บทที่ 38 ไปสัมภาษณ์ที่สถาบันวิจัย
หลังจากที่พี่เจนย้ายเข้ามาอยู่ที่บล็อกของวิทได้ไม่กี่วัน เขาก็ตัดสินใจไปติดต่อกับสำนักงานหอพักเพื่อขอย้ายหอพักบ้าง ซึ่งในช่วงนี้มีห้องว่างอยู่เป็นจำนวนมาก ... ในที่สุดวิทก็ได้ย้ายไปอยู่หอพักเดียวกับพี่นก ที่อยู่ติดกับด้านหลังของมหา'ลัีย แถมเป็นบล็อกที่อยู่ตรงกันเพียงแต่วิทอยู่ชั้น 2 และพี่นกอยู่ชั้น 3 ...

หอพักแห่งนี้ต้องเสียค่าเช่าที่สูงกว่า แต่ก็มีความสะดวกสบายมากกว่าหอเดิม ... ในบล็อกหนึ่งๆจะมีห้องพักประมาณ 10 ห้อง และมีห้องครัวที่กว้างขวาง ... ส่วนเรื่องของความปลอดภัยก็ดีกว่า กล่าวคือในแต่ละบล็อกจะมีประตูทางเข้าที่เปิดได้เฉพาะกุญแจของคนที่อาศัยอยู่ในบล็อกนี้เท่านั้น แต่จะมีออดติดอยู่หน้าประตูสำหรับแขกที่มาเยือนไว้กดเรียก ... นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำและเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าภายในห้องอีกด้วย

********************************************************************************

หลังจากที่วิทจัดการเรื่องย้ายหอพักเสร็จเรียบร้อย และอ่านรายงานประจำปีของสถาบันวิจัยทั้งสองแห่ง ซึ่งแห่งหนึ่งทำวิจัียทางด้านพืช และอีกแห่งหนึ่งวิจัยเกี่ยวกับอาหาร เขาจึงกลับไปพบ ดร.สมิธ อีกครั้ง

"ผมตัดสินใจแล้วครับว่าอยากทำงานวิจัยเกี่ยวกับแบคทีเรียที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหาร" วิทบอก "ซึ่งก็น่าจะอยู่ในแผนกนี้ครับ" ว่าแล้วก็ส่งรายงานวิจัยที่มีที่คั่นหนังสือคั่นหน้านั้นให้อาจารย์ที่ปรึกษา

ดร.สมิธรับไปอ่านดูอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกว่า "งั้นผมจะโทรนัดให้ก็แล้วกัน คุณลองไปคุยกับทางโน้นดูว่าสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ" ว่าแล้วก็จัดแจงกดโทรศัพท์ไปตามหมายเลขในหนังสือนั้นทันที ...

ดร.สมิธ อธิบายกับทางปลายสายอยู่พักหนึ่งว่า วิทเป็นนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตร 2 ปี ซึ่งปีที่ 2 ต้องทำวิจัย และมีความสนใจแบคทีเรียที่เกี่ยวกับอาหาร ฯลฯ ... ว่าแล้วก็หันกลับมาถาม "วันจันทร์หน้้าคุณสะดวกมั้ย ซัก 10 โมงเช้า"

"สะดวกครับ"

อาจารย์ที่ปรึกษากลับไปคุยกับทางปลายสายอีกครู่หนึ่ง แล้วก็วางสายไป ก่อนจะหันกลับมาคุยกับวิทต่อ "ตกลงว่าวันจันทร์ คุณไปที่สถาบันได้เลย ไปติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ แล้วบอกว่านัดไว้กับ ดร.แมทธิว โจนส์"

"ขอบคุณมากครับ"

********************************************************************************

เมื่อวันที่นัดไว้มาถึง วิทแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ กับรองเท้าหนัง แล้วเิดินออกจากหอพักที่อยู่หลังมหา'ลัยไปตามถนนแคบๆ ที่สองข้างทางเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยป่าไม้ที่มีแม่น้ำแยร์ไหลผ่าน ... เมื่อเิิดินผ่านสะพานข้ามแม่น้ำไปจะเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ที่ไกลออกไปข้างหน้าจะเห็นอา่คารเรียงรายกันอยู่หลายหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คืออุทยานวิจัยนั่นเอง ... วิทเดินไปตามถนนเลียบทุ่งหญ้าจนไปเจออาคาร 4 ชั้นสีน้ำตาล ซึ่งก็คือ "สถาบันวิจัยอาหาร" ที่เขาจะต้องมาติดต่อ ...

