กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
18
19
20
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
23 กรกฏาคม 2552
All Blog
บทที่ 4 สุดทางรถไฟ
รถไฟสายนั้นค่อนข้างโล่ง มีผู้โดยสารนั่งอยู่ประปราย ภายในห้องโดยสารดูใหม่และสะอาด ที่นั่งในตู้โดยสารนี้มีลักษณะเป็นเ้ก้าอี้สองคู่หันหน้าเข้าหากัน มีโต๊ะอยู่ตรงกลาง ... วิทเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง วางกระเป๋าและเป้ไว้ที่ที่นั่งข้างๆที่ยังว่างอยู่ ส่วนกระเป๋าิเิดินทางใบใหญ่วางไว้ที่ช่องวางของตรงปลายตู้โดยสารข้างๆห้องน้ำ ... ที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นฝรั่งสามีภรรยา ...

หลังจากรถแล่นออกจากสถานีมุ่งหน้าไปทางตะวันออก วิทมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นบรรยากาศของเมืองลอนดอน ที่ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นย่านชานเมือง และย่านที่พักอาศัย เมื่อรถแล่นไปเรื่อยๆก็จะเปลี่ยนเป็นทุ่งกว้างที่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ... ความอ่อนเพลียจากการเดินทางทำให้วิทเผลองีบหลับไป แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงเหมือนคนพูดประโยคซ้ำไปซ้ำมา ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จึงลืมตาขึ้นมอง

"Ticket, please. ... Thank you." "ขอตรวจตั๋วด้วยครับ ... ขอบคุณครับ" เสียงนายตรวจเดินเข้ามาในตู้โดยสาร ร้องขอตรวจตั๋วจากผู้โดยสาร เมื่อรับมาเจาะทำเครื่องหมายแล้วก็ส่งคืนให้ พร้อมกับขอบคุณ

นายตรวจเดินพูดประโยคนั้นมาเรื่อย จนกระทั่งมาถึงโต๊ะที่วิทนั่งอยู่

"ขอตรวจตั๋วด้วยครับ"

วิทหยิบตั๋วยื่นให้ นายตรวจรับไปเจาะ แต่แทนที่จะส่งตั๋วคืนมาให้แล้วเดินต่อไปกลับก้มลงมองในตั๋วอีกครั้งและเริ่มต้นสนทนา

"คุณจะไปที่มหาวิทยาลัยใช่ไหม?"

"ใช่ครับ" วิทตอบงงๆ

นายตรวจนิ่งไปนิดเหมือนชั่งใจอะไรบางอย่าง แล้วก็ถามว่า "คุณเพิ่งมาต่างประเทศครั้งแรกใช่ไหม?"

"ใช่ครับ" วิทไม่รู้ว่าเขารู้ได้ัยังไง

"สถานีที่คุณจะไปอยู่ปลายทาง ... คุณไม่มีทางหลงแน่นอน" สุดท้ายเขาก็ส่งตั๋วคืนมาให้ "ขอบคุณครับ"

ว่าแล้วนายตรวจก็เดินไปที่ผู้โดยสารคนต่อๆไป พร้อมกับประโยคเดิมที่กลับมาดังอีกครั้งหนึ่ง "ขอตรวจตั๋วด้วยครับ ... ขอบคุณครับ" เสียงนายตรวจค่อยๆจางลงเมื่อเขาเดินไปจนพ้นตู้รถไฟตู้นั้น ... ป้าที่นั่งตรงข้ามหันมายิ้มให้วิทนิดนึง วิทยิ้มตอบและค่อยๆหลับตาลงช้าๆ

********************************************************************************

รถไฟใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงก็มาจอดที่สถานีปลายทาง ... วิทเดินลากและแบกกระเป๋าลงมาจากรถและเิดินไปตามชานชลา มองไปรอบตัวเห็นชาวต่างชาติเดินลากกระเป๋าเดินทางมาอีก 3-4 คน

"คนพวกนี้ดูท่าจะไปที่ U เหมือนกัน ... หวังว่าเมืองนี้คงมีมหา'ลัยแห่งเดียวนะ" วิกนึกในใจ ... ถัดจากสุดรางรถไฟที่หัวขบวนรถจอดอยู่เป็นโถงกว้างที่มีผู้คนพลุกพล่าน เลยไปมีตู้ขายตั๋ว และถัดออกไำปก็จะเป็นประตูทางออก "เดี๋ยวออกไปหาแท็กซี่ข้างนอกก็แล้วกัน"

