Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
13 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
เสน่ห์ยุโรปตะวันออก : 5-ปราสาทแห่งกรุงปราก (Prague Castle)

สวัสดีครับ เมื่อคืนนี้คณะของผมค้างคืนที่กรุงปราก วันนี้มีกำหนดชมเมืองปรากทั้งวัน โดยในภาคเช้าเดินทางไปชมปราสาทปราก และภาคบ่ายจะเข้าไปชมเขตเมืองเก่า เนื่องจากมีภาพและข้อมูลมากมายจึงขอแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกนี้จะเล่าเรื่องปราสาทปรากก่อน เชิญติดตามไปด้วยกันครับ



ปราก (ภาษาอังกฤษ: Prague) หรือ ปราฮา (ภาษาเช็ก: Praha) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก มีประวัติศาสตร์มายาวนาน เนื่องจากมีคนอาศัยอยู่มาตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล โดยช่วงแรกเป็นเผ่าเคลต์ (Celt) ก่อนจะถูกรุกรานโดยเผ่าเยอรมนิก (Germanic) และถูกครอบครองโดยเผ่าสลาฟในคริสต์ศตวรรษที่ 4 แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 7 วัฒนธรรมของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ได้ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว



ส่วนตัวเมืองปรากนั้น มีหลักฐานว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และเป็นเมืองหลวงของแคว้นโบฮีเมีย ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมัน จากนั้นปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 กษัตริย์บอริวอจ พรีมิสโลเวก (Borivoj Premyslovec) ทรงสร้างปราสาทขนาดใหญ่บนเนินเขาสูง เหนือแม่น้ำวัลตาวา (Vltava) และมีการขนานนามปราสาทแห่งนี้ว่า ปราฮา (Praha) ซึ่งเป็นชื่อเรียกกรุงปรากในภาษาเช็กนั่นเอง



กรุงปราก มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1.2 ล้านคน มีแม่น้ำ Vltava ไหลผ่าน ด้วยเหตุนี้กรุงปรากจึงมีสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำ Vltava อยู่หลายแห่ง และถึงแม้ว่าเมืองปรากจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ เป็นเวลานานกว่า 40 ปี แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป



หลังรอดพ้นจากการถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองปรากได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงาม สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่โดดเด่น ถนนสายคดเคี้ยว รวมทั้งพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ และความอบอุ่นเป็นกันเองของชาวเมือง จึงเป็นเสน่ห์ชักชวนให้นักเดินทางหลงใหลในเมืองนี้ ในปี ค.ศ.1992 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ปรากเป็นเมืองมรดกโลก



ปราสาทแห่งกรุงปราก (Prague Castle) เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีผู้คนเข้าเยี่ยมชมมากที่สุด และเป็นจุดสำคัญที่สุดของทั้งเมือง เปรียบเหมือนอัญมณีที่ล้ำค่าแห่งเมืองหลวง ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อันเก่าแก่ของแผ่นดินเช็ก มีประวัติเล่าว่าเจ้าชายโปริโวค (Prince Borivoj) เป็นผู้ที่ค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 880 โดยตัวปราสาทเองเป็นเสมือนกับเมืองน้อยๆ เมืองหนึ่ง และหนังสือกินเนตส์ (Guinness Book of World Records) ได้บันทึกไว้ว่า เป็นปราสาทที่มีการเชื่อมโยงกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆของปราสาทที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 70,000 ตารางเมตร (437.5 ไร่) และยังคงใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน




เมื่อคืนพักที่โรงแรม Hotel Duo ในกรุงปรากครับ หลังอาหารเช้าเราจะออกเดินทางไปชมเมืองกัน




มาถึงบริเวณเข้าชมปราสาทปรากแล้ว บริเวณทางเข้า ด้านขวามือมีแผนผังปราสาทติดอยู่




ขณะนี้เราอยู่ที่จุดหมายเลข 1 (ในวงกลมสีแดง) จะเดินตรงเข้าไปบริเวณทางเข้า แล้วเลี้ยวขวาออกไปชมจัตุรัส ณ จุดหมายเลข 2 เพื่อรอเวลาเข้าชมปราสาท หลังจากนั้นจะเข้าชมปราสาท มหาวิหาร และสถานที่สำคัญอื่น ๆ จากจุดหมายเลข 3, 4 และ 5 ตามลำดับ




พร้อมแล้วออกเดินกันเลย




มองเห็นประตูทางเข้าปราสาทอยู่ด้านหน้า (เป็นส่วนของทำเนียบประธานาธิบดี)




มีทหารยามรักษาการณ์อยู่ 2 นาย ถ้าจะเข้าทำเนียบต้องเข้าประตูนี้ แต่เราจะเดินอ้อมไปเข้าประตูทางขวามือที่อยู่ถัดไปเพื่อไปยังบริเวณอื่น




ผ่านเข้ามาในบริเวณปราสาทแล้ว




มีน้ำพุสวยงามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของลานกว้าง






เดินเลี้ยวขวาออกไปชมทิวทัศน์บริเวณจัตุรัสด้านหน้า คือจัตุรัสฮราดคานีย์ (Hradcanske Square)




อาคารสวยงามหลังนี้อยู่ตรงข้ามกับปราสาท




อาคารสีขาวโดดเด่นหลังนี้อยู่ทางด้านขวามือ




สัญลักษณ์เหนือประตู งดงามจริง ๆ




อนุสาวรีย์ของท่าน Tomas Garrigue Masaryk (TGM) ประธานาธิบดีคนแรกจากการเลือกตั้งของสาธารณรัฐเชก เมื่อปี ค.ศ.1918 ตั้งอยู่หน้าอาคารทางด้านซ้ายมือ




มีนักดนตรีเปิดหมวกมาแสดงอยู่ในบริเวณนั้นด้วย




อาคารหลังนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากผนังที่ใช้วิธีแกะสลักเป็นลายสามมิติ




และลวดลายสวยงามที่หน้าจั่ว




บริเวณนี้อยู่บนเนินเขา เมื่อเดินออกมาด้านระเบียงจะเห็นทิวทัศน์สวยงาม




มองย้อนแสงไปทางตัวเมืองเก่า (Old Town)




ได้เวลาเข้าชมปราสาทกันแล้ว ทุกคนมารอบริเวณทางเข้า




เดินผ่านประตูทางเข้าด้านนี้ จะถึงมหาวิหารเซนต์วิตัส (St Vitus cathedral) สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras ชาวสเวเบีย (Swabian) เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลคนต่อมา มหาวิหารสไตล์โกธิกแห่งนี้นับได้ว่าเป็นมหาวิหารที่มีความประณีตงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง




นับตั้งแต่ประตูแกะสลักลวดลายตระการตา








เข้ามาด้านในแล้ว มหาวิหารมีขนาดกว้างใหญ่มากและสร้างเป็นโบสถ์น้อย (Chapel) เล็ก ๆ อยู่บริเวณชิดผนังโดยรอบจำนวน 14 แห่ง




ที่งดงามมากคือกระจกสีสเตนกลาสบานสูงที่ประดับรอบมหาวิหาร สวยงามจริง ๆ ครับ
















ทางเดินภายในมหาวิหารที่ผ่านโบสถ์น้อยต่าง ๆ




บริเวณแท่นบูชา




ด้านที่อยู่ตรงข้าม




ที่ประทับของกษัตริย์เมื่อเสด็จมาฟังเทศน์




งานประติมากรรมที่ตกแต่งไว้ตามเสา และบริเวณต่าง ๆ สวยงามมาก










ออร์แกนขนาดใหญ่ในมหาวิหาร




โบสถ์น้อยที่สำคัญที่สุดของมหาวิหารนี้ก็คือโบสถ์เซนต์เวนเซสลาส (St. Wenceslas Chapel) เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารเซนต์วิตัส ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะในแบบโกธิก ได้รับการตกแต่งด้วยภาพเฟรสโก (ภาพที่เขียนด้วยสีน้ำบนปูนเปียก) และอัญมณีทีมีค่ากว่า 1,345 ชิ้น




ออกมาด้านนอกมหาวิหารแล้ว




พบเจ้าหน้าที่ใช้รถยกขึ้นไปซ่อมแซมภาพเขียนสีบนผนังด้านนอกของมหาวิหาร ทราบมาว่ารัฐบาลเช็กต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการซ่อมแซมภาพเขียนเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพเดิมมากที่สุด เพื่ออนุรักษ์งานศิลปะเหล่านี้ไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลัง






ด้านหลังของมหาวิหารเซนต์วิตัส ก็ยังดูยิ่งใหญ่งดงาม



เดินมาถึงบริเวณนี้ ด้านหน้าคือโบสถ์เซนต์จอร์จและคอนแวนต์ (St. George’s Basilica and Convent) สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 920 ตัวโบสถ์ด้านนอกเป็นศิลปะสไตล์บารอก แต่ภายในกลับตกแต่งด้วยด้วยสไตล์โรมาเนสก์ โบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George’s Basilica) แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นส่วนของปราสาทปรากที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์เชค และในส่วนของคอนแวนต์ เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมผลงานสไตล์บารอกและเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Gallery in Prague)








ภายในปราสาทปรากมีความงดงามมากแต่ใม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ จึงขอนำภาพจากอินเทอร์เน็ตมาให้ชมครับ








เดินต่อมาอีกจะถึงตรอกทองคำ (Golden Lane) เป็นถนนสายเล็กๆ ที่ตั้งตามชื่อย่านที่ช่างทำทองเคยอาศัยในบริเวณนี้ในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยสองข้างทางบนถนนเต็มไปด้วยร้านขายของเล็กๆ สีสันสดใส เริ่มแรกนั้นถนนสายนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของทหารรักษาพระราชวังในสมัยพระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 (Rudolf II) จนกระทั่ง 100 ปีถัดมา ช่างทำทองได้ย้ายเข้ามาและเริ่มดัดแปลงเป็นร้านขายของและที่พักอาศัย ในช่วงศตวรรษที่ 19 พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นชุมชมแออัดที่อยู่อาศัยของพวกคนจน และเต็มไปด้วยอาชญากรรม จนช่วงปีค.ศ. 1950 เจ้าของบ้านที่แท้จริงจึงกลับมาบูรณะซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิมดังที่เห็นในปัจจุบัน ร้านค้าบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านหนังสือ ร้านขายเครื่องแก้วโบฮีเมียน และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ








อาคารพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับดนตรีและคีตกวีคนสำคัญของโลก ทั้ง Mozart และ Beethoven และคนอื่น ๆ






นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับรูปปั้นหนุ่มเปลือยคนนี้ ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์




เดินออกมาจากบริเวณปราสาทแล้ว เป็นทางเดินลงเขา สองข้างทางเป็นสวนองุ่น มองเห็นทิวทัศน์ของบริเวณเมืองเก่าด้านหน้างดงาม








มองเห็นสะพานสำคัญของกรุงปราก คือสะพานชาร์ลส์ ซึ่งจะเดินชมกันในภาคบ่ายครับ




แต่ตอนนี้เราจะขึ้นรถรางเพื่อเดินทางไปยังร้านอาหารกลางวันกัน






อาหารกลางวันวันนี้เป็นอาหารไทยจากร้านคุณน้อย (Noi Thai Cusine)




ขอเวลารับประทานอาหารกลางวันสักครู่ก่อน แล้วจะพาไปเที่ยวกรุงปรากต่อในครั้งต่อไป ขอขอบคุณที่ติดตามชมครับ.



Create Date : 13 กรกฎาคม 2558
Last Update : 15 กรกฎาคม 2558 11:56:19 น. 6 comments
Counter : 5748 Pageviews.
Share to Facebook

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทองกาญจนา Travel Blog

จำได้ว่า ช่วงที่แม่บุญกับมิเชลไปนั้น มิเชลผ่าตัดที่เท้า ยังต้องใช้ไม้ค้ำ แกเลยเดินเที่ยวได้ไม่นานเพราะปวดมาก เดินไปพักไปตลอดทาง แต่ก็ได้เห็นวิวที่สวยมากๆ ชอบเมืองนี้มากค่ะ คิดเหมือนกันว่า อาจจะกลับไปอีก แต่มิเชลบอกว่า ยังมีสถานที่อีกมากมายในโลก ที่เรายังไม่เคยไป ...


โดย: Maeboon วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:13:34:48 น.  

 
อลังการงานสร้างมากกกกกกกกกกกกกกกค่ะ
สวย มีเสน่ห์ สุดยอดค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:31:59 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog

--------------------------

ปรากเมืองมรดกโลก สวยงามทุกมุมมองจริงๆนะคะ
สถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ สมแล้วค่ะที่อนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ร่วมภูมิใจ
ทิวทัศน์ขณะเดินลงเขา มองจากสวนองุ่นสวยมากๆค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิว และจะตามมาเที่ยวต่อค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 15 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:12:29 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 15 กรกฎาคม 2558 เวลา:3:29:49 น.  

 
ถ่ายรูปได้สวยมาก ๆ เลยค่ะ
เห็นแล้วนึกถึงปราก ^__^


โดย: Kungtalay (kungtalay ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:25:22 น.  

 
ขอบคุณคุณทองกาญจนามากค่ะที่แวะเที่ยวด้วยกัน
อัลปาก้าหรือจามรีนั่นเอง เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นตัวเป็นๆค่ะ

ราตรีสวัสดิ์คืนนี้นะคะ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจ


โดย: Sweet_pills วันที่: 17 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:12:52 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ทองกาญจนา
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทองกาญจนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.