|
|
| | 1 |
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
เสน่ห์ยุโรปตะวันออก : 9-ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก
สวัสดีครับ ทริปยุโรปตะวันออกของผมเดินทางมาถึงประเทศสุดท้ายแล้วคือประเทศออสเตรีย แต่ยังเหลือเมืองท่องเที่ยวอีก 3 เมือง คือฮัลล์สตัทท์ ซาลต์บูร์ก และเวียนนา ล้วนเป็นเมืองต้องห้ามพลาดทั้งสามเมือง และเมืองที่เดินทางมาถึงก่อนก็คือเมืองฮัลล์สตัทท์ เราจะไปชมเมืองนี้ด้วยกันในครั้งนี้ครับ

ฮัลล์สตัทท์ (Hallstatt) เป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์สตัทท์ (Lake Hallstatt หรือ Hallstatter See) ทะเลสาบนี้ตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท (Salzkammergut) ภูมิภาคที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐออสเตรีย อยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (Upper Austria) ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐ ของประเทศออสเตรีย
ความโดดเด่นของฮัลล์สตัทท์ ก็คือการเป็นเมืองชนบทเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบงดงามที่เงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ และมีทัศนียภาพสวย ๆ ของตัวเมือง ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบและเทือกเขาสูงตระหง่าน จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

นอกจากการชมวิวสวย ๆ ริมทะเลสาบแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางขึ้นไปชมเหมืองเกลือโบราณที่มีอายุมากกว่า 7,000 ปี โดยการขึ้นรถกระเช้า (Cable car) ไปยังเหมืองเกลือที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ 838 เมตร ได้ด้วย
ฮัลล์สตัทท์เป็นหนึ่งในเมืองที่ต้องห้ามพลาด สำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสไปท่องเที่ยวยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะประเทศออสเตรีย

(ภาพประกอบคำบรรยายทั้งสองภาพข้างบน นำมาจากอินเทอร์เน็ตครับ)
เราออกเดินทางจากโรงแรมที่พักแต่เช้า วันนี้ฟ้าเปิด อากาศค่อนข้างดีครับ ทิวทัศน์สองข้างทางสวยมาก

จุดหมายปลายทางของภาคเช้าวันนี้คือเมืองฮัลล์สตัทท์ โดยหยุดแวะพักเพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองเซนต์โวลฟกัง (St. Wolfgang) ที่อยู่ระหว่างทาง

เป็นการเดินทางข้ามประเทศอีกครั้งหนึ่ง คือจากเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ สาธารณรัฐเช็ก ไปยังเมืองเซนต์ โวลฟกัง สาธารณรัฐออสเตรีย ระยะทาง 193 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

มาถึงบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศแล้ว ถนนตรงไปด้านหน้าคือประเทศออสเตรีย อาคารด้านซ้ายมือมีซุ้มให้แลกเงินด้วย สำหรับผู้ที่มีธนบัตรของเช็กซึ่งมีสกุลเงินเป็นโครูน่าเช็ก (CZK) สามารถแลกเป็นเงินสกุลยูโร (EUR) ได้ที่นี่ เนื่องจากประเทศออสเตรียใช้เงินสกุลยูโร


เส้นทางช่วงนี้ต้องผ่านภูเขาหลายลูก แต่ถนนดีมากเพราะเจาะอุโมงค์ลอดใต้ภูเขา ทำให้เดินทางได้สะดวกรวดเร็ว


มาถึงเมืองเซนต์ โวลฟกัง แล้ว มีทะเลสาบสวยงามขนาดใหญ่ชื่อเดียวกับเมือง สามารถมองเห็นได้จากถนนที่อยู่บนไหล่เขา

ทิวทัศน์แบบพาโนรามาเมื่อมองมาจากปลายสะพานที่ยื่นไปในทะเลสาบ (คลิกที่ภาพจะขยายใหญ่ขึ้น)

เราจะรับประทานอาหารกลางวันกันที่โรงแรมนี้ เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มองเห็นทิวทัศน์สวยงามมาก

จานหลักมื้อนี้เป็นปลาเทราต์ย่างรมควัน เสิร์ฟคู่กับไวน์ขาว

เสร็จจากอาหารกลางวันก็ออกเดินทางต่อ สักครู่หนึ่งก็ถึงอุโมงค์ลอดภูเขาข้างหน้า ออกจากอุโมงค์นี้ก็จะถึงเมืองฮัลล์สตัทท์แล้ว