แต่เมื่อวิทเิดินเข้าไปถึงโถงแห่งนั้น ก็มีหนุ่มฝรั่งตัดผมสกินเฮดเดินเข้ามาถามด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงท้องถิ่นที่รัวเร็วและฟังไม่รู้เรื่อง

"Hello, ... $@#%!&*#%@&%*^_^ ... University?" วิทฟังออกแค่คำแรกและคำสุดท้าย จากหน้าตาท่่าทางเข้าใจว่าเป็นคนขับแท็กซี่มาหาลูกค้าไปมหา'ลัย นึกในใจว่า "ประเทศนี้นี่แย่จริงๆปล่อยให้คนขับแท็กซี่เข้ามาแย่งลูกค้าเกือบถึงชานชลาเลย" แต่ในที่สุดก็พยักหน้ารับ

"คนขับแท็กซี่" บอกให้วิทเดินตามมาทางด้านหนึ่งของห้องโถง ... ที่นั่นมีคนลักษณะเหมือนนักศึกษาทั้งฝรั่งและต่างชาติที่มากับรถไฟเที่ยวนี้รออยู่อีกหลายคน เขาบอกให้วิทรออยู่ตรงนั้นก่อน ... แล้ว "คนขับแท็กซี่" ก็เิิดินกลับไปที่เดิมเพื่อไปรับคนอื่นๆต่อ วิทเพิ่งสังเกตเห็นว่าีนายคนนี้ใส่เสื้อยืดที่มีสกรีนด้านหลังว่า "Union House" หรือองค์กรนักศึกษา และในบริเวณแถวนั้นก็มีหนุ่มสาวฝรั่งใส่เสื้อแบบเดียวกันเดินอยู่หลายคน "สงสัยจะไม่ใช่คนขับแท็กซี่ซะละมั้งแบบนี้"

เมื่อผู้โดยสารที่มากับขบวนรถเดินออกมาจากชานชลาจนหมด หนุ่มสาวกลุ่มนั้นก็กลับมา และบอกให้คนที่รออยู่เดินตามไปขึ้นรถข้างนอก ... ในที่สุดวิทและคนอื่นๆก็ขึ้นมานั่งอยู่บนรถโคชคันใหญ่ที่มีโลโก้ตรามหา'ลัยที่เหมือนกับหัวกระดาษของจดหมายที่เขาถือมา และเมื่อทุกคนขึ้นรถเรียบร้อย รถก็ค่อยๆแล่นออกไปจากลานจอดรถของสถานีรถไฟ ...

********************************************************************************

ระหว่างทางวิทมองออกไปข้างนอกอย่างตื่นตาืีตื่นใจ ... รถแล่นผ่านย่านร้านค้าที่ดูเหมือนย่านชานเมืองมากกว่าใจกลางเมือง และพอออกจากย่านนั้นก็เป็นย่านบ้านพักอาศัยยาวไปตลอด ... ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าไปบนถนนสายหนึ่ง ด้านหนึ่งของถนนมีต้นไม้ขึ้นสูง อีกด้านหนึ่งเป็นสนามหญ้ากว้างดูเหมือนสนามกีฬา เขาเห็นป้ายใหญ่มีตราโลโก้ของ U ... ในที่สุดรถก็แล่นผ่านป้อมยาม และเลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถ และเปิดประตูให้ทุกคนลงจากรถ ...

