กุมภาพันธ์ 2553

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
15
16
17
18
19
20
21
22
25
27
 
 
13 กุมภาพันธ์ 2553
All Blog
บทที่ 29 กลับถึงบ้าน
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงสถานีรถไฟของเมือง Harwich พบว่ารถไฟสายที่จะไปที่เมืองของเขานั้นเพิ่งออกไปพอดี ... เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่แถวนั้น เื่มื่อรู้ว่าทั้งสองกำลังจะตกรถไฟก็บอกให้รีบวิ่งไปที่ชานชลาทันที ... จะด้วยปาฏิหารย์หรือเจ้าหน้าที่วิทยุไปบอกพนักงานขับรถก็ไม่อาจทราบได้ รถไฟที่แล่นออกไปเกือบพ้นชานชลาก็หยุด แล้วเปิดประตูให้ทั้งสองวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นไปได้ในที่สุด ...

เมื่อทั้งสองหาที่นั่งได้ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะในวันอาทิตย์อย่างนี้ ทั้งรถไฟและรถเมล์ในอังกฤษจะมีให้บริการค่อนข้างห่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟสายท้องถิ่นแบบนี้ ซึ่งไม่ต่างจากรถไฟธรรมดา (รถหวานเย็น) ในเมืองไทย ซึ่งนอกจากจะวิ่งช้า และจอดเกือบทุกสถานีแล้ว ถ้าพลาดขบวนนี้อาจจะต้องรอเที่ยวต่อไปอีกเป็นชั่วโมงทีเดียว

แ้ม้ัว่าอากาศในอังกฤษวันนี้จะไม่ต่างจากวันที่เขาขึ้นเครื่องไปเบอร์ลินเท่าไหร่ และตามข้างทาง หิมะที่ตกตอนช่วงปีใหม่ก็ละลายไปจนหมดแล้ว แต่วิทก็รู้สึกว่าอากาศที่นี่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะัอย่างยิ่งเสียงผู้โดยสารในขบวนพูดคุยกันแว่วมาในภาษาที่เขาคุ้นเคยมากกว่าภาษาเยอรมัน ทำให้วิทรู้สึกเหมือนกับว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว

********************************************************************************

เมื่อมาถึงสถานีปลายทางในอีกชั่วโมงต่อมา ... วิทและทอมเดินออกไปรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าทางออกของสถานี ... ที่ตรงนั้นมีหนุ่มสาววัยมหา'ลัยยืนรออยู่ก่อนแล้ว 3-4 คน พร้อมกระเป๋าสัมภาระหลายใบ มีท่าทางกระวนกระวาย

"พวกเธอจะไปมหา'ลัยใช่มั้ย?" เด็กสาวหนึ่งในจำนวนนั้นถามด้วยสำเนียงอเมริกัน

"ใช่" วิทตอบไป

"พวกเรายืนรอรถเมล์อยู่ที่นี่มากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่เห็นมีรถซักคัน ... ทั้งๆที่ตามตารางควรจะมีรถเข้ามาที่นี่ืเ่มื่อ 15 นาทีที่แล้ว" สาวคนเดิมบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

วิทและทอมไม่รู้จะทำอะไรนอกจากยืนรอต่อไป แต่ไม่นานคนกลุ่มนั้นดูจะหมดความอดทน จึงหันมาถาม "เรานั่งแท็กซี่กลับกันดีกว่า พวกเธอจะแชร์ด้วยมั้ย?"

วิทหันไปมองทอมเหมือนจะขอความเห็น แต่ทอมรีบตอบปฏิเสธไป ปล่อยให้หนุ่มสาวพวกนั้นลากกระเป๋าไปขึ้นแท็กซี่สีำดำคันโตที่จอดอยู่ไม่ไกล ... ในขณะที่ทอมเดินแบกกระเป๋าออกไปอีกทางหนึ่ง มุ่งหน้าไปทางถนนด้านข้างสถานีรถไฟ

"นี่นายจะไปไหน? ... แล้วทำไมไม่แชร์ค่าแท็กซี่กับพวกเขา?" วิทถามขณะแบกกระเป๋าวิ่งตามทอมมาห่างๆ ด้วยความงุนงง

