Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ตามรอยราชมรรคา ทริปปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตอนที่ 4






ตามรอยราชมรรคา เที่ยวปราสาทสุรินทร์ ตอนที่ 1

ตามรอยราชมรรคา เที่ยวปราสาทสุรินทร์ ตอนที่ 2



ตามรอยราชมรรคา เที่ยวปราสาทสุรินทร์ ตอนที่ 3


มาชมกันต่อนะคะ

บายรายข้างๆกลุ่มปราสาทตาเมือนโต๊จ





ตาเมือนโต๊จ ,กลุ่มปราสาทตาเมือน





เรียงราย


ช่วงนี้ฝนเริ่มลงเม็ด จึงอยู่ดูกันไม่ได้มากนัก

ต้องรีบถ่ายแล้วก็ขึ้นรถ





พักใต้ร่มเงา





เติมพลัง





จากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถเพื่อไปยังที่พัก เนื่องจากเริมใกล้ค่ำแล้ว

ภาพนี้ถ่ายบนรถ ขณะวิ่งไปที่พัก





มืดไวจัง





ถึงที่พักก็เตรียมอาบน้ำอาบท่า


แล้วก็ลงไปที่โรงอาหาร อาหารเตรียมพร้อมสำหรับพวกเราเรียบร้อยแล้ว

อร่อยทุกอย่างค่ะ ขอบอก





จากนั้นก็มีสัมมนากัน อ.ศุภศรุต เล่าถึงเรื่องตำนานหิน

น่าสนใจมาก





สุรินทร์สโมสรมอบของที่ระลึกให้กับตัวแทนเหล่าบล๊อกเกอร์


หากสนใจเกี่ยวกับจังหวัดสุรินทร์ เชิญแวะเยี่ยมบล๊อก"สุรินทร์สโมสร"

ได้นะคะ


//www.oknation.net/blog/surin-samosorn





อาคารบ้านพักของพวกเรา สะดวกสบาย หลับเป็นตายเลยค่ะ

เอหรือว่าเดินทางเหนื่อย อิอิ





ต้นมะม่วงหิมพานต์ หน้าโรงอาหาร เอาข้อมูลมาฝากด้วยค่ะ





มะม่วงหิมพานต์

อาณาจักร Plantae

ส่วน Magnoliophyta

ชั้น Magnoliopsida


อันดับ Sapindales

วงศ์ Anacardiaceae

สกุล Anacardium


สปีชีส์ A. occidentale

ชื่อวิทยาศาสตร์ 'Anacardium occidentale' L.


พุ่มมะม่วงหิมพานต์มะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale) เป็นไม้ดอกยืนต้น ในวงศ์Anacardiaceae

มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ซึ่งเรียกเป็นภาษาโปรตุเกสว่า

Caju (ผล) หรือ Cajueiro (ต้น) ปัจจุบันเติบโตแพร่หลายทั่วไปในภูมิภาคเขตร้อน เพื่อใช้ประโยชน์จากเมล็ด

และผลของมัน


Anacardium occidentale, จาก Medicinal-Plants ของ Koehler (1887)มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ไม่ผลัดใบ

ลำต้นมีความสูง 10-12 เมตร ต้นเตี้ย สยายกิ่งก้านไม่สม่ำเสมอ ใบจัดเรียงเป็นแบบเกลียว ผิวมันลื่น รูปโค้ง

จนถึงรูปไข่ ความยาว 4-22 เซนติเมตร และกว้าง 2-15 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ส่วนดอกนั้นเกิดจาก ที่ยาวถึง

26 เซนติเมตร แต่ละดอกตอนแรกมีสีเขียวซีด จากนั้นสีสดเป็นแดงจัด มี 5 กลีบ ปลายแหลม เรียว ยาว

7-15 มิลลิเมตร


ส่วนที่จะปรากฏไปเป็นผลของมะม่วงหิมพานต์นั้น ก็คือ ผลวิสามัญ (accessory fruit) รูปไข่ หรือรูปลูกแพร์

ซึ่งจะเติบโตจากฐานดอกขึ้นมา ผลมะม่วงหิมพานต์นี้มีชื่อเรียกในแถวอเมริกากลางว่า marañón

เมื่อสุกจะมีสีเหลือง หรือส้มแดง มีความยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร


ผลแท้ของมะม่วงหิมพานต์นั้นเป็นผลเมล็ดเดียว รูปไต หรือรูปนวมนักมวย งอกออกจากปลายของผลเทียม

ความจริงแล้วในตอนแรกผลนั้นเติบโตบนต้นก่อน จากนั้นก้านดอกจะขยายตัวออกมาเป็นผลเทียม ภายใน

ผลแท้นั้น เป็นเมล็ดเดี่ยว แม้ว่าโดยทั่วไปจะมองว่าส่วนเนื้อขาวนวลนั้นเป็นเผลที่มีเปลือแข็ง (nut) แต่ในทาง

พฤกษศาสตร์ถือว่า เป็นเมล็ด (seed) อย่างไรก็ตาม ส่วนของผลแม้นั้น นักพฤกษศาสตร์บางท่านถือว่าเป็นผล

ที่มีเปลือกแข็งก็มี เมล็ดนั้นห่อหุ้มด้วยเปลือกสองชั้น ประกอบด้วย ยางฟีโนลิก (caustic phenolic resin)

น้ำมัน urushiol, พิษที่ระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรง (พบได้ในพืชจำพวกไอวี่พิษ (poison-ivy ด้วย)) บางคน

แพ้มะม่วงหิมพานต์ แต่ปกติถือว่าก่อให้เกิดอาการแก้น้อยกว่าผลเปลือกแข็งชนิดอื่นๆ


ในประเทศไทย มะม่วงหิมพานต์พบได้ทั่วไปในภาคใต้ และมีชื่อเรียกตามสำเนียงภาษาถิ่นใต้แตกต่างกันไป

เช่น กาหยู กาหยี (เข้าใจว่าเป็นคำยืมจากภาษามลายู ซึ่งยืมจากภาษาโปรตุเกสอีกทอดหนึ่ง) ม่วงเม็ดล่อ

ม่วงเล็ดล่อ หัวครก เป็นต้น


อ่านต่อลิงค์นี้ค่ะ


wikipedia





self service





โจ๊กแสนอร่อย





ขณะที่นั่งทานโจ๊กกัน คุณเสือน้อย เอารูปถ่ายที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง

มาอวดย่า ถามว่าย่าไปถ่ายหรือยังตอนนี้จะมีเงาสะท้อนในน้ำแสงกำลังสวยทีเดียว


มีหรือย่าจะไม่สน รีบรุดไปเลยจ้า ระหว่างทาง เห็นดอกเพกาหรืออีกชื่อหนึ่งคือลิ้นฟ้า ร่วงระหว่างทาง

ดอกอวบอ้วนเชียว เอาเมนูเพกามาฝาก





เพกา (ลิ้นฟ้า)





เพกา หรือ ลิ้นฟ้า ผักพื้นบ้านที่นิยมกินฝักกันถ้วนทั่วทุกภาค โดยเฉพาะคนพื้นบ้านภาคเหนือและภาคอีสาน

ในแต่ละท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ภาคกลาง ภาคใต้เรียก "ฝักเพกา" ภาคเหนือเรียก "มะลิ้นไม้" "ลิ้นไม้"

ภาคอีสานเรียกว่า "หมากลิ้นฟ้า" "ฝักลิ้นฟ้า" "ฝักลิ้นงู" "ลิ้นไม้" "ลิ้นฟ้า" นั่นเป็นเพราะฝักเพกามีลักษณะแบนยาว

ห้อยระย้าอยู่เหนือเรือนยอดต้นที่สูงเสียดฟ้า


เพกา เป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติได้ง่าย เมื่อเมล็ดแก่แผ่นเบาบางปลิวตามแรงลมร่วงหล่นตามพื้นดิน ได้น้ำ

จากสายฝนชุ่มฉ่ำ เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่ตามเชิง หุบเขา ริมห้วย ริมลำธาร ตามท้องทุ่งริมทาง ตามป่าละเมาะ

ใกล้หมู่บ้าน ออกดอกออกฝัก ดังนั้นชาวบ้านจึงเก็บมากินโดยไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด


เพกา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oroxylum indicum (Linn.) Vent. เป็นไม้ยืนต้นสูงชะลูดขนาดกลาง แตกกิ่งก้าน

บนยอดสูง ใบออกเป็นช่อใหญ่อยู่ที่ปลายกิ่ง มีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อใหญ่ตรงยอด มีสี

ม่วงอมแดง บางทีก็สีน้ำตาลคล้ำ ผลออกเป็นฝักแบนยาวคล้ายดาบ กว้างประมาณ 2.4-9 ซม. ยาว 60-120 ซม.

