บทที่ 43 เริ่มงานวิจัย
เมื่อวิทจัดการเรื่องย้ายหอพักเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาเิปิดภาคเรียนของปีที่ 2 พอดี ...

วิทไปที่สถาบันวิจัยอาหารตั้งแต่เช้าวันแรกของการเปิดเทอม และไปพบกับป้าไนติงเกล (นามสมมุติ) ประชาสัมพันธ์เสียงใสคนเดิม ... คราวนี้ แทนที่จะต้องแลกบัตร ป้ากลับส่งเอกสารมาให้กรอกข้อมูลประวัติ ซึ่งจะส่งต่อไปยังฝ่ายบุคคล เพื่อทำป้ายชื่อติดเสื้อ ออกบัตรผ่านประตู (คีย์การ์ด) ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าสถาบันนี้ทางประตูอื่นๆได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านประชาสัมพันธ์ และเพื่อเพิ่มชื่อเข้าไปในลิสต์หมายเลขโทรศัพท์ภายในของสถาบัน ...

เมื่ิอวิทกรอกเอกสารเสร็จเรียบร้อยก็ส่งคืนให้ป้า ซึ่งรับไปอ่านแล้วทำหน้าทึ่งเพราะคงไม่เคยเห็นนามสกุลยาวๆของคนไทยเชื้อสายจีน "คุณวิทยา ... เอ นามสกุลคุณนี่อ่านว่ายังไง ... มีัตัวอักษรทั้งหมดกี่ตัวนะ" ป้าพูดพลางนั่งนับจำนวนตัวอักษร

"18 ตัวครับ" วิทตอบให้่ "นามสกุลผมอ่านว่า xxxxx" เขาพยายามพูดช้าๆ

แต่้ป้าก้มหน้าลงไปมองในกระดาษอีกครั้งแล้วบอกว่า "คุณช่วยบอกอีกรอบได้มั้ย"

"ไ่ม่เป็นไรครับ ... คุณเรียกผมว่าวิทยา หรือวิทก็แล้วกัน"

********************************************************************************

ไ่ม่นานต่อมา ป้าเลขาของ ดร.แมทธิว ก็เดินลงมาหาวิททางบันไดเหมือนเดิม พร้อมกับประโยคทักทาย "สวัสดี ... ฉันจะพาคุณไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา ... แล้ววันนี้คุณมาที่นี่ยังไง" ประโยคสุดท้ายเหมือนจะพูดไปตามมารยาทมากกว่าจะอยากรู้จริงจัง ... แต่ในความเป็นจริงอุทยานวิจัยแห่งนี้ไม่มีรถประจำทางแล่นผ่าน การที่จะมาถึงได้ถ้าไม่ขับรถยนต์ หรือขี่จักรยาน ก็จะต้องนั่งรถเมล์มาลงที่ป้ายสุดท้ายในมหา'ลัยแล้วเดินลัดป่าและทุ่งหญ้ามาอีกประมาณ 10 นาที ...

"ขี่จักรยานมาครับ"

"อ้าวแล้วจักรยานคุณจอดไว้ไหน"

"ก็พิงไว้หน้าตึกนี่แหละครับ"

"จอดตรงนั้นไม่ได้หรอก ... เอาอย่างนี้ คุณเอาจักรยานอ้อมไปด้านหลังตึก จะมีโรงจอดจักรยานอยู่ ... แล้วฉันจะไปรอคุณที่ประูตูตรงนั้น"

เมื่อวิทหาโรงจอดจักรยานจนเจอ พร้อมกับจอดและล็อคเรียบร้อย ป้าเลขาซึ่งเดิมรออยู่ด้านในของประตูกระจกที่จะต้องเปิดด้วยคียการ์ดเท่านั้น ก็ออกมาเปิดประตูให้วิทเข้าไปข้างใน ... โรงจอดจักรยานนี้อยู่บนเนินยกสูงขึ้นมากว่าพื้นถนน จึงเชื่อมกับประตูชั้น 2 ของอาคาร ...

ป้าพาิวิทเดินขึ้นบันไดไปชั้น 3 ... แต่แทนที่จะพาเดินไปทางห้องทำงานของ ดร.แมทธิว กลับเลี้ยวไปอีกปีกหนึ่งของตึก ที่มีทางเดินที่รายล้อมด้วยห้องวิจัยในลักษณะเดียวกัน ... หล่อนพาเดินฝ่าเข้าไปในห้องแล็บห้องหนึ่ง ซึ่งมีคนกำลังนั่งทำแล็บอยู่ 2-3 คน ไปถึงด้านในสุดที่กั้นเป็นห้องทำงานเล็กๆ ที่มีผู้ชายวัยกลางคน ผมบาง ร่างเล็ก ท่าทางใจดีนั่งอยู่ ...

"ฮีธ นี่คือ วิทยา นักศึกษาปริญญาโทที่จะทำวิจัยกับคุณ ... ที่แมทบอกไว้" ว่าแล้วก็หันมาทางวิทแล้วบอกว่า "นี่ ดร.ฮีธ ฟินิกซ์"

"ตกลงว่าคุณเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของผมหรือครับ" วิทถาม หลังจากที่ป้าเลขาออกไปแล้ว และเหลือเขานั่งคุยกันอยู่สองคน "ตอนแรกผมนึกว่าเป็น ดร.แมทธิว"

"อ๋อ แมท เป็น supervisor ส่วนผมเป็น advisor"

[นักศึกษาระดับบัณฑิตฯส่วนใหญ่มักจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา 2 คน คือที่ปรึกษาหลัก และที่ปรึกษาร่วม ซึ่งการเรียกนั้นก็จะขึ้นอยู่กับสถาบันหรือมหา'ลัย เช่น supervisor/advisor, supervisor/co-supervisor หรือ advisor/co-advisor เป็นต้น - ผู้เขียน]

โดยทั่วไป อาจารย์ที่ปรึกษาหลักจะเป็นตัวหลักในการดูแลนักศึกษาในเรื่องของการวางแผนงานวิจัย ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ และตรวจแก้วิทยานิพนธ์ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมเป็นผู้ช่วย ที่มีบทบาทรองลงไป ... แต่ในกรณีของวิท ...

"แมทเป็นหัวหน้าแผนก เค้าไ่ม่มีเวลามาดูแลคุณทำแล็บหรอก" ดร.ฮีธ บอก "คุณมีอะไรก็มาปรึกษาผมได้"

สถาบันนี้ประกอบด้วย 4 แผนกที่มีการวิจัยเกี่ยวกับอาหารในแงุ่มุมที่ต่างกัน ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้าแผนกจึงใหญ่เทียบเท่ากับรองผู้อำนวยการ ลักษณะงานส่วนใหญ่จึงเป็นประเภทงานบริหาร และหาทุนวิจัย มากกว่าที่จะมาลงมือทำแล็บหรือดูแลนักศึกษาเอง ...

********************************************************************************

ดร.ฮีธ พาวิทไปแนะนำให้รู้จักกับคนอื่นๆที่อยู่ในกลุ่มวิจัย (แบคทีเรียที่ใช้ในการผลิตอาหาร) เดียวกัน ซึ่งรวมแล้วก็ราวๆ 15 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอก (Post-doctorates) ... และหลังจากนั้นก็พาไปกินอาหารกลางวันที่โรงอาหาร ซึ่งเป็นที่รวมของนักวิทยาศาสตร์ (ทั้งมีชื่อเสียงและไม่ค่อยมีชื่อเสียง) ประจำสถาบันนี้ ... ซึ่งวิทมารู้ที่หลังว่าปกติ ดร.ฮีธ จะแพ็คแซนวิชมาจากบ้านสำหรับมื้อกลางวัน และจะนั่งกินอยู่ในห้องทำงานเป็นส่่วนใหญ่ ... วันนั้นจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ ดร.ฮีธ ลงไปร่วมกินมื้อกลางวันกับคนอื่นๆ โดยเอาแซนวิชที่เตรียมมาไปนั่งกินข้างล่างแทน ...

บ่ายวันนั้น ดร.ฮีธ ส่งแบบฟอร์มมาให้ใบหนึ่ง แล้วบอกว่า "ก่อนที่จะเริ่มทำแล็บได้ คุณต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยทางจุลินทรีย์ และความปลอดภัยทางเคมี" ว่าแล้วก็พาวิทเิดินไปที่อีกปีกหนึ่งของอาคาร แล้วเข้าไปที่ห้องที่เยื้องๆกับห้่องทำงานของ ดร.แมทธิว "ห้องนี้คือห้องเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ และมีเครื่องนึ่งความดันไอน้ำสำหรับฆ่าเชื้อ" ซึ่งคนในสถาบันจะเรียกห้องนี้ว่า"ห้องครัว" ... ดร.ฮีท พาวิทไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่่ 3-4 คนในห้องนั้น ซึ่งบางคนกำลังง่วนอยู่กับการล้างเครื่องแก้ว และบางคนก็กำลังชั่งตวงสารต่างๆอยู่ และบอกกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าห้องครัวว่าให้ช่วย "อบรม" วิทให้หน่อย ...

จริงๆแล้วการอบรมไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการแนะนำเกี่ยวกับการทำงานกับสารเคมีและจุลิทรีย์ในห้องแล็บ เช่นขยะติดเชื้อหรืออันตรายจะต้องใส่ในถังที่รองด้วยถุงพลาสติหนาสีชมพู 2 ชั้นเพื่อนำไปกำจัดโดยการเผา ส่วนขยะธรรมดาใส่ในถังที่รองด้วยถุงดำ เครื่องแ้ก้วที่ต้องการล้างให้ใส่ในถังเหล็ก ส่วนเครื่องแก้วที่จะต้องนำไปฆ่าเชื้อต้องใส่ในถังเหล็กที่มีฝาปิด ฯลฯ เป็นต้น ... โดยเจ้าหน้าที่จากห้องครัวจะเป็นคนจัดการกับสิ่งของพวกนี้ และอย่างเครื่องแก้วก็จะล้างคืนมาให้เสร็จสรรพ ...

ในที่สุดการอบรมก็เสร็จสิ้นลง หัวหน้าห้องครัวเซ็นชื่อลงไปในแบบฟอร์มดังกล่าว พร้อมกับบอกว่า "เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้่ึคุณก็เริ่มทำแล็บได้เลย"

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 20 มีนาคม 2553
Last Update : 21 มีนาคม 2553 9:54:14 น.
Counter : 266 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
มีนาคม 2553

 
1
2
3
5
8
9
11
12
14
17
18
19
23
25
29
 
 
All Blog