ภาพบริเวณปากอุโมงค์ เราออกมาจากอุโมงค์ทางซ้ายมือเพราะรถเราวิ่งมาทางเลนขวาจากอีกฝั่งหนึ่ง


มาดูแผนที่เมืองจากกูเกิลแมพกันก่อน เราจะจอดรถที่บริเวณจุดชมวิวแรก ที่จุดหมายเลข 1 แล้วเดินชมเมืองไปตามถนนเลียบริมทะเลสาบหมายเลข 2 จนถึงจัตุรัสกลางเมืองหมายเลข 3 และเดินต่อไปยังจุดชมวิวที่สอง หมายเลข 4 หลังจากนั้นก็เดินกลับตามทางเดิม

มาถึงบริเวณที่จอดรถโค้ชประมาณบ่ายโมงกว่าแล้ว อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส

มีรถค่อนข้างมาก วันนี้คงมีนักท่องเที่ยวคึกคักแน่นอน จุดชมวิวแรกอยู่ริมทะเลสาบ ทางซ้ายมือของภาพ

เดินเข้ามาถึงบริเวณจุดชมวิวแรกแล้ว มีกล้องชมวิวชนิดหยอดเหรียญให้บริการด้วยครับ

พบนักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพที่บริเวณนี้กันอย่างมีความสุข ใครมาที่นี่ก็ต้องมาถ่ายภาพที่บริเวณนี้กันทุกกลุ่มทุกคน เรียกว่ามุมมหาชนนั่นเอง



ถ้ามาคนเดียวก็ต้องถ่ายแบบเซลฟี่ โดยมีฉากหลังเป็นหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลสาบ สวยมาก ๆ ทั้งวิวและนางแบบครับ :)

และนี่คือวิวสวยงาม ณ จุดชมวิวแรก นำมาให้ชมในลักษณะพาโนรามาก่อน (คลิกที่ภาพจะขยายใหญ่ขึ้น)

แล้วค่อยดูภาพสวยงามในลำดับถัดมา ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่าวิวที่จุดนี้มีการถ่ายภาพไปแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านครั้ง เฉพาะผมเองก็น่าจะถ่ายไปไม่น้อยกว่า 30 ภาพ


ภาพหมู่บ้านชาวประมงริมทะเลสาบ จะเห็นอาคารบ้านเรือนสวยงามและโบสถ์ 2 แห่ง โบสถ์ที่อยู่บนเนินเขาทางด้านซ้ายมือเป็นโบสถ์คาทอลิก ชื่อ Pfarrkirche

โบสถ์ที่อยู่ริมน้ำเป็นโบสถ์สไตล์นีโอ-โกธิก นิกายโปรเตสแตนท์ ชื่อเซนต์ไมเคิล (Hallstatt Saint Michael Church) มีหอนาฬิกาขนาดใหญ่มองเห็นแต่ไกล

เราจะเดินไปยังจัตุรัสกลางเมืองตามถนนเลียบริมทะเลสาบ (See Strasse)

มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินสวนกันไปมา กลุ่มหนึ่งเพิ่งมาถึงอีกกลุ่มหนึ่งจะกลับแล้ว



มีหงส์อยู่ในทะเลสาบจำนวนมาก สีขาวสะอาดตัดกับผืนน้ำสีเขียวเข้ม และดูคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จึงเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เสมอ


วิวในจุดที่เรายืนชมวิว (มุมมหาชน) เมื่อสักครู่นี้

ส่วนหงส์ขนาดใหญ่ตัวนี้เป็นเรือสำหรับนักท่องเที่ยว เหมือนที่เห็นในเขาดินบ้านเรานั่นเอง

ตลอดทางจะพบร้านจำหน่ายของที่ระลึก ส่วนใหญ่เป็นเกลือที่ชาวบ้านนำมาใส่ขวดแก้วสีสวย และภาชนะรูปทรงต่าง ๆ



เดินผ่านอนุสรณ์สถาน แสดงรายชื่อชาวเมืองฮัลล์สตัทท์ที่เสียชีวิตในเหมืองเกลือ เมื่อครั้งที่เกิดภัยพิบัตินานมาแล้ว

อาคารบ้านเรือนเก่าที่สวยงาม ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้