เมื่อวิทเข้าไปที่ประตูหน้าของสถาบันวิจัย สิ่งแรกที่พบคือเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนหน้าตายิ้มแย้ม ท่าทางเป็นมิตรนั่งรออยู่

"คุณจะต้องกรอกรายละเอียดในนี้" เจ้าหน้าที่บอกพลางส่งสมุดเล่มหนาให้ หลังจากที่วิทบอกวัตถุประสงค์ของการมาในครั้งนี้ ... ซึ่งในนั้นผู้มาติดต่อทุกคนจะต้องเขียนชื่อ องค์กรหรือแหล่งที่มา เวลาเข้า และจะต้องมาลงเวลาออกตอนจะกลับอีกครั้งหนึ่ง ... เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวก็ส่งบัตรพลาสติกให้ใบหนึ่ง ในนั้นมีกระดาษพิมพ์คำว่า "visitor" หรือผู้มาเยือน พร้อมกับบอกให้เขากลัดติดเสื้อไว้ และให้นั่งรอที่โซฟาที่อยู่ตรงข้าม ...

หลังจากนั้นเจ้าหน้้าที่คนนั้นก็ต่อโทรศัพท์ไปพูดคุยกับใครคนหนึ่ง ได้ยินแว่วๆว่า "มีสุภาพบุรุษชาวจีนมารอพบแมทธิว ... เขาบอกว่านัดเอาไว้"

วิทได้แต่นึกบ่นอยู่ในใจ "แหมป้านี่เห็นใครหน้าเอเชียก็เหมาว่าเป็นชาวจีนไปซะหมด"

ซักครู่ป้าก็วางสายไป แล้วหันมาบอกวิทว่า "นั่งรอซักครู่นะคะ" ...

ระหว่างนั้น วิทก็นั่งดูการทำงานของคุณประชาสัมพันธ์ด้วยความทึ่ง ซึ่งป้าจะรับโทรศัพท์ด้วยเสียงหวานใส เป็นจังหวะจะโคน "สวัสดีค่ะ ... สถาบันวิจัยอาหาร ... มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?" เหมือนเสียงเพลงของนกไนติงเกล ... และเมื่อปลายสายระบุต้องการพูดสายกับใคร หล่อนก็สามารถโอนสายไปยังบุคคลผู้นั้นได้แทบจะทันที โดยไม่ต้องไปค้นเบอร์ต่อภายในให้ยุ่งยาก ราวกับว่ามีเบอร์โทรศัพท์ของทุกคนบันทึกไว้ในสมองเรียบร้อยแล้ว

********************************************************************************

อีกเกือบ 10 นาทีต่อมา มีหญิงวัยกลางคนเดินลงมาทางบันไดที่อยู่ตรงโถงกลางถัดจากโต๊ะประชาสัมพันธ์เข้าไปด้านใน ... ผู้ิิหญิงคนนั้นเดินตรงมาที่วิทซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟาเพียงคนเดียว และบอกว่า "ฉันจะพาคุณไปพบ ดร.แมทธิว" ... วิทเดินตามผู้หญิงคนนั้นมาที่โถง แต่แทนที่จะขึ้นบันไดเธอกลับเลี้ยวไปที่ลิฟท์ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง แล้วพาวิทขี้นไปที่ชั้น 3 ...

ลักษณะการออกแบบสถาบันวิจัยแห่งนี้ไม่ต่างจากที่โรงเรียนในมหา'ลัยสักเท่าไหร่ ... จากโถงหน้าลิฟต์ชั้น 3 ผู้หญิงคนนั้น ซึ่งวิทมารู้ทีหลังว่าเป็นเลขาของ ดร.แมทธิว พาเดินมาตามทางเดินแคบๆที่สองข้างทางเรียงรายด้วยห้องแล็บ และมาหยุดที่ห้องๆหนึ่งที่ดูมีลักษณะเป็นออฟฟิส ที่กั้นด้านหน้าและด้านในออกจากกันด้วยกระจก ... คุณเลขาฯพาวิทเข้าไปที่ห้องด้านใน ซึ่งมีผู้ชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ กำลังง่วนอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

"แมท ... นี่คือวิทยา ... ที่นัดเอาไว้" หล่อนประกาศ ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวนอก และปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกัน ...