ปลายฝักแหลม ตรงกลางขอบมีรอยโป่งเล็กน้อย เมื่อฝักแก่ รอบข้างของฝักจะปริแตก ข้างในมีเมล็ดมากมาย เมล็ด

มีลักษณะแบน มีเยื่อบางใสหุ้มอยู่โดยรอบเมล็ด เพกา คนจีนเรียกว่า "โซยเตียจั้ว" ใช้เป็นส่วนผสมตัวหนึ่งของ

น้ำจับเลี้ยง ดื่มแก้กระหายคลายร้อน ดับร้อนในได้เป็นอย่างดี ส่วนเปลือกของต้นเพกา ผู้เฒ่าผู้แก่จะเอามาต้มน้ำ

ให้แม่ลูกอ่อนดื่ม ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น ดับพิษโลหิต และบำรุงเลือด นอกจากนี้ชาวบ้านยังเอา

เปลือกเพกาไปเผาไฟ จากนั้นก็นำมาแช่น้ำเย็น เอาน้ำนั่นแหละดื่มแก้ร้อนในได้ชะงัดนัก


เพกากินเป็นผักได้อร่อย ตั้งแต่ยอดอ่อน ดอกอ่อน และฝักอ่อน โดยจะมีให้เก็บกินกันตลอดปี จะมีมากในช่วง

ปลายฝนต้นหนาว วิธีการเก็บฝักเพกาต้องใช้ไม้สอยเอา เพราะฝักอยู่ยอดต้น เลือกที่มีเปลือกสีเขียว ฝักไม่ใหญ่มาก

เมื่อสอยลงมาใช้เล็บจิกได้ แสดงว่าฝักอ่อนกำลังกิน


ยอดกับดอก เวลาจะกินก็เพียงนำไปต้ม หรือลวกเสียก่อน กินเป็นผักจิ้มน้ำพริก ส่วนฝักอ่อนนั้นคนทางเหนือ

จะเอาไปเผาไฟ ใช้ไฟแรงสักหน่อยจนเปลือกพองไหม้ทั่ว และฝักเพกาอ่อนตัว แล้วแช่น้ำลอกเอาเปลือกที่ไหม้ออก

จึงนำไปต้มจนสุกนุ่มอีกครั้ง รสขมในฝักเพกาจะอ่อนลง แต่ทางภาคอีสานนิยมเผาแล้วแช่น้ำลอกเอาเปลือกที่ไหม้

ออกเท่านั้น จากนั้นหั่นเป็นชิ้นตามขวาง หนาพอประมาณ นิยมกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก และกินแกล้มกับลาบอย่างยิ่ง

เพราะมีรสขมนิดๆ อมรสหวาน หน่อยๆ เนื้อนุ่มไปกันได้ดีกับอาหารรสจัด


นอกจากจะเผาต้มจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจเคี่ยวหัวกะทิมาราด หรือต้มลงในกะทิจนเข้าเนื้อฝักเพกา เนื้อจะนุ่มมัน

อร่อย ฝักเพกายังใช้เป็นผักใส่ในแกง คั่ว ยำ ผัด หรือทำแกงอ่อมปลาดุกใส่ฝักเพกาแทนใบยอก็อร่อย จะออกรส

ขมอ่อนๆ เหมือนใบยอนั่นแหละ ฝักเพกามีสรรพคุณช่วยขับลม ขับเสมหะ ถ้ากินบ่อยนักก็ไม่ดี จะทำให้เป็นต้อเนื้อที่ตาได้


