนั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่วิทกังวล และการสนทนาระหว่างมื้ออาหารก็เป็นไปด้วยดี ... จนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดเกลี้ยง และพนักงานคนเดิมก็เดินกลับมาอีกครั้ง

"จะรับของหวาน หรือกาแฟมั้ยคะ"

"ไม่เป็นไรครับ คิดเงินเลยก็แล้วกัน" ริคตอบ ก่อนที่วิทจะมีโอกาสพูดอะไรทั้งนั้น เขาจึงเข้าใจเอาเองว่านายริคคนนี้คงพยายามลดน้ำตาล และไม่ดื่มกาแฟอย่างแน่นอน

ไม่นานพนักงานสาวก็เดินกลับมาพร้อมกับบิลแสดงรายการอาหาร ริครับไปดูอยู่ครู่หนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า "คิดเงินผิดครับ ช่วยกลับไปบวกมาใหม่ด้วย" พลางยื่นบิลนั้นคืนให้ ...

พนักงานเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ หันไปกระซิบกระซาบกับแคชเชียร์ที่นั่งอยู่ตรงนั้น จนเวลาผ่านไปอีกพักใหญ่จึงกลับมาพร้อมกับบิลใบเดิมที่มีการแก้ราคาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปรากฏว่าในตอนแรกราคาเกินกว่าความเป็นจริงไปเกือบ 4 ปอนด์ ... ริครับไปตรวจดูอีกครั้งก่อนจะควักเงินออกมาประมาณครึ่งหนึ่งของยอดรวม แล้วยื่นให้วิท ซึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าหยิบเงินออกมาจ่ายส่วนที่เหลือ พร้อมกับทิปให้พนักงานอีกนิดหน่อย ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกจากร้านไป ...

"นี่ถ้าไม่ตรวจดูให้ดีนะ จะโดนบวกเกินไปตั้งหลายปอนด์" ริคบ่น หลังจากที่ทั้งสองเข้ามานั่งในรถ และริคติดแผงหน้าเครื่องเล่นซีดีกลับเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

"ไปไหนกันต่อดี" วิทพยายามเปลี่ยนเรื่อง

"ไม่รู้สิ แล้วแต่นาย"

วิทพยายามนึกว่ามีที่ไหนพอจะไปได้บ้างในคืนวันพุธแบบนี้ ... วิทเกือบจะเสนอว่าไปนั่งดื่มอะไรที่ผับใกล้ๆ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าริคไม่ดื่มแอลกอฮอล์ วิทถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกว่า "งั้นไปคุยกันต่อที่แฟลตเราก่อนก็แล้วกัน"

********************************************************************************

หลังจากที่ทั้งสองนั่งคุยกันที่แฟลตของวิทได้พักใหญ่ และเวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว จู่ๆริคก็พูดขึ้นว่า "นายรู้จักมาดามบัตเตอร์ฟลายซินโดรมมั้ย?"

วิทไม่เคยได้ยินคำๆนี้มาก่อน รู้แต่เพียงว่าเรื่อง "มาดามบัตเตอร์ฟลาย" เป็นโอเปร่าที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่ง จึงส่ายหน้าแทนคำตอบ ...

"มาดามบัตเตอร์ฟลาย เป็นเรื่องของผู้หญิงญี่ปุ่นที่ไปแต่งงานกับทหารอเมริกัน"

"แล้ว?"

"มาดามบัตเตอร์ฟลายซินโดรม ก็หมายถึงผู้หญิงเอเชียที่อยากแต่จะคบกับฝรั่งเป็นแฟนเท่านั้น"

วิททำเป็นไม่เข้าใจ ทั้งๆที่รู้สึกว่ากำลังถูกหลอกด่าแบบเนียนๆ จึงตอบไปแค่เพียงว่า "เหรอ ... ไม่รู้สิ ... เราไม่เคยได้ยินมาก่อน"

อีกซักพักหนึ่งริคก็พูดขึ้นมาอีกว่า "เมื่อหลายเดือนก่อน เราเคยคุยกับเกย์คู่หนึ่งในเน็ต"

"คู่หนึ่งเหรอ ... แสดงว่าเป็นแฟนกัน?" วิทสงสัย

"ใช่ ... พอคุยกันได้สักพักก็เลยนัดเจอกัน ... เค้าอยู่ที่ xxxxxxxxx ..." ริคพูดชื่อเมืองๆหนึ่งทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งจากเมืองที่ริคอยู่ก็คงต้องขับรถประมาณสองชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึง "เราก็เลยขับรถไปหาหลังเลิกงาน เหมือนอย่างคืนนี้แหละ"

"แล้วเป็นไง"

"พอดีไปถึงก็ดึกแล้่ว ... แต่หนึ่งในสองคนนั้นก็นวดตัวให้เรา"

"แล้วอีกคนไปไหน"

"ก็อยู่ด้วยกันนั่นแหละ" แล้วริคก็เล่าต่อให้ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแบบย่อๆ ประมาณหนังเรท 18+ แบบมีเซนเซอร์ ...

"เสียใจด้วยนะ เรานวดไม่เป็นหรอก" และนั่นเป็นคำตอบสั้นๆจากวิทหลังจากที่ฟังเรื่องนั้นจบ

จนกระทั่งเกือบห้าทุ่ม เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วริคจึงได้ลากลับ และค่อยๆขับรถห่างออกไปในความมืด ... ส่วนวิทได้แต่นั่งทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ พร้อมกับนึกขำในใจว่า "ปกติแล้วเวลาหมอมาดูอาการคนไข้ ถ้าไม่วัดปรอท หรือฉีดยา ก็ต้องให้ยากิน ... แต่หมอคนนี้ เมื่อมาดูึคนไข้เสร็จแล้ว คงเห็นว่าไม่เป็นไรก็เลยกลับไปมือเปล่า ..."

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 10 กันยายน 2553
Last Update : 10 กันยายน 2553 19:00:53 น.
Counter : 457 Pageviews.

8 comments
  
ลงชื่อ ว่าอ่านแล้วค่ะ
โดย: beuysliv วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:4:52:37 น.
  
Thanks. It has been a while since your last episode.

Best,
TJ
โดย: TJ IP: 124.120.176.4 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:16:01:30 น.
  
อ้าวแล้วไม่ได้คุยกันอีกเลยหรอครับ
โดย: Khunshine วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:18:52:12 น.
  
แวะมาทักทายคุณ beuysliv, TJ และ Khunshine ครับ

ตอบคุณ Khunshine ... นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่วิทและคุณหมอฯได้พูดคุยกัน หลังจากนั้นคุณหมอก็หายไปจากชีวิตของวิทครับ
โดย: Historicus วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:19:07:34 น.
  
หมอคนนี้แปลกดีนะ

โดย: harry IP: 125.26.176.107 วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:18:58:47 น.
  
คนในโทรศัพท์ กับ ตัวจริง...
เหมือนเป็นคนละคนเลยค่ะ (ความรู้สึก)
โดย: Tommy IP: 118.175.88.228 วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:11:26:53 น.
  
ปล่อยหมอเ้ค้าไปดีกว่าเนาะ เอิ๊ก มะไหวๆ
โดย: mecon (m_econ ) วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:0:45:55 น.
  
^^
โดย: บิว IP: 125.25.35.54 วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:12:39:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog