บทที่ 53 ผลไม้ต้องห้าม (ii) (คำเตือน: เรท Y)
"มาเรีย" เป็นหนึ่งในนักศึกษาปริญญาเอกปี 1 เช่นเดียวกับวิท ... มาเรียเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายและช่างพูดช่างคุย จึงสนิทสนมกับคนที่อยู่มาก่อนและคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ... และด้วยความที่อยู่ในกลุ่มวิจัยเดียวกันและทำงานในห้องแล็บเดียวกันกับวิท มาเรียกับวิทจึงสนิทกันค่อนข้่างมากและจัดว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ...

มาเรียแวะมาคุยกับวิทที่โต๊ะแล็บในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่วิทเพิ่งเริ่มลงมือทำงาน "วิท เธอเห็นประกาศที่บอร์ดมั้ย เรื่องการอบรมเกี่ยวกับพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น"

"พันธุวิศวกรรมเบื้องต้น" วิทนึกในใจ "งานที่ทำๆกันอยู่ทุกวันในกลุ่มนี่ก็เป็นพันธุวิศวกรรมอยู่แล้ว และไม่น่าจะเป็นเบื้องต้นอีกต่างหาก"

แต่วิทก็ตอบไปเพื่อไม่ให้่เสียมารยาทว่า "เหรอ ... แล้วมีรายละเอียดยังไง อบรมที่ไหน"

"ก็เป็นคอร์สสั้นๆ 4 วัน ช่วงต้นเดือนตุลาคม ... จัดโดยมหา'ลัย Oxbridge"

ประโยคสุดท้ายทำให้วิทหูผึ่ง แต่ก็ัไม่ได้ทำท่าพิรุธอะไรออกมา ได้แต่พูดออกมากลางๆว่า "แสดงว่าเธออยากไป ..." มาเรียพยักหน้ารับ "แล้วจะชวนใครบ้างล่ะ?"

"ก็เีดี๋ยวลองถามนักศึกษาป.เอกในกลุ่มเรานี่แหละ ... แต่เธอจะไปมั้ยล่ะ?"

"ฟังดูน่าสนใจดี ... แต่ว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่าลงทะเบียน ค่าเดินทาง ค่าที่ัพัก อะไรพวกนี้"

"ฉันจะลองคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาดู ... ฉันคิดว่าสถาบันน่าจะมีงบตรงนี้ ก็หักจากเงินค่าลงทะเบียนกับเงินทำแล็บของพวกเราน่ะ"

"เอาอย่างนี้ ... เราจะไปถามฮีธเรื่องนี้ก่อน ถ้าเบิกจากสถาบันได้เราก็จะไป" วิทตัดสินใจ "ส่วนเธอลองไปชวนคนอื่นดู ... แล้วให้แต่ละคนไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเอง ... ดีมั้ย"

ซึ่งเมื่อวิทไปพูดคุยกับ ดร.ฮีธ ในเวลาต่อมา ก็ปรากฏว่าไม่มีปัญหาอะไรเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะสถาบันยินดีจ่ายให้ทั้งหมด ...

สรุปว่ามีคนที่จะไปอบรมในครั้งนี้ทั้งหมด 4 คน ... หลังจากส่งแฟกซ์ไปจัดการเรื่องลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว วิทก็ได้แต่รอคอยวันนั้น ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ได้ใช้เวลาว่างหลังจากการอบรมร่วมกับเจฟที่โน่นอย่างน้อยก็ 4 วัน ...

********************************************************************************

ตั้งแต่เจฟย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน การติดต่ิอระหว่างวิทและเจฟเป็นไปอย่างยากลำบากกว่าเิดิม ... เจฟไม่กล้าใช้โทรศัพท์ที่บ้านโทรมาเพราะไม่อยากให้พ่อ-แม่มีคำถาม และถ้าวิทโทรไปก็จะไม่ค่อยสะดวกที่จะพูดคุยซักเท่าไหร่ มีเพียงการสื่อสารกันทาง email เท่านั้นที่พอทำได้บ้าง แต่ก็ไม่สม่ำเสมอเหมือนตอนที่เริ่มติดต่อกันใหม่ๆ ...

แต่แล้วคืนหนึ่งเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นในห้องของวิท ...

"ฮัลโล"

"ฮัลโลวิท นี่เจฟนะ"

"อ้าวเจฟ นี่โทรมาจากที่ไหน ... นายกลับไปที่หอพักแล้วเหรอ"

"เปล่า แต่เรามาเล่นคอนเสิร์ตที่ xxxxxx" เจฟบอกชื่อเมือง ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเกือบร้อยไมล์ "ตอนนี้คอนเสิร์ตจบแล้ว อยากจะแวะไปหา ..."

"แล้วนี่นายจะมายังไงดึกขนาดนี้" ตอนนั้นเป็นเวลาราวๆ 2 ทุ่มครึ่ง

"เรายืมรถที่บ้านมา ... ถ้านายไม่ขัดข้องเราจะขับไปหานายตอนนี้เลย ... คงใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง"

"โอเค งั้นเราจะรอนายอยู่ที่นี่ ... ขับรถดีๆนะ แล้วเจอกัน"

********************************************************************************

กว่าสี่ทุ่มครึ่ง วิทได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่ลานจอดรถของซุปเปอร์มาร์เก็ต และเมื่อแง้มหน้าต่างออกไปดูก็เห็นเจฟเปิดประตูเดินลงมาจากรถ พร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ใส่เครื่องดนตรีและกระเป๋าสะพายใบเล็กอีกใบหนึ่ง ...

เมื่อเจฟเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้วก็วางกระเป๋่าใบใหญ่ที่มุมห้องด้านหนึ่งอย่างทะนุถนอม ก่อนจะนั่งลงที่ปลายเตียง ...

"นี่ราคาแพงกว่ารถอีกนะ" เจฟหมายถึงเครื่องดนตรีในกล่องนั้น ซึ่งคงแพงกว่ารถอายุหลายปีของที่บ้านที่จอดอยู่ข้างนอก "เลยต้องเอาติดขึ้นมาด้วย ... เราต้องทำงานพิเศษเก็บเงินอยู่ตั้งนานกว่าจะซื้อได้ แต่ที่บ้านก็ช่วยออกให้ครึ่งหนึ่ง"

"แล้วคอนเสิร์ตเป็นไงบ้าง ของชมรมหรือ?" วิทถามเหมือนจะชวนคุย

"เปล่าหรอก พอดีคนที่รู้จักเค้าโทรมาชวน ก็เลยไปร่วมกับเค้า"

"แล้วขับรถไปจากบ้านนายเนี่ยนะ คงไกลน่าดู"

"ใช่สิ ขับรถออกไปตั้งแต่ตอนบ่าย แต่เล่นคอนเสิร์ตจริงๆแป๊บเดียว ... อ้อ เราขอยืมใช้โทรศัพท์หน่อยสิ ต้องโทรไปบอกที่บ้านว่าจะไม่กลับคืนนี้"

วิทได้แต่งง แต่ก็บอกให้เจฟใช้โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเครื่องคอมฯได้ตามสบาย ... ที่บ้านเจฟคงเคยชินกับการที่เจฟยืมรถขับไปเล่นคอนเสิร์ตเมืองไกลๆ แล้วกลับมาตอนดึกๆ ... แต่คราวนี้เจฟอ้างว่า "เหนื่อยมาก เลยจะนอนพักที่ 'เมืองนั้น' แล้วค่อยขับรถกลับในตอนเช้า"

"เรียบร้อยแล้ว" เจฟหันมาบอกวิทหลังจากที่วางสายไป ... เจฟกลับไปนั่งที่ปลายเตียง ในขณะที่่่วิทกลับมานั่งที่โต๊ะคอมฯซึ่งอยู่ห่างกันไม่ถึงครึ่งเมตร

"รู้มั้ยว่าเหตุผลหนึ่งที่เราไม่กลับบ้านคืนนี้ก็เพราะเราลืมเอากุญแจบ้านมา ... ถ้าขับรถกลับบ้านก็จะถึงดึกมาก แล้วต้องเรียกให้ที่บ้านตื่นมาเปิดประตูให้" เจฟบอก

"แล้วเหตุผลอื่นล่ะ?" วิทสงสัย ... เจฟมองหน้าวิทแทนคำตอบ สายตาของเจฟบอกทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในนั้น

วิททำท่าไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายของเจฟ

เจฟเลยเล่าต่อว่า "พอไปถึงที่โน่น แล้วเพิ่งรู้ว่าลืมเอากุญแจบ้านมาด้วย ... เลยมีคนแซวว่าคนที่ลืมของสำคัญขนาดนี้ได้แสดงว่า ... 'กำลังมีความรัก'"

"แล้วที่เค้าพูดมันจริงหรือเปล่าล่ะ" วิทแกล้งถาม

"นายมานั่งนี่สิ" เจฟบอกให้วิทย้ายมานั่งข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลศนัย "จะได้พิสูจน์ว่ามันจริงหรือเปล่า ..."

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 12 เมษายน 2553
Last Update : 12 เมษายน 2553 11:58:33 น.
Counter : 255 Pageviews.

3 comments
  
Nicely narrated....

Thanks,
TJ
โดย: TJ IP: 78.101.218.67 วันที่: 12 เมษายน 2553 เวลา:22:20:50 น.
  
คนกะลังมีความรัก ทำอะไรก้กรุ้มกริ่มเนอะ เขิลๆ ^^
โดย: ToMMY IP: 125.27.124.103 วันที่: 13 เมษายน 2553 เวลา:12:42:10 น.
  
จดๆๆมุกนี้ชนะเลิศ
โดย: mecon (m_econ ) วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:23:57:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
เมษายน 2553

 
 
 
 
1
2
4
5
7
8
10
11
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
28
30
 
 
All Blog