ฝักเพกามีขายในตลาดทั่วๆ ไป ฝักสดขายฝักละ 7-8 บาท บ้างก็ชั่งขายตามน้ำหนัก แบบสุกที่เผาหรือต้มให้

เรียบร้อยม้วนมัดด้วยตอก ขายมัดละ 5 บาท เพียงเอามาต้มให้ร้อนอีกครั้ง ก็กินเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือทำอาหารพื้น

บ้านอร่อยได้ไม่ยุ่งยาก


แกงอ่อมปลาดุกใส่ฝักเพกา


เครื่องปรุง


ฝักเพกา 2 ฝัก

ปลาดุกนา น้ำหนัก 500 กรัม 1 ตัว

มะพร้าวขูด 500 กรัม

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ


เครื่องแกง


พริกแห้งแกะเมล็ดออกแช่น้ำ 7 เม็ด

หอมแดง 6 หัว

กระเทียม 2 หัว

ข่าหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา

เกลือป่น 1 ช้อนชา

กะปิ 1 ช้อนชา


โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด


วิธีทำ


1. เผาฝักเพกาด้วยเตาถ่านไฟแรง จนเปลือกพองไหม้ทั้งฝัก แช่น้ำ ลอกเอาเปลือกออก

ต้มต่อจนสุกนุ่มทั้งฝัก หั่นเป็นชิ้นหนา 1/2 ซม.

2. ปลาดุก ผ่าท้องควักไส้ออก เคล้าเกลือพอทั่ว ล้างจนหมดเมือก หั่นเป็นแว่นหนา

3. คั้นมะพร้าวให้ได้หัวกะทิ 1 ถ้วย หางกะทิ 3 ถ้วย ผัดหัวกะทิจนแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงที่

โขลก ผัดจนหอม

4. ใส่ฝักเพกา หางกะทิ คนพอทั่ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา

5. เดือดอีกครั้ง ใส่ปลาดุก อย่าคนเด็ดขาด จนปลาสุก ใส่พริกชี้ฟ้าแดง เสิร์ฟ


หมายเหตุ สูตรนี้มีปริมาณ 5-6 คนรับประทาน

อ่านข้อมูลต่อได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ





เดินจากโรงอาหารไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง





แสงสะท้อนของก้อนเมฆที่พื้นน้ำ กำลังสวยเชียว





ที่นี่วิวสวยมาก


เดียวดายกลางสายน้ำ





ฝีแปรงธรรมชาติ





จับกิ่งสนมาเป็นโฟกราวน์ เพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพ





ดูแล้วฝนคงจะตกในไม่ช้า





ต้นไม้เรียงรายเขียวชอุ่มสวยงามเชียว





เมื่อน้ำจรดฟ้า





มุมไหนก็งาม





นางแบบของเราขอถ่ายกับป้ายเรือนรับรองที่ประทับอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง





ยามเช้าที่ห้วยเสนง





เช็คผลงาน





"ฉันจะบิน" ที่ลานจอดฮ. หน้าอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง





ปุยเมฆอ้อยอิ่ง





reflection





สนทนาที่ท่าน้ำ





ผ่อนคลาย





สนทนายามเช้า





เดินเล่นชมวิวทิวทัศน์





เริงร่าหามุมถ่ายรูป





ต้นไม้ที่ห้วยเสนง ชอบใบฝอยๆจัง





อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง


ห้วยเสนงเป็นอ่างเก็บน้ำของชลประทานอยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปทางถนนสายสุรินทร์ - ปราสาท

(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 214) ระยะทางประมาณ 5 กม. (บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5 - 6) แยกซ้าย

มือไปทางถนนลำคลองชลประทานประมาณ 4 กม. ห้วยเสนงเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง สันเขื่อน

เป็นถนนลาดยาง เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์ ภายในที่ทำการชลประทานเป็นที่

ตั้งของพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีที่พักให้นักท่องเที่ยวที่สนใจ