ดร.แมทธิว ส่งสัญญาณให้วิทนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามด้วยท่าทางสบายๆ ไม่มีพิธีรีตรองอะไรทั้งนั้น

"คุณเคยทำงานวิจัยอะไรมาบ้าง?" แกเริ่มด้วยคำถามนี้

วิทเ่ล่าให้ฟังคร่าวๆถึงงานวิจัยที่เคยทำในวิชาปัญหาพิเศษ ทั้งสมัยเรียนปริญญาตรี และในเทอมที่ผ่านมา

"คุณมีเรื่องอะไรในใจที่อยากจะทำหรือเปล่า?"

"ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ ... ว่าแต่ที่นี่มีงานวิจัยเรื่องอะไรบ้างครับ?" เขาย้อนถามไป

"ก็มี 3-4 เรื่อง ..." แล้ว ดร.แมทธิวก็บอกคร่าวๆว่าแต่ละเรื่องนั้นเกี่ยวกับอะไร และมีขอบเขตของงานประมาณไหน ... ซึ่งพอวิทฟังจบแล้วก็ได้แต่อึ้ง เพราะทุกเรื่องที่พูดมาถึงแม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับแบคทีเรีย แต่ก็เป็นในแง่การโคลนยีน และการศึกษาในระดับโมเลกุล ซึ่งเขาแทบไม่มีความรุ้อะไรเลย ...

"เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพันธุวิศวกรรมไม่มีเหรอครับ" วิทถาม "ประมาณว่าทำเี่กี่ยวกับแบคทีเรียในอาหาร"

ดร.แมทธิวมองหน้าวิท เหมือนสงสัยว่าจะนัดคุยผิดคนหรืออย่างไร ... งานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาในสมัยนั้นถ้าไม่ศึกษาถึงระดับนี้ ก็คงไม่คู่ควรแก่ใบปริญญาอย่างแน่นอน ... หรือไม่ก็อาจจะสงสัยว่าวิทเป็นพวกต่อต้านสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) อะไรทำนองนั้น ...

"คุณมีปัญหาอะไรกับเรื่องพันธุวิศวกรรม?" แกถามออกมาในที่สุด

"ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ... เพียงแต่ไม่ค่อยถนัดเท่านั้นเอง"

"ไม่ยากหรอก เดี๋ยวทำไปก็เรียนรู้ไปเองนั่นแหละ" ดร.แมทธิวบอก "ตกลงคุณยังสนใจอยู่มั้ย?"

"ครับ ... งั้นผมเลือกเรื่องที่เกี่ยวกับแบคทีเรียที่ใช้ผลิตเนยแข็งก็แล้วกันครับ" ซึ่งจริงๆแล้วคือศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตกลิ่นหอมจากแบคทีเรียดังกล่าว

"โอเค ... งั้นพอเปิดเทอมหน้าคุณก็มาเริ่มงานได้เลย"

********************************************************************************

เมื่อออกจากสถาบันวิจัย วิทเดินกลับไปหา ดร.สมิธ เพื่อรายงานความคืบหน้า

"ตกลงผมได้เรื่องที่จะทำปีหน้าแล้วนะครับ กับ ดร.แมทธิว โจนส์ ... แต่ยังสงสัยอยู่นิดนึงว่าทำไมต้องรอเิริ่มงานตอนเทอมหน้า ทั้งๆที่ตอนนี้ก็ว่างๆอยู่"

"ก็คุณยังไม่ได้ลงทะเบียนของปีหน้า" อาจารย์ที่ปรึกษาตอบ ... ซึ่งความหมายก็คือยังไม่ได้จ่ายเงิน ก็เลยยังเริ่มทำแล็บไม่ได้ "ช่วงนี้คุณก็พักผ่อนก่อนก็แล้วกัน หรือไม่ก็กลับบ้าน หรือจะไปเที่ยวก็ได้"

จริงๆแล้วก็ฟังดูเหมือนจะดี แต่วิทรู้ดีว่าการอยู่ว่างๆเป็นเดือนๆโดยที่ไม่มีอะไรทำเป็นเรื่องเป็นราว เป็นอะไรที่น่าเบื่อเหลือเกิน

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 10 มีนาคม 2553
Last Update : 10 มีนาคม 2553 18:03:59 น.
Counter : 297 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
มีนาคม 2553

 
1
2
3
5
8
9
11
12
14
17
18
19
23
25
29
 
 
All Blog