"ถ้านายอยากแชร์ก็ทำไมไม่ไปล่ะั" ทอมหันมาตอบท่าทางหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นวิทนิ่งเงียบ น้ำเสียงก็อ่อนลง "เราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันอาทิตย์น่ะรถเมล์ไม่เข้าไปรับผู้โดยสารที่ป้ายหน้าทางออก แต่จะจอดเฉพาะที่ป้ายบนถนนด้านนอกเท่านั้น" ทอมนิ่งไปนิดนึงแล้วพูดต่อว่า "อีกอย่าง เราไม่อยากตกรถเมล์เหมือนที่เกือบตกรถไฟก่อนหน้านี้ ..."

********************************************************************************

วิทมาถึงห้องพักด้วยความเหน็ดเหนื่อยอย่างที่สุด ทอมเริ่มมีนตึงตั้งแต่กลับมาถึงประเทศนี้ "แล้วต่อจากนี้ไปจะเป็นยังไง" วิทได้แต่ตั้งคำถามตัวเองในใจ ...

เมื่อวิทเข้าไปในครัวในอีกครู่ใหญ่ต่อมา เจมส์ที่เปิดประตูครัวเข้ามาทีหลัง รีบเข้ามาทักทาย "สวัสดีวิท เยอรมนีเป็นไงบ้าง?"

"นายรู้ได้ยังไง? ทอมเล่าให้ฟังเหรอ?"

"เปล่าหรอก ... ก็นายหายไปหลายวัน แล้วอยู่ๆก็กลับมาพร้อมกับทอม ... แล้ัวก็ มีไส้กรอกเยอรมันถุงเบ้อเริ่มอยู่ในตู้เย็น" เจมส์พูดพลางเปิดประตูตู้เย็นให้ดู

วิทถอนหายใจ ... เจมส์กลับบ้านไปตั้งแต่ปิดเทอมใหม่ๆ และตอนที่วิทหายไปก็ยังไม่กลับมา แสดงว่าคนช่างนินทาแถวนี้ึคงเล่าให้ฟังกันไปทั่ว แต่อย่างไรก็ดีการที่สองคนนี้กลับมาเป็นคู่สุดท้าย ในขณะที่คนอื่นๆกลับกันมาแล้วก่อนหน้านี้ ย่อมเป็นที่สังเกตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ไส้กรอกถุงนั้นไม่ใช่ของเราหรือของทอมหรอกนะ"

"แล้่วอาหารเยอรมันเป็นไง อร่อยมั้ย?" เจมส์ไม่วายถามต่อ

วิทพยายามทบทวนว่าที่ไปอยู่มาหลายวันได้กินอะไรบ้างที่เป็น "อาหารเยอรมัน" แต่ก็คิดไม่ออก "ไส้กรอกอิตาเลียน กับชีส นี่ถือว่าเป็นอาหารเยอรมันหรือเปล่า? ... อ้อแล้วก็พิซซ่าด้วย" ซึ่งรายการหลังนี่ เนื่องจากว่ามีอยู่วันหนึ่งในขณะที่เดินผ่านร้านขายพิซซ่าในเมือง วิทบอกกับทอมว่าน่าจะซื้อพิซซ่ากลับไปกินเป็นอาหารเย็นบ้าง [เพราะเบื่อสลัด ขนมปัง ชีส และไส้กรอกแล้ว] ทำให้เย็นวันรุ่งขึ้นแ่ม่ของทอมเลยทำพิซซ๋าเป็นอาหารมื้อเย็น

เจมส์ส่ายหน้า และเมื่อดูเหมือนจะเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนแล้วก็ขอตัวออกจากครัวไป จนวิทเกือบจะรู้สึกว่าที่จริงเจมส์ไม่ได้เข้ามาทำอะไรในครัีวมากไปกว่าเข้ามาหาวิทเพื่อถามคำถามพวกนั้นเท่านั้นเอง

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2553 20:30:32 น.
Counter : 283 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin