Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
12 ภาพบอกเล่าเรื่องราวของวัดไทย


เมื่อเร็วๆนี้ลูกสาวของย่าที่เรียนภาษาอยู่ที่จีน ทางมหาลัยมีจัดงานของนักเรียนแต่ละประเทศสื่อไปยังประเทศของตนเอง โดยให้จัดบูธบอกเล่าเรื่องราวของแต่ละประเทศ ของไทยเราได้คอนเซปเกี่ยวกับวัดไทย เธอจึงตะแล๊ปแก๊ปมาขอภาพจากย่าไปใช้ทำโปสการ์ดและตกแต่งซุ้ม นี่คือที่มาของ 12 ภาพที่ย่าเลือกไปให้ ว่าจะรีไซด์ภาพนานแล้วแต่เพิ่งสบโอกาสทำ

เชิญชมได้เลยค่ะ


ประตูไม้แกะสลักที่ลับแล




พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร

เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก 

รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้วลดหลั่นกันไป 





//www.nan.go.th/webjo/index.php?option=com_content&view=article&id=19:2009-07-02-14-19-23&catid=7:2009-07-01-03-16-09&Itemid=6


พระพุทธรูป วัดแม่โจน โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย





พระพุทธรูป วัดมหาธาตุ จ.สุโขทัย





วัดสวนหอม ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน





วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหาร

สร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเขาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค303 ขั้น


ทางรถขึ้นถึงตัววัด เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา จะมองเป็นทิวทัศน์ของเมืองน่าน ได้อย่างชัดเจน ตามประวัติ พระธาตุองค์นี้สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 เจ้าผู้ครองนคร น่าน อีกหลายองค์ต่อมาได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ.2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิง





จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542


กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูงจึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม อยู่ตรงลานปูนพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรี ศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปีพ.ศ.2542 ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขา น้อยใหญ่ตั้งทะมึน โอบล้อมเมืองน่าน เป็นฉากหลัง จุดนี้ยังแสดงให้ เราเห็นชัด ถึงลักษณะการตั้งเมือง ของทางภาคเหนือที่มักเลือก ทำเลที่ตั้ง บนที่ราบลุ่ม และหุบเขาด้วย


//www.paiduaykan.com/76_province/north/nan/prathatkaonoi.html


หางเรือลำยาวจากวัดภูมินทร์





กระซิบรักบันลือโลกที่วัดภูมินทร์

คือภาพ "ปู่ม่าน ย่าม่าน" ภาพนี้อยู่ใกล้กับประตูทิศตะวันตก


คำฮักน้องปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว

จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว

ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม

จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม

ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป

ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้

จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้

ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา...





จิตรกรรมฝาผนังของวัดทางล้านนา หรือภาคเหนือของประเทศ ที่เรียกกันว่า “ฮูปแต้ม” ซึ่งมีความงดงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง คือฮูปแต้มภายใน “วัดภูมินทร์” จังหวัดน่าน โดยงานจิตรกรรมฝาผนังแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสุดยอดงานศิลปกรรมล้านนาชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์นั้นสามารถถ่ายทอดวิถีชีวิตชาวเมืองน่านออกมาได้อย่างน่าชม โดยเรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคันทนกุมารชาดกและเนมิราชชาดก แต่ศิลปินผู้วาดภาพได้สอดแทรกและบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตชาวเมืองน่านเข้าไปในภาพได้อย่างกลมกลืน เช่น การแต่งกายของหญิงสาวที่นิยมนุ่งผ้าซิ่นตีนจกซึ่งเป็นซิ่นลายน้ำไหลอันเป็นผ้าทอเอกลักษณ์ของเมืองน่าน การสักลายตามตัวของหนุ่มๆ ชาวล้านนา กิจกรรมในวิถีชีวิตประจำวันเช่นการทอผ้าด้วยหูก การเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว การมาพบปะกันระหว่างหนุ่มสาวที่ชานบ้านในเวลาค่ำขณะที่หญิงสาวกำลัง
ปั่นฝ้าย สภาพบ้านเรือนของชาวล้านนาสมัยก่อน รวมไปถึงชาวพื้นเมืองและฝรั่งต่างชาติที่เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายในเมืองน่านสมัยนั้น เป็นต้น





//www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000078350


ตุง และศิลปะการตัดฉลุลวดลายล้านนา บนกระดาษ





พระเจ้าหลวง วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

พระเจ้าหลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิวัสดุปูนปั้นลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง ๔.๕๐ เมตร สูง ๖ เมตรศิลปะสมัยล้านนา ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำและพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด น่าน เป็นที่นับถือของชาวเมืองน่านว่าศักดิ์สิทธิ์นอกจากพระองค์จะงดงามแล้ว ยังมีสังฆาฏิซึ่งปั้นลวดลายก้านต่อดอกประดับกระจกงดงาม ฐานชุกชีเป็นรูปตรีมุขราย
ล้อมไปด้วยพระพุทธรูปขนาดต่างๆ อีกหลายองค์





//www.danpranipparn.com/web/praput/praput101.html


วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่เลขที่ 105 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเขตเทศบาลเมืองน่าน สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 - 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น (คำว่า สลี หมายถึง ต้นโพธิ์) ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ปัจจุบันถูกโค่นเพื่อตัดเป็นถนนแล้ว วัดศรีพันต้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2505ภายในวัดมีวิหารที่สวยงามตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพระยานาค ที่เฝ้าบันไดหน้าวัด ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวาซึ่งปั้นแต่งโดยช่างชาวน่านชื่อ นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ "สล่ารง" และภาย

ในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติการกำเนิดเมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน มันเป็นภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง





//www.m-culture.in.th/album/view/132019/


ว่างเว้นการทำบล๊อกไปซะนานเลย บล๊อกนี้มอบให้ชดเชย หวังว่าคงถูกใจไม่มากก็น้อย สวัสดีค่ะ


Create Date : 26 กรกฎาคม 2556
Last Update : 26 กรกฎาคม 2556 3:36:40 น. 5 comments
Counter : 4452 Pageviews.

 
ถูกใจครับ งานถ่ายสวยๆทั้งนั้นครับย่าดา


โดย: yyswim วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:00:22 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณสิน ย่าเพิ่งเห็นว่าย่าไม่ได้เปลี่ยนกรุ๊ปบล๊อก พอเข้าหน้าบล๊อกตัวเอง บล๊อกนี้ไม่โชว์เสียซะงั้น เพิ่งไปเปลี่ยนกรุ๊ปบล๊อกให้หน้านี้โชว์ค่ะ


โดย: ดา ดา วันที่: 26 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:37:12 น.  

 
งามมากค่ะย่าดา
ชอบมากเลยค่ะรวมทั้งคำบรรยายสั้น ๆด้วย


โดย: ป้ารุ IP: 125.24.242.187 วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:10:10:38 น.  

 
สวยทุกภาพเลยค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 27 กรกฎาคม 2556 เวลา:21:55:21 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 3
ภาพงามทุกภาพเลยค่ะย่าดา
ชอบมาก



โดย: อุ้มสี วันที่: 29 กรกฎาคม 2556 เวลา:2:15:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดา ดา
Location :
1 Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




หัวใจติดปีก สัญจรผ่านมุมมองของกล้อง ทดลองสิ่งใหม่...
เวบดอกไม้ของย่าดา
โค๊ดแบนเน่อร์เวบดอกไม้,เวบบล๊อกแกงค์ของย่าดา ...คลิ๊กหน้านี้ค่ะ
.
ผลงาน1สมุดมด
ผลงาน2สมุดสร้างสุข
online
กลับไปหน้าเมนคลิ๊กค่ะ
โปรดทราบ มือถือย่ากลับมาใช้ได้อีกครั้งแล้วโปรดติดต่อผ่านทางมือถือได้ดังเดิมแต่หากติดต่อแล้วปราศจากคนรับสายก็ติดต่อทางออฟฟิตได้อีกทางที่เบอร์ออฟฟิต 02-7120222 (ย่าดา (ดา ดา) สุดา) http://dada.bloggang.com

Friends' blogs
[Add ดา ดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.