เมื่อลงมาจากรถแล้ว พวกองค์กรนักศึกษาที่ไปรับก็บอกให้ทุกคนเดินตามมาเพื่อพาไปสำนักงานหอพัก ... เส้นทางที่เดินมาเป็นทางลาดระยะทางไม่ยาวนัก ทางด้านซ้ายมีสนามหญ้าและถัดไปเป็นอาคารสีขาวหน้าตาเหมือนหอพักนักศึกษา ส่วนด้านขวาเป็นตึกสี่เหลี่ยมใหญ่โตที่ชั้นล่างสุดเป็นร้านอาหารประเภทจานด่วน ที่สุดทางเดินเป็นอาคารที่มีร้านค้าเรียงต่อกัน มีทั้งร้านซักผ้า ซุปเปอร์มาร์เกตเล็กๆ ธนาคาร ร้านขายเครื่องเขียน และไปรษณีย์ ... และที่อยู่ระหว่างร้านพวกนี้่ก็คือสำนักงานหอพัก ซึ่งเวลานั้นมีผู้คนยืนรอคิวอยู่เป็นแถวยาวเลยออกมานอกประตู ด้านในสุดเป็นเคาน์เตอร์ที่มีเจ้าหน้าที่ 2-3 คนกำลังพูดคุยกับคนที่อยู่หัวแถว คนที่เพิ่งมาใหม่รวมทั้งวิทก็เลยไปยืนต่อท้ายแถว ... ระหว่างที่รออยู่นั้นก็มีเจ้าหน้าที่เดินออกมาจากข้างใน บอกกับคนที่ยืนรออยู่ในแถวว่าถ้าใครมีใบอะไรซักอย่างให้ออกมาจากแถวแล้วไปติดต่อที่เคาน์เตอร์อีกช่องหนึ่งได้เลย ...

วิทมาเข้าใจในภายหลังว่าคนที่มายืนรอคิวอยู่นี้เป็นคนที่มาสมัครเข้าหอพัก ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่เช็คหาห้องที่ว่างแล้วค่อยจัดห้องให้ ส่วนคนที่มีเอกสารที่ว่าคือพวกนักศึกษาปี 1 ที่มีการจัดห้องพักไว้ให้แล้ว จึงสามารถเข้าอีกช่องเพื่อรับกุญแจห้องได้ทันที

วิทมองดูจดหมายในมืออีกครั้ง ซึ่งเป็นจดหมายยืนยันจาก U ที่ระบุหลักสูตรที่เีรียนพร้อมทั้งระบุในท้่ายจดหมายว่าได้มีการจองที่พักไว้ให้แล้ว แต่ไม่ใช่ใบอะไรที่เจ้าหน้าที่มาเีรียกหาอย่างแน่นอน ... ด้วยความลังเล วิทยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวที่เดินผ่านมา เธอหยิบขึ้นมาอ่านครู่หนึ่งก็บอกให้วิทไปติดต่อช่องนั้นได้เลย

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์พิมพ์ชื่อวิทเข้าไปในคอมพิวเตอร์ ก็หันไปบอกเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังให้หยิบกุญแจมาให้ แล้วหันมาบอกกับวิืทพร้อมกับยื่นแผนที่ของ U ให้แผ่นหนึ่ง

"ห้องของคุณอยู่ที่ตึก xxxxxxx แฟลต x ห้อง xxx" เจ้าหน้าที่บอก และเมื่อเห็นวิทยังทำหน้างงอยู่ เธอเลยเอาปากกาชี้ไปที่แผนที่แล้วทำเครื่องหมายให้ "ตอนนี้คุณอยู่ตรงนี้ ... ส่วนตึก xxxxxxx อยู่ตรงนี้"

"เอ่อ ... ขอบคุณครับ" วิทตอบพร้อมกับเดินออกมาจากแถวที่มีคนมาต่อเพิ่มขึ้นจนเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ

********************************************************************************

วิทออกมาตั้งหลักอยู่ตรงลานหน้าสำนักงานหอพัก ผู้คนที่มารอหอพักดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในขณะที่ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง ... วิทเอาแผนที่ออกมาดูอีกครั้งเพื่อหาว่าตึก xxxxxxx อยู่ตรงไหน แต่ยังไม่ทันทำอะไรมากกว่านั้นก็มีคนเข้ามาทัก

"สวัสดี ... มีอะไรให้ช่วยมั้ย?" คนถามเป็นหนุ่มผมบลอนด์ ใ่ส่เสื้อยืดที่สกรีนคำว่าองค์กรนักศึกษา และเป็นหนึ่งในคนที่ไปรับที่สถานีรถไฟนั่นเอง

"เอ่อ ... ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหน!" วิทตอบ รู้สึกว่าตัวเองช่างโง่จริงๆ

"คุณพักที่ไหนล่ะ"

"ตึก xxxxxxx แฟลต x ห้อง xxx" วิทอ่านตามที่เจ้าหน้าที่เขียนมาให้ในแผนที่

"ตึกเดียวกันเลย ... ตามมาก็แล้วกัน" ว่าแล้วหนุ่มคนนั้นก็เอากระเป๋าของวิทมาช่วยถือ แล้วเดินนำ ปล่อยให้วิทเดินลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ตามมาตามทางลาดชันเดิมที่เดินมาตอนแรก