//www.thaitambon.com/tambon/ttrvList.asp?ID=320114





ป้ายอาคารรองรับขบวนเสด็จ





ย่าเล่าแบบภาพเล่าเรื่อง ภาพจึงเยอะ

โหลดนานหน่อยนะ





ต้นเพกา ถ่ายแบบย้อนแสง ดอกอยู่สูงมาก

ไม่สามารถที่จะถ่ายดอกที่อยู่บนต้นได้

ถ่ายทีไรได้แต่ดอกร่วงทุกทีจ้า

และบนต้นไม่เคยเห็นดอกบานติดต้นเลย

สงสัยจะบานตอนกลางคืนแล้วร่วงตอนเช้า





ป้ารุ จับจังหวะอยู่นานกว่าจะได้รูปยิ้มสวยๆ





อิริยาบทสบายๆของคุณกระดานออนไลน์





หนูเฟิงสุ่ยช่างภาพหัวเห็ด ของทริปเรา





คุณหนุ่ยมัชฌิมาปกร มากับหวานใจ คุณ โทโทโร่


น่าอิจฉาจัง




คุณสิริปตี และคุณเบญจา มาแบบแพคคู่เพื่อนซี้

ประกาศความเป็นทีมด้วยสีชมพูหวานๆ





เราเดินกลับมายังที่พัก ช่วงที่แดดเริ่มแผดกล้าแล้ว

เหล่าผีเสื้อ เริ่มบินสูง มีเจ้าถุงทองตัวนี้ ยังพิศมัย

น้ำหวานจากดอกเข็มสีแดง ที่ปลูกประดับเป็นรั้วเตี้ย

แต่ก็ถ่ายยากอยู่ดีเพราะผีเสื้อถุงทองไม่เกาะนิ่ง

จะกระพือปีตลอดเวลา เก็บมาได้เท่านี้เอง





คุณมะอึกหน่วยประสานงาน ที่ทำให้ทริปนี้เลิศเลอเพอเฟ็ค





ว๊าว...สามสาวสามสไตล์

สวยแบบไม่เกรงใจใคร





คุณเสือน้อย ช่างภาพผู้สื่อข่าวตัวกลั่น เที่ยวนี้หล่อขึ้นนะ





คุณราศีไศล รูปนี้แอบถ่าย อิอิ





ณ ดาว ผู้สื่อข่าวคนสวย





ครูติ๋วกับเสื้อผ้าสีเจ็บๆ และท่วงท่าถ่ายรูปมันๆ





คุณราศีไศลบันทึกภาพ





คุณเบญจาขอเก็บความทรงจำด้วย





ครูเก๋คนสวย ช่วงนี้กำลังสอบหัวบาน ย่าขออวยพรให้สอบได้ผ่านฉลุย

ด้วยคะแนนสูงนะจ๊ะ





นี่ก็มาเป็นคู่ น่ารักเชียว





แมลงปอเกาะต้นหญ้า ได้มาภาพเดียวเพราะต้องรีบตามไปถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนๆ




ภาพหมู่ที่ห้วยเสนง แชะซะหนึ่งภาพก่อนเข้าร่วมถ่ายรูปกับเพื่อนๆ




ครูเจี๊ยบยิ้มสู้แดด





หนูพร สิงห์มือซ้าย ภาพอยู่กลางเด๊ะ ขออภัยจ้า

เนื่องจากเวลาน้อยต้องรีบถ่าย





ย่าดาคนสวยไม่เสร็จ....ซะที ขอสักภาพ





อะหนึ่งมือกราฟฟิคคนเก่งของทริปเรา





กลุ่มดาราหน้ากล้อง ยิ้มสู้แดด





หนูบีคนน่ารัก อีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ประสานงานทริปนี้





จากนั้นพวกเรารีบขึ้นรถเพื่อที่จะเดินทางต่อ

ภาพนี้จึงเป็นภาพสุดท้ายของอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง


ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ดีที่พวกเราอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว

เป็นกระทู้ที่ย่าโพสรูปเยอะที่สุด ต้องขออภัยถ้าโหลดนาน


ส่วนใหญ่จะเป็นแนวถ่ายเพื่อนๆ และวิวสวยๆที่ห้วยเสนง


หากใครเม้นท์บล๊อกนี้แสดงว่าคุณเป็นคนมีความอดทนสูง

มารับจุ๊บย่าไปคนละหนึ่งจุ๊บ อิอิ





ข่าวล่ามาเร็วรูปย่าไปแปะหราที่ตึกตรงไหนอีกนี่ อิอิ
ภาพโดยคุณผู้สัญจร เจ้าเก่า ขอบคุณๆๆ