มาถึงจัตุรัสกลางเมืองแล้ว มีอนุสาวรีย์ระลึกถึงการพ้นภัยพิบัติอยู่กลางจัตุรัส อาคารโดยรอบเป็นร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ร้านอาหาร และโรงแรม



มองเห็นโบสถ์เซนต์ไมเคิลอยู่ใกล้ ๆ

เดินต่อมาเพื่อหาจุดถ่ายภาพโบสถ์ให้ได้ทั้งหลัง จนได้ภาพสวยงามนี้ครับ

แท่นบูชาภายในโบสถ์

บริเวณด้านหน้าโบสถ์ริมทะเลสาบ จะมีท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองนี้ทางเรือ

อาคารด้านซ้ายมือเป็นโรงแรม

เรือลำนี้กำลังจอดส่งนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวที่ขึ้นจากเรือ ส่วนหนึ่งจะเข้าเช็คอินที่โรงแรมบริเวณนี้

วิวที่บริเวณนี้มองเห็นหมู่บ้านที่อยู่ข้างหน้า มีฉากเป็นภูเขาและทะเลสาบ สวยงามมาก

ผมเดินต่อไปยังจุดชมวิวแห่งที่สองตามถนนเดิม ถนนช่วงนี้เป็นไหล่เขาที่ค่อนข้างชัน

จนมาถึงอาคารสวยงามหลังนี้ บริเวณถนนด้านหน้าอาคารนี้เองจะเป็นจุดชมวิวที่สอง

ได้วิวสวยงามในมุมมหาชนอีกมุมหนึ่งครับ



จุดนี้อยู่ใกล้โบสถ์ที่อยู่บนเนินเขา ที่โบสถ์นี้เองมีอาคารที่ชื่อว่าไบน์เฮาส์ (Beinhaus) หรือ โบน-เฮาส์ (Bone House) เป็นอาคารหลังเล็ก ๆ ที่แยกออกจากคริสตจักร ภายในเป็นที่เก็บหัวกะโหลกมนุษย์มากกว่า 1,200 กะโหลก แต่ละกะโหลกจะมีชื่อของเจ้าของสลักติดไว้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่เสียชีวิตในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 ด้านนอกของไบน์เฮาส์เป็นหลุมฝังศพของบรรพบุรุษชาวฮัลสตัทท์ ทั้งที่เป็นชาวบ้านธรรมดา นักบวช ไปจนถึงผู้นำของหมู่บ้าน

เรือท่องเที่ยวออกเดินทางไปยังอีกท่าเรือหนึ่งบริเวณจุดชมวิวแรก

วิวสวยงามในลักษณะพาโนรามาที่จุดชมวิวที่สองนี้ครับ (คลิกที่ภาพจะขยายใหญ่ขึ้น)

เราจะเดินทางกลับย้อนไปตามเส้นทางเดิม

บันไดหินด้านขวามือนี่เองที่จะพาเราขึ้นไปยังโบสถ์บนเนินเขา แต่ผมไม่ได้ขึ้นไปเพราะความจำกัดของเวลาครับ

นาฬิกาที่หอคอยของโบสถ์เซนต์ไมเคิลบอกเวลาบ่ายสามโมงกว่า เกือบได้เวลานัดหมายแล้ว

เดินผ่านที่ว่างระหว่างสองอาคารได้ภาพสวยงามนี้

จุดศูนย์กลางของภาพก็คือคฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบ มีเงาสะท้อนน้ำในทะเลสาบทำให้ดูสวยงามมาก

ปิดท้ายด้วยภาพฝูงหงส์ในทะเลสาบ ที่งดงามน่ารักภาพนี้

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชม แล้วพบกันครั้งต่อไปที่เมือง ซาลต์บูร์ก ครับ.
| Create Date : 10 สิงหาคม 2558 |
| Last Update : 19 สิงหาคม 2558 10:47:40 น. |
|
9 comments
|
| Counter : 7045 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: อุ้มสี วันที่: 10 สิงหาคม 2558 เวลา:19:30:10 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 11 สิงหาคม 2558 เวลา:1:01:15 น. |
|
|
|
โดย: Kavanich96 วันที่: 12 สิงหาคม 2558 เวลา:2:41:23 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:23:18:04 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 15 สิงหาคม 2558 เวลา:10:02:07 น. |
|
|
|
โดย: เนินน้ำ วันที่: 16 สิงหาคม 2558 เวลา:17:47:02 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ตอนไปชอบที่นี่ ชอบลูเซิร์นค่ะ