หนุ่มคนนั้นพามาที่ตึก 4 ชั้นสีน้ำตาลยาวเหยียด ที่ภายนอกก่อด้วยอิฐก้อนใหญ่ไม่ได้ฉาบปูน ... จริงๆแล้วตึกนี้อยู่ไม่ห่างจากลานจอดรถ และวิทก็เดินผ่านตึกนี้มาตั้งแต่แรกก่อนที่จะไปติดต่อสำนักงานหอพัก ... หนุ่มคนนั้นพามาหยุดที่ประตูกระจกบานหนึ่งที่เป็นทางเข้า แล้วบอกให้วิทใช้กุญแจไขเข้าไป ด้านในประตูเป็นโถงบันได ที่วิทต้องเดินขึ้นไปชั้น 3 และเมื่อถึงแล้วหนุ่มคนนั้นก็เดินนำผ่านทางเดินที่มีห้องพักเรียงรายอยู่สองข้าง ที่สุดทางเดินมีประตูกั้น และเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอทางเดินที่มีลักษณะเดียวกันอีกชุดหนึ่ง ... ซึ่งถัดจากประตูนี้ไปแค่ 2 ห้องทางด้านซ้ายมือก็คือห้องหมายเลย xxx ที่จะเป็นบ้านใหม่ของวิทนั่นเอง

"ถึงแล้ว" หนุ่มคนนั้นบอก ปล่อยให้วิทไขกุญแจเพื่อเปิดประตู ... ในห้องนั้นมืดสนิท ที่ด้านตรงข้ามประตูเป็นหน้าต่างกว้างเกือบเท่าความกว้างของห้องแต่มีผ้าม่านหนาสีน้ำตาลปิดอยู่ ... หนุ่มคนนั้นดึงสวิตช์ไฟที่เป็นเชือกแขวนมาจากเพดานและอยู่ด้านในประูตู อย่างคนที่คุ้นเคยกับห้องพักที่ตึกนี้เป็นอย่างดี ทำให้้ห้องสว่างขึ้น เขาวางกระเป๋าของวิทลงบนโต๊ะใหญ่ภายในห้องแล้วหันมาบอก

"ผมก็จะต้องเอาของไปเก็บที่ห้องเหมือนกัน" พร้อมกับคำลา

"ขอบคุณนะ ... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"

********************************************************************************

"บ้านใหม่" ของวิทเป็นห้องเล็กๆ ... เมื่อเปิดประตูเข้ามามุมด้านขวาของประูตูมีอ่างล้่างหน้าและกระจก ส่วนมุมด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้าติดผนัง ตามแนวผนังทั้งสองข้างฝั่งหนึ่งเป็นบอร์ดกว้างเหมือนบอร์ดสำหรับติดประกาศ อีกฟากหนึ่งเป็นชั้นวางหนังสือติดผนัง ด้านในสุดของห้องเป็นหน้าต่างที่มีเครื่องทำความร้อนเป็นแผงสีขาวตั้งอยู่ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในห้องมีเตียง โต๊ะยาวพร้อมเก้าอี้ และเก้าอี้เหล็กปูเบาะหนังสำหรับรับแขก ... ตอนนั้นเป็นเวลาค่ำแล้ว วิทตัดสินใจเดินกลับไปที่แถวๆสำนักงานหอพักอีกครั้ง แต่คราวนี้ไปแวะซุปเปอร์มาร์เกตเพื่อซื้อของกินสำหรับมื้อเย็น ...

ในที่สุดวิทก็กลับมาที่ห้องพร้อมกับนมสดกล่อง มัฟฟิน และช็อคโกแล็ตแท่ง ซึ่งนั่นก็จะเป็นอาหารเย็นมื้อแรกบนแผ่นดินประเทศอังกฤษ



สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2552 12:32:32 น.
Counter : 343 Pageviews.

2 comments
  
ห้องน่ารักดี
โดย: Joe IP: 125.26.148.22 วันที่: 16 ธันวาคม 2552 เวลา:14:12:11 น.
  
เก่งจังค่ะ ไปเมืองนอกครั้งแรกคนเดียว นับถือๆ
โดย: ple (apple.007 ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:48:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin