บทที่ 69 ถนนสายความทรงจำ
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ... วิทออกเดินทางไปสถานีรถไฟตั้งแต่เช้า เพื่อขึ้นรถไฟไปลอนดอนตามลำพัง ... เขาใช้เวลาอยู่ที่ลอนดอนเกือบทั้งวันไปกับการเดินดูข้าวของในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลากหลายบนถนนออกซ์ฟอร์ด ... จนกระทั่งบ่ายแก่ วิทจึงตัดสินใจต่อรถใต้ดินไปยังสถานีแพดดิงตัน เพื่อต่อรถไฟไปยัง Oxbridge ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับวันนี้ ...

การอบรมที่จะมีขึ้นใน 4 วันถัดไป จัดที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงในเมืองนี้ และวิทยาลัยดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ห่างจากวิทยาลัยที่เจฟเรียนอยู่เพียง 300 เมตรเท่านั้น

********************************************************************************

วิทพบว่าห้องพัก en suite ที่จัดสรรไว้สำหรับเขานั้นอยู่ในหอพักสองชั้นที่ดูเหมือนบ้านเก่าแ่ก่ที่สร้างในสมัยเมดิวัล ซึ่งอายุอานามน่าจะหลายร้อยปี ... และแม้ว่าขณะนั้นจะเป็นเวลาเย็น บรรยากาศภายในหอพักก็ดูครึ้มจนวังเวง วิทรีบก้าวขึ้นบันไดไม้ไปยังชั้นสองของอาคาร และไขกุญแจเข้าไปในห้องพัก พลางนึกในใจว่า "ถ้าเป็นกลางคืนจะน่ากลัวขนาดไหนนะ?" ...

ในห้องนั้นแม้จะตกแต่งให้ดูทันสมัยกว่าตัวอาคารและบันได แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า้ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว และเฟอร์นิเจอร์อีกไม่กี่ชิ้น ... วิทวางกระเป๋าสะพายที่บรรจุสัมภาระมาไว้บนเก้าอี้ที่มุมห้อง ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง พร้อมกับปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความคิดของตัวเอง ...

กว่าที่วิทจะออกมาจากห้องพักอีกครั้งก็เป็นเวลาใกล้ค่ำ แสงจากหลอดไฟบริเวณทางเดินหน้า้ห้องและโถงบันไดแทนที่จะช่วยให้เกิดความสว่างไสวกลับทำให้ดูมืดสลัวอย่างน่าประหลาด และแสงสว่างนั้นก็แทบไม่ต่างอะไรจากแสงของโคมไฟที่จุดด้วยเทียนหรือตะเกียงน้ำมันซึ่งใช้กันเมื่อหลายร้อยปีก่อน ... ท้องฟ้าของต้นฤดูใบไม้ร่วงค่อยๆมืดลงไปทุกขณะ ใบไม้แห้งที่หลุดจากต้นปลิวไปตามสายลมเย็นยะเ้ยือก ... วิทรีบเดินออกมาจากหอพักและเขตวิทยาลัย จนมาสู่โลกสมัยใหม่ที่วุ่นวายไปด้วยผู้คน รถรา และแสงสว่างจากร้านค้า บนถนนด้านนอก

********************************************************************************

สำหรับอาหารมื้อเย็น วิทฝากท้องไว้กับร้านพาสต้าขนาดกลางที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวิทยาลัยแห่งนั้นเท่าไรนัก ... แต่หลังจากนั้น วิทยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไปดี ... เพื่อนที่มาจากสถาบันเดียวกันอีก 3 คนคงมาถึงแล้วพร้อมๆกัน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเจอกันอยู่ดีในเช้าวันรุ่งขึ้น วิทจึงมีทางเลือกระหว่างกลับไปนอนพักที่หอพักอายุนับร้อยปี หรือเดินเล่นในเมืองนี้ตามลำพัง และในที่สุดความรู้สึกอย่างหลังก็ชนะ ...

บางสิ่งบางอย่างดลใจให้วิทเดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย และภายใน 5 นาทีต่อมาเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ... วิทรู้สึกกึ่งผิดหวังกึ่งโล่งอกเมื่อพบว่าห้องชั้นล่างด้านที่ติดถนนของบ้านหลังนี้ปิดไฟมืด แต่กระนั้นวิทก็ยังมองเห็นเงาตะคุ่มของโซฟาริมหน้าต่างที่อยู่หลังผ้าม่านสีขาวที่ปิดสนิทนั้นได้เป็นอย่างดี ... ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องนั้นกระจ่างอยู่ในความทรงจำของวิท เตียงขนาดใหญ่กลางห้อง คอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานใกล้ประตู โปสเตอร์ขนาดเล็กใหญ่ที่ติดไว้รอบๆ ... ห้องนี้คือห้องของเจฟ แต่เจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะเจฟเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่ามหา'ลัยแห่งนี้เปิดเทอมต้นในเดือนตุลาคม ซึ่งช้ากว่ามหา'ลัยอื่นๆ และเป็นไปได้ว่าในขณะนี้เจฟยังคงอยู่ที่บ้านทางตะวันออกของลอนดอน ...