Create Date : 22 กันยายน 2551
Last Update : 14 พฤษภาคม 2559 20:12:40 น. 12 comments
Counter : 3165 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะย่าดา

ตามมาเที่ยวต่อ ท่าทางการถ่ายรูปของแต่ละคนไม่ซ้ำ น่ารักดีค่ะ

กลุ่มปราสาท ดูน่าทึ่งและน่าสนใจมาก

โจ๊ก และปาท่องโก๋ทิ่มตา


โดย: fulgurant วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:13:01:07 น.  

 
ม่าม๊าเองค่ะ

รูปถ่ายสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ

น่าไปเที่ยวมากเลยนะ




โดย: mamamodern วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:17:43:29 น.  

 
ถ่ายรูปสวยมากค่ะ เราชอบประสาทขอมกับอารยะธรรมขอมมาก เคยไปแต่เขาพระวิหาร ส่วนปราสาทตาเมือนโต๊จเคยได้ยินแต่ในทีวี ไม่เคยเห็นของจริงสักที ขอบคุณที่เอารูปมาให้ดูนะคะ


โดย: Tang_Siri วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:21:31:52 น.  

 
น่าหนุกนะคับ
เอาดอกไม้มาฝากเต็มเลย

เรือนกล้วยไม้ชมสวน ๕๑

ตอน 1 ตอน 2 ตอน 3


โดย: B/W วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:22:00:39 น.  

 
ไข่เจียวหมูสับด้านๆไม่ฟู เย็นๆ ออกเค็มๆ อัดลงไปในกล่องข้าว ที่กินกับข้าวเย็นๆ ทำให้ผมน้ำตาซึม

หวัดดีค่ะ ย่าดาขา
ไปอ่านทู้นี้ให้ได้นะคะ หนูชอบมากเลยยยยยยยยยยยยยยยย

รูปย่าดาเอามา สวยทุกรูปเลยค่ะ แต่ดูแล้วหิวโจ๊กมากๆๆๆๆๆ เลยค่ะ
เด๋วพรุ่งนี้หนูจะตื่นทันไปซื้อกินไหมน้อ


โดย: มือใหม่เล่นหุ้น วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:2:31:46 น.  

 
สวัสดีคะย่าดา
ทริป นี้ได้รู้อะไรสนุกสนุกมากมากคะ
ชอบภาพผิเสือและแมงปอคะ สวยมากมากเลย




โดย: sysee วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:0:47:22 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

.....ขอให้ย่าดามีความสุข.....

.....กับวันหยุดที่กำลังจะมาถึงมากๆนะครับ.....


โดย: doctorbird วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:17:53:47 น.  

 
ชอบแสงเงาที่สะท้อนลงในน้ำครับคุณย่าดา


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:14:08:09 น.  

 
ตามมาเที่ยวกับก๋วนนี้ด้วยคน..ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:11:05:00 น.  

 
เอาขนมชั้นอร่อยๆมาฝากคะย่าดา



ย่าดาไปเที่ยวไกลนะคะเนี่ยรอบนี้ อิจฉาจริงๆๆ พักนี้อี๊ก็ออกทุกอาทิตย์เลย อิอิ


โดย: eeh (คิตตี้น้อยสีชมพู ) วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:19:15:17 น.  

 
แวะมาชมภาพงามๆ ค่ะย่าดา
งามเหมือนเดิมค่ะย่า

ย่าดาแวะมาขอโค้ดดอกไม้ ดาดา
ย่าดาเอาไปฝากอุ้มด้วยที่บ๊อกด้วยนะคะ
จะได้แปะไว้ข้างบ๊อกอุ้มลิงค์มาที่บ๊อกย่าดาค่ะ
ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:9:30:14 น.  

 
ภาพของย่าดาสวยสดงดงาม เหมือนตัวย่าดา และอยู่ในใจเราเสมอค่ะ
คิดถึงนะคะ
อ.หน่อง+พี่เบญ


โดย: สิริปตี IP: 222.123.204.21 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:23:32:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.