********************************************************************************

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นเวลาที่วิทได้พบกับเพื่อนที่มาจากสถาบันเดียวกันและผู้เข้าอบรมอื่นๆ รวมแล้วเกือบ 50 คน ซึ่งถ้าไม่นับเขาและเพื่อนอีก 3 คนซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาเอก คนที่เหลือล้วนเป็นคนที่ทำงานอยู่ในองค์กร หรือภาคเอกชน และหลายคนในจำนวนนั้นจบปริญญาเอกมาแล้ว แต่เป็นสาขาอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับพันธุวิศวกรรม ...

การอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น ... จากที่กำหนดไว้ในโปรแกรม อีก 4 วันนับจากนี้ ทุกคนจะต้องนั่งเรียนเลคเชอร์เต็มวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงครึ่ง โดยมีเวลาพักเบรคในตอนสายและบ่ายครั้งละครึ่งชั่วโมง และพักกลางวันอีก 1 ชั่วโมง โดยมีผู้สอนผลัดเปลี่ยนกันมา ในขณะที่ผู้เรียนเป็นชุดเดิมที่จะต้องเรียนแบบอัดแน่นในสิ่งที่สามารถสอนได้ใน 1 ภาคเรียนปกติให้จบภายใน 4 วัน

เมื่อการเรียนของวันแรกสิ้นสุดลง มีงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการอบรมซึ่งประกอบด้วยไวน์และของว่าง ตามด้วยอาหารเย็นซึ่งจัดในห้องโถงขนาดใหญ่ ไม่ต่างจากที่วิทเคยมีโอกาสเข้าร่วมเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในอีกวิทยาลัยหนึ่ง ...

วิทจำบรรยากาศในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ... ในห้องโถงที่รายล้อมด้วยภาพวาดสีน้ำมันเก่าแก่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเคร่งขรึมเป็นทางการ ซึ่งหลายคนในที่นั้นทำหน้าเหมือนไม่แน่ใจในพิธีการรับประทานอาหารมื้อเย็นของวิทยาลัย ... และเสียงกระซิบของเจฟว่า "เดี๋ยวจะมีการกล่าวขอบคุณพระเจ้า" ...

แต่วันนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน ... ห้องโถงของวิทยาลัยแห่งนี้ แม้ว่าจะมีอายุเก่าแก่และมีการตกแต่งในลักษณะที่คล้ายกัน แต่ทว่าบรรยากาศดูผ่อนคลายและเป็นกันเองมากกว่า ... และเมื่อบริกรนำอาหารจานแรกมาเสริฟ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นก็เริ่มลงมือ โดยไม่มีพิธีรีตรองอะไรทั้งสิ้น

หลังอาหารเย็น วิทกลับมาที่ห้องพักด้วยความเหน็ดเหนื่อยอย่างเป็นที่สุด แต่กระนั้นเมื่อมองไปรอบๆห้องซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าหนังสือพันธุวิศวกรรมเล่มบาง และเอกสารประกอบการอบรมอีกหนึ่งแฟ้มใหญ่ ... ไม่มีโทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสืออ่านเล่น และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เขาเพิ่งค้นพบว่าเขาเป็นคนเีดียวที่พักอยู่ในอาคารเก่าแก่หลังนี้ ในขณะที่คนอื่นๆพักอยู่ที่ตึกใหม่ทันสมัยอีกด้านหนึ่งของบริเวณวิทยาลัย

วิทตัดสินใจเดินออกมาด้านนอกอีกครั้ง สู่แสงสีของเมืองนี้ในยามค่ำคืน ... เขาเดินไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งไปถึงโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง วิทก้มมองนาฬิกาข้อมือ เทียบกับโปรแกรมหนังและเวลาฉายที่แสดงอยู่บนบอร์ดด้านใน ก่อนจะเข้าไปซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์แล้วเดินเข้าไปข้างใน ...

********************************************************************************

เป็นเวลาเืกือบ 4 ทุ่มที่วิทเดินออกจากโรงภาพยนตร์มาอยู่บนท้องถนนอีกครั้ง ผู้คนและรถราเริ่มบางตา ร้านค้าส่วนมากปิดทำการแล้ว ทำให้บรรยากาศของเมืองดูเงียบเหงาลง ...

วิทไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลมาอธิบายอย่างไร แต่ฝีเท้าก็ทำตามคำสั่งของหัวใจ ซึ่งบอกให้เขาเดินกลับไปตามถนนสายเดิมเหมือนในคืนที่ผ่านมา เพียงเพื่อจะพบกับห้องๆนั้นที่ยังคงปิดไฟมืด ในขณะที่เจ้าของห้องอยู่ห่างออกไปนับร้อยไมล์ ... และก็เหมือนกับคืนที่ผ่านมา ที่วิทต้องเดินกลับไปยังหอพักอันน่าสะพรึงกลัวตามลำพัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโปรแกรมการอบรมที่ยาวเหยียดในวันต่อๆไป ...

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 29 มิถุนายน 2553
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 17:53:59 น.
Counter : 299 Pageviews.

1 comments
  
ชอบคำว่า "ฝีเท้าทำตามคำสั่งของหัวใจ" จังเลยค่ะคุณวิท ^^
โดย: Tommy IP: 125.27.125.210 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:04:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
มิถุนายน 2553

 
 
1
2
4
5
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog